ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 376 มาถึงชายแดนตะวันตก
“ได้ พวกเราออกเดินทางกันเลย” พี่ห้าพูดพลางจับสายบังเหียน
ม้า
พี่หกก็ขึ้นขี่ม้าเช่นกัน ส่วนโม่จิ่วเยี่ยรับหน้าที่เฝ้าปรมาจารย์
ซือเหมิงอยู่ในรถม้า เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัว เสี่ยวไป๋ก็เกาะอยู่บนหลังคารถม้า พร้อม
กับส่งเสียงร้องออกมา
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองมัวแต่สอบสวนปรมาจารย์ซือเห
มิงจนลืมเสี่ยวไป๋ไปเสียสนิท เขาจึงเปิดหน้าต่างรถม้า ปล่อยให้นกสี
ขาวเล็กบินเข้ามา
เสี่ยวไป๋ยืนอย่างเชื่อฟังอยู่บนไหล่ของเขา ยังคงแสดงท่าทาง
อวดดีใส่ปรมาจารย์ซือเหมิงที่นอนเหมือนสุนัขตายไม่หยุด
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะขณะป้อนอาหารให้มัน จากนั้นฉวยโอกาสตอน
ที่ปรมาจารย์ซือเหมิงหลับสนิท เขียนจดหมายบอกความปลอดภัย
ผูกไว้ที่ขาของเสี่ยวไป๋
จดหมายนั้นเขียนถึงเฮ่อจือหร่าน เนื้อหาโดยรวมคือแจ้งว่าเขา
ปลอดภัยดี จับปรมาจารย์ซือเหมิงได้ส าเร็จ และก าลังพาเขามุ่งหน้า
ไปยังชายแดนตะวันตก
เสี่ยวไป๋กินอิ่มเต็มที่แล้วจึงบินน าจดหมายของโม่จิ่วเยี่ยมุ่งหน้า
ไปยังหมู่บ้านซีหลิ่ง
สามพี่น้องเดินทางราบรื่นตลอดเส้นทาง เพื่อให้ถึงชายแดน
ตะวันตกโดยเร็ว พวกเขายังคงมุ่งมั่นเดินทางต่อไปตราบใดที่ยังมี
เรี่ยวแรงเหลืออยู่
ด้วยความเร็วเช่นนี้ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงชายแดนตะวันตก
หลังจากผ่านไปสิบเอ็ดวัน
เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน การรักษาความ
ปลอดภัยที่ประตูเมืองจึงค่อนข้างเข้มงวด ทหารหลายนายก าลัง
ตรวจสอบผู้คนที่เดินทางเข้าออก
ปรมาจารย์ซือเหมิงตอนนี้อ่อนแอจนแทบจะไม่เหลือสภาพ หาก
ไม่ใช่เพราะเขายังไม่สามารถตายได้ เหล่าพี่น้องคงไม่อยากให้
อาหารเขาแม้แต่ค าเดียว
อย่างไรก็ตาม การพาคนที่บาดเจ็บสาหัสเช่นนี้มาในรถม้า ย่อม
ไม่สามารถผ่านการตรวจสอบที่หน้าประตูเมืองได้แน่ และอาจน า
ปัญหาใหญ่มาอีกด้วย
พี่หกถามด้วยความกังวลเล็กน้อยว่า “น้องเก้า พวกเราจะท า
อย่างไรดี”
โม่จิ่วเยี่ยมองชาวบ้านที่ก าลังเข้าแถวรอเข้าเมืองอยู่ข้างหน้า
“พวกเราต่อแถวก่อนเถอะ ข้าจะไปจัดการที่ด้านหน้าสักหน่อย”
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเงินสามารถท าให้ผีหมุนโม่ได้ โม่จิ่วเยี่ยไม่เชื่อ
ว่าพวกทหารจะไม่ชอบเงินทอง
ขณะที่รถม้าก าลังต่อแถว โม่จิ่วเยี่ยก็แสดงสีหน้าร้อนรน รีบเดิน
ไปใกล้ ๆ พวกทหาร
ทหารเห็นชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาตน ก็คิดว่าเขาจะบุกฝ่าประตู
เมือง จึงรีบยกอาวุธในมือขึ้นขวางเขาไว้
“เจ้าท าอะไร? อยากเข้าเมืองก็ไปต่อแถวสิ”
แต่เดิมโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองอยู่แล้ว ขอเพียง
สามารถเข้าเมืองได้อย่างราบรื่นก็พอ
ดังนั้นในตอนที่ทหารก าลังซักถาม เขาจึงหยิบเงินแท่งออกมายัด
ใส่มืออีกฝ่าย
จากนั้นก็ชี้ไปที่รถม้าท้ายแถวพลางกล่าวว่า “ญาติของข้าก าลัง
ป่วยหนัก ข้าจะรีบพาเขาไปรักษาในเมือง ท่านพอจะช่วยผ่อนปรนให้
ได้หรือไม่?”
ทหารคนนั้นรู้สึกปลาบปลื้มทันทีที่ได้รับเงิน
จากขนาดของเงินแท่งนั้นสามารถยืนยันได้ว่ามันมีมูลค่าถึงห้า
ต าลึง เท่ากับเงินเดือนทหารของเขาถึงห้าเดือน
ทหารคนนั้นเปลี่ยนท่าทีทันที่ เรียกได้ว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือ
“การรักษาคนเป็นเรื่องส าคัญ อย่ามัวชักช้าเลย”
พูดจบ เขาก็รีบไล่คนที่ขวางทางอยู่หน้าประตูให้ออกไปด้านข้าง
อย่างรวดเร็ว เปิดทางให้รถม้าสามารถผ่านไปได้
รถม้าเข้าเมืองมาได้อย่างราบรื่น มุ่งตรงไปยังภูเขาเสี่ยวชิวตามที่
ปรมาจารย์ซือเหมิงบอกไว้
แม้ว่าที่นั่นจะมีผู้คนผ่านไปมาน้อย แต่บริเวณใกล้เคียงกลับมี
กองทัพของต้าซุ่นตั้งค่ายอยู่
ในกองทัพย่อมมีคนที่รู้จักพวกเขาพี่น้อง จึงต้องระมัดระวังไม่ให้
เปิดเผยตัวตน
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงตัดสินใจหาทางขึ้นเขาที่อยู่ห่างจากค่าย
ทหารออกไป
แน่นอนว่ายังต้องมีคนคอยอยู่เฝ้าปรมาจารย์ซือเหมิงด้วย หาก
เขาบอกต าแหน่งผิดพลาด สามพี่น้องก็ยังสามารถสอบสวนคนต่อได้
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะเข้าใจเรื่องวิชากู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงความรู้พื้นฐาน
เท่านั้น ส่วนรายละเอียดนั้นไม่ค่อยชัดเจนนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกู่หุ่นเชิด เขาก็ไม่รู้ว่ามันควบคุมอย่างไร
ปรมาจารย์ซือเหมิงผู้เจ้าเล่ห์ ย่อมไม่มีทางบอกความจริงแน่
ตามหลักแล้ว เมื่อพวกโม่จิ่วเยี่ยเข้าสู่ชายแดนตะวันตก พวกเขา
ควรจะตามหาร่องรอยของพี่สามและคนอื่น ๆ ก่อน เพื่อดูว่าพวกเขา
พบเบาะแสอะไรบ้างหรือไม่
แต่พอค านึงถึงเวลาในการควบคุมของกู่แม่ โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่กล้า
ประมาท
ผ่านไปครึ่งเดือนแล้วนับตั้งแต่พวกเขาจับตัวปรมาจารย์ซือเหมิง
และยึดกู่ทั้งหมดของเขาไป รวมถึงการน ากู่คู่กายออกจากร่างของอีก
ฝ่ายด้วย
นั่นหมายความว่าปรมาจารย์ซือเหมิงไม่มีเวลาสั่งการกู่หุ่นเชิด
ในตัวบิดาและพี่ชายของเขาอย่างน้อยครึ่งเดือนแล้ว ชายหนุ่มจึง
กังวลว่าหากปล่อยไว้นานเกินไป บิดาและพี่ชายอาจจะอดตายเพราะ
ไม่มีพลังในการเคลื่อนไหว
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่ตามหาพี่สาม แต่จะไปตามหาบิดา พี่
ใหญ่ และพี่รองตามต าแหน่งที่ปรมาจารย์ซือเหมิงบอกไว้
ขอเพียงตามหาคนพบได้อย่างราบรื่น เขาก็สามารถใช้วิธีของ
ภรรยาก าจัดกู่หุ่นเชิดออกจากร่างเพื่อช่วยชีวิตพวกเขาได้ นั่นคือสิ่ง
ส าคัญที่สุด
ในที่สุด สามพี่น้องจึงปรึกษาและตัดสินใจว่าจะให้พี่ห้าที่เป็นคน
ละเอียดรอบคอบอยู่เฝ้าปรมาจารย์ซือเหมิงที่เชิงเขา ส่วนโม่จิ่วเยี่ย
กับพี่หกจะขึ้นไปบนเนินเขาลูกที่หกของภูเขาเสี่ยวชิว
โม่จิ่วเยี่ยมองดูท้องฟ้า เวลาล่วงเลยสู่ยามบ่ายแล้ว
แม้ว่าภูเขาเสี่ยวชิวจะประกอบไปด้วยเนินเขาน้อยใหญ่หลายลูก
แต่หากต้องการไปถึงเนินเขาลูกที่หก ก็จ าเป็นต้องข้ามห้าลูกแรกไป
เสียก่อน
มองจากระยะไกล เนินเขาแต่ละลูกดูไม่ใหญ่โตนัก แต่หาก
เดินทางจริง ๆ ก็ยังคงไกลอยู่ดี
โชคดีที่โม่จิ่วเยี่ยและพี่หกล้วนมีวรยุทธ์สูงส่ง สองพี่น้องใช้วิชา
ตัวเบาตลอดเส้นทาง ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยามก็ข้ามเนินเขาห้า
ลูกมาได้
พอเนินเขาลูกที่หกปรากฏสู่สายตา ความรู้สึกที่ได้รับช่าง
แตกต่างจากเนินลูกอื่นอย่างชัดเจน
บนเนินเขาอื่น ต้นไม้แต่ละต้นอยู่ห่างกันบ้าง เมื่อมองจากไกล ๆ
ก็ไม่ได้บดบังทัศนวิสัยมากนัก
อย่างไรก็ตาม เนินเขาลูกที่หกกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ
ดูคร่าว ๆ เนินเขาทั้งลูกถูกปกคลุมด้วยพืชพรรณสีเขียวชอุ่ม
ไม่เพียงมองไม่เห็นเส้นทางใด ๆ แม้แต่พื้นดินก็ถูกปกคลุมด้วย
ตะไคร่น ้าเขียวหนาทึบ
นกที่บินผ่านไปมา หากบินมาถึงที่นี่ก็ต่างบินอ้อมไป แสดงให้
เห็นว่าเนินเขานี้เป็นอันตรายเพียงใด
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุกชุมของงู
แมลง หนูและมด หากผู้ใดเดินเข้าไปก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเผชิญกับ
อันตรายแบบไหนบ้าง
พี่หกหยิบมีดสั้นออกมาจากตัวและก าไว้ในมือ
“น้องเก้า ข้าจะน าหน้าเพื่อเปิดทางเอง” เขาตั้งใจจะฝ่าพงหนาม
เพื่อเปิดเส้นทางให้
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่านี่เป็นหนทางเดียวในสถานการณ์นี้
ดังนั้น เขาจึงหยิบมีดสั้นออกมาเช่นกัน แต่เขาไม่ได้ลงมือทันที่
กลับล้วงผงก ามะถันออกมาจากอกเสื้อ แล้วโรยลงบนตัวเองและพี่หก
เพียงเท่านี้เมื่อเข้าสู่ป่าทึบจึงจะช่วยหลีกเลี่ยงงูและแมลง รวมถึง
สัตว์มีพิษอื่น ๆ ได้
การช่วยเหลือบิดาและพี่ชายเรื่องส าคัญ แต่หากไม่อาจ
รับประกันความปลอดภัยของตัวเองได้ แล้วจะพูดถึงการช่วยเหลือ
ผู้อื่นได้อย่างไร?
หลังจากสองพี่น้องสบตากันอย่างแน่วแน่ พวกเขาก็ค่อย ๆ ก้าว
เดินมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าทึบ
ทั้งคู่ร่วมมือกันอย่างกลมกลืน คนหนึ่งอยู่ทางซ้าย อีกคนอยู่
ทางขวา ตัดพืชพรรณที่ขวางทางออกไป ในขณะเดียวกันก็ยังคง
ระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา คอยสังเกตงูและแมลงที่อาจปรากฏอยู่ขึ้น
ใต้เท้า
โชคดีที่โม่จิ่วเยี่ยโรยผงก ามะถันลงบนตัวของทั้งสองคนแล้ว
ตลอดเส้นทางนี้มีงูพิษที่พวกเขาพบเจอ แต่เมื่อมันได้กลิ่นนี้ก็หลีก
หนีไปทันที่
ด้วยเหตุนี้ สองพี่น้องจึงเข้าสู่เนินเขาลูกที่หกได้อย่างราบรื่น
แม้จะมีงูพิษบางตัวที่ไม่กลัวกลิ่นก ามะถัน พวกมันก็ถูกสองพี่น้อง
สังหารอย่างรวดเร็ว
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….