ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 359 ไปถึงชายแดนตะวันตกให้เร็วที่สุด
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 359 ไปถึงชายแดนตะวันตกให้เร็วที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจดีว่าพี่ชายทั้งสองรอบคอบ แต่สิ่งที่ส าคัญคือเขารู้
ว่าหากปรมาจารย์ซือเหมิงต้องการจะเรียกใช้กู่คู่กาย เขาจึง
จ าเป็นต้องท าจิตใจให้สงบลงก่อน
แต่ตอนนี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงก าลังถูกทุบตีอย่างหนัก ไม่มีทาง
จะท าจิตใจให้สงบได้เลย การจะเรียกใช้กู่คู่กายนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้
พี่ห้าพี่หกรอบคอบจริง ๆ พวกเขาหยุดมือลงหลังรู้สึกว่าสั่งสอน
ได้ที่แล้ว
ส่วนปรมาจารย์ซือเหมิงร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับโคลนที่แผ่
อยู่บนพื้น ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ร่างกายของเขาถูกมัดจนขยับไม่ได้
แม้แต่ในยามที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ การจะลุกขึ้นหลังจากถูกท า
ร้ายขนาดนี้ก็คงเป็นเรื่องยากล าบาก
โม่จิ่วเยี่ยไม่ประมาท เฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวทุกอย่างของเขา
อยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ถือปืนยาสลบไว้ในมือ หากอีกฝ่ายมี
ปฏิกิริยาผิดปกติใด ๆ เขาจะยิงทันที่
ปรมาจารย์ซือเหมิงนอนแผ่อยู่บนพื้น พยายามหายใจหอบหนัก
อย่างไรก็ตาม เขาหยิ่งสโยและทะนงตนมาตลอด จะยอมก้มหัว
ให้คนอื่นง่าย ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?
“พวกเจ้าจะต้องเสียใจที่ท ากับข้าแบบนี้”
เมื่อเสียงพูดจบลง เขาพยายามควบคุมอารมณ์ให้สงบ รวบรวม
พลังทั้งหมดไว้ที่จุดเดียว เตรียมพร้อมจะสั่งให้กู่แม่ระเบิดตัวตาย
โม่จิ่วเยี่ยเห็นเจตนาของเขา ขณะก าลังจะยิงปืนนั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกถึง
การสั่นสะเทือนในอกเสื้อของตน
เขารู้ดีว่า ผู้ใช้กู่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งก้านธูปเพื่อสั่งให้กู่คู่
กายฆ่าตัวตาย ดังนั้น เขาจึงไม่ได้เลือกที่จะเหนี่ยวไก แต่กลับล้วงเข้า
ไปในอกเสื้อ หยิบห่อผ้าเล็ก ๆ ออกมา
ภายในห่อผ้านั้นเต็มไปด้วยกู่ที่ค้นได้จากตัวปรมาจารย์ซือเหมิง
ภายใต้แสงจันทร์ เขาสามารถมองเห็นได้ว่า ขวดใบหนึ่งที่มี
ขนาดใหญ่กว่าใบอื่น ๆ ก าลังสั่นไหวไม่หยุดอยู่ในฝ่ามือของเขา
ความรู้สึกสั่นสะเทือนที่เขารู้สึกได้เมื่อครู่นี้ มาจากขวดใบนี้
ปรมาจารย์ซือเหมิงเองก็เห็นสิ่งที่อยู่ในมือของโม่จิ่วเยี่ยด้วยแล้ว
หากแสงสว่างมีมากพอ พวกเขาพี่น้องคงจะเห็นดวงตากระหาย
เลือดของเขาอย่างแน่นอน
แม้จะมองไม่เห็นดวงตาของปรมาจารย์ซือเหมิงชัดเจน แต่พี่น้อง
สกุลโม่ก็รู้ดีว่าจิ้งจอกเฒ่าก าลังจ้องมองขวดเหล่านี้ที่อยู่ในมือของโม่
จิ่วเยี่ย
เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู โม่จิ่วเยี่ยย่อมไม่ปล่อยโอกาสที่จะท าให้
อีกฝ่ายคลุ้มคลั่ง
เขาแกว่งขวดหลายใบไปทางปรมาจารย์ซือเหมิง
“ท าไม? เจ้าเห็นสมบัติของตัวเองแล้วร้อนใจหรือ? น่าเสียดาย
จริง ๆ ที่ของอันตรายพวกนี้ล้วนอยู่ในมือข้า เจ้าไม่มีทางได้มันไป
หรอก”
เขาจงใจพูดจาเย้ยหยันปรมาจารย์ซือเหมิงเช่นนี้ ไม่ใช่เพียง
ต้องการพูดด้วยความสะใจ
โม่จิ่วเยี่ยก าลังถ่วงเวลา เพราะเขารู้สึกได้ว่าจังหวะในการสั่นของ
ขวดใบใหญ่นั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่จะเข้าใจสถานการณ์นี้ให้
ชัดเจน ชายหนุ่มไม่ต้องการจะเสี่ยงอะไรทั้งนั้น
เพื่อความไม่ประมาท โม่จิ่วเยี่ยจึงตัดสินใจลั่นไกปืนยาสลบ
ปรมาจารย์ซือเหมิงจึงเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง
พี่ห้ากับพี่หกไม่รู้สึกแปลกใจกับการกระท าของโม่จิ่วเยี่ยแม้แต่
น้อย เพราะพวกเขาก็มีอาวุธแบบเดียวกันนี้อยู่ในมือเช่นกัน
เพียงแต่เมื่อก่อนพวกเขายังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีนัก จึงไม่คิด
ว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีนี้
สองพี่น้องไม่มีเวลามาชื่นชมน้องชายที่ใช้อาวุธระดับสูง ทั้งคู่
จ้องมองปรมาจารย์ซือเหมิงแล้วถามว่า “น้องเก้า พวกเราควรท า
อย่างไร จะเดินทางต่อไปหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “เดินทางต่อไป พยายามไปถึงชายแดน
ตะวันตกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะท าได้”
ตอนนี้เขาอดกังวลใจไม่ได้ ปรมาจารย์ซือเหมิงตั้งใจจะตายถึง
สองครั้งแล้ว หากพวกเขายังล่าช้าออกไปอีก โม่จิ่วเยี่ยก็กังวลว่าอีก
ฝ่ายอาจจะตายระหว่างทาง
แม้ว่าพวกเขาพี่น้องจะคอยจับตาดู ไม่ให้ปรมาจารย์ซือเหมิงใช้
กู่คู่กายฆ่าตัวตาย แต่ถ้าหากเขาตั้งใจไม่ยอมกินดื่ม ก็เกรงว่าจะใช้
วิธีอดตายระหว่างทางแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกปวดหัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่น้อย
พวกเขาพี่น้องเดินทางไกลพันลี้มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงกระทั่งจับคน
ได้แล้ว แต่ปรมาจารย์ซือเหมิงกลับเจ้าเล่ห์นัก ถึงขนาดไม่สามารถ
สอบถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้เลย
อย่าว่าแต่ไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เมื่อครู่ตอนจิ้งจอกเฒ่าพลั้ง
ปากพูดออกมา เขาก็รู้แล้วว่าพวกบิดาถูกกู่คู่กายของปรมาจารย์
ซือเหมิงควบคุมอยู่
ขณะเดียวกันก็รู้ความจริงว่าบิดายังคงมีชีวิต แต่สิ่งที่ส าคัญที่สุด
คืออยู่ที่ไหนกันแน่ และพวกเขาเองก็ไม่รู้
รถม้าเริ่มออกเดินทางอีกครั้งท่ามกลางความคิดมากมายของโม่
จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าตอนนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงจะยังไม่ตื่น จึงนั่งพิงอยู่ใน
รถม้าหลับตาครุ่นคิด
เขาก าลังนึกถึงบันทึกเกี่ยวกับกู่คู่กายในหนังสือแมลงพิษ
ขณะก าลังครุ่นคิดอยู่นั้น โม่จิ่วเยี่ยพลันเกิดความคิดขึ้นมา
ในหนังสือเหมือนจะมีการกล่าวถึงว่า ผู้ใช้กู่ส่วนใหญ่จะเลี้ยงกู่คู่
กายไว้ในร่าง มีเพียงบางคนเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น
คนที่เป็นข้อยกเว้นนี้ หมายถึงผู้ที่ฝึกฝนการใช้ทั้งพิษและกู่
ควบคู่กันไป พวกเขามักจะทดสอบฤทธิ์ของยาพิษด้วยตัวเอง เพื่อ
สร้างยาพิษระดับสูงขึ้น
และเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองได้รับพิษ พวกเขาจึงใช้วิชาพิเศษ
อย่างหนึ่งเพื่อพาสารพิษทั้งหมดในร่างกายไปรวมกันที่หัวใจ ใช้เลือด
ที่หัวใจล้อมรอบพิษนั้นเอาไว้ ท าให้พิษไม่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่น
ของร่าง
การปกป้องชีวิตของตนเองเมื่อครู่นี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงต้อง
ก าลังเร่งเร้าให้กู่คู่กายฆ่าตัวตายอยู่แน่ ขณะเดียวกันขวดกระเบื้องใน
มือของโม่จิ่วเยี่ยก็สั่นไม่หยุด นี่แสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่ปรมาจารย์
ซือเหมิงคือคนที่เป็นข้อยกเว้น
หนังสือยังกล่าวอีกว่า ผู้เลี้ยงกู่ที่แยกกู่ออกจากร่าง เลือดใน
หัวใจของพวกเขาจะมีพิษร้ายแรง หากกระตุ้นให้กู่คู่กายฆ่าตัวตาย
ร่างกายของเขาเองก็จะระเบิดตามไปด้วย
จากนั้นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดของเขาจะปรากฏ มันคือเลือดจาก
หัวใจที่มีพิษร้ายแรง หากกระเด็นไปถูกผิวหนังแม้เพียงเล็กน้อย คนที่
สัมผัสเลือดก็ไม่มีโอกาสรอดชีวิตเลย
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างผ่านเข้ามาในความคิดทันที่
ที่แท้กู่คู่กายของปรมาจารย์ซือเหมิงก็อยู่ในมือของเขาเอง และ
อีกฝ่ายตั้งใจจะให้แม่กู่ฆ่าตัวตายเพื่อระเบิดร่างกายของตัวเอง
นี่ไม่เพียงจะท าให้บิดาของเขาที่ถูกกู่ควบคุมต้องจบชีวิต แต่
ปรมาจารย์ซือเหมิงยังต้องการให้พวกเขาสามพี่น้องตายตามไปด้วย
โม่จิ่วเยี่ยมองใบหน้าของปรมาจารย์ซือเหมิงที่ถูกพวกเขาท าร้าย
จนเปลี่ยนรูป คนที่ชั่วร้ายเช่นนี้ ชายหนุุ่มอยากจะเอาชีวิตเขาเสีย
ตอนนี้เลย
เพียงแต่ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยยังท าเช่นนั้นไม่ได้
เพราะเขาคิดวิธีป้องกันไม่ให้ปรมาจารย์ซือเหมิงบังคับให้กู่คู่กาย
ฆ่าตัวตายได้แล้ว
นั่นก็คือการน าเลือดจากหัวใจของเขามาบ ารุงเลี้ยงดูกู่คู่กาย
จากนั้นกู่คู่กายก็จะไม่ต่อต้านพิษร้ายในร่างกายของเจ้าของ แต่กลับ
จะมีชีวิตชีวามากขึ้น
ไม่ว่าเจ้าของจะควบคุมอย่างไร มันก็จะไม่ฆ่าตัวตายตามค าสั่ง
ส่วนเรื่องการเอาเลือดจากหัวใจของปรมาจารย์ซือเหมิงมา โม่จิ่ว
เยี่ยก็ยังไม่กล้าประมาทนัก
เมื่อครู่โม่จิ่วเยี่ยเพียงแต่ได้ยินเขาพูดออกมาในยามคับขันว่ากู่คู่
กายก าลังควบคุมบิดาอยู่ ส่วนสถานการณ์ของพี่ใหญ่กับพี่รองยังไม่
ชัดเจน และที่ส าคัญกว่านั้นคือ ข้ายังอยากจะถามเรื่องที่อยู่ของพวก
เขาด้วย
หากเป็นคนอื่น โม่จิ่วเยี่ยคงไม่ต้องคิดมากขนาดนี้ หากต้องการ
เอาเลือดจากหัวใจมา แค่ลงมีดครั้งเดียวก็เรียบร้อยแล้ว
โชคดีที่เขารู้ต าแหน่งที่แน่ชัดของเลือดหัวใจ ตอนออกจากบ้าน
ภรรยาของเขาได้เตรียมอุปกรณ์ผ่าตัดมาให้มากมาย เพื่อให้เขาใช้
ช่วยบิดาและพี่ชายถอนพิษได้สะดวก
ส่วนเรื่องการฆ่าเชื้อ ขอเพียงปรมาจารย์ซือเหมิงไม่ตายก็
พอแล้ว คนชั่วช้าสามานย์อย่างเขาไม่สมควรได้รับการฆ่าเชื้อเลย
โม่จิ่วเยี่ยคิดวนไปวนมาอยู่นาน เมื่อรู้สึกว่าแผนการไร้
ข้อผิดพลาดแล้ว เขาจึงเปิดประตูรถม้า
“พี่หก หาที่เงียบ ๆ แล้วจอดก่อนเถอะ”
พี่หกหันไปมองปรมาจารย์ซือเหมิงโดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าอีก
ฝ่ายอาจจะสร้างปัญหาอะไร