ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 349 เข้าสู่จวนอ๋องเก้า
ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าฟ้าจะสาง เขาจึงตัดสินใจน าร่างไร้
วิญญาณของอิ่งจือออกจากจวนตระกูลเฟ่ย
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง โม่จิ่วเยี่ยใช้วิชาตัวเบาพาร่าง
ของอิ่งจือไปยังภูเขาที่อยู่ใกล้จวนตระกูลเฟ่ยอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็
ขุดหลุมฝังร่างนั้นไว้
เมื่อกลับมาหาเฟ่ยหนานอวี่อีกครั้ง ท้องฟ้าก็ใกล้จะสว่างแล้ว
เฟ่ยหนานอวี่คงจะไม่ได้นอนทั้งคืน เขายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเช่นเดิม
เมื่อเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยออกไปนานเช่นนี้ เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคง
ค านึงถึงการไม่ทิ้งหลักฐานให้หนานฉี จึงน าศพไปทิ้งที่ไกล ๆ
ขณะเดียวกันความไว้วางใจที่เฟ่ยหนานอวี่มีต่อโม่จิ่วเยี่ยก็ยิ่ง
เพิ่มมากขึ้นอีกหลายส่วน
เสด็จพ่อผู้เป็นจักรพรรดิของเขาช่างหูตาฝ้าฟางจริง ๆ ถึงกับ
ผลักไสขุนนางและแม่ทัพที่เก่งกาจเช่นนี้ออกไปไกลแสนไกล ถึง
ขนาดใช้วิธีการน่าอัปยศเพื่อกลั่นแกล้งใส่ความ
หากเป็นเขา คนแบบนี้แม้จะอุ้มชูไว้ก็ยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอ
โมจิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าเฟ่ยหนานอวี่ก าลังคิดอะไรอยู่ “โชคดีที่คุณชาย
เฟ่ยไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาภายหลังแล้ว”
เฟ่ยหนานอวี่พยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็ส่งห่อผ้าให้โม่
จิ่วเยี่ย
“นี่คือเสื้อผ้าที่ผู้ติดตามของข้าสวมใส่ตามปกติ รบกวนคุณชาย
เก้าแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยรับเสื้อผ้ามาแล้วรีบเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
ท้องฟ้าสว่างขึ้น เฟ่ยหนานอวี่ก าชับว่า “อิ่งจือมักจะก้มหน้าต่อ
หน้าหนานฉีเสมอ ท่านเพียงท าตามที่ข้าบอก หากหนานฉีถามท่าน
เรื่องของข้า ท่านก็แค่ส่ายหน้า มันแสดงว่าไม่กี่วันนี้ข้าไม่ได้ท าอะไร
เลยก็พอ”
“ได้ ข้าจ าเอาไว้แล้ว” โม่จิ่วเยี่ยตอบรับ
หนานฉีกับเฟ่ยหนานอวี่นัดหมายเวลาไปจวนอ๋องเก้าหลังกลับ
จากเข้าเฝ้าตอนเช้า นั่นคือก่อนยามเฉิน
เฟ่ยหนานอวี่สั่งคนข้างนอกว่าตนเองหิว ให้ห้องครัวเตรียม
อาหารเช้าส่งมาเพิ่ม และไม่มีใครสงสัยอะไร
ทั้งสองกินอาหารเช้าเสร็จจึงออกจากห้องหนังสือ
หลังออกจากห้องอ่านหนังสือ โม่จิ่วเยี่ยก็ฉวยโอกาสตอนที่เฟ่ย
หนานอวี่ไม่ทันสังเกต โบกมือให้สัญญาณกับเสี่ยวไป๋บนหลังคา
บอกมันติดตามเขาไปอย่างใกล้ชิด
เสี่ยวไป๋เชื่อฟังมาก เมื่อเห็นเจ้าของให้สัญญาณก็รีบกางปีกบิน
ขึ้นทันที่ อยู่ในระยะที่ไม่ไกลไม่ใกล้จากเขา
ท้ายที่สุดแล้ว เฟ่ยหนานอวี่ก็ยังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของหนาน
ฉี การติดตามไปท าธุระด้วยก็ควรไปถึงล่วงหน้าก่อนสักหน่อยจะ
ดีกว่า
ดังนั้น หลังจากที่เขากินอาหารเช้ากับโม่จิ่วเยี่ยเสร็จ เห็นว่าได้
เวลาพอดีแล้ว จึงออกเดินทางออกจากจวนตระกูลเฟ่ย
ครั้งนี้เฟ่ยหนานอวี่พาแค่โม่จิ่วเยี่ยคนเดียวไปด้วย ส่วนองครักษ์
ที่เหลือทั้งหมดให้อยู่ในจวน ระหว่างทางโม่จิ่วเยี่ยจึงไม่ต้องกังวลว่า
การกระท าของตนเองจะเป็นที่สงสัย
เมื่อมาถึงจวนอ๋องเก้า แขกเหรื่อก็ต่างทยอยเข้าไปในจวน มี
พ่อบ้านคอยต้อนรับอย่างกระตือรือร้นอยู่หน้าประตู
เฟ่ยหนานอวี่ต้องรอหนานฉีจึงไม่ได้เข้าไปทันที่ แต่ยืนอยู่กับโม่
จิ่วเยี่ยในจุดที่ไม่ไกลจากประตูใหญ่ของจวนอ๋องเก้า
รออยู่ประมาณครึ่งชั่วยาม หนานฉีก็มาถึง
เมื่อเห็นเขามาแต่ไกล โม่จิ่วเยี่ยแทบจะจ าอีกฝ่ายไม่ได้
หนานฉีท้วมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจ านวนผู้ติดตามกับองครักษ์
รอบตัวเขาก็เพิ่มขึ้นมาก ดูท่าว่าตอนนี้เขาใช้ชีวิตอย่างดีจริง ๆ
เมื่อเห็นเขาเดินมา เฟ่ยหนานอวี่รีบก้าวไปข้างหน้าประสานมือ
ค านับ
“องค์ชายหนานฉี”
หนานฉีไพล่มือไว้ด้านหลัง ท่าทางสูงส่งเหนือผู้อื่น
“อืม เจ้าไม่ต้องค านับแล้ว”
ด้วยท่าทีเช่นนี้ช่างแตกต่างจากคนที่โม่จิ่วเยี่ยเคยรู้จักอย่าง
สิ้นเชิง
นี่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากคนเรารู้สึกว่าตนเองได้ขึ้นไปถึง
จุดสูงสุดของชีวิตแล้ว ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนือกว่าใคร
ไม่เว้นแม้แต่หนานฉี เวลานี้เขาถูกขุนนางทั้งราชส านักยกย่อง
จนสูญเสียตัวตนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยก็เช่นกัน เขาตามเฟ่ยหนานอวี่ไปค านับหนานฉีด้วย
แน่นอนว่าหนานฉียังคงไม่ไว้วางใจเฟ่ยหนานอวี่ เมื่อพวกเขา
เข้ามา สายตาของเขาก็ตกลงบนตัวของโม่จิ่วเยี่ยโดยไม่รู้ตัว
โม่จิ่วเยี่ยยังคงรักษาท่าทางก้มหน้าเอาไว้ตลอด แต่ก็ยังสามารถ
เห็นการกระท าของหนานฉีได้จากหางตา
ดังนั้น เขาจึงท าตามค าแนะน าของเฟ่ยหนานอวี่ด้วยการส่ายหัว
เบา ๆ
พอหนานฉีเห็นสัญญาณของเขาแล้ว ก็เบนสายตาไปทางอื่น
“คงจะให้คุณชายเฟ่ยรออยู่นานแล้ว ตามข้าเข้าจวนไปพร้อมกัน
เถอะ”
เฟ่ยหนานอวี่ค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม แล้วพาโม่จิ่วเยี่ยเดิน
ตามหลังหนานฉีไป
หนานฉีเป็นถึงองค์ชายแห่งต้าซุ่น และยังเป็นผู้ที่ทุกคนยอมรับ
ว่าจะเป็นจักรพรรดิในอนาคต การที่เขาพาคนไปร่วมอวยพรวันเกิดที่
จวนอ๋องเก้ามากสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เขาจึงน ากลุ่มคน
เข้าจวนอ๋องเก้าโดยไม่มีใครกล้าขัดขวาง
อย่างไรก็ตาม ตามธรรมเนียมโบราณ ผู้เป็นนายสามารถเข้า
ห้องโถงหลักของเรือนใหญ่ได้ ส่วนผู้ติดตามที่มาด้วยจะถูกจัดให้ไป
อยู่ในสถานที่ที่เตรียมไว้ต่างหาก
หากเจ้านายมีธุระ ก็จะมีคนไปแจ้งโดยเฉพาะ
แม้ว่าหนานฉีตอนนี้จะหยิ่งผยอง แต่เขาก็ไม่กล้าท าลาย
กฎเกณฑ์ที่สืบทอดมาหลายร้อยปี
เขาพาเพียงเฟ่ยหนานอวี่คนเดียวเข้าห้องโถงหลักของเรือน
ใหญ่
โม่จิ่วเยี่ยพร้อมกับกลุ่มคนที่หนานฉีพามาด้วย ถูกน าทางไปยัง
ลานเล็ก ๆ ทางทิศตะวันตก
ที่นี่อยู่ใกล้กับเรือนด้านหลังมาก โม่จิ่วเยี่ยกลัวว่าหากเสี่ยวไป๋
ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่ระวังก็อาจท าให้แผนการล้มเหลวได้ ดังนั้น
ก่อนที่เขาจะเดินตามคนของจวนอ๋องไป จึงส่งสัญญาณให้เสี่ยวไป๋
บินสูงขึ้น แค่ให้สามารถมองเห็นต าแหน่งของมันได้ก็พอ
พอมาถึงลานเล็ก ที่นั่นก็มีผู้ติดตามของเหล่าขุนนางและคนมี
อ านาจมารวมตัวกันอยู่มากมายแล้ว บางคนที่รู้จักกันก็จับกลุ่ม
สนทนากันอยู่
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยหามุมหนึ่งแล้วนั่งลงบนม้านั่งหิน
เขาส ารวจไปรอบ ๆ ตามความเคยชิน และพบว่าบนต้นไม้ใหญ่
หลายต้น มีองครักษ์เงาซ่อนตัวอยู่สิบกว่าคน
ตามหลักแล้ว แขกผู้มาเยือนแม้จะมีองครักษ์เงาติดตามมาด้วย
ก็ควรจะซ่อนตัวอยู่ข้างกายเจ้านายเพื่อคุ้มครอง ไม่ใช่ถูกจัดให้มา
ที่นี่เพื่อคอยดูแลบรรดาผู้ติดตามเหล่านี้
ด้วยเหตุนี้จึงสรุปได้ว่า คนเหล่านี้ไม่ได้มาเพราะแขกที่มาเยือน
แต่เป็นการดูแลจัดการของจวนอ๋องเก้าเองต่างหาก
สิ่งนี้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่ามันช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก
ท่านอ๋องเก้าจะจัดงานเลี้ยงวันเกิด แม้จะจัดให้มีองครักษ์เงาคอย
อยู่ในจวนเพื่อคุ้มกัน ก็ไม่ควรจะจัดวางก าลังไว้ที่นี่
กล่าวคือ คนเหล่านี้มีความเป็นไปได้มากที่จะเป็นคนคุ้มกันของ
ปรมาจารย์ซือเหมิง
โม่จิ่วเยี่ยยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองเข้าใจความจริงแล้ว เขาสังเกต
ต าแหน่งที่ซ่อนตัวของเหล่าองครักษ์เงาอย่างละเอียด วางแผนว่าจะ
จับพวกเขาทั้งหมดอย่างไร เพื่อให้ตนเองฉวยโอกาสออกไปค้นหาตัว
คนสักหน่อย
ปืนยาสลบที่ภรรยาให้มานั้นใช้งานได้ดีที่สุด แต่น่าเสียดายที่สิ่ง
นั้นเมื่อใช้งานแล้วจะมีเสียงดังมาก หากใช้จริง ๆ ก็คงจะท าให้ศัตรู
รู้ตัว มันจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม
โม่จิ่วเยี่ยมองเกาทัณฑ์ที่ผูกไว้ใต้แขนเสื้อ เกาทัณฑ์แขนเสื้อนี้
สามารถยิงลูกดอกได้ต่อเนื่องถึงสิบดอก
แม้ว่าเขาจะยิงไม่พลาดสักดอก ก็จัดการได้เพียงองครักษ์เงาสิบ
คนเท่านั้น แต่เขานับอย่างละเอียดแล้ว ที่นี่มีองครักษ์เงาทั้งหมดสิบ
สองคน
หากไม่สามารถจัดการกับอีกสองคนที่เหลือได้พร้อมกัน ย่อมจะ
ท าให้แผนการของเขาล้มเหลวแน่นอน และที่ส าคัญที่สุดคือความ
ระแวดระวังของปรมาจารย์ซือเหมิง เกรงว่าก่อนที่เขาจะหาตัว
ปรมาจารย์ซือเหมิงเจอ อีกฝ่ายคงจะหนีหายไปเสียก่อนแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็จ าต้องใช้ยาสลบที่ภรรยาให้มาแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยสังเกตเห็นว่ามีองครักษ์เงาหกคนที่อยู่ใกล้กันมากที่สุด
และเป็นจุดที่ใกล้กับลานเล็กนี้มากที่สุดด้วย
เขาตั้งใจจะเริ่มลงมือจากหกคนนี้ก่อน เมื่อตัดสินใจ โม่จิ่วเยี่ยก็
แกล้งท าเป็นขอตัวไปท าธุระส่วนตัว แล้วออกไปทางประตูหลังของ
ลานเล็ก
โชคดีว่าที่นี่มีคนอยู่มาก พวกองครักษ์เงาจึงไม่ได้สนใจแค่เขา
คนเดียว อีกทั้งเขาก็ตั้งใจหลบเลี่ยงสายตาของพวกองครักษ์เงาด้วย
หลังออกจากลานเล็กได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็รีบหลบไปอยู่หลังต้นไม้
ใหญ่ต้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วเล็งเกาทัณฑ์แขนเสื้อไปยังองครักษ์เงา
หกคนที่ตนวางแผนจะจัดการก่อน
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….
“**CY67WJO7**
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถน ามากรอกเพื่อรับ
เหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค็ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ”