ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 343 จวนตระกูลเฟ่ย
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าทักษะการท าอาหารของเขาก าลังถูกพี่ชาย
วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในใจ ชายหนุ่มยังคงตั้งใจเตรียมอาหารเช้าต่อไป
ครึ่งชั่วยามต่อมา พี่หกที่ก าลังหลับก็ตื่นขึ้น พอออกมาจากใน
ห้องก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูก
“พี่ห้า ข้ากินอาหารที่ท่านท ามานานแล้ว ดูเหมือนฝีมือของท่าน
จะดีขึ้น”
พี่ห้าที่ยืนอยู่กลางลานท าสีหน้าล าบากใจเล็กน้อย
“อาหารมื้อนี้ไม่ใช่ฝีมือของข้า เป็นน้องเก้า”
ครั้งที่เขายังสูญเสียความทรงจ า ต้องใช้ชีวิตเพียงล าพังมาตลอด
โดยเฉพาะช่วงที่อยู่ที่บ้านร้างเชิงเขา เขาต้องพึ่งพาตนเอง จึงคิดว่า
ตนเองมีฝีมือท าอาหารดีที่สุดในบรรดาพี่น้อง
ไม่รู้ว่าน้องเก้าไปฝึกฝนทักษะเช่นนี้มาตั้งแต่เมื่อใด ถึงได้
เหนือกว่าเขาขึ้นมาแล้ว
พี่หกได้ยินว่ากลิ่นอาหารหอม ๆ นี้เป็นฝีมือของน้องเก้า ก็รู้สึก
เหลือจะเชื่อเช่นกัน
ความจริงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยสามารถท าอาหารเช้าที่ดีเช่นนี้ได้ ล้วน
เป็นเพราะเครื่องปรุงรสที่ภรรยาน ามาให้ทั้งสิ้น
เฮ่อจือหร่านคิดว่าพวกเขาพี่น้องต่างมุ่งหน้ามายังเมืองหลวง
ย่อมต้องผจญกับลมหนาว ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายแน่
ระหว่างทางหากผ่านป่าหรือขุนเขาก็คงได้ล่าสัตว์มาท าอาหารบ้าง
นางจึงน าเครื่องปรุงใส่ในขวดเล็ก ๆ ให้โม่จิ่วเยี่ยพกติดตัวไป
ทว่าพวกเขาพี่น้องรีบเร่งเดินทาง ไม่ได้หยุดพักล่าสัตว์
เครื่องปรุงเหล่านั้นจึงไม่ได้ใช้ประโยชน์ กลับกลายเป็นของที่ท าให้โม่
จิ่วเยี่ยแสดงฝีมือในการปรุงอาหาร
ประตูห้องครัวเปิดออก
“พี่ห้า พี่หก อาหารเสร็จแล้ว”
พี่ห้ากับพี่หกมองหน้ากันแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องครัว
ด้วยส่วนผสมดังกล่าว เขาไม่สามารถเตรียมอาหารมื้อใหญ่ได้ มี
เพียงโจ๊กข้าวกับหัวไชเท้าดองกับเนื้อเค็มลงไปเล็กน้อย
หลังจากเฮ่อจือหร่านมาอยู่สกุลโม่แล้ว ทุกคนก็ล้วนได้กินแต่
อาหารอร่อย ๆ ทุกวัน พี่ห้ากับพี่หกต่างก็เคยชินกับรสชาติเช่นนี้ไป
เสียแล้ว
เพียงแต่การเร่งรีบเดินทางมานานเช่นนี้ พวกเขาก็มักจะกินสัก
อย่างอยู่ริมทาง ด้านหนึ่งพวกเขาก็คิดถึงรสชาติอาหารของที่บ้าน
และที่ส าคัญคืออาหารเช้าแสนอร่อยในวันนี้ถูกปรุงขึ้นด้วยตัวของ
น้องเก้า
หากพี่ห้าไม่ได้เห็นกับตาว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนลงมือท าอาหารเช้า
พี่ห้าก็ไม่มีทางเชื่อเป็นอันขาดว่า น้องชายจะมีฝีมือท าอาหารได้
ขนาดนี้
พี่ชายก าลังคิดสิ่งใด โม่จิ่วเยี่ยจะไม่รู้หรือ
เขาเอ่ยอย่างภูมิใจเล็กน้อยว่า “พี่ห้า พี่หก พวกท่านยังยืนท า
อะไรอยู่ รีบมากินข้าวเถอะ”
พี่ห้ากับพี่หกต่างพยักหน้าเฉื่อยชา หยิบชามกับตะเกียบ
ตรงหน้าขึ้นมา
พอกินไปได้สองสามค า พี่หกก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ “น้องเก้า เจ้า
ฝึกการเข้าครัวเช่นนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
โม่จิ่วเยี่ยยิ้มแห้ง “หร่านหร่านเป็นคนสอนข้าเอง ข้าท าตามวิธีที่
นางบอก”
เช่นนี้ก็ไม่แปลกแล้ว พวกเขาย่อมเห็นฝีมือน้องสะใภ้เก้ากับตา
มาแล้ว หากน้องเก้าจะได้รับการถ่ายทอดทักษะนี้มาจากนาง ก็ย่อม
ไม่ใช่เรื่องแปลก
โม่จิ่วเยี่ยเห็นฝีมือด้านการท าอาหารของตนเองเป็นที่ชื่นชม ก็
คิดอยากจะปลอมตัวไปตลาดวันนี้ เพื่อซื้อวัตถุดิบกลับมาให้มากขึ้น
หน่อย
จากนั้นค่อยกลับมาแสดงฝีมือให้พี่ชายทั้งสองประทับใจใน
ภายหลัง
ทานอาหารเช้าเสร็จ ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว โม่จิ่วเยี่ยกลับไปที่ห้อง
เพื่อปลอมตัว
เขาติดหนวดปลอมที่ภรรยาให้มา จากนั้นก็เขียนคิ้วให้หนา
ขึ้น…
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แต่งหน้าเก่งเท่าภรรยา แต่ด้วยหน้าตาที่น่า
เกลียดกว่าเดิมนี้ ขอเพียงพี่ชายทั้งสองไม่สังเกตให้ดี ๆ พวกเขาก็คง
จ าคนไม่ได้แล้ว
หลังจากได้รับค ายืนยันจากเหล่าพี่ชาย โม่จิ่วเยี่ยจึงออกไปจาก
ลานบ้าน
ในเมืองหลวงแทบไม่มีสถานที่ใดที่เขาไม่คุ้นเคย ดังนั้นการที่โม่
จิ่วเยี่ยเดินไปตามถนนหนทางจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใด
เมื่อออกมาแล้ว เขาย่อมไม่ได้มาเพื่อซื้อวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
เขาตั้งใจจะไปดูบริเวณจวนของอ๋องเก้า เผื่อว่าจะพบเบาะแส
อะไรบ้าง
จากตรอกหย่งอันไปจนถึงจวนอ๋องเก้า เดิมทีต้องผ่านหน้าจวน
ฮู่กั๋วกง
โม่จิ่วเยี่ยเดินทางไปถึงที่นั่น หัวใจก็อดโศกเศร้าไม่ได้
ด้านหน้ายังคงเต็มไปด้วยผู้คนและรถม้า แต่จวนฮู่กั๋วกงในอดีต
นั้นไม่อยู่แล้ว
เดิมทีโม่จิ่วเยี่ยคิดว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะเพียงสั่งปิดจวนไว้ชั่วคราว
แต่เขากลับคาดไม่ถึงว่าที่แห่งนี้จะมีเจ้าของคนใหม่แล้ว
บนประตูใหญ่ที่ทาสีแดงสด ติดแผ่นป้ายใหม่เอี่ยม บนนั้นเขียน
ตัวอักษรตัวใหญ่ว่า ‘จวนตระกูลเฟ่ย’
โม่จิ่วเยี่ยนึกถึงเฟ่ยหนานอวี่เป็นคนแรก เขาเคยได้ยินเมิ่งไห่ห
นิงเล่าให้ฟังว่า บัดนี้เฟ่ยหนานอวี่เป็นที่โปรดปรานขององค์ชาย
หนานฉี ยกย่องเขาให้เป็นบุคคลส าคัญเสมือนแขนขา
จักรพรรดิซุ่นอู่มีโอรสสามพระองค์ คือหนานเหิงที่ตายอยู่ใต้ต้น
น ้าของทะเลสาบเกลือ หนานรุ่ยที่ตอนนี้ปิดบังชื่อแซ่อยู่ในหมู่บ้านซี
หลิ่ง ในเมืองหลวงยามนี้จึงมีเพียงหนานฉีโอรสองค์เดียวเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น หนานฉียังสะสมเส้นสายกับคนสนิทมากมายเป็น
เวลาหลายปี ตอนนี้คงน่าจะอยู่ในช่วงที่ราบรื่นมาก
ด้วยสถานะของหนานฉีในตอนนี้ การจะมอบที่พักอาศัยที่ดี
ให้กับคนสนิทคงไม่ใช่เรื่องยาก
โม่จิ่วเยี่ยไม่ต้องการคร ่าครวญอยู่ที่นี่ จึงหยุดอยู่ครู่หนึ่งแล้ว
เตรียมเดินจากไป
ใครจะรู้ว่าพอเขาหันหลังกลับ ประตูใหญ่ก็เปิดออก
เฟ่ยหนานอวี่สีหน้าเคร่งขรึมและมีกลิ่นอายของคนที่อยู่เหนือคน
ข้างกายเขายังมีบ่าวรับใช้และองครักษ์ติดตามอีกมากมาย
โม่จิ่วเยี่ยแสร้งท าเป็นผ่านทางนี้ มุ่งหน้าไปทางจวนอ๋องเก้า
อย่างไรก็ตาม ความเร็วของฝีเท้านั้นกลับช้าเป็นอย่างยิ่ง
ด้านหลังเขามีคนก าลังพูดกับเฟ่ยหนานอวี่
“นายท่าน องค์ชายหนานฉีจะท าเกินไปแล้ว ของขวัญวันเกิด
ท่านอ๋องเก้ายังต้องให้ท่านเป็นคนเตรียมให้ เช่นนี้จะไม่ใช่การใช้คน
ไม่เหมาะสมกับงานหรือขอรับ”
เฟ่ยหนานอวี่ยกมือขึ้น ห้ามค าพูดของบ่าวรับใช้
“หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว องค์ชายท าเช่นนี้ ก็เพียงพอจะ
อธิบายได้ว่าเขาเชื่อใจข้า”
ค าบ่นของบ่าวรับใช้ถูกปิดกั้น ได้แต่หุบปากเงียบ
โม่จิ่วเยี่ยเดินอยู่ด้านหน้าไม่ใกล้ไม่ไกลจากเฟ่ยหนานอวี่ และ
ไม่ได้ยินค าพูดของพวกเขาอีก
แท้จริงแล้วเขาไม่รู้ว่าเฟ่ยหนานอวี่กับบ่าวรับใช้เจตนาจะพูดคุย
กันเช่นนั้น
ช่วงนี้จักรพรรดิซุ่นอู่ได้เปิดเผยกับราชส านักแล้ว ว่าเขาต้องการ
แต่งตั้งหนานฉีเป็นรัชทายาท
บรรดาคนที่เคยห้อมล้อมติดตามหนานเหิง ก็ต่างสงบปากสงบ
ค าลงไปมากแล้ว
โดยเฉพาะเรื่องที่หนานฉีก าลังจะได้รับการสถาปนาเป็นรัช
ทายาท แม้พวกเขาต้องการจะคัดค้าน ก็หาเหตุผลที่เหมาะสมไม่ได้
อย่างไรเสียหนานเหิงก็หายสาบสูญไปนานกว่าครึ่งปีแล้ว หนาน
รุ่ยก็ไร้ความสามารถ นับตั้งแต่เต๋อเฟยเหนียงเหนียงสิ้นชีพไป มีข่าว
ลือว่าตัวเขาเองก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
กระนั้นองค์จักรพรรดิก็ไม่ได้แสดงท่าทีร้อนใจใด ๆ กับการ
สูญเสียโอรสทั้งสองพระองค์นี้เลย ยามนี้สถานการณ์ในราชส านัก
ตกเป็นของฝ่ายหนานฉีแต่เพียงผู้เดียว การที่เขาจะได้ขึ้นเป็น
จักรพรรดิองค์ต่อไปของต้าชุ่นนั้น นับเป็นสิ่งที่ไม่อาจโต้แย้งได้อีก
แล้ว
ด้วยเหตุนี้ ขุนนางที่เคยชื่นชมหนานเหิงส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนฝ่าย
ไปเข้าหาหนานฉีแล้ว
หนานฉีในตอนนี้ยิ่งล าพองใจ หากพูดตามค าพูดของเฮ่อจือห
ร่านก็คือเขาก าลังเหลิง…
เฟ่ยหนานอวี่ที่เขาเคยไว้ใจและเชื่อใจมากที่สุด ตอนนี้กลับถูก
คนยุแยงจนไม่เหมือนเดิมแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในใจหนานฉีย่อมรู้ดีว่าเฟ่ยหนานอวี่นั้นเป็นคนมี
ความสามารถมาก และเขาไม่เต็มใจที่จะทิ้งบุคคลเช่นนี้
การที่เขามอบจวนฮู่กั๋วกงให้กับเฟ่ยหนานอวี่นั้น ภายนอกดู
เหมือนเขาให้ความส าคัญ แต่แท้จริงแล้วหนานฉีต้องการใช้เรื่องของ
สกุลโม่มาเตือนสติเขาอยู่ตลอดเวลา
เฟ่ยหนานอวี่นั้นฉลาดยิ่งนัก อีกฝ่ายย่อมรู้ถึงจุดประสงค์ของ
หนานฉีแน่
เขาแสร้งท าเป็นไม่รู้ความนัย แล้วกล่าวขอบคุณหนานฉีเป็นการ
ใหญ่ที่มอบจวนดี ๆ เช่นนี้ให้
หนานฉีในฐานะรัชทายาทผู้สืบบัลลังก์องค์เดียวของต้าซุ่น จะ
เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีสิ่งของล ้าค่าภายในจวน
ยิ่งกว่านั้น โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเพียงแต่ขนย้ายสิ่งของออก
จากท้องพระคลัง ไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินส่วนตัวภายในจวนองค์ชาย
หนานฉีของเขาเลยแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าหนานฉีก าลังกลั่นแกล้งเฟ่ยหนานอวี่
ไม่นานมานี้ เฟ่ยหนานอวี่ก็สังเกตเห็นองครักษ์ข้างกายแอบ
รายงานความเคลื่อนไหวของเขา เมื่อครู่ตอนเขาก้าวออกจากประตู
ก็พบว่าองครักษ์คนนั้นติดตามมาด้วย ดังนั้นเขาจึงร่วมมือกับบ่าวรับ
ใช้ข้างกาย แสร้งท าเป็นสนทนากันเช่นนี้
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….
**POFG3LMY**
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถน ามากรอกเพื่อรับ
เหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ