ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 4 โม่จิ่วเยี่ยถูกหามกลับมา
เฮ่อจือหร่านยังคงหลบเลี่ยงสายตำเวรยามเพื่อค้นหาเป้าหมาย
ในการเก็บข้าวของ ขณะเดียวกันก็สารวจพื้นที่ภายในของจวนด้วย
เดิมทีนางคิดว่าจวนฮู่กั๋วกงจะต้องร ่ำรวยมั่งคั่ง ทว่ากลับไม่เป็น
เช่นนั้น
นอกจากผ้ำแพรสีสันสดใสแล้ว ก็มีเพียงข้าวสารบำงส่วนที่ทั้ง
หยาบและละเอียด ซ้ำยังมีเงินก้อนหนึ่งอยู่ในกล่องครึ่งหนึ่งเท่านั้น
ส่วนโบราณวัตถุ ภำพวาด ทองคำและเครื่องประดับนั้นมีน้อย
มาก
จวนฮู่กั๋วกงอันแสนยิ่งใหญ่อลังการ กลับยากจนลงเช่นนี้ แสดง
ได้ถึงความซื่อสัตย์สุจริตของตระกูลโม่อย่ำงชัดเจน
แต่ตระกูลที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีมาหลายชั่วอายุคน กลับถูกผู้
มีอานาจเบื้องบนริษยาชิงชัง สวรรค์ช่ำงไร้ความเมตตำจริง ๆ
เงินที่มีอยู่ครึ่งกล่องนั้นเมื่อประเมินดูแล้ว คงมีประมาณหนึ่งหมื่น
ตำลึง แม้ว่าจะน้อยกว่าที่คิดเอาไว้มาก แต่เฮ่อจือหร่านยังเชื่อมั่นว่า
หากถึงคราวต้องระหกระเหินไปจากที่นี่ ย่อมดีกว่าไม่มีอะไรติดตัวไป
เลย
เฮ่อจือหร่านคิดไปทำไป ทุกจุดที่นางเข้าไปก็เก็บข้าวของใส่มิติ
ลับ จนกระทั่งไม่มีที่ว่างให้ใส่ของอีก นางจึงจำใจกลับไปที่เรือนของ
ตนเอง
ในตอนนี้ เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว
เฉี่ยวอวี้ยังคงเฝ้ำอยู่หน้ำประตู เฮ่อจือหร่านจึงกระโดดเข้าไป
จากทำงหน้ำต่ำง
นางเพิ่งจะเปลี่ยนชุดลายพรางเสร็จ ก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้ำอัน
รีบเร่งจากด้านนอก
“นายท่าน เกิดอะไรขึ้นเจ้ำค่ะ”
เฮ่อจือหร่านได้ยินเสียงเฉี่ยวอวี้กำลังซักถำมอย่ำงร้อนใจ นางจึง
รีบเดินออกไป
นางเห็นโม่จิ่วเยี่ยบนแผ่นกระดำนกำลังถูกทหารสองคนแบก
กลับมาเข้ามาในห้อง
“ฮูหยิน ท่านกั๋วกงได้รับบาดเจ็บ พวกเราพำเขำมาส่งก่อน แล้ว
จะรีบไปตำมหมอหลวงเดี๋ยวนี้ขอรับ”
กล่าวจบ ทหารสองคนก็เคลื่อนย้ำยตัวโม่จิ่วเยี่ยจากแผ่น
กระดำนพลางประคองเขำวางบนเตียง
กระทั่งพวกเขำจากไป เฉี่ยวอวี้จึงเดินมาหาเฮ่อจือหร่าน ดวงตา
แดงก ่ำ
“คุณหนู ตอนท่านกั๋วกงออกไปยังดี ๆ อยู่ เหตุใดถึงกลับมาใน
สภำพสิ้นสติเช่นนี้”
เฮ่อจือหร่านกำลังสังเกตอาการของโม่จิ่วเยี่ยอยู่ จึงเห็นเพียงว่า
ดวงตาของเขำปิดสนิท คล้ำยว่าหมดสติไปจริง ๆ
“เจ้ำรีบไปเฝ้ำหน้ำประตู หากหมอหลวงมาถึงแล้ว ให้รีบพำตัวมา
ที่นี่ทันที” สิ่งแรกที่นางต้องทำคือการให้เฉี่ยวอวี้ออกไป
จากนั้นจึงค่อยตรวจสอบบาดแผลของโม่จิ่วเยี่ย
“เจ้ำค่ะ!” เฉี่ยวอวี้ขำนรับ ก่อนหันหลังแล้วเดินจากไป
เฮ่อจือหร่านปรับไส้เทียนแดงสีสดทั้งสองเล่มให้มีความสว่างมาก
ที่สุด นางวางมันไว้ที่ข้างหัวเตียง เพื่อเตรียมตรวจสอบอาการ
บาดเจ็บของชายหนุ่ม
ทว่าเพียงมือของนางยื่นออกไป โม่จิ่วเยี่ยกลับลืมตำขึ้น
“ข้าไม่เป็นอะไร”
น้ำเสียงของเขำยังฟังดูแข็งแรงดี แสดงว่าคงไม่ได้เป็นอะไรมาก
จริง ๆ
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” เฮ่อจือหร่านถำม
โม่จิ่วเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ หันมองนาง
ดวงตาทั้งคู่แฝงความเยือกเย็นจ้องเฮ่อจือหร่านไม่วางตำ
“เจ้ำรู้ได้อย่ำงไรว่าวันนี้ข้าจะเข้าวังแล้วจะถูกองค์จักรพรรดิใส่
ร้ำย”
ขณะเดินทำงกลับจากวังหลวง โม่จิ่วเยี่ยนอนอยู่บนแผ่นไม้
กระดำน เขำตั้งข้อสงสัยว่าเฮ่อจือหร่านรู้เรื่องนี้ได้อย่ำงไร
ความเป็นไปได้มากที่สุดคือเฮ่อเยวียนหมิงผู้เป็นพ่อตำของเขำ
ต้องรู้เรื่องนี้ล่วงหน้ำแล้ว ไม่เช่นนั้นเขำคงไม่สามารถอธิบำยเรื่องนี้
ให้กับตนเองได้
หากเป็นเช่นนั้น ย่อมแสดงว่าเฮ่อเยวียนหมิงเป็นคนขององค์
จักรพรรดิอย่ำงไม่ต้องสงสัย ส่วนเฮ่อจือหร่านก็อาจเป็นสายลับของ
อีกฝ่ำย
โม่จิ่วเยี่ยมองนางด้วยสายตำลึกล้ำยิ่งขึ้น
หากนางเป็นคุณหนูผู้อยู่ในยุคสมัยนี้ เกรงว่าคงต้องร้องไห้ด้วย
ความกลัวแล้ว
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยกำลังสงสัยในตัวนาง แต่นางกลับไม่
รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย
“ข้าฝันเห็นเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้มาหลายวัน ฝันว่าท่านจะ
ประสบเคราะห์กรรม หากท่านไม่เชื่อก็ตำมใจเถอะ แต่ข้าอธิบำยได้
เพียงเท่านี้”
โม่จิ่วเยี่ยมองดวงตากลมโตอันใสซื่อของนาง เขำยังไม่ปักใจเชื่อ
คำพูดของนาง ทว่ากลับไม่เอ่ยซักถำมต่อ
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าเขำคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวต่อ “ท่านได้รับ
บาดเจ็บหรือไม่ ข้าพอมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้ำง ข้าจะช่วยดูให้”
สิ้นเสียง โม่จิ่วเยี่ยก็ดึงเบำะนั่งที่นางมอบให้เขำออกมา
เบำะนั่งฉีกขำดหลายแห่ง ทั้งยังมีคราบเลือดติดอยู่
“หรือว่าท่านเข้าไปในวังหลังแล้วถูกโบยหนึ่งร้อยไม้”
ในประวัติศำสตร์ถูกบันทึกไว้เช่นนี้ อีกทั้งตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยยังถูก
คนแบกกลับมา คราบเลือดที่ติดอยู่บนเบำะนั่ง ย่อมแสดงว่าเรื่อง
ทั้งหมดเป็นความจริง
โม่จิ่วเยี่ยส่ำยหน้ำเบำ ๆ “ข้าไม่ได้เข้าไปในวังหลัง แต่องค์
จักรพรรดิใส่ความว่าข้าขัดพระราชโองการ จึงต้องถูกโบยห้ำสิบไม้”
เขำหันไปมองเบำะเปื้อนเลือด ก่อนพูดด้วยความจริงใจ
“ขอบคุณที่ช่วยเตือนและให้ยืมเบำะนี้มา มันช่วยชีวิตข้าได้มาก”
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านั้น โม่จิ่วเยี่ยยังคงรู้สึกหวั่นเกรงอยู่
เขำถูกพำตัวเข้าวังและทุกอย่ำงก็เป็นไปตำมที่เฮ่อจือหร่านเตือน
ไว้จริง ๆ องค์จักรพรรดิเชิญเขำให้ไปพบกันในวังหลัง
เมื่อคิดถึงคำเตือนจากเฮ่อจือหร่าน โม่จิ่วเยี่ยจึงปฏิเสธที่จะเข้า
ไป โดยอ้ำงเหตุผลว่าบุรุษไม่ควรเข้าไปพบผู้ใดในวังหลัง
องค์จักรพรรดิเห็นว่าเรื่องราวไม่ได้เป็นไปตำมแผนที่วางไว้ จึง
ทรงพิโรธและปรักปราว่าโม่จิ่วเยี่ยขัดต่อพระราชโองการ
ถ้ำหากกล่าวว่าการขัดพระราชโองการนั้นมีโทษถึงตำย กระนั้น
องค์จักรพรรดิก็ทรงทราบดีว่าคงไม่อาจลงโทษโม่จิ่วเยี่ยด้วยเหตุผล
ข้อนี้ และเมื่อความจริงเปิดเผยเกียรติยศขององค์จักรพรรดิจะต้องมัว
หมองเป็นแน่
ทว่าองค์จักรพรรดิก็ไม่อาจปล่อยตัวโม่จิ่วเยี่ยไปอย่ำงง่ำยดำย
เมื่อครุ่นคิดอีกครั้งแล้ว จึงสั่งให้คนโบยเขำห้ำสิบไม้
ในตอนที่โม่จิ่วเยี่ยกำลังถูกโบย ด้วยเพราะเบำะรองนั่งที่เฮ่อจือห
ร่านมอบให้ก่อนหน้ำนี้ มันช่วยปกป้องร่างกายเขำ ทำให้ได้รับเพียง
บาดแผลภายนอกเท่านั้น
แต่เพื่อปิดบังจากสายตำผู้คน โม่จิ่วเยี่ยจึงต้องแกล้งหมดสติ และ
ให้คนแบกหามกลับมาจวนฮู่กั๋วกง
และเป็นไปอย่ำงที่โม่จิ่วเยี่ยคิดเอาไว้ เขำรู้สึกราวกับว่าเฮ่อจือห
ร่านอาจรู้เรื่องอื่น ๆ อีกด้วย
“ในฝันของเจ้ำ ยังมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่”
เฮ่อจือหร่านรอให้โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยถำมนางก่อน นางไม่ได้สนใจว่า
เขำจะเชื่อหรือไม่ว่านางรู้เรื่องเหล่านี้ได้จากความฝัน นางยังคงกล่าว
อย่ำงจริงจัง “ข้าฝันว่าจวนฮู่กั๋วกงจะถูกริบทรัพย์และเนรเทศ”
“ริบทรัพย์และเนรเทศหรือ” โม่จิ่วเยี่ยเบิกตำกว้ำง ตกใจเล็กน้อย
เฮ่อจือหร่านพยักหน้ำรับ “หากเวลาไม่คลาดเคลื่อนไป คงเป็น
พรุ่งนี้เช้ำ”
“พรุ่งนี้เช้ำ”
“ใช่ พรุ่งนี้เช้ำ หลังจากเริ่มการตรวจฎีกำ จะมีขุนนางกล่าวหา
รวมถึงแสดงหลักฐำนที่พวกเขำเตรียมไว้เพื่อให้ท่านเป็นกบฏ”
ด้วยเหตุผลบำงอย่ำง โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่สงสัยในคำกล่าวของ
เฮ่อจือหร่านนัก
หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้ำนี้ก็ใช่ว่าไม่มีเค้ำลางบอกเหตุ
แม้แต่น้อย
เช่นเดียวกับการที่คืนนี้เขำถูกเรียกตัวเข้าวังไปอย่ำงไม่ทราบ
สาเหตุ ทั้งยังถูกโบยไปแล้วถึงห้ำสิบไม้
เมื่อคิดถึงเรื่องอื่น ๆ โม่จิ่วเยี่ยย่อมไม่ได้ลืมเรื่องนี้ไปเสียหมด
ยามนี้ ชายหนุ่มกำลังจมดิ่งในห้วงความคิดของตนเอง
ไม่ว่าสิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดมานั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ เขำยัง
รู้สึกว่าจำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือไว้สักหน่อย
เมื่อคิดได้ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงเงยหน้ำมองนาง
“เจ้ำรีบส่งคนไปแจ้งมารดำและพี่สะใภ้ของข้าว่าข้ากลับมาจาก
วังหลวงแล้ว และยังได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไป พวกนางจะต้อง
รีบเร่งมาดูอาการข้าอย่ำงแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะบอกกล่าว
เรื่องนี้กับพวกนาง”
ไม่รู้เพราะเหตุใด โม่จิ่วเยี่ยจึงไว้เนื้อเชื่อใจหญิงสาวซึ่งยังไม่ค่อย
คุ้นเคยผู้นี้ได้อย่ำงประหลาด
ขณะเดียวกัน เขำยังคงมีความคิดเช่นเดียวกับเฮ่อจือหร่าน คือ
การที่เชื่อไว้ก่อนย่อมไม่เสียหาย แม้ว่าสุดท้ำยแล้ว อาจกลายเป็น
เรื่องวุ่นวายไปเสียเปล่ำก็ตำม แต่ต้องดีกว่าปล่อยให้เหตุการณ์
เช่นนั้นเกิดขึ้นและหาทำงแก้ไขในภายหลัง