ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 328 ความจริงที่ที่ข้าพักอยู่ตอนนี้ก็ไม่เลวเลย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 328 ความจริงที่ที่ข้าพักอยู่ตอนนี้ก็ไม่เลวเลย
นี่คือเรื่องส าคัญที่หนานรุ่ยมาหาสองสามีภรรยา
ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ลานบ้านที่สกุลโม่สร้างขึ้นก็เริ่มเผยให้เห็น
รูปร่างที่แท้จริงแล้ว
ตัวบ้านตั้งอยู่ติดภูเขาและใกล้แม่น ้า แถมรูปแบบที่สมเหตุสมผล
และให้ความรู้สึกอบอุ่นที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
หนานรุ่ยคิดว่า หากในอนาคตสามารถพามารดามาอยู่ใน
สถานที่เช่นนี้ได้ เขาก็คงจะได้เขียนบทกวีและวาดภาพทุกวัน นับเป็น
ชีวิตที่สุขสบายยิ่งนัก
ฝั่งเฮ่อจือหรานได้ยินค าพูดของหนานรุ่ยแล้ว สิ่งแรกที่นางคิดคือ
เขาคงจะไปหาหูชงมาแล้ว
“ท่านไปหาพี่หูมาแล้วหรือ?”
หนานรุ่ยเม้มริมฝีปากอย่างเขินอาย
“ใช่แล้ว ข้าได้พูดเรื่องนี้กับหูชง แต่เขาบอกว่าวิธีการสร้างบ้าน
แบบนี้เป็นสิ่งที่ฮูหยินเก้าคิดค้นขึ้นมา เขาเพียงช่วยสร้างให้เท่านั้น
ส่วนข้าจะสามารถสร้างบ้านแบบนี้ได้หรือไม่ ก็ต้องขอมาถามจากฮู
หยินเก้าก่อน”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง
การออกแบบและสร้างบ้านสี่ลานของเฮ่อจือหร่านไม่ใช่ความลับ
อะไร โครงสร้างต่าง ๆ ก็เรียบง่ายมาก ใครที่มีความรู้เรื่องนี้ เพียงแค่
มองก็สามารถเข้าใจได้
แต่เพียงหูชงคนเดียวที่รู้เรื่องระบบน ้าประปาและระบบท าความ
ร้อนใต้พื้น คนภายนอกแค่มองก็ไม่อาจเรียนรู้ได้
หูชงเป็นคนซื่อสัตย์ เขาคิดว่าสิ่งนี้เป็นของเฮ่อจือหร่าน หากนาง
ต้องการใช้มันเพื่อสร้างผลก าไรและมันรั่วไหลไปจากมือเขา เขาก็จะ
กลายเป็นขโมยไม่ใช่หรือ? ดังนั้น เมื่อหนานรุ่ยมาพบเขา เขาจึงผลัก
ภาระทั้งหมดมาที่สองสามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ย
เขาสามารถช่วยสร้างบ้านให้ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจาก
เจ้าของโครงสร้างเสียก่อน
ด้วยเหตุนี้ หนานรุ่ยจึงวิ่งมาสอบถามพวกเขา
หมู่บ้านซีหลิ่งไม่ใช่ของคนสกุลโม่ หนานรุ่ยวางแผนจะสร้างบ้าน
ที่นี่ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านย่อมไม่อาจคัดค้าน
“ท่านเลือกพื้นที่จะปลูกเรือนหรือยัง”
หนานรุ่ยได้ยินค าถามนั้นก็ยิ้มเขิน
“ความจริงที่ที่ข้าพักอยู่ตอนนี้ก็ไม่เลวเลย ตรงเชิงเขาร่มรื่นน่า
อยู่ ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านซื้อที่ดินตรงนั้นไว้ ไม่ทราบว่าจะสามารถ
ขายให้ข้าได้หรือไม่”
เฮ่อจือหรานส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล
“เรื่องนี้คงไม่ได้หรอกอารุ่ย ที่ตรงนั้นข้ามีแผนจะท าอย่างอื่นแล้ว
หากขายให้ท่าน แผนการของข้าคงต้องล้มเลิกเป็นแน่”
แท้จริงแล้วที่ดินผืนนั้น เฮ่อจือหรานตั้งใจจะใช้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์
ส่วนต าแหน่งที่ตั้งของบ้านร้างก็คือจุดที่เขาจะสร้างคอกวัว
หากไม่ใช่เพราะเกรงใจเต๋อเฟยที่ยังคงพักฟื้นอยู่ที่นั่น โม่จิ่ว
เยี่ยคงสั่งให้คนไปรื้อถอนบ้านร้างหลังนั้นทิ้งไปนานแล้ว
พวกเขาคิดว่า อย่างไรเสียการก่อสร้างก็ไม่จ าเป็นต้องรีบร้อน ยัง
มีงานมากมายให้ท าจนแทบไม่มีเวลาพัก เมื่อถึงเวลาที่จ าเป็นต้องใช้
สถานที่นี้จริง ๆ ค่อยบอกกล่าวกับหนานรุ่ยก็ยังไม่สาย
เฮ่อจือหร่านจะไม่ยอมให้เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ มาส่งผลกระทบกับ
แผนการของนาง
เมื่อถูกปฏิเสธ หนานรุ่ยก็ไม่ได้โกรธเคือง เหตุผลที่เขาไม่กล้า
เอ่ยปากก็เพราะมองออกถึงความตั้งใจของคนสกุลโม่
ผู้อื่นซื้อที่ดินผืนใหญ่เช่นนั้น หากมีคนนอกมาอาศัยอยู่ตรง
กลาง ย่อมรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย
แต่เขาชอบสถานที่ตรงนั้นมาก โดยเฉพาะไม้ผลนานาชนิดบน
ภูเขาที่เติบโตจนเขียวชอุ่ม ออกดอกออกผลจนท าให้ผู้คนรู้สึกสบาย
ใจเมื่อได้มอง
อีกอย่าง หนานรุ่ยก็คิดว่าที่นั่นอยู่ใกล้กับบ้านสกุลโม่ ต่อไปการ
ไปมาหาสู่กันก็จะสะดวกขึ้น
แต่เดิมเขาก็ไม่ได้หวังมากนัก ว่าจะซื้อบ้านร้างหลังนั้นได้ส าเร็จ
เพียงแต่รู้สึกว่าถ้าไม่ลองและยอมแพ้ไปเช่นนี้ก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา
เท่านั้น
หากผู้อื่นไม่ยินยอม เขาก็ย่อมไม่คิดจะบังคับ
“เช่นนั้น ข้าจะไปหาที่ดินในหมู่บ้าน ดูว่ามีที่เหมาะ ๆ ส าหรับ
สร้างบ้านหรือไม่”
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในอนาคต
“ดี ท่านลองไปหาในหมู่บ้านเถิด ข้าจะบอกให้พี่หูรู้ หากเขายินดี
พวกข้าไม่ขัดข้องที่จะให้เขาช่วยสร้างบ้านให้ท่าน”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้คัดค้าน แต่นางก็ไม่อาจตัดสินใจแทนหูชงได้
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านกล่าวเช่นนี้ หนานรุ่ยจึงรู้สึกโล่งอกไม่น้อย
เขาเห็นอีกฝ่ายปฏิเสธการซื้อที่ดินตรงบ้านร้างหลังนั้นอย่างเด็ดขาด
ก็คิดว่าคงไม่ง่ายที่จะพูดคุยได้ตามตนที่คาดหวังเอาไว้
ไม่คิดว่า เรื่องการสร้างบ้านจะตกลงกันได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
“เช่นนั้น ข้าไม่รบกวนแล้ว ข้าจะไปหาในหมู่บ้านดูว่ามีที่ดินผืน
ไหนเหมาะสมหรือไม่”
ส่วนด้านหูชง เขาเชื่อว่าตนเองสามารถไปขอความช่วยเหลือ
จากอีกฝ่ายได้
หนานรุ่ยจึงออกจากบ้านสกุลโม่ มุ่งหน้าไปบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
จ้าวทันที่
แม้เขาจะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้าน แต่จากการสังเกตในช่วงที่
ผ่านมา เขาก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง เช่น หากต้องการซื้อบ้าน
และที่ดินในหมู่บ้าน การขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านเป็น
ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านไม่ได้กังวลเรื่องการซื้อที่ดินของหนาน
รุ่ย สิ่งที่พวกเขาสนใจที่สุดในตอนนี้คือเรื่องการแต่งงานของโม่หาน
เยี่ย
ต้องบอกว่า เมิ่งไห่หนิงนั้นใจร้อนอยากแต่งภรรยาเข้าบ้านจริง ๆ
ตกลงกันไว้ว่าสามวันเขาจะมาสู่ขอ แต่ผ่านไปแค่สองวัน เขาก็
พาคนมาแล้ว
ครั้งนี้เมิ่งไห่หนิงไม่ได้วางตัวเรียบง่าย เขาไม่เพียงเชิญแม่สื่อจาก
เมืองอวิ๋นมาเท่านั้น แต่ยังเชิญคณะฆ้องกลองมาด้วย เสียงดนตรีและ
กลองดังกึกก้องพร้อมกัน แค่ขบวนมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านก็
ได้ยินกันทั่ว
ทุกคนต่างพากันออกมามุงดู เห็นว่าเป็นท่านนายอ าเภอน า
ขบวนคนมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ต่างคนต่างยืดคอมอง
สีหน้าท่านนายอ าเภอเปี่ยมด้วยความยินดี ด้านหลังมีคนหามหีบ
ที่ใช้ผ้าไหมสีแดงสดห้อย ชัดเจนว่านี่คือการมาสู่ขอลูกสาวของบ้าน
ไหนสักบ้าน
ชาวบ้านนับรายชื่อหญิงสาวที่พร้อมแต่งงานในหมู่บ้านซีหลิ่ง
ทั้งหมด แต่ก็คิดไม่ออกว่านายอ าเภอจะมาสู่ขอลูกสาวบ้านไหนกัน
แน่
ขบวนสู่ขอยังไปได้ไม่ไกล พวกเขาจึงไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์กัน
เสียงดัง ได้แต่กระซิบกระซาบกับคนข้าง ๆ เท่านั้น
“ดูสิ ท่านนายอ าเภอเดินเข้าไปในหมู่บ้าน เป็นทางไปบ้านตระกูล
โจว หรือว่าเขาจะมาสู่ขอลูกสาวตระกูลโจว”
“เป็นไปไม่ได้หรอก ตระกูลโจวมีลูกสาวหน้าตาโดดเด่นที่ไหน
กัน เจ้าดูท่านนายอ าเภอสิ ท่าทางของเขาสง่างามเช่นนี้ หญิงสาว
ทั่วไปจะอยู่ในสายของเขาได้อย่างไร”
“ฟังเจ้าพูดเข้า ตระกูลของพวกข้าไม่มีลูกสาวหน้าตาโดดเด่น
แล้วตระกูลของพวกเจ้ามีหรือ”
ขณะที่ทั้งสองก าลังจะโต้เถียงกัน ก็มีคนตะโกนขึ้นว่า “พวกเจ้าดู
เร็วเข้า! ขบวนสู่ขอของท่านนายอ าเภอมุ่งหน้าไปทางตระกูลโจว
แล้ว”
เมื่อเห็นดังนั้น คนตระกูลโจวที่ยืนมุงดูอยู่ก็วิ่งไปทางบ้านของตน
พวกเขาบ่นพึมพ าว่าคนในตระกูลช่างปากแข็งเหลือเกิน จะได้
เป็นญาติเกี่ยวดองกับนายอ าเภอทั้งทีก็ไม่ยอมปริปากบอกสักค า ท า
ให้พวกเขาต้องมายืนกังวลกันอยู่ตรงนี้
ผู้คนมากมายเดินตามหลังขบวนสู่ขอของเมิ่งไห่หนิงไปได้ไม่
ไกลนัก สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมองความเคลื่อนไหวของเขาไม่
วางตา
เมื่อขบวนสู่ขอใกล้ถึงบ้านของผู้น าตระกูลโจว บางคนก็เริ่มข่ม
ความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “เจ้าดูสิ ท่านนายอ าเภอตรงไปยังบ้านผู้น า
ตระกูลแล้ว ปีนี้หลานสาวของพวกเขาก็อายุสิบหกปีพอดี”
ผู้คนในตระกูลจ้าวต่างมองด้วยความอิจฉา คิดในใจว่าตระกูลโจ
วช่างโชคดีจริง ๆ ถึงกับมีลูกหลานที่ท่านนายอ าเภอมาสนใจ
ทว่าความอิจฉาของพวกเขายังไม่ทันจางหาย ก็เห็นขบวนสู่ขอ
เคลื่อนผ่านหน้าประตูบ้านผู้น าตระกูลไป แล้วหยุดลงที่หน้าประตูบ้าน
สกุลโม่
ผู้คนต่างมองหน้ากันด้วยความฉงน
“ท่านนายอ าเภอไปที่บ้านสกุลโม่?”
“ใช่ เป็นบ้านสกุลโม่จริง ๆ”
“สกุลโม่มีลูกสาวที่ถึงวัยออกเรือนแล้วหรือ”
“ไม่รู้สิ…”