ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 375 ท่านพ่อกับพี่ชายของข้าอยู่ที่ไหนกันแน่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 375 ท่านพ่อกับพี่ชายของข้าอยู่ที่ไหนกันแน่
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวจบ ก็เปิดอาหารที่พี่ห้าซื้อมาเมื่อวานซืน ในนั้นมี
เกลือที่พวกเขาใช้ปรุงอาหารระหว่างทางอยู่
เขาก าเกลือไว้ในอุ้งมือ จากนั้นออกแรงบีบ เกลือที่เดิมเป็นเม็ด
เล็ก ๆ ราวกับเม็ดทรายก็กลายเป็นผุยผงในพริบตา
โม่จิ่วเยี่ยโรยเกลือที่บดละเอียดแล้ว ลงบนแผลเหวอะหวะหลาย
แห่งบนร่างของปรมาจารย์ซือเหมิง
ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนก็ดังออกมาจากในรถม้า “อ๊ากก
กก…”
โชคดีที่พวกเขาเลือกสถานที่ห่างไกลผู้คน มิเช่นนั้นเสียงร้องนี้
คงท าให้ผู้คนที่เดินผ่านตกใจแน่
ถึงกระนั้น เสี่ยวไป๋ที่เกาะอยู่บนหลังคารถม้าก็ยังตกใจจนกระพือ
ปีกบิน
โม่จิ่วเยี่ยและโม่จงหยวนมองปรมาจารย์ซือเหมิงที่เหมือนก าลัง
ทรมานยิ่งกว่าตายด้วยสายตาเย็นชา
หลังจากผ่านไปนาน เมื่อเขาหยุดร้อง โม่จิ่วเยี่ยจึงถามว่า
“ตอนนี้คิดดีแล้วใช่หรือไม่ว่าจะพูดอะไร?”
“คิด…คิดดีแล้ว…” ปรมาจารย์ซือเหมิงดูอ่อนแรง
“บอกมา ท่านพ่อกับพี่ชายของข้าอยู่ที่ไหนกันแน่?”
“พวกเขา…พวกเขาอยู่ที่ภูเขาเสี่ยวชิวจริง ๆ หลังจากองค์หญิง
ใหญ่ตาย ร่างของนางถูกส่งกลับไปยังหนานเจียง เพื่อความ
ปรารถนาในใจข้า จึงได้สร้างสุสานให้นางด้วยมือของข้าเองที่ภูเขา
เสี่ยวชิว บิดาของพวกเจ้าก็อยู่เฝ้าที่นั่น”
คราวนี้ สองพี่น้องเชื่อค าพูดของเขาบ้างแล้ว
อย่างน้อย ๆ การเฝ้าศพของหยวนเหมิงก็นับเป็นแรงจูงใจอย่าง
หนึ่งของปรมาจารย์ซือเหมิง
“สุสานอยู่ที่ใด?” โม่จิ่วเยี่ยถามซ ้า
“อยู่บนเนินเขาลูกที่หก”
เนินเขาลูกที่หก สองพี่น้องก็ยังคงคุ้นเคย เพราะภูเขาเสี่ยวชิวป
ระกอบด้วยเนินเขามากมาย และชาวบ้านท้องถิ่นก็จะใช้ชื่ออย่าง
“เนินเขาลูกที่หก” เพื่อพูดถึงพวกมัน
แม้ว่าพวกเขายังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าสิ่งที่
ปรมาจารย์ซือเหมิงพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ แต่ค าตอบนี้ก็
น่าเชื่อถือกว่าค าตอบก่อนหน้านี้
เพื่อยืนยันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โม่จิ่วเยี่ยหยิบเกลือขึ้นมาก าไว้ในมือ
อีกครั้ง
“ตามที่ข้ารู้มา เนินเขาลูกที่หกนั้นเต็มไปด้วยพุ่มไม้หนาม จะ
สร้างสุสานได้อย่างไร?”
ความจริงแล้ว เขาไม่รู้สถานการณ์ของเนินเขาลูกที่หกว่าเป็น
อย่างไร ที่พูดเช่นนี้ไปก็เพื่อหลอกล่อคนเท่านั้น
ปรมาจารย์ซือเหมิงส่ายหน้าอย่างแรง “เป็นไปไม่ได้ เนินเขาลูกที่
หกนอกจากจะมีสัตว์ร้ายมากกว่าที่อื่นแล้ว ก็ไม่มีพุ่มไม้หนามอะไร
เลย สาเหตุที่ข้าเลือกสร้างสุสานที่นั่น ก็เพราะมีสัตว์ป่าออกมา
เพ่นพ่าน จึงไม่มีใครกล้าไปรบกวนต่างหาก”
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังวางกับดักพิษไว้รอบ ๆ อีกด้วย หากมีผู้ใด
เข้าใกล้ ย่อมต้องตายอย่างแน่นอน
นี่เป็นสิ่งที่เขาจะไม่บอกกับพี่น้องสกุลโม่เด็ดขาด
แม้ว่าตนเองจะไม่อาจบรรลุเป้าหมายของตนเองในขณะที่ยังมี
ชีวิตอยู่ได้ แต่ตราบใดที่พี่น้องสกุลโม่กล้าไปช่วยคนที่นั่น ปรมาจารย์
ซือเหมิงก็จะท าให้พวกเขาไปแล้วไม่ได้กลับมา ผลลัพธ์สุดท้ายคือ
การตายตามคนรักของเขาไป
ส่วนโม่ฉิงถูกควบคุมโดยกู่คู่กายของเขาเอง ปกติแล้วเขาจะใช้
มันควบคุมคนทุกสิบวัน เพื่อให้โม่ฉิงอยู่เฝ้าสุสานของหยวนเหมิงอ
ย่างเชื่อฟัง
ตอนนี้ค านวณเวลาดูแล้ว นับจากครั้งสุดท้ายที่เขาใช้แม่กู่
ควบคุมโม่ฉิงก็ผ่านไปแล้วสี่วัน
หมายความว่า อีกหกวันโม่ฉิงจะสูญเสียการควบคุม และจะ
สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวทั้งหมด แม้แต่สัญชาตญาณ
ในการกินก็จะหายไป
กับดักพิษที่เขาวางไว้นั้น เขาเชื่อว่านอกจากตัวเองแล้ว ไม่มีใคร
สามารถเข้าไปได้โดยที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าพี่น้องสกุลโม่จะพบที่ตั้ง
ของสุสาน พวกเขาก็ไม่สามารถช่วยพ่อลูกโม่ฉิงออกมาได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางจากที่นี่ไปถึงชายแดนตะวันตก
ต่อให้ขี่ม้าที่เร็วที่สุดไปก็ต้องใช้เวลาสิบกว่าวัน เมื่อถึงเวลานั้น โม่ฉิง
ก็คงจะอดอยากจนตายไปนานแล้ว
ยังมีบุตรชายคนโตและคนรองของสกุลโม่อีก พวกเขาก็อยู่ที่นั่น
เช่นกัน เพียงแต่ท าสิ่งที่แตกต่างจากโม่ฉิงเท่านั้น
สองพี่น้องถูกควบคุมด้วยกู่แม่ตัวอื่น ระยะเวลาในการควบคุม
นานกว่าโม่ฉิงเล็กน้อยประมาณยี่สิบวัน
หน้าที่หลักของพวกเขาคือการล่าสัตว์ที่เข้าใกล้สุสาน พร้อมทั้ง
ดูแลเรื่องอาหารการกินของสามพ่อลูก
สรุปแล้ว ไพ่ตายสุดท้ายของปรมาจารย์ซือเหมิงก็คือ พวกโม่จิ่ว
เยี่ยไม่อาจเข้าถึงสุสานได้อย่างราบรื่น และมีโอกาสมากที่จะต้องตาย
อยู่ในกับดักพิษที่เขาวางไว้
หมายความว่าโม่ฉิงพร้อมด้วยบรรดาบุตรชายของเขา จะต้อง
ตายอยู่บนเนินเขาลูกที่หก
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงก็รู้สึกว่าตนไม่มีอะไร
ให้ต้องกังวลอีก
“ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าได้ยินมาจากผู้ใด ว่าเนินเขาลูกที่หกเต็มไป
ด้วยพุ่มไม้หนาม ที่นั่นไม่มีพุ่มไม้หนามเลย เพียงแต่มีสัตว์ป่า
มากกว่าและต้นไม้สูงใหญ่เท่านั้น ด้วยความสามารถของบิดาพวก
เจ้า การจัดการกับสัตว์ป่าไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย”
เขาไม่ได้บอกว่าบุตรชายคนโตและคนรองของสกุลโม่ก็อยู่ที่นั่น
ด้วย จุดประสงค์เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาตื่นตัวเกินไป
จนอาจท าให้ดูน่าสงสัย
แท้จริงแล้วโม่จิ่วเยี่ยก าลังหลอกล่ออีกฝ่ายอยู่ เมื่อได้ยินเขาพูด
เช่นนี้ ในใจก็พอจะเดาได้บ้าง จึงถามต่อไป “พี่ใหญ่กับพี่รองของข้า
อยู่ที่ไหนเล่า”
“พวกเขาอยู่กับโม่ฉิง”
หลังจากตอบประโยคนั้นเสร็จ ปรมาจารย์ซือเหมิงก็หลับตาลง
ท าท่าเหมือนพร้อมจะตาย
แต่ก่อนจะพบบิดาและพี่ชาย โม่จิ่วเยี่ยจะยอมให้เขาตายได้
อย่างไร?
เมื่อพิจารณาว่าต้องใช้เวลาสักพักในการพาเขาออกจากเมือง
หลวง ถ้าจิ้งจอกเฒ่าไม่ได้กินอะไรเลย อีกฝ่ายก็จะอดตายในที่สุด
เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ โม่จิ่วเยี่ยจึงตะโกนออกไปนอกรถม้า “พี่
หก เอาน ้ากับอาหารมาให้ข้าหน่อยเถอะ”
พี่หกที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เขาอยากเห็น
สภาพภายในรถม้ามานานแล้ว เมื่อได้ยินน้องเก้าเรียกตัวเอง จึงรีบ
น าถุงน ้าและอาหารกระโดดขึ้นรถม้าทันที่
โม่จิ่วเยี่ยน าน ้าและอาหารมาวางตรงหน้าปรมาจารย์ซือเหมิง
“กินซะ ตอนนี้เจ้ายังไม่อาจตายได้”
ปรมาจารย์ซือเหมิงในยามนี้ถูกทรมานจนหมดอาลัยตายอยาก
คิดว่าถึงแม้พี่น้องสกุลโม่จะไม่ลงมือเอาชีวิตของเขา เขาก็ตั้งใจไม่
กินไม่ดื่มจนอดตาย
ใครจะรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยกลับให้เขากินอาหาร
เนื่องจากไม่ได้กินอาหารมานาน เขาจึงหิวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยาก
กิน มีเพียงการไม่กินไม่ดื่มเท่านั้น เขาถึงจะสามารถเข้าใกล้ความ
ตายมากขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยเห็นท่าทางไม่ไหวติงของเขา ก็คาดเดาความคิดของ
อีกฝ่ายได้แล้ว
พี่ห้าจึงก้าวเข้าไปบีบคางของปรมาจารย์ซือเหมิงแล้วตวาด “อ้า
ปาก! หากอยากตายก็ไม่ใช่ว่าเจ้าจะท าได้ง่าย ๆ หรอกนะ”
เขาพูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็เปิดจุกถุงน ้าแล้วเทน ้าเข้าปากปรมาจารย์
ซือเหมิง
ปรมาจารย์ซือเหมิง ไม่ทันระวังจึงส าลัก ส่งเสียงไอติดต่อกันเป็น
พัก ๆ
พี่น้องสกุลโม่ไม่สนใจสภาพของเขา พอเห็นเขาอ้าปาก โม่จิ่ว
เยี่ยจึงหยิบเสบียงแห้งก้อนใหญ่ยัดเข้าไปอีก
ปรมาจารย์ซือเหมิงถูกบังคับให้กิน จึงหลับตาลงอย่างอ่อนแรง
ความจริงแล้ว การที่พี่น้องสกุลโม่พาปรมาจารย์ซือเหมิงเดินทาง
มาด้วยกัน ไม่เพียงไม่ได้พักผ่อนให้ดี แม้แต่อาหารก็ยังกินได้ไม่
เต็มที่
ตอนนี้ไม่ว่าข้อมูลจะจริงหรือเท็จ แต่ในที่สุดก็ได้เค้นถามอะไร
ออกมาได้บ้าง จึงท าให้ทุกคนรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
แม้ว่าจะรีบเร่งเดินทาง แต่ท้ายที่สุดแล้วคนเราก็ไม่ได้ท าจาก
เหล็ก ม้าเองก็เช่นกัน หากไม่ใช่ม้าที่มาจากพื้นที่มิติของเฮ่อจือห
ร่าน มันคงจะเหนื่อยล้าจนล้มพับไปแล้วเพราะต้องเดินทางไกล
ติดต่อกันเช่นนี้
สภาพแวดล้อมที่นี่ยังไม่เลวร้าย และไม่มีใครมารบกวน เหล่าพี่
น้องจึงตัดสินใจพักผ่อนกันตรงนั้น
ทั้งสามคนผลัดกันเฝ้าปรมาจารย์ซือเหมิง และในที่สุดก็ได้
พักผ่อนสักครู่หนึ่ง
เมื่อรู้ที่อยู่ของบิดาและพี่ชาย ย่อมไม่มีใครอยากเสียเวลามาก
เกินไป การช่วยเหลือคนออกมาโดยเร็ว คือเป้าหมายเพียงอย่างเดียว
ของพวกเขาในตอนนี้
หลังพักผ่อนจนถึงช่วงบ่าย โม่จิ่วเยี่ยเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้ว
เสนอว่า “พี่ห้า พี่หก พวกเราเดินทางต่อกันเถอะ จะได้ไปถึงชายแดน
ตะวันตกให้เร็วขึ้น”