ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 35 บรรลุเป้าหมาย
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าเผิงวั่งประเมินนางไว้สูงขนาดนั้น จึงยังคงก้ม
หน้ำก้มตำย่ำงปลาต่อไปอย่ำงตั้งใจ
แรกเริ่มเดิมที่ นางคิดว่าพวกเจ้ำหน้ำที่เหล่านั้นจะมาหาเรื่อง
เฮ่อจือหร่านเองก็เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว
การที่นางทำเช่นนี้ก็มีเหตุผล
ตอนนี้ทุกคนเพิ่งออกเดินทำงจากเมืองหลวง ระยะทำงไปถึงซีเป่ย
ยังอีกยาวไกล
หากนางเริ่มประจบเอาใจพวกเจ้ำหน้ำที่ตั้งแต่แรก จะทำให้พวก
เขำรู้สึกว่าทุกอย่ำงเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติต่อพวกเขำ แล้วต่อไปพวก
เขำจะไม่เรียกร้องมากขึ้นหรือ?
นอกจากนี้ เฮ่อจือหร่านยังอยากจะทดสอบขีดจากัดของ
เจ้ำหน้ำที่ด้วย เพื่อให้ง่ำยต่อการจัดการในอนาคต
จากเรื่องแบ่งปลาย่ำงเมื่อครู่ ดูท่ำว่าบรรดำเจ้ำหน้ำที่ยังพอมี
เหตุผลกันอยู่บ้ำง
เฮ่อจือหร่านเริ่มเข้าใจพวกเขำบ้ำงแล้ว
ปลาไนรอบที่สองย่ำงเสร็จแล้ว ยังคงมีสิบตัวดังเดิม
เฮ่อจือหร่านหยิบปลาสองตัวส่งให้เผิงวั่งกับโม่จิ่วเยี่ยก่อน
ถึงแม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะบาดเจ็บ ไม่เหมาะนักที่จะกินปลา
แต่สถำนการณ์เช่นนี้ก็ไม่มีทำงเลือกอื่น จะให้เขำทนมองคนอื่น
กินจนน้ำลายไหลก็ไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น อาการบาดเจ็บของโม่จิ่วเยี่ยอยู่ภายใต้การดูแล
ของเฮ่อจือหร่านอยู่แล้ว แค่กินปลาตัวหนึ่งคงไม่เป็นอะไรมาก
เผิงวั่งกัดปลาย่ำงไปคำหนึ่ง ดวงตาเขำพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที่
นี่อาจเป็นปลาย่ำงที่อร่อยที่สุดที่เขำเคยกินมาในชีวิต
“โม่จิ่วเยี่ย ข้าบอกแล้วว่าภรรยาท่านเก่งกำจมาก กระทั่งฝีมือ
ย่ำงปลายังดีขนาดนี้ ท่านช่ำงโชคดีจริง ๆ”
“อืม รสชำติดีจริง ๆ”
โม่จิ่วเยี่ยตอบรับอย่ำงเลื่อนลอย ความคิดในหัวยิ่งวนเวียนไปมา
สิ่งที่เฮ่อจือหร่านทำ ไม่ว่าแบบใดก็ไม่ใช่ความสามารถที่สตรี
ชั้นสูงพึงมี
แต่เพราะความแตกต่ำงของนางนี่เอง ที่ทำให้สกุลโม่ไม่ต้อง
ลาบำกนับตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงจนถึงตอนนี้
ในใจของเขำเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย รู้สึกว่าตนเองนั้น
ไร้ความสามารถ ทำให้ครอบครัวต้องถูกเนรเทศแล้ว ยังต้องให้สตรีผู้
หนึ่งออกหน้ำแก้ไขปัญหาต่ำง ๆ อีก
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยคิดอะไร นางแบ่งปลาย่ำงเสร็จแล้ว
แต่ยังเหลือเจ้ำหน้ำที่อีกสี่คนที่ยังไม่ได้รับส่วนแบ่ง
ครั้งนี้ท่ำทีของนางไม่เลว เมื่อส่งปลาออกไปแล้ว ก็ไม่ควรทำให้
อีกฝ่ำยไม่พอใจอีก
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ทั้งหลาย ข้าจะไปย่ำงปลารอบต่อไปเดี๋ยวนี้ ทุก
ท่านจะได้ส่วนแบ่งแน่นอน”
เมื่อเห็นพี่น้องกินอย่ำงเอร็ดอร่อย เจ้ำหน้ำที่สี่คนที่เหลือก็รู้สึก
หงุดหงิด
แต่หลังเห็นเฮ่อจือหร่านกำลังวุ่นวายทำให้ พวกเขำก็คิดไปมา
สุดท้ำยจึงระงับความโกรธ และรอคอยอย่ำงอดทน
ไม่นานเจ้ำหน้ำที่ทั้งสี่ก็ได้รับปลาย่ำงในที่สุด
แม้คนอื่น ๆ จะกินปลาย่ำงไปนานแล้ว ตอนนี้เห็นพวกเขำสี่คน
กำลังกิน ก็ยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้
เจ้ำหน้ำที่สี่คนนั้นรู้สึกเหนือกว่าในทันที่ พวกเขำกินปลาย่ำง
อย่ำงเอร็ดอร่อย รู้สึกพอใจเป็นอย่ำงมาก
เฮ่อจือหร่านเก็บปลาย่ำงไว้สาหรับตนเองหนึ่งตัว และมอบปลา
อีกสามตัวให้กับสะใภ้รอง
“พี่สะใภ้รอง ท่านนาปลาสามตัวนี้ไปให้ท่านลุงเซี่ยทำนเถอะ”
สะใภ้รองประหลาดใจมาก
“น้องสะใภ้เก้ำ เจ้ำพูดจริงหรือ”
เฮ่อจือหร่านยิ้มพลางตอบ “แน่นอน ท่านลุงเซี่ยกับท่านป้ำอายุ
มากแล้ว ทั้งยังไม่ได้กินให้อิ่มมาสองวัน ปลาย่ำงจะช่วยบำรุงร่างกาย
พวกเขำ หลินเอ๋อร์เองก็ยังอ่อนแอ เขำต้องการอาหารบำรุงเช่นกัน”
สะใภ้รองรู้สึกตื้นตันใจนัก
“ดีจริง ๆ ข้าจะเอาไปให้พวกเขำเดี๋ยวนี้ ขอบคุณเจ้ำมากนะ”
หลังสะใภ้รองวิ่งจากไปอย่ำงรวดเร็ว เฮ่อจือหร่านจึงหาที่ร่มนั่ง
พักและกินปลาย่ำง
การกระทำนี้ทำให้นางถูกจ้องมองด้วยสายตำเกลียดชังอีกครั้ง
เฮ่อจือหร่านรับรู้ถึงสายตำเหล่านั้น นางไม่ได้เลือกจะเมินเฉย
แต่เผชิญหน้ำกับพวกเขำทีละคน
นางอยากรู้ว่าคนเหล่านี้เกลียดชังสกุลโม่มากเพียงใด
กลุ่มแรกที่นางมองคือบุรุษจากตระกูลเหอสองคนที่ลากเกวียนให้
พวกเขำจ้องมองมาเฮ่อจือหร่านอยู่เช่นกัน
ปำกของพวกเขำขยับไม่หยุด ดูแล้วเหมือนกำลังด่ำทอ
บำงทีอาจเป็นเพราะพวกเขำเกรงกลัวเหล่ำเจ้ำหน้ำที่ จึงไม่กล้ำ
ส่งเสียงดังก็เป็นได้
กระทั่งตำแหน่งที่นางนั่งอยู่ ก็ไม่ได้ยินเสียงของพวกเขำ
ตระกูลหลี่ก็ไม่น้อยหน้ำตระกูลเหอ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง
เด็กหรือผู้ใหญ่ต่ำงจ้องมองเฮ่อจือหร่านด้วยแววตำโกรธเคือง
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งหลี่โหรวเอ๋อร์ หากสายตำสามารถฆ่ำคนได้
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าตนเองต้องตำยไปกี่รอบแล้ว
นางถือปลาย่ำงขึ้นสูงเล็กน้อยไปทำงหลี่โหรวเอ๋อร์ จากนั้นก็กัด
ลงไปอีกคำ การกระทำนี้ชวนให้น่ำหงุดหงิดจนแทบอยากจะฆ่ำคนทิ้ง
ได้เลยทีเดียว
อีกด้าน ถึงแม้คนตระกูลฟำงจะมองเฮ่อจือหร่าน แต่สายตำของ
พวกเขำกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังเหมือนตระกูลเหอและ
ตระกูลหลี่
เฮ่อจือหร่านสังเกตอย่ำงละเอียด พบว่าแววตำของพวกเขำจะ
ฉำยแววร้องขอและไม่เต็มใจมากกว่า
ส่วนคนตระกูลเซี่ยยิ่งไม่ต้องพูดถึง ก่อนหน้ำนี้เฮ่อจือหร่าน
ช่วยชีวิตเซี่ยหลินเอาไว้ แล้ว และตอนนี้ยังให้สะใภ้รองส่งปลาย่ำง
มาถึงสามตัว
ด้วยเหตุนี้ ความบาดหมางที่พวกเขำมีต่อสกุลโม่จึงเบำบำงลงไป
อีก
ตระกูลฟำงกับตระกูลเซี่ยคงเหมือนกัน นั่นคือสามารถค่อย ๆ ละ
วางความเกลียดชังลงได้
แน่นอนว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องให้โม่จิ่วเยี่ยออกหน้ำแก้ไขเองจะ
เหมาะสมที่สุด
ท้ำยที่สุดแล้ว ก็มีเพียงการเผชิญหน้ำกันโดยตรงเท่านั้นจึงจะ
อธิบำยได้อย่ำงกระจ่ำงแจ้งยิ่งขึ้น
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านพอจะเข้าใจสถำนการณ์แล้ว นางจะหา
โอกำสปรึกษำกับโม่จิ่วเยี่ยในภายหลัง
เพิ่งจะกินปลาย่ำงจนหมด นางก็ถูกเผิงวั่งเรียกตัวไป
“เฮ่อจือหร่าน ฝีมือจับปลาของเจ้ำไม่เลวเลย ในเมื่อตอนนี้พวก
เราก็หยุดพักแล้ว ไม่สู้ไปจับปลากลับมาอีกสักหน่อยเล่ำ”
เฮ่อจือหร่านยิ้มเยาะ “เจ้ำหน้ำที่เผิงยังกินไม่อิ่มอีกหรือ”
เมื่อถูกจับได้ว่าคิดอะไรอยู่ ใบหน้ำแก่ ๆ ของเผิงวั่งก็แดงก ่ำ
“เอ่อ…เอาเป็นว่าเป็นเช่นนั้นแหละ!”
ความจริงแล้ว ถึงแม้เผิงวั่งจะไม่พูด เฮ่อจือหร่านก็วางแผนไว้อยู่
แล้ว
เพียงแต่ นางไม่อยากพลาดโอกำสที่จะทวงบุญคุณจากใครสัก
คน
“เจ้ำหน้ำที่เผิง ข้าก็เป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เมื่อครู่
หากไม่ใช่เพราะต้องให้คนในครอบครัวได้กินอะไรสักหน่อย ข้าก็คง
ไม่ถอดรองเท้ำเดินลงแม่น้ำไปจับปลาต่อหน้ำผู้อื่น”
“ตอนนี้ทุกคนก็ได้กินปลากันไปแล้ว ท่านอย่ำทำให้ข้าลาบำกใจ
เลย”
หลังเผิงวั่งถูกปฏิเสธ ใบหน้ำของเขำก็ดำคล้ำในทันที่
แต่พอนึกถึงรสชำติอร่อยของปลาย่ำง เขำก็ต้องอดทนไว้
“ครั้งนี้เจ้ำไม่ต้องจับมามาก สิบตัว แค่สิบตัวก็พอ”
เฮ่อจือหร่านแกล้งก้มหน้ำครุ่นคิดด้วยทำท่ำลังเลใจ
เผิงวั่งเห็นดังนั้นก็ร้อนใจแล้ว
“ถ้ำอย่ำงนั้น หากเจ้ำไปจับปลามาอีกสิบตัว ข้าจะตกลงตำม
เงื่อนไขที่เจ้ำขอ และอยู่ในขอบเขตที่ข้าทำให้ได้”
“ในเมื่อเจ้ำหน้ำที่เผิงพูดถึงขนาดนี้แล้ว หากไม่ไป ข้าก็คงจะหยิ่ง
ผยองเกินไป ได้ ท่านรอตรงนี้สักครู่”
เมื่อเฮ่อจือหร่านบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงไม่พูดมากความอีก นาง
ถอดรองเท้ำอีกครั้งเดินลงไปในแม่น้ำ
ในแม่น้ำมีปลาอยู่ไม่น้อย การจับปลาสิบตัวสาหรับเฮ่อจือหร่าน
แล้วก็เหมือนกับเรื่องสนุก
ไม่นานนัก นางก็โยนปลาสิบตัวขึ้นฝั่ง
พี่สะใภ้ทั้งหลายไม่รอช้ำ หลังได้ปลามาก็นั่งยองอยู่ริมแม่น้ำเพื่อ
ล้ำงและใช้ไม้เสียบ
เฮ่อจือหร่านคิดว่า ในเมื่อลงแม่น้ำมาแล้ว เหตุใดไม่จับปลาให้
เยอะ ๆ ไปเสีย เผื่อไว้ทำนอีกตอนกลางคืน
ดังนั้น หลังจากจับปลาครบสิบตัวแล้ว นางก็ไม่รีบขึ้นฝั่ง ยังคง
วุ่นวายอยู่ตรงนั้นต่อ
ตอนนั้นเอง ภรรยาของฟำงฉวนโจวแซ่จ้ำว ก็เดินมาหาฮูหยินผู้
เฒ่ำ
ท่ำทีของนางลดลงมาก
“ฮูหยินผู้เฒ่ำ เมื่อวานที่ดูหมิ่นท่านกั๋วกงไป เป็นความผิดของ
พวกเรา ขอท่านอย่ำได้ถือสาเลย”
ฮูหยินผู้เฒ่ำมองอีกฝ่ำย ไม่รู้ว่านางต้องการอะไรกันแน่
“ฮูหยินฟำง ตอนนี้จิ่วเยี่ยไม่ใช่ท่านกั๋วกงแล้ว เจ้ำเรียกชื่อเขำ
โดยตรงก็พอ จะได้ไม่ถูกคนอื่นจับผิดและไปก่อเรื่องวุ่นวาย”