ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 358 จะฆ่าจะแกงก็ตามใจ
“ขอเพียงพวกเราสามารถหาท่านพ่อกับพี่ชายเจอก่อน แล้ว
ก าจัดกู่ในร่างของพวกท่านได้ ก็จะสามารถสับคนผู้นี้เป็นพันชิ้น
หมื่นชิ้น แก้แค้นให้พวกเราบุรุษสกุลโม่”
พี่หกพยักหน้า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องท าตามนี้แล้ว”
ขณะที่สองพี่น้องเพิ่งตกลงกัน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้ามา
พี่หกรีบเดินไปที่ประตู “ข้าจะไปดูสักหน่อย”
เพียงแค่ผลักประตูเปิดออก ก็เห็นพี่ห้าขับรถม้ามาคันหนึ่ง และ
จูงม้าอีกสองตัวกลับมา
ไม่รอให้โม่จิ่นเหนียนได้ถาม พี่ห้าก็เอ่ยก่อนว่า “น้องหก ข้าไป
ซื้อของในเมืองและถือโอกาสน าม้ามาให้พวกเราด้วย รวมถึงรถม้า
อีกหนึ่งคัน”
พี่ห้าพูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็อดชื่นชมความละเอียดรอบคอบของเขา
ไม่ได้
เมื่อครู่เขากับพี่หกได้ตัดสินใจแล้วว่าจะพาปรมาจารย์ซือเหมิง
ไปชายแดนตะวันตกด้วยกัน ตอนนี้จึงก าลังขาดรถม้าอีกหนึ่งคัน
พอดี
พวกเขาพี่น้องก็ต้องการม้าส าหรับเดินทางด้วย แต่พี่ห้าออกไป
ครั้งเดียว ก็จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว
ตามแผนเดิมของเขาคือตั้งใจจะค้างที่นี่สักคืน พร้อมกับ
สอบสวนปรมาจารย์ซือเหมิง หากวันนี้สามารถสอบถามข้อมูลส าคัญ
บางอย่างได้ก็ยิ่งดี และแม้จะไม่สามารถท าได้ ก็อย่างน้อยจะได้เข้า
ใจความจริงเท็จของอีกฝ่าย
แต่ไม่คิดว่า ปรมาจารย์ซือเหมิงจะแสดงท่าทีรุนแรงเช่นนี้ เพื่อ
ความปลอดภัยของบิดาและพี่ชาย อีกทั้งยังไม่อาจปล่อยให้เขาตาย
ได้ ท าให้โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้จะท าอย่างไรไปชั่วขณะ
ประจวบกับพี่ห้าน ารถม้ากลับมา เขาก็รู้ท่าทีของปรมาจารย์
ซือเหมิงแล้ว จึงไม่คิดจะอยู่รั้งอยู่ที่นี่อีก ค่อยคิดหาวิธีการระหว่างทาง
อีกที่
“พี่ห้า พวกเราออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้เลยเถอะ รีบเร่งม้าไปยัง
ชายแดนตะวันตก ดูว่าพี่สามกับคนอื่นจะมีความคืบหน้าอะไรบ้าง
แล้วค่อยคิดหาวิธีด้วยกัน”
เมื่อเห็นสีหน้าของน้องชาย พี่ห้าก็รู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วนมาก “ได้
พวกเราออกเดินทางกันตอนนี้เลย บังเอิญข้าซื้อเสบียงแห้งมาบ้าง
แล้ว พวกเราสามารถกินประทังชีวิตระหว่างทางไปได้อีกหลายวัน”
สามพี่น้องโยนตัวปรมาจารย์ซือเหมิงเข้าไปในรถม้า แม้ว่าอีก
ฝ่ายจะอยู่ในสภาพหมดสติ แต่ไม่มีใครกล้าประมาท
พวกเขาต้องไม่ปล่อยให้จิ้งจอกเฒ่าคนนี้มีโอกาสหนีได้เด็ดขาด
ดังนั้นพี่หกจึงรับหน้าที่ขับรถม้า พี่ห้าขี่ม้าและจูงอีกตัว ส่วนโม่จิ่
วเยี่ยอยู่ในรถม้าคอยเฝ้าปรมาจารย์ซือเหมิง หากอีกฝ่ายตื่นขึ้นมา
เขาก็จะหาวิธีต่อกรกับปรมาจารย์ซือเหมิงต่อไป
อาจเป็นเพราะจิตใต้ส านึกของปรมาจารย์ซือเหมิงไม่อยากตื่นมา
ทรมานกับอาการคันเหล่านั้น หลังรถม้าวิ่งมาได้ร้อยลี้และเวลา
ล่วงเลยจนดึกดื่น เขาจึงเริ่มมีทีท่าว่าจะตื่น
ตลอดเส้นทาง โม่จิ่วเยี่ยยังคงรักษาสติให้แจ่มชัดอยู่เสมอ เพื่อจะ
สังเกตความเคลื่อนไหวของปรมาจารย์ซือเหมิงได้ โคมไฟก็ยังคงส่อง
สว่างอยู่ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ เมื่อปรมาจารย์ซือเหมิงเริ่มมีปฏิกิริยาเล็กน้อย โม่จิ่ว
เยี่ยก็สังเกตเห็นได้
ปรมาจารย์ซือเหมิงถูกยิงด้วยปืนยาสลบถึงสองครั้งในวัน
เดียวกัน ตอนนี้สมองของเขาจึงยังคงมึนงงสับสน
ความรู้สึกแรกของเขาคือร่างกายทั้งหมดหนักอึ้ง และไม่สามารถ
เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
อย่างไรก็ตาม ไม่นานนักเขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองก าลังตกอยู่
ในอันตราย และเพียงอาศัยแสงสว่างจากโคมไฟ ก็มองเห็นใบหน้า
ของคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
“โม่จิ่วเยี่ย เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะยังไม่มีวิธีจัดการกับอีกฝ่ายในตอนนี้ แต่เขาก็
ไม่ยอมเสียท่าทีแต่อย่างใด
“ข้าต้องการรู้สิ่งที่อยากรู้จากปากของเจ้า”
เสียงสนทนาของทั้งสองไม่ได้เบานัก และไม่มีท่าทีว่าจะปิดบังใคร
พี่หกที่ก าลังขับรถม้าอยู่ข้างนอกจึงได้ยินด้วย
ยามนี้พวกเขาก าลังเดินทางผ่านชนบทอันห่างไกล การพูดคุย
กันจึงไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร
“จิ้งจอกเฒ่า หากเจ้ายังไม่รู้จักสถานะของตนเองในตอนนี้ เชื่อ
หรือไม่ว่าข้าจะใช้ค้อนทุบเจ้าให้ตาย”
พี่หกกับโม่จิ่วเยี่ยมีความคิดตรงกัน ทั้งคู่ใช้วิธีการข่มขู่เป็นหลัก
หากปรมาจารย์ซือเหมิงอยากรักษาชีวิตแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาก็
ไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถเค้นถามข้อมูลจากปากของเขาได้
น่าเสียดายที่วิธีการของโม่จิ่นเหนียนและโม่จิ่วเยี่ยนั้นใช้ไม่
ได้ผลกับปรมาจารย์ซือเหมิง พวกเขาไม่รู้เลยว่าฤทธิ์ของผงคันบน
ตัวปรมาจารย์ซือเหมิงหมดไปแล้ว อีกฝ่ายไม่รู้สึกทรมานอีกต่อไป
ท าให้มีความหวังเล็ก ๆ ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อได้
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ต้องการเปิดเผยมันต่อหน้าพี่น้องสกุลโม่
“หึ! ชายชาตรีเยี่ยงข้า พวกเจ้าจะฆ่าจะแกงก็ตามใจ ไม่
จ าเป็นต้องมาขู่ข้าเช่นนี้”
โม่จิ่วเยี่ยพอจะมองออกแล้วว่าจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้เป็นพวกไม่เห็น
โลงศพไม่หลั่งน ้าตา เขาจึงรีบยกมือขึ้น ฟาดหัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
นี่คือความแค้นฝังลึกของสกุลโม่ ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยทนไม่ไหวจริง
ๆ แล้ว
แม้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะมีวรยุทธ์ติดตัว แต่เมื่อเทียบกับพี่น้อง
สกุลโม่แล้วก็ไม่อาจเทียบได้ อีกทั้งมือเท้าของเขาถูกมัดแน่นหนา
พื้นที่ในรถม้าก็แคบมาก เขาจึงไม่มีที่ให้หลบเลี่ยง ได้แต่ทนรับการ
ทุบตีอย่างหนักหน่วงจากโม่จิ่วเยี่ย
ครั้งนี้โม่จิ่วเยี่ยโมโหจริง ๆ และที่ส าคัญกว่านั้น มันเจือไปด้วย
การระบายอารมณ์ด้วย
หลังจากลงมือไปหลายครั้ง ใบหน้าของปรมาจารย์ซือเหมิงก็
เปลี่ยนไป จนไม่อาจเห็นโฉมหน้าดั้งเดิมได้เลย
“โม่จิ่วเยี่ย เจ้าต้องการให้บิดาของเจ้าตายพร้อมกับข้าหรือ!?”
ทันทีที่ปรมาจารย์ซือเหมิงเอ่ยประโยคนี้ออกมา เขาก็รู้สึกได้
อย่างรวดเร็วว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
พี่น้องสกุลโม่ก็ตอบสนองรวดเร็ว ทุกคนได้ยินค าส าคัญจาก
ค าพูดของเขา
พี่หกหยุดรถม้า แล้วเปิดประตูรถ จ้องมองปรมาจารย์ซือเหมิง
ด้วยความโกรธแค้น
“บอกมาเร็วเข้าว่าเจ้าท าอะไรกับท่านพ่อของข้า?”
พี่ห้าก็รีบตามมา ร่างสูงใหญ่ของสองพี่น้องยืนขวางอยู่ตรงประตู
รถม้า ดวงตาจับจ้องปรมาจารย์ซือเหมิงไม่วาง
โม่จิ่วเยี่ยก็เช่นกัน ก าปั้นของเขายกค้างอยู่เหนือศีรษะ ไม่ได้ลง
มือทุบตีคนทันที่ เพราะต้องการจะรอฟังค าตอบจากเขา
ปรมาจารย์ซือเหมิงเห็นพวกเขามีท่าทางตื่นตระหนกเช่นนั้นก็
รู้สึกเสียใจที่ตนเองพูดผิดพลาดไป แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจมาก
ในเมื่อพูดออกไปแล้ว เขารู้ดีว่าแม้จะแก้ตัวอย่างไรมันก็ไร้
ประโยชน์ บางทีเขาอาจจะใช้โม่ฉิงกับบรรดาพี่น้องสกุลโม่ที่เหลือมา
เจรจาต่อรองได้
“ถูกต้อง โม่ฉิงถูกกู่ของข้าควบคุมจริง ๆ แต่แล้วอย่างไรเล่า หาก
ข้าไม่บอกที่อยู่ของเขา ต่อให้พวกเจ้าเดินจนเท้าขาดก็หาคนไม่พบ
หรอก ฮ่า ๆ ๆ …”
ปรมาจารย์ซือเหมิงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เปล่งเสียงหัวเราะ
ดังลั่น
ท่าทางเช่นนั้นในสายตาของพี่น้องสกุลโม่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่า
มันน่าสั่งสอนสักแค่ไหน ปรมาจารย์ซือเหมิงรู้แล้วว่าพวกเขาไม่กล้า
ลงมือสังหารตน เพราะเห็นแก่ชีวิตของบิดา
อีกอย่าง ความหมายของการข่มขู่นี้ไม่จ าเป็นต้องพูดมาก
สรุปแล้วการกระท าของปรมาจารย์ซือเหมิงก็ท าให้พี่น้องสกุลโม่
ไม่พอใจแล้วจริง ๆ
ผลลัพธ์ของความไม่พอใจนี้มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการซ้อม
เขาอย่างหนักโดยที่ยังคงรักษาชีวิตของอีกฝ่ายเอาไว้
เมื่อครู่เป็นโม่จิ่วเยี่ยที่ลงมือ คราวนี้เปลี่ยนเป็นพี่หก เขากระโดด
ขึ้นไปบนรถม้า จากนั้นก็ยกตัวปรมาจารย์ซือเหมิงขึ้นมาทั้งร่างแล้ว
โยนคนลงพื้น
พี่ห้าเห็นอย่างนั้นก็ไม่อดทนอีกต่อไป ยกเท้าเตะร่างของ
ปรมาจารย์ซือเหมิงอย่างแรง
พี่น้องสกุลโม่ล้วนมีพื้นเพมาจากกองทัพ พวกเขารู้ดีที่สุดว่าจุด
ไหนเจ็บปวดที่สุดเมื่อจะท าร้ายคนโดยไม่ให้ถึงตาย
“..อัก..สักวันพวกเจ้าจะต้องชดใช้เรื่องในครั้งนี้…”
พอเห็นพี่ชายทั้งสองสั่งสอนปรมาจารย์ซือเหมิงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็
ไม่มีท่าทีจะห้ามปรามแม้แต่น้อย
……………………………………………………………………………………