ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 355 ขอลาไปก่อน
“ท่านพ่อตา เรื่องที่ข้าต้องการจะบอกอาจฟังดูเหลือเชื่อ ท่าน
ต้องเตรียมใจไว้ให้ดี”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของลูกเขย เฮ่อเยวียนหมิงก็พลอย
เคร่งเครียดตามไปด้วย
“มันเรื่องอะไรกันแน่?”
“หนานฉีไม่ใช่โอรสแท้ ๆ ขององค์จักรพรรดิกับหยวนกุ้ยเฟย
องค์ชายตัวจริงเป็นคนอื่น…”
โม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องการสลับตัวกันระหว่างหนานฉีกับเฟยหนานอวี๋
ให้พ่อตาฟังอย่างรวดเร็ว หวังว่าเขาจะสามารถวิเคราะห์ได้เองว่าควร
รับมืออย่างไร
แน่นอนว่าส าหรับเฮ่อเยวียนหมิงแล้ว นี่เป็นข่าวใหญ่ที่น่าตกใจ
มาก
“ดูเหมือนว่าราชวงศ์ต้าซุ่นจะมีแต่เรื่องวุ่นวายจริง ๆ แม้แต่หมา
แมวก็สามารถเป็นองค์ชายได้แล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าพ่อตาจงรักภักดีต่อราชวงศ์ต้าซุ่น จึงตัดสินใจบอก
ทุกสิ่งที่เขารู้ให้ฟัง
“ยังมีอีกเรื่อง หนานเหิงสมรู้ร่วมคิดกับจักรพรรดินีแห่งหนาน
เจียง บัดนี้นางได้สิ้นชีพไปแล้ว องค์ชายหนานรุ่ยพาเต๋อเฟยเหนียง
เหนียงหนีออกจากเมืองหลวง ปลอมตัวไปใช้ชีวิตที่อื่น ดังนั้น ข้า
ขอให้ท่านเตรียมใจไว้ด้วยว่าราชบัลลังก์ต้าซุ่นจะตกอยู่ในมือของ
ใครในอนาคต”
ส าหรับเฮ่อเยวียนหมิงแล้ว ข่าวที่โม่จิ่วเยี่ยน ามานี้น่าตกใจยิ่ง
กว่าอีก
โม่จิ่วเยี่ยเห็นท่าทางเหม่อลอยของเขา แต่ไม่มีเวลาอธิบายโดย
ละเอียดอีกแล้ว เพราะตอนนี้ ประตูห้องก าลังถูกเคาะจากด้านนอก
“ใต้เท้าเฮ่อ ข้าเตรียมเสื้อผ้ามาให้แล้วขอรับ”
เฮ่อเยวียนหมิงรีบจัดการอารมณ์ของตนเอง ท าเป็นว่าไม่มีอะไร
เกิดขึ้น แล้วเปิดประตูห้องด้วยตัวเอง
ขณะเขาก าลังจะรับเสื้อผ้าจากมือของพ่อบ้าน ก็เห็นว่าพ่อบ้านที่
เมื่อครู่ยังดูกระฉับกระเฉงพร้อมกับของที่ถืออยู่ล้มลงกับพื้นทันที่
ตามมาด้วยร่างของเฮ่อเยวียนหมิงที่ถูกโม่จิ่วเยี่ยดึงกลับไปด้านหลัง
อย่างแรง
“ระวังขอรับ” โม่จิ่วเยี่ยเตือนเบา ๆ
ในขณะที่เฮ่อเยวียนหมิงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น โม่จิ่วเยี่ยก็จับ
แมลงตัวหนึ่งด้วยมือเปล่า
เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่ได้พก
ขวดเล็ก ๆ หรือสิ่งของประเภทนั้นติดตัวมา แมลงพิษดิ้นรนไม่หยุดอยู่
ในมือเขา
หากไม่ใช่เพราะต้องการเก็บหลักฐานบางอย่างไว้เพื่อยืนยัน
ความผิดของอ๋องเก้าให้พ่อตา เขาอาจจะบีบแมลงพิษตัวนี้ให้ตาย
ทันที่
เฮ่อเยวียนหมิงแม้ไม่เคยเห็นหนอนกู่กับตาตัวเอง แต่เมื่อเห็นสี
หน้าตื่นตระหนกของลูกเขย ก็พอจะเดาได้ว่าการมาของพ่อบ้านเมื่อ
ครู่นี้ คงเป็นค าสั่งของอ๋องเก้าที่ส่งมาวางยาพิษหนอนกู่ให้เขาแน่ ๆ
เขาเห็นลูกเขยยังก าแมลงน่าขยะแขยงตัวนั้นไว้ในมือ จึงรีบหยิบ
ถ้วยชาบนโต๊ะมาให้โม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยรับถ้วยชามา แล้วปล่อยแมลงลงไปในนั้น จากนั้นก็รีบ
ปิดฝาให้เรียบร้อย
“ไม่คิดว่าท่านอ๋องเก้าจะลงมือเร็วถึงเพียงนี้”
โม่จิ่วเยี่ยสงสัยว่าตนเองเพิ่งแจ้งข่าวนี้ให้เฟ่ยหนานอวี่ได้ทราบ
ไม่นาน แม้อีกฝ่ายจะวางแผนต่อต้านเรื่องนี้ร่วมกับหนานฉี แต่ก็น่า
จะต้องใช้เวลาสักหน่อย
เขาเกรงว่า ตอนนี้อาจมีขุนนางบางคนรับกู่พิษไปแล้ว
โชคดีที่เขาพาพ่อตามาที่นี่และยังไม่ได้จากไป มิเช่นนั้น หาก
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับพ่อตาผู้เป็นนักปราชญ์แต่ที่ไร้ซึ่งก าลังคงไม่มี
ทางหลีกเลี่ยงมันได้
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาในใจ หาก
พ่อตาถูกคุกคามด้วยพิษกู่ขณะที่เขารู้เรื่อง เขาคงไม่รู้ว่าจะอธิบาย
กับภรรยาอย่างไรเมื่อกลับไปซีเป่ย
“ท่านพ่อตา ท่านเก็บหนอนกู่นี้ไว้ให้ดี วันหน้ามันอาจได้ใช้
ประโยชน์”
เฮ่อเยวียนหมิงรู้ว่าหนอนกู่นี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เขากังวลว่า
ถ้วยชาเพียงใบเดียวอาจไม่สามารถกักขังมันไว้ได้ จึงรีบหยิบ
ผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อ แล้วห่อถ้วยชาอย่างแน่นหนา”โชคดีที่
เจ้าอยู่ที่นี่ด้วย ข้าถึงสามารถรอดพ้นจากอันตรายครั้งนี้ได้อย่าง
หวุดหวิด”
โม่จิ่วเยี่ยไม่มีเวลาพูดอะไรมาก ตอนนี้คนอยู่หน้าประตูแล้ว เขา
จัดการลากพ่อบ้านเข้าไปในห้อง
“ท่านพ่อตา ข้าเชื่อว่าจวนอ๋องเก้าคงจะวุ่นวายในไม่ช้า ท่านควร
รีบออกจากสถานที่อันตรายนี้เสียแต่เนิ่น ๆ เถอะ” โม่จิ่วเยี่ยเตือนด้วย
ความจริงใจ
เฮ่อเยวียนหมิงพยักหน้า “ข้าจะเข้าวังเพื่อรายงานเรื่องนี้ต่อองค์
จักรพรรดิทันที”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าพ่อตาเป็นคนมีขอบเขต การที่เขาเข้าวังก็ย่อมพูด
แค่เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนอ๋องเก้าเท่านั้น ไม่มีทางพูดถึงตัวตนของเฟ่ย
หนานอวี่กับหนานฉี
ส่วนเรื่องที่พ่อตาจะเลือกท าอย่างไรต่อไป เขาเชื่อว่าด้วย
ประสบการณ์ของอีกฝ่าย คงจะหาโอกาสที่ดีกว่านี้ได้แน่นอน
ในเมื่อวิกฤตของเฮ่อเยวียนหมิงคลี่คลายแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่คิด
จะอยู่ต่อ
“ท่านพ่อตา ข้าไม่อาจอยู่ที่นี่ได้นาน ขอลาไปก่อน”
เฮ่อเยวียนหมิงเห็นโม่จิ่วเยี่ยจะจากไป ก็ยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่
บ้าง “ลูกเขย เจ้ามาเมืองหลวงไม่ใช่เรื่องง่าย ท าไมไม่แวะไปพักที่
เรือนข้าสักหน่อย ให้แม่ยายของเจ้าได้พบหน้าเจ้าด้วย”
โม่จิ่วเยี่ยปฏิเสธว่า “ข้ายังมีธุระส าคัญ ภายภาคหน้าหากมี
โอกาส จะพาหร่านหร่านกับลูกของพวกเราไปเยี่ยมท่านและท่านแม่
ยายที่เรือนแน่นอน”
“เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าไม่รั้งเจ้าไว้แล้ว เจ้าต้องระวังตัวให้มาก
หร่านหร่านยังรอให้เจ้ากลับไปที่ซีเป่ย”
ที่จริงแล้ว เฮ่อเยวียนหมิงต้องการเชิญโม่จิ่วเยี่ยไปที่บ้าน เพราะ
มีจุดประสงค์หลักอยู่อย่างหนึ่ง
นั่นคือเขาต้องการมอบเงินจ านวนหนึ่งให้โม่จิ่วเยี่ยน ากลับไป
ครั้งก่อนที่พวกเขาไปจากเมืองหลวง เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่าง
กะทันหัน และเขาก็ต้องคิดหาวิธีเร่งด่วนเพื่อไปส่งคนพร้อมกับภรรยา
เงินที่น าติดตัวไปให้ลูกสาวจึงมีน้อยนัก
ครั้งนี้ลูกเขยเข้ามาในเมืองหลวงแล้ว เขาจึงตั้งใจจะให้เงินเพิ่ม
อีกจ านวนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่เวลาออกจากบ้านเขามักจะพกตั๋วเงิน
ติดตัวน้อยมาก
ผลคือ เมื่อเจอกับเหตุการณ์เช่นวันนี้ เฮ่อเยวียนหมิงก็รู้สึกอึด
อัดใจ เพราะเขาไม่มีสิ่งของมีค่าติดตัวที่จะให้ลูกเขยน ากลับไปได้เลย
อย่างไรก็ตาม เฮ่อเยวียนหมิงก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
“ลูกเขย เจ้าบอกที่อยู่ของพวกเจ้าที่ซีเป่ยให้ข้าได้หรือไม่”
เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คิดอะไรมาก
การที่ผู้อื่นเป็นห่วงที่อยู่อาศัยของลูกสาวไม่ใช่เรื่องแปลก เขา
เคยเสนอให้เฮ่อจือหร่านเขียนจดหมายกลับบ้านเพื่อรายงานความ
ปลอดภัย แต่เฮ่อจือหร่านกังวลว่าสถานะปัจจุบันของนางอาจส่งผล
กระทบต่อครอบครัว นางไม่อยากสร้างปัญหาที่ไม่จ าเป็นให้กับที่บ้าน
ดังนั้นจึงอดทนไม่มีการเขียนจดหมายส่งมา
ยามนี้ได้พบกับท่านพ่อตาแล้ว สิ่งที่พูดออกมาใครก็จับผิดอะไร
ไม่ได้ เขาจึงบอกที่อยู่ให้อีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“ตอนนี้พวกเราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่ง เมืองอวิ่น เขตซีเป่ย”
เฮ่อเยวียนหมิงทบทวนที่อยู่ของบุตรสาวในใจหลายครั้ง แล้วจึง
เดินออกจากห้องตามหลังโม่จิ่วเยี่ย
ด้วยความที่เฮ่อเยวียนหมิงเป็นแขก เขาย่อมสามารถเดินออก
จากจวนอ๋องเก้าได้อย่างเปิดเผย
แต่โม่จิ่วเยี่ยต่างออกไป เขาต้องใช้วิชาตัวเบากระโดดข้าม
ก าแพง
ตอนนี้เขาคืนใบหน้าเดิมของตนแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้คน
คุ้นเคยจดจ าได้ จึงมุ่งหน้าไปยังตลาดที่ใกล้ที่สุดหลังออกจากจวน
อ๋อง ซื้อหมวกฟางมาสวมบนศีรษะ
การออกจากเมืองหลวงเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีเหตุการณ์
พิเศษเกิดขึ้น ยามที่ประตูเมืองก็ไม่ค่อยซักถามนัก
เขารีบไปรวมตัวกับพี่ชายทั้งสองทันที่
เวลานี้ปรมาจารย์ซือเหมิงยังคงไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นแม้แต่น้อย การ
เดินทางพร้อมกับคนในสภาพเช่นนี้จึงไม่สะดวก สามพี่น้องจึง
ตัดสินใจจะหยุดพักชั่วคราว
เมื่อมีเขาอยู่ พี่ห้าก็สามารถออกไปซื้อวัตถุดิบอาหารได้อย่าง
สบายใจ ตอนกลางคืนพวกเขาจ าเป็นต้องกินอาหารง่าย ๆ บ้าง
พี่ห้าเพิ่งออกไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะร่างกายที่พิเศษของปรมาจารย์
ซือเหมิงหรือไม่ ในที่สุดเขาก็ตื่นขึ้นมาเร็วกว่าเวลาที่คาดไว้ถึงหนึ่ง
ชั่วยาม
ฝ่ายโม่จิ่วเยี่ยก าลังเป็นห่วงท่านพ่อตา ไม่รู้ว่าเมื่ออีกฝ่ายน า
หนอนกู่เข้าวัง จักรพรรดิซุ่นอู่จะเชื่อค าพูดของเขาหรือไม่
ตอนนั้นเอง เสียงของพี่หกก็ดังขึ้น
“น้องเก้า เจ้ารีบมาทางนี้เร็ว”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียงเรียกของพี่หก ก็รีบดึงความคิดกลับมา แล้ว
หันหลังไปยังห้องที่ขังปรมาจารย์ซือเหมิงอยู่
ปรมาจารย์ซือเหมิงเบิกตากว้าง จ้องมองพี่หกอย่างตั้งใจ
“เจ้าคือโม่จิ่นเหนียนหรือ?”
พี่หกแค่นเสียงเย็นชา “หึ เจ้าไม่คิดว่าพวกเราจะได้พบกันเช่นนี้
สินะ”