ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 370 วิธีรับประกัน
บรรดาชนเผ่าหมานอี๋ที่ไม่ได้ถูกท าให้หมดสติ ในตอนนี้ต่างก็คิด
แต่จะเอาชีวิตรอด พวกเขาจึงพยายามสุดความสามารถเพื่ออธิบาย
เหตุผลให้กับสหายร่วมเผ่าของตน
เมื่อทุกคนเข้าใจสถานการณ์แล้ว พวกเขาก็เริ่มวิงวอนร้องขอ
ชีวิตไม่ต่างจากคนอื่น ๆ
ภาพนี้ไม่ได้ท าให้หูชงรู้สึกสะเทือนใจแต่อย่างใด
เขาไม่อาจรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้คนเหล่านี้ได้มากนัก
เช่นเดียวกับเมิ่งไห่หนิง
“พวกเจ้าอย่าเอะอะ ใครอยากมีชีวิตรอดก็จงฟังข้า”
สิ้นเสียงของหูชง ผู้คนจากชนเผ่าหมานอี๋ก็เงียบลงทันที่ ทุกคน
จ้องมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว
เห็นเพียงหูชงโบกมือ คนงานคนหนึ่งถือถาดใหญ่พร้อม
ซาลาเปาร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งเข้ามา
หูชงรับถาดใหญ่มาด้วยตัวเอง แล้วเข้าไปใกล้ชนเผ่าหมานอี๋
นี่เป็นสิ่งที่เขาสั่งให้คนไปท าโดยเฉพาะ หลังจากได้รับความ
เห็นชอบจากเมิ่งไห่หนิงแล้ว
ซาลาเปาลูกใหญ่เพิ่งออกจากหม้อ ส่งกลิ่นหอมชวนน ้าลายสอ
ไปทั่ว
ชนเผ่าหมานอี๋คงไม่ได้กินอิ่มท้องมาหลายเดือนแล้ว คงไม่ต้อง
พูดถึงซาลาเปาลูกใหญ่ที่ยังร้อน ๆ
เป็นอย่างที่หูชงคิดไว้ไม่มีผิด เมื่อชนเผ่าหมานอี๋เหล่านี้เห็น
ซาลาเปาลูกใหญ่แล้ว ต่างก็เริ่มกลืนน ้าลายโดยไม่รู้ตัว แววตาเต็มไป
ด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบังได้
หูชงยิ่งท าให้คนโมโห จงใจถือซาลาเปาลูกใหญ่เข้าไปใกล้พวก
เขามากขึ้น
หากมือเท้าของพวกเขาไม่ถูกมัดไว้ คงจะกระโดดเข้ามาแย่งแล้ว
หูชงเห็นว่าได้ผลตามที่ต้องการแล้ว จึงถอยหลังไปสองสามก้าว
“พวกเจ้าอยากกินหรือไม่?”
ชาวหมานอี๋กลืนน ้าลายอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองซาลาเปา
เหล่านั้นอย่างเหม่อลอยพลางพยักหน้า
แม้หูชงจะถามเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้ให้ซาลาเปาแก่พวกเขาทันที่
“หากอยากกินอิ่มนอนอุ่น ก็ต้องท างานแลกเปลี่ยน การคิด
เพื่อให้ได้สิ่งเหล่านี้มาด้วยการปล้นชิงย่อมท าไม่ได้เด็ดขาด อีกทั้ง
มันยังอาจจะแลกมาด้วยชีวิตคนอีกด้วย”
กล่าวจบ เขาก็พยักหน้าไปทางศพของชนเผ่าหมานอี๋แล้วพูดต่อ
“พวกเจ้าเห็นหรือไม่? คนพวกนี้คือตัวอย่างที่ดีที่สุด”
ในบรรดาศพของชนเผ่าหมานอี๋ มีทั้งญาติและสหายของคนที่
รอด
หูชงก าลังสังเกตสีหน้าของพวกเขาอย่างละเอียด
หากผู้ใดเผยเศร้าโศกหรือร้องไห้ ไม่ว่าจะมีความสามารถ
เพียงใด เขาก็จะไม่พิจารณาจะเก็บคนไว้
คนประเภทนี้มีประมาณสามสิบกว่าคน หูชงสั่งให้เจ้าหน้าที่พา
พวกเขาออกไปอีกด้านหนึ่งทันที่
จากนั้นหูชงก็เอ่ยต่อ “ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าได้กิน ใคร
ต้องการบ้าง?”
เพียงได้ยินว่าสามารถกินให้อิ่มได้ ชนเผ่าหมานอี๋ที่เหลือต่าง
แสดงความเต็มใจของตนเอง
ขณะเดียวกัน หูชงก็สังเกตสีหน้าของคนเหล่านั้นอย่างละเอียด
อีกครั้ง โดยเฉพาะแววตาที่จริงใจหรือสามารถมองออกได้ง่ายหรือไม่
แน่นอนว่าด้วยจ านวนชนเผ่าหมานอี๋ที่มีมากมาย จึงท าให้ข้าไม่
อาจยืนยันได้ทันที่
แต่เขาก็ยังจับสายตาที่ไม่เป็นมิตรได้มากมาย
หูชงสั่งให้เจ้าหน้าที่น าคนเหล่านั้นไปอีกด้านหนึ่งอีกครั้ง
ตอนนี้เหลือคนไม่ถึงสองร้อยคน คนกลุ่มก่อสร้างของเขาใน
อนาคตจะต้องถูกคัดเลือกจากสองร้อยคนนี้
“พวกเจ้ามีความสามารถอะไรบ้าง เล่าให้ข้าฟัง”
ชนเผ่าหมานอี๋ได้ตระหนักแล้วว่า ชายตรงหน้าก าลังคัดเลือกคน
จากพวกเขา
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าหลังจากถูกเลือกแล้วจะต้องท าอะไร จะมี
ชีวิตรอดอยู่หรือไม่ แต่เมื่อมองถาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยซาลาเปา ชน
เผ่าหมานอี๋ก็รู้สึกว่าการที่พวกเขาเสี่ยงชีวิตมาปล้นที่นี่ ก็เพื่อจะได้
กินอิ่มท้องเท่านั้นไม่ใช่หรือ?
ยามนี้มีโอกาสได้กินอิ่มท้องสักครั้งแล้ว แม้ว่าจะต้องตาย พวก
เขาก็ขอเป็นผีที่ตายอย่างอิ่มหน า
ดังนั้น หลังจากที่เสียงของชูหงเงียบลง ก็มีคนรีบตอบอย่าง
รวดเร็ว
“ข้าเลี้ยงแกะเป็น ข้าเลี้ยงแกะให้ครอบครัวเศรษฐีมาตั้งแต่เด็ก”
“ข้าแข็งแรง ท าอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
“ข้าสร้างบ้านเป็น”
“ข้าท างานไม้ได้”
“ข้าไม่มีความสามารถอะไร แต่ข้าขยันท างาน”
“…”
หูชงยืนฟังผู้คนเหล่านั้นบอกจุดเด่นของตนเองเงียบ ๆ
หลังจากผ่านไปสักพัก พอสุ้มเสียงเบาลงเล็กน้อย เขาจึงโบกมือ
ให้ทุกคน “เอาล่ะ อย่าส่งเสียงดัง ผู้ใดที่มีความสามารถในการสร้าง
บ้านและงานไม้ จงลุกขึ้น”
ชนเผ่าหมานอี๋เหล่านี้ก าลังถูกมัดไว้ ทุกคนจึงอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่ง
นอน แม้พวกเขาจะไม่สามารถเดินได้ แต่การลุกขึ้นยืนไม่ใช่ปัญหา
ใหญ่
ไม่นานนัก ก็มีคนลุกขึ้นยืนราวหกสิบกว่าคน
คนจ านวนนี้เกินความคาดหมายของหูชงมาก
ในความทรงจ าของเขา พื้นที่ของชนเผ่าหมานอี๋นั้นแห้งแล้ง
กันดาร ผู้คนไม่มีอาหารกินอิ่มท้องหรือเสื้อผ้าใส่ให้ตัวอุ่น คนร ่ารวย
ก็มีไม่มาก ผู้ที่สามารถสร้างบ้านและท าเครื่องเรือนได้ยิ่งมีน้อย ไม่คิด
ว่าจะมีคนที่มีความสามารถด้านนี้อยู่มากมาย
เขาต้องการคัดเลือกคนห้าสิบคนจากกลุ่มคนเหล่านี้ ถึงขั้นคิด
ว่าขอเพียงห้าสิบคนนี้เต็มใจท างาน แม้ว่าจะไม่มีทักษะฝีมือก็ไม่
เป็นไร เขาสามารถค่อย ๆ สอนพวกเขาได้
เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว มีคนขันอาสาถึงหกสิบกว่าคน
ดูเหมือนว่าเขายังมีโอกาสให้คัดคนอีก
ขณะที่หูชงก าลังคิดว่าจะทดสอบคนเหล่านี้อย่างไร ชนเผ่า
หมานอี๋หกสิบกว่าคนที่ยืนขึ้นมาก็เริ่มรวบรวมความกล้า เอ่ยถาม
อย่างอดใจไม่ไหวว่า
“ขอถาม ท่านต้องการให้พวกข้าอยู่ท างานที่นี่หรือไม่? ข้าไม่
ต้องการค่าจ้าง ขอเพียงให้ทุกคนได้น าอาหารกลับไปให้ครอบครัว
ข้าก็ยินดีอยู่ที่นี่รับใช้ท่านตลอดชีวิต”
เมื่อค าพูดนั้นจบลง คนอีกมากมายก็แสดงความเห็นพ้อง ว่า
พวกเขายินดีท าเช่นเดียวกัน
แท้จริงแล้วนี่ก็เป็นแผนขั้นต่อไปของหูชง ในเมื่อมีคนพูดแทน
เขา ก็ช่วยประหยัดแรงได้มาก
“หากท างานกับข้าอยู่ที่นี่ ข้ารับรองว่าพวกเจ้าจะได้กินอิ่ม แต่
พวกเจ้าจะรับประกันความภักดีต่อข้าได้อย่างไร?”
เมื่อพูดถึงความจงรักภักดี ชาวหมานอี๋ต่างมองหน้ากันไปมา
จากนั้นมีคนตะโกนขึ้นว่า “ข้าจะจงรักภักดีและจะท างานให้ท่านเป็น
อย่างดี”
หูชงหัวเราะเบา ๆ “เจ้าพูดเพียงเอ่ยปาก จะรับประกันได้อย่างไร
เล่า?”
“เอ่อ…” ชาวหมานอี๋พูดไม่ออก
“ข้าไม่ได้ต้องการให้พวกเจ้าท างานเยี่ยงวัวม้า เพียงแค่ท างาน
ให้ดี ข้าก็ขอรับรองว่าพวกเจ้าจะได้กินอิ่ม” หูชงหยุดชั่วครู่ แล้วพูด
ต่อ
“แต่เงื่อนไข คือพวกเจ้าต้องภักดีต่อข้า ทว่าความภักดีนี้ไม่ใช่
แค่ค าพูด ข้ามียาพิษชนิดหนึ่ง หากกินเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์
หลังจากหนึ่งร้อยวัน เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะให้พวกเจ้ากินยาเม็ดต่อไป
เพื่อยืนยันว่าชีวิตของพวกเจ้าจะปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบต่อ
อายุขัย กล่าวคือ ตราบใดที่พวกเจ้าภักดีต่อข้า ข้าก็จะแจกจ่ายยาแก้
พิษให้พวกเจ้าตามก าหนดเวลา”
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายจะใช้ยาพิษแลกกับความภักดีของตน คน
ส่วนใหญ่ก็รู้สึกหวาดกลัว
แต่ในบรรดาคนเหล่านี้ก็มีคนที่กล้าหาญอยู่ไม่น้อย
พวกเขาไม่ได้ลังเล กล่าวขึ้นว่า “ข้าจะกินยาพิษเพื่อรับรองความ
ภักดีต่อท่าน”
“ข้าก็เต็มใจเช่นกัน ขอเพียงได้กินอิ่มท้อง จะให้ข้าท าอะไรก็ได้
ทั้งนั้น”
เมื่อเห็นว่ามีคนออกหน้า คนที่ยังลังเลอยู่บ้างก็ทยอยแสดงท่าที
ตามมา
เหลือเพียงไม่กี่คนที่ขลาดกลัวและลังเลอยู่ตรงนั้น
หูชงเห็นว่าคัดเลือกได้ตามจ านวนที่ตนคาดหวังแล้ว จึงกล่าว
เสียงดังว่า “ดี พวกเจ้าจงตามข้ามา”
ชนเผ่าหมานอี๋ที่ถูกเลือกรู้สึกดีใจเกินคาด
แต่ในใจกลับยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง
“อาหารที่พวกข้าหามาได้ จะส่งกลับไปให้ครอบครัวได้บ้าง
หรือไม่?”
นี่เป็นเสียงจากใจของผู้คนมากมาย ตอนนี้พวกเขาไม่กังวลอะไร
แล้ว แต่เพียงหวังว่าในขณะที่ตนเองได้กินอิ่มท้อง ครอบครัวของพวก
เขาก็จะไม่ต้องหิวโหยด้วยเช่นกัน