ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 334 พวกเขาถามถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 334 พวกเขาถามถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง
เช่นเดียวกับคนตระกูลใหญ่ส่วนใหญ่ในเมืองหลวง เมื่อเจ้านาย
กับภรรยาร่วมหอลงโรง ก็จะมีสาวใช้และแม่บ้านคอยอยู่นอกประตู
หลังจากเจ้านายเสร็จกิจ จะเรียกพวกนางเข้ามาปรนนิบัติ ใน
สถานการณ์เช่นนี้ เจ้านายที่อยู่บนเตียงสามารถปล่อยม่านลงมา
หากต้องการสิ่งใด บ่าวไพร่ก็เพียงแค่ส่งมันผ่านม่านเข้าไปก็พอ
แม้ว่าตอนนี้สกุลโม่จะมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่งแล้ว ไม่มี
กฎระเบียบใด ๆ มาผูกมัด แต่ส าหรับฮูหยินผู้เฒ่าที่ยึดมั่นในจารีต
ประเพณี กฎเกณฑ์เหล่านี้ในใจนางจึงไม่อาจสั่นคลอนได้
แน่นอนว่าสิ่งที่นางไม่อาจยอมรับ ก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายว่าให้
ลูกหลานไม่ยอมรับด้วย
พอเห็นบรรดาลูกสะใภ้รอให้นางเอื้อนเอ่ย จึงกล่าวเบา ๆ ว่า “ข้า
แก่มากแล้วจึงคิดถึงแต่อดีต และยังชอบเครื่องเรือนแบบเก่า หาก
พวกเจ้าชอบ ก็ใช้ได้ตามสบาย”
เมื่อได้ยินค าพูดของแม่สามี พี่สะใภ้ทั้งหลายก็ไม่อดทนอีกต่อไป
พี่สะใภ้รองเป็นคนแรกที่ก้าวเข้ามาจับแขนของเฮ่อจือหร่าน
“น้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้รองชอบเครื่องเรือนแบบใหม่นี้มาก บ้านใหม่
ของข้าก็จะใช้เครื่องเรือนแบบนี้”
พี่สะใภ้สามก็พูดด้วยความตื่นเต้นเช่นกันว่า “เครื่องเรือนที่
น้องสะใภ้เก้าเขียนออกมานี้ข้าชอบมาก หากต่อไปวางไว้ในห้อง
จะต้องดูดีมากแน่ ๆ”
พี่สะใภ้แปดผลักโม่ชูหานที่อยู่ข้างกายเบา ๆ
“ท่านพี่ พวกเราก็ต้องการเครื่องเรือนแบบนี้ด้วย”
โม่ชูหานพยักหน้า “อืม ข้าล้วนฟังเจ้าทั้งนั้น”
ความจริงแล้ว แม้ภรรยาจะไม่พูด โม่ชูหานก็เลือกเครื่องเรือน
แบบใหม่เหล่านี้อยู่แล้ว หากกล่าวถึงคนที่เขานับถือที่สุดในบ้าน
ตอนนี้ ก็คงเป็นภรรยาของน้องเก้าแน่นอน
สิ่งที่นางคิดค้นขึ้นมา มีอะไรบ้างที่ไม่ดีเกินกว่าที่ทุกคน
จินตนาการไว้?
พี่สะใภ้ห้า พี่สะใภ้หก และพี่สะใภ้เจ็ดเห็นเช่นนั้นก็พากันถาม
ความเห็นของสามีตนเอง ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าบ้านใหม่ใน
อนาคตของพวกเขา จะเลือกใช้เครื่องเรือนรูปแบบใหม่นี้ทั้งหมด
มีเพียงพี่สะใภ้สี่ที่สามียังพักฟื้นอยู่ในห้อง นางเห็นเช่นนั้นก็รีบ
ยืมแบบร่างกลับไปสอบถามความเห็นของสามี
ส่วนผลลัพธ์ไม่จ าเป็นต้องพูดถึง โม่ซิวเหยียนก็ชอบเครื่องเรือน
แบบใหม่เช่นกัน
ส่วนในบ้านของโม่หานเยี่ย หญิงสาวยังคงเขินอายอยู่บ้าง จึง
กล่าวเพียงว่า “ให้เป็นไปตามที่พี่เก้ากับพี่สะใภ้เก้าจัดการเถอะ”
ความหมายของค าพูดนี้ชัดเจนยิ่งกว่าอะไร นางก็ต้องการเครื่อง
เรือนแบบใหม่เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ในสกุลโม่จึงมีเพียงบ้านใหม่ของฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นที่
ไม่ต้องการเครื่องเรือนแบบใหม่
เฮ่อจือหร่านก็ได้เข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้แล้ว
ไม้ที่ต้องใช้มีมากมายอยู่บนภูเขาในพื้นที่มิติของนาง ตก
กลางคืนก็เข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อตัดไม้ได้ จากนั้นก็ใช้แผงควบคุม
แปรรูปเป็นไม้แบบส าเร็จ แล้วหาเวลาส่งไปยังบ้านที่เช่าเอาไว้ในเมือ
งอวิ่น
ด้วยวิธีการนี้ ไม่เพียงจะประหยัดค่าใช้จ่าย แต่สิ่งส าคัญที่สุดคือ
สามารถช่วยลดความยุ่งยากในการซื้อหาของโม่จิ่วเยี่ยได้ด้วย
สองสามีภรรยาเป็นพวกชอบลงมือท าทันที่
พอตกดึก พวกเขาก็ตัดไม้หลี่มู่จ านวนมากในพื้นที่มิติ จากนั้นก็
อ้างว่าจะเข้าเมืองไปซื้อไม้ในตอนรุ่งเช้า และทั้งสองก็ออกเดินทางมุ่ง
หน้าสู่เมืองอวิ่น
รถม้าเดินทางมาถึงบ้านเช่าในเมือง
เฮ่อจือหร่านใช้จิตส านึกเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปทั้งหมดจากพื้นที่
มิติมาวางไว้ในลานบ้าน
การซื้อไม้ไม่อาจใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพื่อไม่ให้คนในครอบครัว
สงสัย ทั้งสองจึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นในเมือง
บนถนนมีผู้คนมากมาย โม่จิ่วเยี่ยจอดรถม้าไว้แล้วจูงมือเฮ่อจือห
ร่านเดินเล่นอย่างสบายอารมณ์
แม้ซีเป่ยจะดูเงียบเหงา แต่เพราะน าไปเปรียบเทียบกับเมืองอื่น
เท่านั้น
ส าหรับทั้งซีเป่ยแล้ว เมืองอวิ่นถือว่าเจริญรุ่งเรืองพอสมควร
สองสามีภรรยาจูงมือกันเดินบนถนนที่คึกคักที่สุด สองข้างทางมี
ลูกจ้างของร้านก าลังเรียกลูกค้า และชาวบ้านบางคนที่น าสินค้ามา
ขายริมถนน
ผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสาย แต่มีคนสองคนที่ดึงดูดความสนใจ
ของโม่จิ่วเยี่ย
คนสองคนนั้นมองซ้ายมองขวา บางครั้งก็ท าท่าเหมือนก าลัง
สอบถามข้อมูลจากคนขายของริมทาง
ตามปกติแล้วพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกที่ย่อมมีคน
ท่องเที่ยวจากต่างถิ่น
แต่โม่จิ่วเยี่ยผู้ช่างสังเกตกลับพบปัญหาใหญ่
แม้สองคนนั้นจะใส่เสื้อผ้าแบบชาวต้าซุ่น มวยผมสูงเหมือนชาว
ต้าซุ่น และสวมผ้าโพกศีรษะเหมือนชาวบ้านทั่วไป แต่รองเท้าใต้เสื้อ
คลุมยาวกลับเผยตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา
โม่จิ่วเยี่ยรู้จักหนานเจียงเป็นอย่างดี เขารู้ว่าชาวหนานเจียงนับ
ถือเทพมนตร์ด า และเทพมนตร์ด าถือก าเนิดในคืนวันขึ้นหนึ่งค ่า เมื่อ
พระจันทร์มีรูปร่างเหมือนเคียว
ดังนั้น ชาวหนานเจียงจึงใช้พระจันทร์เสี้ยวเป็นสัญลักษณ์แทน
เทพมนตร์ด า พวกเขาจะปักลายพระจันทร์เสี้ยวบนเสื้อผ้า หมวก
หรือรองเท้าและถุงเท้า
โม่จิ่วเยี่ยพบเห็นสิ่งนี้พอดี บนรองเท้าของชายสองคนนั้นปักลาย
พระจันทร์เสี้ยวที่แทบไม่สะดุดตาอยู่
เฮ่อจือหร่านเห็นสามีจ้องมองชายสองคนที่มีรูปร่างหน้าตา
ธรรมดานั้นอยู่นาน จึงถามว่า “ท่านพี่ สองคนนั้นมีอะไรผิดปกติหรือ”
โม่จิ่วเยี่ยตอบเสียงเบา “พวกเขาเป็นคนจากหนานเจียง”
“คนจากหนานเจียง?” เฮ่อจือหร่านตกใจอย่างชัดเจน
หนานเจียงอยู่ห่างไกลจากซีเป่ยมาก อีกทั้งซีเป่ยเป็นดินแดนที่
ยากจนที่สุดของต้าซุ่น พวกเขามาที่ต้าซุ่นเช่นนี้ หากไม่มีจุดประสงค์
อะไรเลยก็คงเป็นไปไม่ได้
พวกนางไม่แสดงท่าทีใด ๆ แต่พากันเดินไปที่หน้าแผงขายของที่
ชาวหนานเจียงเพิ่งสอบถามไป
เฮ่อจือหร่านหยิบเงินออกมาจากพื้นที่มิติให้คนผู้นั้น แล้วถาม
เสียงเบา “น้องชายท่านนี้ คนสองคนเมื่อครู่มาถามอะไรกับเจ้าหรือ”
พ่อค้าหนุ่มรับเงินไปด้วยความดีใจ แล้วตอบเสียงเบาเช่นกัน
“พวกเขาถามถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็ระแวดระวังขึ้นมา
ทันที่
ชาวหนานเจียงมาสอบถามที่ตั้งหมู่บ้านซีหลิ่ง นอกจากจะตาม
หาสกุลโม่แล้ว พวกเขาคิดเหตุผลอื่นไม่ออก
พอมองสองคนนั้นอีกครั้ง พวกเขาก็ก าลังมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้าน
ซีหลิ่งแล้ว
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าตอนนี้ร่างกายของนางเป็นภาระ หากโม่จิ่วเยี่ย
ต้องคอยดูแลนาง การติดตามสองคนนั้นไปอาจจะเกิดข้อผิดพลาด
ได้
“ท่านพี่ ท่านตามพวกเขาไปก่อน ข้าจะไปหาพี่แปดที่ที่ว่าการ
ให้เขาขับรถม้าพาข้ากลับไป”
หากนางไม่พูดถึงโม่ชูหาน โม่จิ่วเยี่ยคงไม่วางใจให้นางกลับไป
คนเดียว อีกทั้งที่นี่ก็อยู่ใกล้ที่ว่าการ เขาจึงสบายใจมากขึ้น
“ได้ บนถนนมีคนเยอะ เจ้าอย่าเดินไปมาคนเดียว รีบไปหาพี่แปด
บางทีข้าก็อาจต้องการคนช่วย”
เรื่องนี้ไม่ควรรอช้า โม่จิ่วเยี่ยก าชับอีกครั้งแล้วรีบตามชาวหนาน
เจียงไปอย่างใกล้ชิด
เฮ่อจือหร่านไม่ได้เดินไปมา แต่เดินตรงไปยังที่ว่าการทันที่
นางมาได้จังหวะ โม่ชูหานก าลังน ากลุ่มเจ้าหน้าที่กลับมาจาก
การลาดตระเวน
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าไม่ได้ไปซื้อไม้กับน้องเก้าหรอกหรือ ท าไมเจ้า
มาที่นี่คนเดียวเล่า?”
เฮ่อจือหร่านคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรพูดต่อหน้าพวกเจ้าหน้าที่
“พี่แปด ข้าขอคุยกับท่านสักครู่”
โม่ชูหานรู้ว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ มิเช่นนั้นน้องเก้าผู้
รอบคอบคงไม่ปล่อยให้น้องสะใภ้เก้าอยู่คนเดียว เขาจึงส่งพวก
เจ้าหน้าที่กลับไป แล้วเดินตามเฮ่อจือหร่านไปข้าง ๆ ที่ว่าการ
“น้องสะใภ้เก้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“พี่แปด เมื่อครู่พวกข้าเห็นชาวหนานเจียงน่าสงสัยสองคนใน
ตลาด พวกเขาก าลังถามถึงทางไปหมู่บ้านซีหลิ่ง สามีข้ากังวลว่าอาจ
มีปัญหาเกิดขึ้นที่บ้าน จึงแอบตามพวกเขาไป”
เพียงได้ยินค าว่าชาวหนานเจียง โม่ชูหานก็ก าหมัดแน่นทันที่
สิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุดในตอนนี้คือชาวหนานเจียง เพราะตัวการ
ส าคัญที่ท าร้ายบุรุษสกุลโม่ก็คือปรมาจารย์ซือเหมิงที่เป็นชาวหนาน
เจียง
ยิ่งไปกว่านั้น น้องเก้ากับภรรยาก็เพิ่งช่วยพี่ชายทั้งสามคน
กลับมาจากหนานเจียงได้ไม่นาน เมืองอวิ่นก็มีชาวหนานเจียงปรากฏ
ตัวขึ้น และยังสอบถามที่อยู่ของหมู่บ้านซีหลิ่งอีก สิ่งนี้ท าให้เขานึก
ระแวดระวังที่สุด