ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 338 เรื่องนี้พวกเราค่อย ๆ ปรึกษากันไปเถอะ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 338 เรื่องนี้พวกเราค่อย ๆ ปรึกษากันไปเถอะ
ทว่าปรมาจารย์ซือเหมิงไม่เพียงมีเชี่ยวชาญเรื่องพิษ แต่ในมือยัง
เลี้ยงหนอนกู่ไว้มากมายอีก หากโม่จิ่วเยี่ยต้องเผชิญหน้ากับเขา จะ
สามารถจัดการคนได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่?
นี่คือปัญหาที่นางกังวลมากที่สุด!
ตอนนี้นางก าลังตั้งครรภ์ แม้จะเสนอตัวไปกับสามีด้วย เขาก็คง
ไม่มีทางยอม
แต่ไม่มีนางอยู่ข้างกาย เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกว่าหากโม่จิ่วเยี่ย
เผชิญหน้ากับปรมาจารย์ซือเหมิง โอกาสชนะก็มีไม่มากนัก
แต่นางก็รู้ดีว่าแม้จะเป็นเรื่องอันตราย โม่จิ่วเยี่ยก็ต้องไปอย่าง
แน่นอน
ดูเหมือนว่านางจ าเป็นต้องเตรียมการให้ดี อย่างน้อยที่สุด สิ่งของ
ที่ใช้ปกป้องชีวิตของสามีก็ต้องพร้อมให้ครบถ้วน
“เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อน ดูท่าว่าชาวหนานเจียงสองคนนั้นจะเพิ่ง
มาถึงซีเป่ย แม้ปรมาจารย์ซือเหมิงจะรออยู่ที่เมืองหลวงเพื่อรอข่าว
จากพวกเขา ก็ย่อมรู้ว่าต้องใช้เวลา พวกเรายังมีเวลา ให้ข้าคิดดูว่า
จะช่วยท่านได้อย่างไรบ้าง”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าภรรยาฉลาดกว่าตน อีกทั้งนางยังมีวิธีรับมือกับกล
อุบายของปรมาจารย์ซือเหมิงมากมาย ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ได้
ปฏิเสธ
“ได้ เรื่องนี้พวกเราค่อย ๆ ปรึกษากันไปเถอะ”
ตอนนี้เขามีภรรยาและก าลังจะเป็นพ่อของลูกสองคน ตัวเขาเอง
ก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องผิดพลาดใด ๆ
เมื่อกลับถึงบ้าน ทั้งสองก็เข้าไปในพื้นที่มิติ
สิ่งแรกที่เฮ่อจือหร่านนึกถึงก็คือเหยี่ยวปีกทอง สัตว์ตัวน้อยนั้น
ถูกข้าวปั้นน้อยฝึกให้กลับคืนสู่จิตใจดั้งเดิม มันคงจะยังคงยอมรับ
ปรมาจารย์ซือเหมิงเป็นเจ้าของ นางไม่รู้ว่าข้าวปั้นน้อยจะมี
ความสามารถท าให้มันยอมรับโม่จิ่วเยี่ยเป็นเจ้าของได้หรือไม่
ด้วยวิธีนี้ การที่โม่จิ่วเยี่ยพามันไปเมืองหลวงเพื่อตามหา
ปรมาจารย์ซือเหมิงก็จะง่ายขึ้นมาก
พอคิดแล้วก็ต้องลงมือท าทันที่ นี่คือนิสัยของเฮ่อจือหร่าน
นางเรียกข้าวปั้นน้อยที่ก าลังหลับสบายอยู่ในป่าไผ่มา
ก่อนอื่นนางให้อาหารอร่อย ๆ กับมันเพื่อเอาใจ แล้วจึงพูดว่า
“ข้าวปั้นน้อย เจ้าสามารถท าให้เหยี่ยวปีกทองตัวนั้นยอมรับเขาเป็น
เจ้าของได้หรือไม่”
ข้าวปั้นน้อยใช้ดวงตาสีด ากลมโตมองโม่จิ่วเยี่ย จากนั้นก็แสดง
ท่าทางภาคภูมิใจออกมา
แต่ไม่นานมันก็กอดขาของเฮ่อจือหร่านเอาไว้
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าเจ้าตัวน้อยท าแบบนี้ก็เพราะต้องการรางวัลจาก
นาง
นางจึงยื่นมือลูบหัวข้าวปั้นน้อย พลางพูดเสียงอ่อนโยนว่า “เด็ก
ดี หากเจ้าท าเรื่องนี้ส าเร็จแล้วจะมีรางวัลให้แน่นอน”
ข้าวปั้นน้อยเอาหัวกลม ๆ ของมันถูไถขาของเจ้าของ แล้วก็วิ่ง
ด้วยขาสั้นป้อมไปหาเหยี่ยวปีกทอง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพื้นที่มิติมีผลในการบ ารุงสิ่งมีชีวิตหรือไม่
เหยี่ยวปีกทองจึงดูอ้วนท้วนขึ้นกว่าครั้งแรกที่มาอยู่ในมือเฮ่อจือหร่าน
มาก
เจ้าตัวน้อยเห็นข้าวปั้นน้อยวิ่งมาก็ท าท่าระแวดระวังทันที่
เห็นได้ชัดว่าปกติแล้วข้าวปั้นน้อยคงรังแกมันบ่อย ๆ
ข้าวปั้นน้อยเหมือนจะนึกสนุกขึ้นมา จึงจงใจแยกเขี้ยวขู่ใส่
เหยี่ยวปีกทอง ท าเอาเหยี่ยวปีกทองโกรธจนขนพอง ปากที่โค้ง
เหมือนดาบยื่นออกมาในทันที่ ขนสีทองใต้ปีกก็ปรากฏให้เห็นเป็น
ระยะ
เห็นได้ชัดว่าสัตว์ตัวน้อยโกรธข้าวปั้นน้อยมาก หากไม่ได้อยู่ใน
กรง มันคงจะเข้ามาโจมตีแล้ว
ข้าวปั้นน้อยเห็นสัตว์ตัวน้อยพองขน แต่ก็ยังท าเย่อหยิ่งส่ายก้น
ใส่มัน
ท่าทางนั้นพาให้เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ อด
หัวเราะออกมาไม่ได้
พวกเขาคุ้นเคยกับข้าวปั้นน้อยมานานจึงรู้นิสัยของมันดี เวลา
มันท าอะไรก็เหมือนเด็กน้อย ต้องเล่นจนพอใจก่อนถึงจะยอมลงมือ
แน่นอนว่าเมื่อข้าวปั้นน้อยท าให้เหยี่ยวปีกทองโกรธจนเริ่มส่ง
เสียงค ารามขู่ มันถึงได้จริงจังขึ้นมา
เห็นข้าวปั้นน้อยโบกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ทั้งสองข้างไปทางเหยี่ยวปีก
ทอง ปากก็ส่งเสียงร้อง “อืม ๆ ๆ” ไม่หยุดราวกับก าลังพูดเรื่องเหตุผล
ตอนแรกเหยี่ยวปีกทองยังต่อต้าน แต่ค่อย ๆ พ่ายแพ้ไปในที่สุด
ไม่นานปากแหลมคมเหมือนนกเหยี่ยวก็หายไป มันหมอบอยู่กับที่
จากนั้นก็หันไปมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยท่าทางคล้ายก าลังประจบ!
โม่จิ่วเยี่ยตกตะลึงกับภาพนี้
เขาถามเฮ่อจือหร่าน “หร่านหร่าน ข้าวปั้นน้อยท าส าเร็จแล้ว
หรือ?”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตอบเขา แต่เดินไปเปิดกรง ปล่อยให้เหยี่ยวปีก
ทองออกมา
เหยี่ยวปีกทองออกมาจากกรงแล้วก็กระพือปีกบินไปหาโม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการยกแขนข้างหนึ่งขึ้น
เหยี่ยวปีกทองเกาะลงบนแขนนั้นอย่างมั่นคง
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก เขากล่าวด้วยความยินดีว่า
“หร่านหร่าน เจ้าดูสิ เจ้าตัวน้อยนี่คงยอมรับข้าเป็นนายแล้ว”
เมื่อค าพูดของเขาจบลง เหยี่ยวปีกทองก็ส่งเสียงร้องออกมา
สอดคล้องกัน ท าให้โม่จิ่วเยี่ยยิ่งรู้สึกปลาบปลื้มมากขึ้น
ข้าวปั้นน้อยเห็นว่าตนเองท าภารกิจส าเร็จแล้ว แต่กลับไม่ได้
รับค าชมจากเจ้าของ ซ ้าร้ายความสนใจทั้งหมดของเจ้าของยังอยู่ที่
สัตว์ตัวน้อยนั่นจึงรู้สึกน้อยใจ
มันเดินเข้าไปกอดขาเฮ่อจือหร่านไว้ ท่าทางน่าสงสารเหลือเกิน
เฮ่อจือหร่านจะยอมให้เด็กดีของนางน้อยใจได้อย่างไร นางรีบนั่ง
ลงบนพื้นหญ้า ปลอบโยนมันทันที่
“ข้าวปั้นน้อยเก่งมาก เจ้าเก่งที่สุดเลย”
ขณะพูดนางก็หยิบขวดน ้าผึ้งขนาดเล็กออกมาให้เป็นรางวัล
พอเห็นน ้าผึ้ง ข้าวปั้นน้อยก็รู้สึกดีในที่สุด มันปล่อยขาของ
เจ้าของ แล้วอุ้มขวดเล็ก ๆ กลิ้งไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยก าลังลองสื่อสารกับเหยี่ยวปีกทอง
เขาฉีกใบไม้ออกมาหนึ่งใบ ใส่ก าลังภายในลงไปเล็กน้อยแล้ว
สะบัด
“เสี่ยวไป๋ ไปเอาใบไม้กลับมา”
เหยี่ยวปีกทองไม่รู้ว่าตัวเองมีชื่อว่า ‘เสี่ยวไป๋’ แต่มันสามารถ
แยกแยะได้ว่าเจ้าของก าลังออกค าสั่ง
หลังโม่จิ่วเยี่ยออกค าสั่ง เหยี่ยวปีกทองก็กางปีกบินไปหาใบไม้
อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สร้างวังวนในอากาศแล้วบินกลับมาเกาะแขน
ของโม่จิ่วเยี่ย พร้อมกับคาบใบไม้ไว้ในปาก จ้องมองโม่จิ่วเยี่ยตาไม่
กะพริบ
โม่จิ่วเยี่ยยื่นมือไปตรงหน้ามัน
เจ้าตัวเล็กคายใบไม้ลงบนฝ่ามือของเขา
“หร่านหร่าน เสี่ยวไป๋มีสติปัญญาจริง ๆ”
เฮ่อจือหร่านหัวเราะเบา ๆ “ท่านตั้งใจจะเรียกมันว่าเสี่ยวไป๋จริง ๆ
หรือ?”
“หากมันไม่เปิดเผยขนสีทองออกมา ก็เป็นเพียงนกพิราบสีขาว
ทั้งตัว เรียกว่าเสี่ยวไป๋ก็ดีแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก เขารู้สึกว่าเรียกเสี่ยวไป๋นั้นคล่อง
ปาก จึงเรียกมันเช่นนั้น
เขาอธิบายกับภรรยาประโยคเดียว แล้วรีบร้อนไปฝึกฝน
ความสามารถอื่น ๆ ของเสี่ยวไป๋
ในที่สุดทั้งสองคนก็พบว่า เสี่ยวไป๋สามารถเข้าใจค าพูดของโม่
จิ่วเยี่ยได้เพียงคนเดียว ตราบใดที่ไม่ใช่ค าสั่งที่เกินขอบเขต มันก็
สามารถท าได้ทั้งหมด
โม่จิ่วเยี่ยลูบหัวเล็กเรียบลื่นของเสี่ยวไป๋ “เสี่ยวไป๋ การจะตามหา
ปรมาจารย์ซือเหมิงได้หรือไม่ ต้องพึ่งเจ้าแล้ว”
หลังผ่านการทดสอบเมื่อครู่ โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจความสามารถของ
เสี่ยวไป๋แล้ว
มันสามารถตามหาคนด้วยกลิ่นได้
เช่นนั้นก็พอดีเลย เมื่อครู่นี้เขาค้นเจอถุงผ้าที่ปรมาจารย์ซือเหมิง
ให้ชาวหนานเจียงสองคนนั้นมา หากมีสิ่งนี้แล้ว เขาก็สามารถให้
เสี่ยวไป๋ตามหาร่องรอยของปรมาจารย์ซือเหมิงในเมืองหลวงได้
ขณะเดียวกัน เขาก็เดาว่าเสี่ยวไป๋เป็นสัตว์เลี้ยงที่ปรมาจารย์
ซือเหมิงเลี้ยงดูมาหลายปี มันอาจจะยังจ าอดีตเจ้าของได้
ด้วยความเป็นไปได้สองข้อนี้ เขาคิดว่าโอกาสที่จะหาตัว
ปรมาจารย์ซือเหมิงเจอนั้นมีสูงมาก
พอจัดการเรื่องของเสี่ยวไป๋เสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านมองเวลาก็
พบว่าเป็นช่วงใกล้ค ่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนในบ้านมาเคาะประตูแล้ว
ไม่มีใครขานตอบ ทั้งคู่จึงต้องออกจากพื้นที่มิติ
พวกพี่ห้าเพิ่งกลับมาจากภูเขา บังเอิญพบกับสามีภรรยาโม่จิ่ว
เยี่ยพอดี
เฮ่อจือหร่านเป็นคนพบเจอชายชาวหนานเจียงแล้ว ดังนั้นเมื่อพี่
น้องต้องปรึกษากัน พวกเขาจึงไม่คิดจะปิดบังนาง