ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 382 เจ้าไม่รู้สึกแปลกใจบ้างหรือ?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 382 เจ้าไม่รู้สึกแปลกใจบ้างหรือ?
พี่ใหญ่และพี่รองไม่มีอาวุธอยู่ในมือ เมื่อเสือเข้ามาใกล้ พวกเขา
ท าได้เพียงใช้ก าปั้นต่อสู้
แม้ว่าจะสามารถป้องกันไม่ให้เสือท าร้ายคนได้ แต่มันก็ไม่
สามารถฆ่ามันได้ในครั้งเดียว
ร่างกายของเสือถูกโจมตีอย่างหนักหลายครั้ง เมื่อรู้สึกเจ็บปวด
มันก็หลบหนีไป
เหล่าพี่น้องมองเห็นทิศทางที่เสือหนีไปด้วยความประหลาดใจ
ก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดสนิท พวกเขาก็ไปตรวจสอบทิศทางนั้นแล้ว
มีหนองน ้าไม่ใหญ่นักอยู่ที่นั่น คนที่ไม่มีวิชาตัวเบาจะไม่สามารถ
ผ่านเข้าไปได้เลย
ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์ร้าย แม้ตอนหลบหนีไป แต่มันก็ไม่
ควรไปในที่แบบนั้น
มีความเป็นไปได้สองอย่าง อย่างแรกพี่ใหญ่กับพี่รองอาจจะทุบตี
เสือจนมันโง่งมและความคิดสับสน
อย่างที่สองคือหนองน ้าแห่งนั้นไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เห็น
โม่จิ่วเยี่ยรีบไล่ตามไปก่อน พร้อมกับเตือนเหล่าพี่ชาย
“พวกเราตามไปดูกันเถอะ”
พวกเขาพี่น้องพากันวิ่งตามเสือไปติด ๆ
โม่จิ่วเยี่ยวิ่งเร็วที่สุด เขาเพิ่งไล่ตามมาจนถึงหนองน ้า ก็เห็นร่าง
ใหญ่โตของเสือหายวับไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น วิธีที่มันหายไปก็แปลกประหลาดมาก มันจมลงไป
ในหนองน ้าเพียงพริบตา
สถานการณ์เช่นนี้แตกต่างจากความเข้าใจของพวกเขาพี่น้อง
อย่างสิ้นเชิง
โดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ เมื่อพลัดตกลงไปในหนอง
น ้าย่อมจมลงอย่างช้า ๆ แต่เสือตัวนั้นกลับหายวับไป
บรรดาพี่น้องมองหน้ากัน
พี่ใหญ่ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วกล่าวว่า “หนองน ้าแห่งนี้
ไม่ธรรมดา ข้าจะลองเหยียบดู”
เมื่อเห็นพี่ใหญ่ก าลังจะก้าวเท้าโม่จิ่วเยี่ยก็รีบเข้าไปขัดขวางทันที่
“อย่า”
พี่ใหญ่ถูกโม่จิ่วเยี่ยดึงตัวไว้ เขารู้สึกสงสัย “น้องเก้า เจ้าไม่รู้สึก
แปลกใจบ้างหรือที่เสือหายไปแบบนี้”
แปลกหรือ?
แน่นอนว่ามันแปลก
แต่โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากให้พี่น้องของตนเองไปเสี่ยงอันตราย
ช่วงนี้พี่หกเคยชินกับการฟังค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เมื่อเห็นพี่
ใหญ่ท าท่าจะไม่ฟัง เขาจึงรีบเข้าไปช่วยโม่จิ่วเยี่ยห้ามพี่ใหญ่
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้อธิบายมากนัก ขณะที่พี่หกก าลังช่วยห้ามพี่ใหญ่
เขาก็เก็บก้อนหินที่ใหญ่กว่าก าปั้นเล็กน้อยขึ้นมาจากพื้น
เขาโยนก้อนหินลงไปในหนองน ้า ด้วยแสงของคบเพลิง พวกเขา
สามารถมองเห็นได้ว่าก้อนหินหายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีเสียงใด ๆ
เลย
พวกเขาต่างพากันตกตะลึงอีกครั้ง
“น้องเก้า นี่ไม่น่าจะเป็นหนองน ้าแล้ว” พี่หกกล่าว
พี่น้องทุกคนตัดสินใจเหมือนกัน เมื่อเทียบกับเสือแล้ว ก้อนหินนี้
มีน ้าหนักเบากว่ามาก
หากกล่าวว่าเสือตัวนั้นจมลงไปอย่างรวดเร็วเพราะน ้าหนักตัวที่
มากเกินไปยังพอจะอธิบายได้ แต่ก้อนหินที่จมหายไปอย่างรวดเร็ว
เช่นกันเล่า?
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยปาก “ข้าสงสัยว่านี่
อาจเป็นเพียงก าแพงที่รูปร่างเหมือนหนองน ้า แต่ข้างในกลับว่าง
เปล่า”
ทันทีที่เขาพูดจบ เหล่าพี่น้องก็ได้ยินเสียงค ารามของเสือดังขึ้น
อีกครั้ง
และพวกเขาสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าเสียงนั้นมาจาก
ใต้หนองน ้าแห่งนี้
ด้วยเหตุนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงยิ่งมั่นใจในสิ่งที่เขาคาดเดา
เสือตกลงไปในหนองน ้าแห่งนี้มาเกือบครึ่งก้านธูป มันน่าจะ
หายใจไม่ออกและตายไปแล้ว
แต่ฟังเสียงของมัน กลับไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแอหรือหมดแรงเลย
แม้แต่น้อย
โม่จิ่วเยี่ยส่งคบเพลิงให้พี่หก “ข้าจะลงไปดูก่อน ก่อนจะได้ยิน
ข่าวจากข้า พวกท่านอย่าท าอะไรบุ่มบ่าม”
เขารู้ว่าหากตนไม่ลงมือโดยไม่คาดคิด จะต้องถูกพวกพี่ชาย
ขัดขวางแน่นอน ดังนั้นโม่จิ่วเยี่ยจึงกระโดดลงไปในหนองน ้าทันทีที่
พูดจบ
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้ยินเสียงร้องเรียกอย่างร้อนรนดังมาจาก
ด้านหลัง
“ไม่ได้”
“น้องเก้า ให้พี่ใหญ่ไปเถอะ”
“น้องเก้า เจ้าอย่าประมาท”
“น้องเก้า…”
การพูดมักจะช้ากว่าการกระท าเสมอ ขณะที่โม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียง
เรียกเหล่านี้ ร่างของเขาก็จมหายเข้าไปในหนองน ้านั้นแล้ว และยืน
มั่นคงอยู่บนพื้นแข็ง
สถานที่ใต้น ้าที่ควรจะมืดสนิทกลับมีแสงสลัว ๆ
โม่จิ่วเยี่ยสามารถระบุได้ว่าแสงนี้มาจากตะเกียงน ้ามัน นั่น
หมายความว่าที่นี่คงจะมีคนอยู่
ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมาก เพราะตรงหน้าของเขาคือเสือตัวนั้นที่
ก าลังตกใจ มันจ้องมองเขาอย่างดุร้าย ตั้งท่าเตรียมโจมตีแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าเพื่อจะหาทางออกจากสถานการณ์นี้ เขาต้อง
จัดการกับเสือตัวนี้ก่อน
ดังนั้นเขาจึงยกมีดสั้นขึ้น ล็งไปที่คอของเสือแล้วแทงลงไป
หากเป็นคนธรรมดา มีดเล็ก ๆ นี้แม้จะแทงลงไปก็คงท าอะไรเสือ
ได้ไม่มากนัก
แต่โม่จิ่วเยี่ยเป็นใครกัน? เขาคือเทพสงครามที่ชาวต้าซุ่นต่าง
สรรเสริญ หากเขาลงมือจัดการ เสือตัวหนึ่งจะมีโอกาสรอดไปได้
อย่างไร?
มีดพุ่งเข้าไปปักล าคอของเสืออย่างแม่นย า มันดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะสิ้นใจตาย
โม่จิ่วเยี่ยดึงมีดออก เช็ดคราบเลือดบนขนเสือให้สะอาด จากนั้น
ก็เริ่มส ารวจสถานการณ์รอบ ๆ
เมื่อครู่ตอนเขากระโดดลงมาในหนองน ้า รู้สึกได้ว่าร่างกายร่วง
หล่นลงไปอย่างน้อยสามจั้ง
จากสิ่งนี้สามารถยืนยันได้ว่า ต าแหน่งที่เขาอยู่ตอนนี้ เหมือนจะ
เป็นห้องใต้ดิน
แม้ว่าที่นี่จะมีแสงไฟ แต่ก็สลัวมาก โม่จิ่วเยี่ยจึงหยิบไฟฉาย
ออกมาจากอกเสื้อ
เขาส่องขึ้นไปด้านบนก่อน
เหนือศีรษะแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยแสงจากไฟ
ฉาย ช่วยให้มองเห็นว่าตรงนั้นก าลังเคลื่อนไหวเล็กน้อย ไม่ต่างจาก
หนองน ้าที่เห็นจากภายนอก
เขาไม่อาจแยกแยะได้ว่าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่ แต่สิ่งที่มั่นใจคือสิ่งนี้
สามารถทะลุผ่านได้ เขาเข้ามาจากตรงนี้ และมันไม่ได้ท าให้เกิด
ความเสียหายแต่อย่างใด
เมื่อครู่ตอนที่เสือเข้ามาในห้องใต้ดินและส่งเสียง เสียงนั้น
สามารถส่งออกมาข้างนอกได้ แสดงว่าที่นี่ไม่กั้นเสียง
เพื่อไม่ให้พี่ชายทั้งหลายที่อยู่ข้างนอกเป็นห่วง โม่จิ่วเยี่ยจึง
ตะโกน “พี่ชาย ข้าเข้ามาอย่างปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ปลอดภัยมาก”
เขาคิดว่าเป็นการรายงานความปลอดภัยของตนเอง แต่ไม่นาน
หลังจากที่พูดจบ ร่างของเหล่าพี่ชายก็ปรากฏตัวขึ้นรอบตัวอย่าง
ต่อเนื่อง
พี่ใหญ่เป็นคนแรกที่กระโดดลงมา พอได้ยินเสียงของน้องเก้า
เขาก็ตัดสินใจว่าแค่กระโดดลงไปในหนองน ้าก็สามารถเข้ามาได้
หลังจากนั้นก็เป็นพี่หกและพี่รองที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาพร้อม ๆ
กัน
“น้องเก้า เจ้าพบอะไรบ้างหรือไม่?” พี่ใหญ่ถามขึ้นเป็นคนแรก
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งจะฆ่าเสือและสังเกตด้านบนของห้องใต้ดิน จากนั้น
ก็รายงานความปลอดภัยให้พวกพี่ชายรู้ ยังไม่ได้ตรวจสอบอะไร
เพิ่มเติม
“ข้ายังไม่ทันได้ตรวจสอบอะไร”
เมื่อได้ยินน้องชายพูดเช่นนั้น บรรดาพี่ชายก็แยกย้ายกันไปสี่
ทาง แต่ละคนเริ่มตรวจสอบบริเวณโดยรอบ
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉย เมื่อมีพวกพี่ชายอยู่ด้วย เขาจึงต้องเก็บ
ไฟฉายไว้ชั่วคราว และใช้แสงสว่างจากตะเกียงน ้ามันตรวจสอบ
สภาพแวดล้อม
จากการประเมินด้วยสายตา ผนังทั้งสี่ด้านของห้องใต้ดินนี้ล้วน
เป็นผนังหินธรรมดา อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เชื่อว่าที่นี่จะไม่มี
เส้นทางอื่น
ผู้ที่สร้างคงไม่สร้างหลุมรูปสี่เหลี่ยมที่ลึกลับเช่นนี้ขึ้นมาด้วย
ความเบื่อหน่ายแน่นอน
แม้ว่าพวกเขาพี่น้องจะยังไม่พบอะไร แต่ก็ไม่ได้ท้อแท้ พยายาม
ลูบคล าส ารวจผนังทั้งหมดอีกครั้ง