ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 371 แลกด้วยชีวิตเป็นการชดใช้
หูชงเห็นว่าชาวหมานอี๋เหล่านี้เริ่มเข้าใจและท าตามแนวคิดของ
เขามากขึ้นเรื่อย ๆ และทุกอย่างก าลังด าเนินไปตามแผนที่เขาวาง
เอาไว้
“ข้าสามารถจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าหนึ่งเดือนให้พวกเจ้า เพื่อซื้อ
อาหารไปให้ครอบครัวของพวกเจ้าได้”
หูชงคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนใจบุญสุนทาน การจะให้อาหารแก่
ครอบครัวของคนเหล่านั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่
พวกเขากินยาไปแล้ว เขาสามารถจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าหนึ่งเดือนให้
พวกเขาได้
เมื่อถึงตอนนั้น คนเหล่านี้สามารถซื้อสิ่งที่ต้องการได้
ชนเผ่าหมานอี๋ที่เต็มใจอยู่ต่อ แต่เดิมเพียงคิดว่าขอเพียงไม่ต้อง
อดอยากก็พอ เพราะปกติพวกเขาจะพยายามประหยัดเสบียงอาหาร
เพื่อส่งกลับบ้าน
ไม่คิดว่าพวกเขาจะได้รับค่าจ้างด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถเบิกค่าจ้างล่วงหน้าได้หนึ่งเดือน
ส าหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นเรื่องดีราวกับมีขนมตกลงมาจากสวรรค์
การที่สามารถน าอาหารกลับไปให้คนในครอบครัวได้ อย่าว่าแต่
จะให้พวกเขากินยาพิษเลย แม้แต่ให้ตายตอนนี้ก็คุ้มค่า
“พวกข้ายินดีกินยาพิษ และจะภักดีต่อท่านตลอดไป”
“ใช่ พวกข้ายินดี…”
หลังเห็นว่าคนเหล่านั้นได้รับการปฏิบัติอย่างดี คนที่ลังเลอยู่เมื่อ
ครู่ก็รู้สึกเสียใจ
“ข้าอยากอยู่ที่นี่ด้วย”
“ข้าก็เช่นกัน”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหูชงเลือกคนอย่างเข้มงวดจริง ๆ !
คนเหล่านี้เพิ่งลังเลและไม่ได้ก้าวเท้าออกมา พวกเขาจึงถูกหูชง
คัดออกไปแล้ว
ตอนนี้ได้ยินว่ามีเงื่อนไขที่ดีจึงก้าวออกมาเรียกร้อง คนที่มี
อุปนิสัยเช่นนี้ หูชงไม่ต้องการ
เขาไม่สนใจคนเหล่านั้น แต่นับจ านวนคนที่คัดเลือกมาอย่าง
ละเอียด รวมทั้งหมดมีสี่สิบห้าคน
แม้ว่าจะน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ห้าคน แต่ก็ไม่เป็นไร
คนที่เขาต้องการจะต้องมีท่าทีน่าเชื่อถือ หูชงเรียกคนสี่สิบห้าคน
มาอยู่ด้านข้าง จากนั้นก็เดินมาหาเมิ่งไห่หนิง
“ใต้เท้าเมิ่ง ข้าคัดเลือกคนของข้าเสร็จแล้ว ส่วนที่เหลือข้าขอ
เสนอท่าน ให้พวกเขาแบกศพคนของตัวเองกลับไป”
เมิ่งไห่หนิงรู้สึกไม่พอใจที่จะปล่อยคนพวกนั้นไปง่าย ๆ หลังจาก
ที่อีกฝ่ายก่อความวุ่นวายในเขตปกครองของเขา แต่ตอนนี้เขาก็ยัง
คิดวิธีจัดการดี ๆ ไม่ออก
เขาคิดว่าหากคุมขังคนพวกนี้ไว้สักระยะ อาจจะเป็นการ
ตอบสนองความต้องการของพวกเขาเสียเอง เพราะอย่างน้อยที่นี่ก็ยัง
มีอาหารให้กิน
“เช่นนั้นก็ท าตามที่พี่หูว่ามาเถอะ ชนเผ่าหมานอี๋มาปล้นสะดม
จนมีคนตายบาดเจ็บมากมาย นี่คงจะเป็นบทเรียนให้พวกเขาแล้วว่า
ชาวต้าซุ่นไม่ใช่คนที่ใครจะอยากปล้นก็ปล้นได้ แต่จะต้องแลกด้วย
ชีวิตเป็นการชดใช้”
หูชงเห็นด้วยว่า “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ”
หลังทั้งสองปรึกษากันเสร็จแล้ว หูชงก็ไปที่สกุลโม่เพื่อขอยาจาก
เฮ่อจือหร่าน
เมื่อเฮ่อจือหร่านได้ยินว่าหูชงใช้วิธีนี้เพื่อคัดคนจากเผ่าหมานอี๋
นางก็เห็นด้วยกับวิธีการของเขามาก
ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใด ล้วนมีทั้งคนดีคนเลว ขอเพียงหูชง
สามารถแยกแยะได้ชัดเจนก็พอ
หูชงรับยามาแล้วรีบกลับไปที่เชิงเขาอย่างเร่งรีบ ที่นั่นเหล่า
เจ้าหน้าที่ก าลังจับตามองพวกชนเผ่าหมานอี๋ซึ่งก าลังท าความสะอาด
พื้นที่อยู่
ที่นี่เป็นอาณาเขตของสกุลโม่ และจะเป็นบ้านเดิมของว่าที่ภรรยา
ของเมิ่งไห่หนิง เขาต้องการใช้โอกาสที่สองพี่สองสกุลโม่ไม่อยู่แสดง
ฝีมือให้เต็มที่ ฟื้นฟูที่นี่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
ชาวหมานอี๋หมดก าลังใจในการต่อสู้แล้ว ทุกคนต่างเชื่อฟังค าสั่ง
ของเจ้าหน้าที่และลงมือท างาน
คนที่ถูกหูชงคัดเลือกไว้ยังคงยืนอยู่ที่เดิม หูชงมอบยาให้พวกเขา
เมื่อเห็นว่าทุกคนกินไปแล้ว ก็มอบค่าจ้างให้คนละห้าสิบเหวิน
สิ่งที่ท าให้คนเหล่านี้ดีใจยิ่งกว่านั้นคือซาลาเปาถาดใหญ่เมื่อครู่
นี้ได้กลายเป็นอาหารเช้าของพวกเขาด้วย
เฮ่อจือหร่านเป็นคนท ายา หูชงไม่รู้ถึงสรรพคุณที่แท้จริงของมัน
เขาคิดว่ามันเป็นยาพิษที่ต้องทานเป็นประจ าตามที่ตนเองบอก ดังนั้น
เขาจึงรู้สึกสบายใจมากเมื่อต้องจัดการกับคนเหล่านี้
การปล่อยให้ชาวหมานอี๋ที่ถูกเลือดได้กินซาลาเปา ท าให้ชาว
หมานอี๋ที่ก าลังท าความสะอาดอิจฉาตาร้อน น่าเสียดายที่พวกเขาไม่
รู้ว่าการอยู่ที่นี่จะได้กินซาลาเปาแสนอร่อย
หูชงไม่สนใจความคิดของชนเผ่าหมานอี๋เหล่านั้น เมื่อเห็นว่า
ลูกน้องของตนกินอิ่มแล้ว เขาก็มอบสวัสดิการที่ยิ่งใหญ่ให้อีกครั้ง
“ตอนนี้พวกเจ้าสามารถน าค่าจ้างเข้าเมืองไปซื้อของได้แล้ว”
เขาชี้ไปที่กลุ่มชนเผ่าหมานอี๋ที่ท าความสะอาดและกล่าวว่า
“หากในหมู่พวกเขามีคนที่ไว้ใจได้ พวกเจ้าอาจฝากพวกเขาน า
อาหารไปให้ครอบครัว”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นทันที่ ในใจคิด
ว่ายาพิษที่พวกเขากินนั้นคุ้มค่ามาก จึงต่างพากันคุกเข่าลงตรงหน้า
หูชง กล่าวขอบคุณนับพันนับหมื่นครั้งก่อนจะเข้าเมืองไปซื้อสิ่งของ
ตามต้องการ
กระทั่งเที่ยงวัน ชาวหมานอี๋ท าความสะอาดสถานที่ที่ถูกท าให้
เสียหายของสกุลโม่เรียบร้อยแล้ว ภายใต้การจัดการของเมิ่งไห่หนิง
พวกเขาน าศพเหล่านั้นและเสบียงอาหารจากคนที่ถูกคัดเลือกฝาก
ให้ครอบครัวกลับไปยังเผ่า
เมิ่งไห่หนิงไม่ได้จากไปทันที่ เพราะตอนนี้เมืองอวิ่นไม่มีก าลัง
ทหารประจ าการอยู่เลย ปกติแล้วมีเพียงเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชา
ของเขาเท่านั้น ที่คอยรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเมือง
หากนับรวมโม่ชูหานที่เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย จ านวน
เจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็มีเพียงสามสิบคนเท่านั้น
วันนี้มีพี่น้องสกุลโม่อยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่งคอยต่อสู้ขัดขวางพวกชน
เผ่าหมานอี๋ จึงไม่ท าให้อีกฝ่ายฉวยโอกาสบุกเข้ามา
หากไม่มีพี่น้องสกุลโม่ ผลลัพธ์คงไม่อาจคาดเดาได้แล้ว
ยามนี้ เขาได้ปล่อยชนเผ่าหมานอี๋กลับไป ก็เท่ากับเป็นการ
ปล่อยเสือเข้าป่า
แต่หากไม่ปล่อย แล้วจะท าอย่างไรได้เล่า?
เขาคงไม่สามารถจับพวกชนเผ่าหมานอี๋ทั้งหมดมาขังเลี้ยงดูไว้
ได้กระมัง?
ไม่ว่าเมิ่งไห่หนิงจะฉลาดปราดเปรื่องแค่ไหน เมื่อเผชิญกับ
สถานการณ์เช่นนี้ก็ยังปวดหัวไม่น้อย
เวลานี้โม่ชูหานร่วมมือกับพี่เจ็ดจัดการให้ที่พักแก่บรรดาอดีต
ทหารที่มาขอความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทุกคนพักอาศัย
อยู่ในบ้านของตระกูลชุย
ตระกูลชุยแต่เดิมมีฐานะร ่ารวยกว่าคนตระกูลอื่น บ้านเรือนของ
พวกเขาส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐและกระเบื้อง แม้ว่าจะด้อยกว่าเรือนที่
สกุลโม่สร้างใหม่อยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังสามารถกันลมกันฝนได้
วันหน้าหากพี่น้องของพวกเขาหาเงินได้มากแล้ว ค่อยพิจารณา
ช่วยเหล่าอดีตทหารสร้างบ้านใหม่อีกครั้ง
สองพี่น้องสกุลโม่รู้ว่าเมิ่งไห่หนิงยังคงจัดการเรื่องของชนเผ่า
หมานอี๋อยู่ที่เชิงเขา หลังจากจัดการเรื่องที่พักให้บรรดาอดีตทหาร
แล้ว พวกเขาก็มาหาอีกฝ่าย
เห็นเมิ่งไห่หนิงก าลังขมวดคิ้วแน่น โม่ชูหานจึงเดินเข้าไป
สอบถาม
“น้องชายเมิ่ง เจ้าเจอเรื่องยากล าบากอะไรหรือ”
โม่ชูหานยิ้มขื่น แล้วเล่าถึงความกังวลของตนเองและวิธีจัดการ
กับพวกชนเผ่าหมานอี๋ ออกมา
เมิ่งไห่หนิงคิดถึงสถานการณ์เช่นนี้ สองพี่น้องสกุลโม่ก็เช่นกัน
ไม่ใช่ว่าพวกเขากังวลจนเกินเหตุ แต่เดิมได้ยินชาวบ้านเล่าว่า
เมื่อชนเผ่าหมานอี๋มาปล้นสะดม มากที่สุดที่เคยมาก็มีแค่ไม่กี่สิบคน
เท่านั้น
หากพวกเขารู้ตัวทันเวลา ชนเผ่าหมานอี๋คงไม่สามารถปล้น
สิ่งของไปได้ และอาจถูกสู้กลับอย่างหนักด้วย
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ พวกเขาสกุลโม่ก็คงไม่ต้องกังวลใจ
แต่ทุกสิ่งย่อมมีข้อยกเว้น อย่างวันนี้ที่มีชนเผ่าหมานอี๋บุกมา
หลายร้อยคน และยังมีคนคอยสั่งการที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นอีก
หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกรอบ ก็คงเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่
น้อย
บ้านเรือนที่อาศัยอยู่ถูกรบกวน ไม่ว่าใครก็ล้วนปวดหัวกันทั้งนั้น
นอกจากนี้น้องเก้ากับภรรยายังวางแผนไว้มากมาย ในอนาคต
สัตว์ที่เลี้ยงไว้ในบ้านก็จะมีจ านวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ป้องกันให้ดี
พอและถูกพวกชนเผ่าหมานอี๋บุกรุกเสียหาย ก็จะเป็นการสูญเสียที่ไม่
คุ้มค่า
แม้ว่าในใจโม่ชูหานกับโม่หยวนเช่อจะมีวิธีรับมืออยู่บ้าง แต่ก็
เป็นเพียงการป้องกันส าหรับคนในครอบครัวของตนเท่านั้น หากจะ
ให้ปกป้องมากกว่านั้น ก็อาจจะสามารถปกป้องทั้งหมู่บ้านซีหลิ่งได้
ส่วนการปกป้องทั้งเมืองอวิ่น พวกเขาคงไม่มีความสามารถ และ
ก็ไม่ต้องการจะมีความสามารถเช่นนั้นด้วย
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….