ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 361 การบุกรุก
เมื่อท าทุกอย่างเสร็จสิ้น ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มสว่างขึ้นแล้ว
เหล่าพี่น้องเดินทางตลอดทั้งคืน อีกทั้งยังผ่าตัดเอาเลือดหัวใจ
ของปรมาจารย์ซือเหมิงมา ตอนนี้พวกเขาจึงรู้สึกเหนื่อยล้ามาก
ทั้งสามคนตัดสินใจผลัดกันพักผ่อน รอจนกระทั่งฟ้าสว่างแล้ว
ค่อยดูอาการของจิ้งจอกเฒ่าตอนตื่นขึ้นมา จากนั้นถึงจะออก
เดินทางต่อ
ขณะพวกโม่จิ่วเยี่ยเพิ่งแก้ปัญหาได้ หมู่บ้านซีหลิ่งก็ก าลังเผชิญ
กับการทดสอบเช่นกัน
บ้านสกุลโม่ที่เพิ่งสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว หูชงเชิญช่างไม้
มากมายมาช่วยสร้างเครื่องเรือนด้วย
นอกจากนี้ยังมีคอกสัตว์และพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ท าให้
เสร็จตอนอยู่บ้าน หนานรุ่ยสังเกตเห็นร่องรอยว่าบริเวณรอบ ๆ ที่ตน
อาศัยอยู่ตอนนี้ สกุลโม่ยังไม่ได้เริ่มลงมือท าอะไรเลย
เขาตระหนักได้ในภายหลังว่าเป็นเพราะตนเองกับมารดาอยู่ที่นี่
จึงท าให้งานก่อสร้างของสกุลโม่ล่าช้าไป
อย่างไรก็ตาม หนานรุ่ยได้ซื้อที่ดินในหมู่บ้านไว้แล้ว ไม่ช้าก็เร็ว
เขาจะต้องย้ายออกจากที่นี่ จึงเช่าบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งจากชาวบ้าน
เพื่ออาศัยชั่วคราว
ส่วนบ้านใหม่ของหนานรุ่ยนั้น หูชงจัดการเรื่องคนงานไว้
เรียบร้อยแล้ว และก าลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
พอหนานรุ่ยย้ายออกไป เฮ่อจือหร่านก็จัดการจ้างคนมาช่วย
สร้างพื้นที่เลี้ยงสัตว์
พืชผลในไร่นาเติบโตงอกงามอย่างน่าพอใจ แม้จะอยู่ในสภาพ
อากาศที่มีฝนน้อย เนื่องจากพวกมันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่พิเศษ
หากไม่ใช่เพราะทุกคนกังวลเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องชาย
สกุลโม่ บรรยากาศของสกุลโม่ก็คงเต็มไปด้วยความสุขสงบ
แม้จะเป็นเช่นนั้น ทุกคนก็ไม่ได้ละเลยงานในมือ พวกเขาต่าง
ขยันขันแข็งท างานของตัวเอง
เมื่อตกกลางคืน เฮ่อจือหร่านจะเข้าไปพักผ่อนในพื้นที่มิติ แล้ว
ออกมาก่อนฟ้าสาง
นางเพิ่งออกมาจากพื้นที่มิติก็ได้ยินเสียงเห่าโกลาหลของฝูง
สุนัข
จังหวะเดียวกัน นอกประตูก็มีเสียงฝีเท้ารีบร้อนดังมา
ประตูห้องถูกเคาะ
“น้องสะใภ้เก้า! ท่านแม่ให้ข้าพาเจ้าออกจากหมู่บ้านไปซ่อนตัว
ก่อน”
เป็นเสียงของพี่สะใภ้แปด
เฮ่อจือหร่านรีบเปิดประตูห้องทันที่
“พี่สะใภ้แปด เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
พี่สะใภ้แปดพูดอย่างร้อนรน “มีคนจากชนเผ่าหมานอี๋มาปล้นบน
ภูเขา พี่เจ็ดกับพี่แปดของเจ้าถือถาวุธขึ้นไปดูแล้ว ท่านแม่เป็นห่วงว่า
เจ้าก าลังตั้งครรภ์ จึงให้ข้าพาเจ้าออกจากหมู่บ้านไปก่อน”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตกใจกับการมาปล้นของชนเผ่าหมานอี๋แต่
อย่างใด
สิ่งแรกที่นางต้องท าคือการเข้าใจสถานการณ์ให้ชัดเจน
“พี่สะใภ้แปด ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไป บอกรายละเอียดให้ข้าฟัง
หน่อย”
ความจริงแล้วพี่สะใภ้แปดก็ไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัดนัก
“ข้าก าลังหลับอยู่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าดังขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
พี่แปดของเจ้าก็รีบลุกขึ้นออกไปตรวจสอบ สุดท้ายเขาก็วิ่งกลับมา
บอกทุกคนว่าชนเผ่าหมานอี๋ก าลังบุกเข้ามา”
เมื่อค าพูดมาถึงพี่สะใภ้แปด นางก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ชาวบ้านมัก
พูดกันบ่อย ๆ ว่าชนเผ่าหมานอี๋จะข้ามเขามาปล้นสะดมที่นี่เป็นครั้ง
คราว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โม่ชูหานพูดกลับเป็นเรื่องการบุกรุกของชน
เผ่าหมานอี๋ ซึ่งแตกต่างกับเรื่องการปล้นสะดมอย่างสิ้นเชิง
เฮ่อจือหร่านสังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลจากค าพูดของ
พี่สะใภ้
“พี่สะใภ้แปด พี่แปดบอกท่านว่าชนเผ่าหมานอี๋บุกรุกมา ไม่ใช่
การปล้นใช่หรือไม่?”
พี่สะใภ้แปดชะงักไปครู่หนึ่ง นางดูเหมือนก าลังนึกทบทวน
จากนั้นนางก็พยักหน้าอย่างแรง “ใช่ ๆ ๆ เขาพูดว่าเป็นการบุกรุก”
เมื่อได้ยินค าพูดของพี่สะใภ้แปด เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกทันทีว่าเรื่อง
นี้ไม่ธรรมดา
ขณะที่นางก าลังครุ่นคิดอยู่นั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็พาเหล่าสตรีมา
เฮ่อจือหร่านรีบเดินออกไปต้อนรับ “ท่านแม่ เรื่องนี้ไม่ธรรมดา
ท่านพาพวกพี่สะใภ้กับหานเยี่ยไปยังที่ปลอดภัยเถอะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพาเหล่าสตรีมาที่นี่ก็เพราะรออยู่ที่หน้าประตูนาน
แล้ว แต่กลับไม่เห็นเงาของเฮ่อจือหร่านออกมาจึงมาตามด้วยตัวเอง
ใครจะรู้ว่าสะใภ้เก้ากลับบอกให้นางพาทุกคนออกไป
สะใภ้แปดอาจจะไม่รู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ แต่นางจะไม่ท า
พลาดเรื่องเดียวกัน “ไม่ได้ ชนเผ่าหมานอี๋มามากเกินไป แค่พี่สามีทั้ง
สองของเจ้าไม่สามารถต้านทานได้แน่”
ในขณะที่พูด ฮูหยินผู้เฒ่าก็หยิบปืนยาสลบที่เฮ่อจือหร่านมอบ
ให้พวกนางระหว่างเนรเทศออกมาจากอกเสื้อ
“ในฐานะสตรีสกุลโม่ แม้ไม่มีบุรุษ ก็ต้องพยายามปกป้องบ้าน
ของตัวเอง”
นางมองท้องของเฮ่อจือหร่านที่นูนเด่น
“ตอนนี้เจ้าก าลังตั้งครรภ์ ลูกหลานเพียงคนเดียวของสกุลโม่ ข้า
ไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดได้ เจ้าฟังค าพูดข้า ไปกับพี่สะใภ้
แปดของเจ้า รีบเข้าเมืองไปแจ้งใต้เท้าเมิ่งให้ทางรับมือ ส่วนพวกข้า
คงสามารถต้านทานไปได้อีกสักพัก”
หลังจากได้ฟังค าพูดพร้อมกับสีหน้าอันร้อนรนของแม่สามี เฮ่อจื
อหร่านก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์แล้ว
ในยามคับขันเช่นนี้ นางซึ่งเคยเป็นทหารในชาติก่อน จะทิ้ง
ครอบครัวแล้วหนีไปคนเดียวได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น ในพื้นที่มิติของนางยังมีอาวุธที่ล ้าสมัยกว่าซึ่ง
สามารถต่อสู้กับศัตรูได้ หากเผชิญกับวิกฤตที่ไม่อาจคลี่คลาย นาง
ยอมเปิดเผยความลับบางอย่างเพื่อช่วยรักษาชีวิตของคนใน
ครอบครัวเอาไว้
นางไม่กังวลถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย เพราะยังมีพื้นที่มิติ
อยู่ การรักษาชีวิตจึงเป็นเรื่องง่าย
“ท่านแม่ ข้าไปไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ท่านก็รู้ความสามารถของข้าดี
อยู่แล้ว ข้าสู้ได้”
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นนางดื้อรั้น น ้าเสียงจึงร้อนใจมากขึ้น
“ไม่ได้! ข้าเป็นผู้อาวุโสของสกุลโม่ หากข้าอยู่ที่นี่ พวกเจ้าทุก
คนต้องเชื่อฟังข้า”
น ้าเสียงที่นางพูดต่อหน้าสตรีสกุลโม่ทั้งหมด ย่อมแสดงถึงท่าทีที่
ใครก็ไม่อาจโต้แย้งได้อย่างแน่นอน
เฮ่อจือหร่านเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น นางรู้ว่าแม่สามีก าลังใช้ความ
เด็ดขาดของการเป็นนายหญิงใหญ่ในอดีตมาสั่งนาง
เวลาเช่นนี้ หากจะพูดเรื่องเหตุผลกับอีกฝ่าย นอกจากจะ
เสียเวลาแล้ว ยังไม่ช่วยบรรเทาความกดดันให้พี่ชายสามีได้อีกด้วย
แม้จะเป็นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็ยังไม่ยอมแพ้
“ท่านแม่ พี่สี่เคลื่อนไหวล าบาก ข้าเองก็ร่างกายไม่คล่องแคล่ว
ไม่สู้ให้ข้าอยู่บ้านคอยดูแลเขาดีกว่า” นางกล่าว
นางคิดว่าแม้จะไม่สามารถต่อสู้กับศัตรูได้อย่างเปิดเผยพร้อมกับ
สตรีในบ้าน แต่การอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่งก็สะดวกกว่ามาก หากเกิด
เหตุฉุกเฉินขึ้น นางจะได้ช่วยเหลือคนอื่นได้ทันท่วงที่
ฮูหยินผู้เฒ่าเหมือนจะมองความคิดของนางออก ก่อนจะพูดทันที
ว่า
“พี่สี่ของเจ้า ในฐานะบุรุษสกุลโม่ มีเหตุผลอะไรที่จะกลัวตาย?
ข้าทิ้งอาวุธของข้าไว้ที่นั่นแล้ว หากมีคนจากชนเผ่าหมานอี๋บุกเข้ามา
แม้เขาจะต้องตาย ก็ต้องลากศัตรูตายไปด้วยกันสักสองสามคน”
เฮ่อจือหร่านเข้าใจดีว่าบุรุษสกุลโม่ไม่มีทางจะหนีทัพ แม้แต่พี่สี่ที่
ก าลังพักรักษาตัวอยู่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขายอมตายอย่างกล้าหาญ
ดีกว่าจะเป็นเต่าหดหัวซ่อนตัวอยู่หลังคนในครอบครัว
ในเมื่อวิธีนี้ก็ใช้ไม่ได้ผล เฮ่อจือหร่านจึงจ าต้องยอมแพ้และคิดหา
วิธีอื่น
“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะเชื่อฟังท่านแม่ ข้าจะไปกับพี่สะใภ้แปด
เข้าเมืองไปบอกใต้เท้าเมิ่ง”
“ดี เรื่องไม่ควรชักช้า พวกเจ้าสองคนรีบไปเถอะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดจบก็เรียกให้บรรดาสตรีเปิดทางให้เฮ่อจือหร่าน
กับสะใภ้แปดรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นทั้งสองเดินห่างออกไป ฮูหยินผู้เฒ่าก็พูดกับบรรดาสตรีที่
เหลืออยู่อย่างจริงจังว่า “แม้พวกเราจะเป็นเพียงสตรีที่ไม่มีก าลัง แต่ก็
ไม่อาจปล่อยให้คนนอกมารังแกได้ บัดนี้ บ้านที่พวกเราสร้างขึ้นมา
ด้วยความยากล าบาก ก าลังถูกชนเผ่าหมานอี๋โจมตี พวกเราต้อง
ไม่ให้โอกาสพวกมันได้สมหวัง!”
เมื่อได้ฟังค าพูดเดือดดาลของแม่สามี พี่สะใภ้รองก็รีบหยิบปืน
ยาสลบออกมาเป็นคนแรก
“ท่านแม่พูดถูกต้อง ในฐานะคนสกุลโม่ พวกเราต้องไม่ยอมให้
ใครมารังแก!!!”
พี่สะใภ้คนอื่นเห็นดังนั้นก็ท าตามด้วยเช่นกัน