ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 356 เจ้าซ่อนท่านพ่อกับพี่ชายของข้าไว้ที่ใด
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 356 เจ้าซ่อนท่านพ่อกับพี่ชายของข้าไว้ที่ใด
ช่วงที่พี่หกถูกพิษกู่ควบคุม ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในหลาย
ปีที่ผ่านมา แต่ไม่จ าเป็นต้องใช้สมองคิดก็รู้ว่า พิษกู่หุ่นเชิดที่อยู่ใน
ร่างของเขาเป็นฝีมือของคนตรงหน้า และย่อมต้องเคยติดต่อกัน
หลายครั้ง
ตอนนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงตระหนักได้แล้วว่า สถานการณ์ที่
ตนเองก าลังเผชิญอยู่ไม่เป็นผลดีอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยที่เข้ามาใกล้ เขารู้ชัดแจ้งว่า ตนเอง
ได้ตกอยู่ในเงื้อมมือของพี่น้องสกุลโม่เสียแล้ว
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็รู้สึกแค้นเคือง ทั้งหมดเป็นเพราะความ
ประมาทของตนในตอนแรก จึงท าให้โม่จิ่นเหนียนมีโอกาสได้รับการ
ช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน เขาก็สรุปได้ว่าคนที่ช่วยโม่จิ่นเหนียนออกมาจาก
หนานเจียงก็คือโม่จิ่วเยี่ย
แม้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะคาดเดาเรื่องราวได้เกือบทั้งหมดแล้ว
แต่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าใครกันแน่ที่สามารถถอนกู่หุ่นเชิดที่เขาใส่ไว้
ในตัวผู้อื่นได้
ด้วยสถานะของเขาในแวดวงผู้ใช้กู่ ย่อมกล้าพูดได้ว่าไม่มีใคร
เป็นที่หนึ่งนอกจากเขา
กู่ที่เขาใส่ให้ผู้อื่นไป ไม่มีทางที่ใครจะสามารถน ามันออกมาได้
เป็นไปได้หรือไม่ว่าในตอนที่เขาไม่ทันสังเกต อาจปรากฏ
ปรมาจารย์ผู้ใช้กู่ที่เก่งกาจยิ่งกว่าตัวเขาเอง?
ปรมาจารย์ซือเหมิงก าลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง โม่จิ่ว
เยี่ยก้าวเข้ามาด้วยความโกรธแค้นก่อนจะเตะเขาอย่างหนัก
ในเวลาเดียวกัน เสี่ยวไป๋ที่เพิ่งบินกลับมาก็บินเข้ามาในห้อง เมื่อ
เห็นเจ้าของแสดงอ านาจ มันก็บินวนเหนือศีรษะของเขาอย่างตื่นเต้น
พร้อมส่งเสียงร้องด้วยความยินดี
การเตะครั้งนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ออมแรงแม้แต่น้อย มันเป็นการตั้งใจ
เตะร่างของปรมาจารย์ซือเหมิงอย่างจัง
แม้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะมีวรยุทธ์ติดตัว แต่เขาก็ยังรู้สึกทนไม่
ไหวอยู่บ้าง
น่าเสียดายที่มือเท้าของเขาถูกมัดด้วยเชือก ท าให้ไม่สามารถ
ขยับตัวได้เลย ขณะที่เขาก าลังจะระเบิดอารมณ์ใส่โม่จิ่วเยี่ย ก็พลัน
เห็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของตน
“เป่าเป่ยเอ๋อร์ จัดการเขาซะ!”
สัตว์เลี้ยงที่เขาเลี้ยงมา เขารู้ดีถึงพลังของมัน เมื่อเจ้าตัวน้อย
แสดงเขี้ยวเล็บออกมา ความดุร้ายของมันก็จะรุนแรงมาก
วันนี้เขาตกอยู่ในเงื้อมมือของพี่น้องสกุลโม่ คงไม่มีความหวังที่
จะรอดชีวิตแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่สู้พาสัตว์เลี้ยงที่รักไปด้วยกัน อย่างน้อย
ระหว่างทางก็จะไม่เดี่ยวดาย
แต่ผลลัพธ์ที่ท าให้เขาประหลาดใจคือเสี่ยวไป๋ไม่ได้ฟังค าสั่งของ
เขาเลย แต่กลับพยายามเอาอกเอาใจโม่จิ่วเยี่ยอยู่ตลอดเวลา
ปรมาจารย์ซือเหมิงยังคงไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อว่า
สัตว์เลี้ยงแสนรักของเขาจะไม่ฟังค าสั่ง อาจเป็นเพราะเจ้าตัวน้อย
ไม่ได้เจอเขามานานจึงตื่นเต้นเกินไป
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจสั่งเสี่ยวไป๋ให้ท าร้ายพี่
น้องสกุลโม่อีกครั้ง
ใครจะรู้ว่าคราวนี้เสี่ยวไป๋กลับเปลี่ยนร่างเป็นเหยี่ยวและจู่โจม
ดวงตาของเขาเสียเอง
ปรมาจารย์ซือเหมิงเห็นเช่นนั้นก็ชะงักไปชั่วขณะ ด้วยวรยุทธ์
ของเขา แม้มือเท้าจะถูกมัด ก็ยังท าให้หลบเลี่ยงได้แต่ไม่สมบูรณ์
แม้ว่าเสี่ยวไป๋จะไม่ได้จิกดวงตาของเขาอย่างแม่นย า แต่มันก็จิก
เนื้อออกมาเป็นชิ้นใหญ่ใต้หางตาของเขาอย่างรุนแรง
เลือดสด ๆ ไหลอาบลงมาตามใบหน้าด้านข้างของปรมาจารย์
ซือเหมิง เมื่อรวมกับสีหน้าเจ็บปวดและตกใจของเขา ก็ชวนให้ผู้ที่พบ
เห็นรู้สึกสยดสยอง
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้นจึงยื่นแขนออกไป เสี่ยวไป๋บินลงมาเกาะทันที่
เขาจงใจชมเสี่ยวไป๋ต่อหน้าปรมาจารย์ซือเหมิง
“เสี่ยวไป๋ ท าได้ดีมาก”
“เป็นไปไม่ได้! มันเป็นสัตว์ที่ข้าเลี้ยงดูมาอย่างดีมาสิบกว่าปี มัน
ไม่มีทางผิดพลาดได้”
ยามนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงคิดได้เพียงว่าตนเองจ าสัตว์เลี้ยงของ
ตนเองผิด สัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของเขาไม่มีทางยอมรับคนอื่นเป็น
เจ้านายได้
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจความคิดของเขา ตอนนี้ศัตรูคู่อาฆาตของสกุล
โม่อยู่ตรงหน้าแล้ว เขาไม่มีอารมณ์จะมาสนทนาเรื่องนี้มากนัก
พี่หกเป็นคนพูดตรงประเด็น
“บอกมา เจ้าซ่อนท่านพ่อกับพี่ชายของข้าไว้ที่ใด?”
เมื่อได้ยินค าถามของพี่หก ดวงตาของปรมาจารย์ซือเหมิงก็หด
เล็กลงทันที่ พร้อมกันนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่าง
ย ่าแย่ยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
ส าหรับพี่น้องสกุลโม่ ปรมาจารย์ซือเหมิงคือศัตรูคู่อาฆาตที่สุด
และในใจของปรมาจารย์ซือเหมิงเอง พวกเขาสกุลโม่ก็สมควร
ถูกทรมานก่อนจะถึงเวลาที่ก าหนดไว้ แล้วตกตายไปอยู่เป็นเพื่อนคน
รักของเขา
ใครจะรู้ว่าเรื่องราวที่ก าลังจะสมบูรณ์แบบ ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
กลับเกิดเหตุการณ์มากมายเช่นนี้ขึ้น
ตอนนี้เขาท าได้เพียงท าให้คนตรงหน้าใจเย็น ๆ แล้วหาทาง
หลบหนีเท่านั้น
คิดได้ดังนั้น ปรมาจารย์ซือเหมิงก็รีบสงบสติอารมณ์ทันที่
“ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าก าลังพูดถึงอะไร พวกเราไม่เคยรู้จักกันมา
ก่อน เหตุใดถึงมาจับตัวข้า?”
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะ “หึ ๆ …เจ้าจิ้งจอกเฒ่า เมื่อครู่เจ้ายัง
เรียกชื่อพี่หกของข้าได้อยู่เลยไม่ใช่หรือ? ท าไม? ไม่ทันไรก็ไม่รู้จัก
กันเสียแล้วหรือ?”
ปรมาจารย์ซือเหมิงยังคงแกล้งท าเป็นสับสน “ยอดนักรบทรงพลัง
ผู้เลื่องชื่อของสกุลโม่ จนเคยมีคนบูชาภาพวาดของเขาไว้ในบ้าน ข้า
จะจ าได้บ้างก็คงไม่แปลกอะไรกระมัง?”
เรื่องนี้ก็เป็นความจริง
โม่จิ่นเหนียนเกิดมาพร้อมพละก าลังเหนือมนุษย์ ชาวบ้านถึงกับ
เล่าลือกันว่าค้อนในมือของเขาหนักอย่างน้อยหนึ่งร้อยชั่ง
ในอดีตโม่จิ่นเหนียนน าทัพที่ชายแดน บุกตีกองทัพของชาว
หนานเจียงจนแตกพ่าย เรื่องนี้ในตอนนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นที่รู้กัน
ทั่วบ้านทั่วเมือง
แต่ถ้าพี่น้องสกุลโม่เชื่อค าพูดของเขาก็คงโง่มาก
เหล่าพี่น้องไม่อยากเสียเวลาพูดคุยกับคนประเภทนี้ แต่พวกเขา
ต่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่อาจตายได้ ก่อนที่จะรู้เรื่องของบิดาและพี่ชาย
ด้วยเหตุนี้ การสอบสวนจึงท าได้ไม่เต็มที่
พวกเขาไม่กล้าท าอะไรรุนแรงเกินไป หากชายชราผู้นี้ตัดสินใจสู้
ตายพร้อมกัน ชีวิตของบิดาและพี่ชายของพวกเขาก็อาจตกอยู่ใน
อันตรายด้วย
“พวกข้าพี่น้องเพียงต้องการรู้ที่อยู่ของท่านพ่อกับพี่ชาย หาก
เจ้าบอกความจริงมา ข้าอาจพิจารณาจะปล่อยเจ้าไป”
โม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนี้ก็เพื่อพยายามข่มความโกรธเอาไว้และถ่วง
เวลา เขากลัวว่าปรมาจารย์ซือเหมิงอาจคิดสั้นและลงมือท าอะไรก็ได้
“บิดาและพี่ชายเจ้าไม่ได้ตายในสนามรบนานแล้วหรอกหรือ ข้า
จะรู้ที่อยู่ของพวกเขาได้อย่างไร”
ปรมาจารย์ซือเหมิงเองก็เป็นจิ้งจอกเฒ่าที่ไม่ธรรมดา ในเมื่อ
ก าลังพูดอยู่กับเขา เขาก็สามารถแกล้งโง่ได้เช่นกัน
เดิมทีโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่มีความอดทนอยู่แล้ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายยียวน
เป็นเช่นนี้ ชายหนุ่มยิ่งไม่สามารถควบคุมความโกรธในใจได้
เขามองออกอยู่แล้ว การสอบสวนกับคนแก่คนนี้คงจะไม่ได้
ค าตอบอะไร
ดังนั้นเขาจึงหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อ
ข้างในนั้นเป็นผงคันที่ภรรยาของเขาเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ
นี่เป็นสิ่งที่เฮ่อจือหร่านคิดไว้ล่วงหน้า หากพวกเขาจับตัว
ปรมาจารย์ซือเหมิงได้ส าเร็จ ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถลงมือฆ่า
คนได้ การจะถามเอาข้อมูลบางอย่างออกมาคงไม่ใช่เรื่องง่าย
ด้วยเหตุนี้ นางจึงตั้งใจค้นหาสูตรและผลิตผงคันขึ้นมาให้เขา
เห็นโม่จิ่วเยี่ยเปิดฝาขวด แล้วสาดผงไปทางปรมาจารย์ซือเหมิง
ทันที่
เมื่อเห็นการกระท านี้ของโม่จิ่วเยี่ย ปรมาจารย์ซือเหมิงก็กลั้น
หายใจโดยไม่รู้ตัว
ตามความเข้าใจของเขา นี่คือการใช้พิษ
เพียงแต่เขาไม่รู้ว่านี่คือพิษอะไร ขอเพียงไม่สูดดมเข้าไป เขาก็
ยังมีโอกาสรอดชีวิต
ทว่าความรู้ของเขายังตื้นเขินเกินไป การใช้พิษกับคนมีแค่การ
สูดดมทางปากและจมูกหรือ?
ปรมาจารย์ซือเหมิงกลั้นลมหายใจที่ดีจริง ๆ เขารู้สึกว่าตนเอง
ไม่ได้สูดดมผงพิษเข้าไปแม้แต่น้อย
ขณะที่เขาก าลังรู้สึกภาคภูมิใจอยู่นั้น จู่ ๆ ร่างกายก็เริ่มคันยุบยิบ
ทรมานจนทนไม่ไหว
เขาบิดตัวไปมาไม่หยุด พยายามขับไล่ความรู้สึกแย่ ๆ นี้ออกไป
แต่ยิ่งเขาดิ้นรนขยับตัวมากเท่าไหร่ ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งรุนแรง
มากขึ้นเท่านั้น
ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่า พิษที่โม่จิ่วเยี่ยโปรยใส่เขา ไม่ใช่
พิษแบบที่สูดดม แต่เป็นพิษที่ท าให้ทั้งร่างของเขาคันยุบยิบไปหมด
ต่างหาก
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….