ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 5 เกิดเป็นคนสกุลโม่ ตำยก็ยังเป็นผีสกุลโม่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 5 เกิดเป็นคนสกุลโม่ ตำยก็ยังเป็นผีสกุลโม่
เรื่องนี้เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าควรแจ้งให้พวกนางทราบเช่นกัน อีก
ทั้งคำเตือนเหล่านี้หากโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยบอกด้วยตนเองย่อมมีน้ำหนัก
กว่านาง
“เอาเถอะ ข้าจะสั่งให้คนไปเชิญพวกนางมา”
เฮ่อจือหร่านสั่งการคนรับใช้ให้ไปเชิญคนในเรือนต่ำง ๆ มา ก่อน
เดินกลับเข้าห้องอีกครั้ง
นางถำมโม่จิ่วเยี่ยว่า “ท่านคิดแผนการดี ๆ ไว้แล้วหรือยัง”
“เจ้ำกับพวกพี่สะใภ้สามารถถือหนังสือหย่ำออกไปได้” สิ่งที่โม่จิ่ว
เยี่ยนึกได้คือการทำให้คนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
เฮ่อจือหร่านไม่โต้แย้งอะไร
แม้นางจะเพิ่งพูดคุยกับพี่สะใภ้ทั้งแปดได้ไม่นานนัก แต่ก็รับรู้ได้
ว่าพวกนางจิตใจดี
น่ำสงสารที่พวกนางต้องกลายเป็นม่ำยตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งยัง
ถูกเนรเทศด้วยอีก
ส่วนตัวนางเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย
นางเพียงสงสารชะตำกรรมของสกุลโม่ และอยากใช้
ความสามารถที่มีช่วยเปลี่ยนแปลงดวงชะตำมรณะซึ่งกำลังจะมาของ
โม่จิ่วเยี่ยให้ได้
ไม่นานนัก ฮูหยินผู้เฒ่ำกับพี่สะใภ้ก็ทยอยกันมาถึง
เฮ่อจือหร่านรู้ได้ว่าทุกคนห่วงใยโม่จิ่วเยี่ยอย่ำงจริงใจ
ฮูหยินผู้เฒ่ำเดินมาดูลูกชายเป็นคนแรก แม้ในดวงตาจะมีน้ำตำ
คลอเรื่อ แต่กิริยาท่ำทำงยังเข้มแข็ง
“จิ่วเยี่ย เจ้ำเป็นอย่ำงไรบ้ำง”
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นอะไร เพียงบาดแผลเล็กน้อย”
“น้องเก้ำ เหตุใดเจ้ำได้รับบาดเจ็บ” พี่สะใภ้สี่ถำมด้วยความ
ห่วงใย
โม่จิ่วเยี่ยเหลือบมองทุกคน
“รอให้พวกพี่สะใภ้มาครบก่อน ข้าจึงจะเล่ำให้ฟัง”
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนี้ ทุกคนต่ำงไม่ได้ซักไซ้อะไร สารวจ
บาดแผลของเขำอย่ำงกังวล
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เหล่ำพี่สะใภ้ที่เรือนอยู่ไกลออกไปจึง
เดินทำงมาถึง
เฮ่อจือหร่านสั่งให้คนเฝ้ำประตูไว้ห้ำมให้ใครเข้ามา
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกปลาบปลื้มกับความเอาใจใส่ของเฮ่อจือหร่าน
พร้อมกันนั้นเขำก็ยังประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงไปของนาง
หากไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เขำอาจเปิดใจศึกษำดูใจกับนางสัก
ครั้ง
น่ำเสียดำยที่โชคชะตำช่ำงเล่นตลก สวรรค์คงไม่ให้โอกำสนั้น
แก่เขำ
โม่จิ่วเยี่ยดึงสติอันล่องลอยกลับคืนมา ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียง
หนักแน่น “ท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งหลาย ข้าถูกเชิญเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้ำ
จักรพรรดิ แต่กลับถูกพระองค์กล่าวหาและสั่งลงโทษโบยห้ำสิบไม้”
ครั้นฟังจบ ทุกคนในที่นั้นต่ำงตกใจ
“น้องเก้ำ เจ้ำทำอะไรผิด จักรพรรดิจึงลงโทษเจ้ำเช่นนี้”
“ถูกต้องแล้ว น้องเก้ำ เจ้ำบาดเจ็บมากหรือไม่ ถูกโบยห้ำสิบไม้
ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ”
“น้องเก้ำ…”
คำถำมไถ่มีมากมายเสียจนชายหนุ่มอย่ำงโม่จิ่วเยี่ยรู้สึกอบอุ่น
ครอบครัวสุขสงบเช่นนี้ เกรงว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คงไม่มีอีก
แล้ว
แม้จะรู้สึกเสียดำย แต่สิ่งที่ควรทำยังคงต้องทำ
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งหลาย จากเหตุการณ์ในวันนี้เห็นได้ชัดว่า
จักรพรรดิจะไม่ทรงทนเห็นจวนฮู่กั๋วกงดำรงอยู่ต่อได้อีก จากนี้ไป
ย่อมมีพระบัญชำสั่งลงโทษ สถำนเบำคือเนรเทศ สถำนหนักอาจถึง
ขั้นประหาร”
โม่จิ่วเยี่ยจงใจบอกเล่ำสถำนการณ์ให้ฟังดูเลวร้ำยกว่าความเป็น
จริง เพื่อหวังให้พี่สะใภ้ทั้งหลายยอมจากไปแต่โดยดี
สะใภ้ทั้งแปดกลับมองเฮ่อจือหร่านเป็นตำเดียว
ในตอนที่พวกนางกำลังจะออกจากห้องหอน้องเก้ำ น้องสะใภ้เก้ำ
ก็กล่าวเตือนเรื่องนี้
ตอนนั้นพวกนางยังไม่ใส่ใจ ด้วยคิดว่าน้องสะใภ้เก้ำคงวิตกกังวล
ไปเอง
ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้อีกครั้งจากปำกโม่จิ่วเยี่ย พวกนางยิ่ง
ไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป
เฮ่อจือหร่านสบสายตำใคร่รู้ของพวกนาง ก่อนพยักหน้ำอย่ำง
หนักแน่น เพื่อบอกว่าตนไม่ได้พูดจำเหลวไหล
“จิ่วเยี่ย เจ้ำพูดจริงหรือ” แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่ำผู้สุขุมเยือกเย็นยัง
อดร้อนใจไม่ได้
“ท่านแม่ มีความเป็นไปได้เช่นนั้น” โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้กล่าวยืนยัน
เพราะแท้จริงแล้วเขำก็เพียงฟังจากปำกของเฮ่อจือหร่าน และ
วิเคราะห์เพิ่มเติมจากมุมมองของตนเอง
ฮูหยินผู้เฒ่ำพลันร่างกายสั่นระริก
“ข้าคิดมาตลอดว่าสกุลโม่ของเราจงรักภักดีต่อแผ่นดินมาช้ำ
นาน บุรุษในตระกูลล้วนพลีชีพเพื่อประเทศชำติ แต่สุดท้ำยกลับพบ
จุดจบเช่นนี้หรือ”
ฮูหยินผู้เฒ่ำเอ่ยพลางหัวเราะเสียงเย็น
“ตอนแรก ข้าบอกให้พ่อเจ้ำเกษียณและอยู่จวน ชื่อเสียงและ
ทรัพย์สมบัติทั้งหลายย่อมไม่เท่ำกับความสงบสุขของจวนเรา แต่พ่อ
เจ้ำกลับไม่ยอม หน้ำที่ปกป้องราชวงศ์ต้ำซุนของสกุลโม่ คำพูดนี้
ต่ำงหากที่ทำให้ข้าต้องสูญเสียสามีและบุตรชายทั้งแปดคนไป การ
เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องราชวงศ์ต้ำซุนนั้นมีประโยชน์อะไรกัน
หึ…ที่แท้ยังมีเรื่องน่ำขันเช่นนี้”
บรรดำสะใภ้ทั้งแปดต่ำงโกรธเคืองเช่นกัน
“จะเกินไปแล้ว สกุลโม่ของเราทำบำปกรรมอะไร เหตุใดจึงต้อง
ประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ด้วย”
“ข้าไม่ยอม ข้าจะกลับบ้ำนไปขอให้ท่านพ่อช่วยพูด”
“ข้าเองก็จะไปหาพี่ใหญ่ หวังว่าเขำคงจะช่วยพวกเราได้บ้ำง”
ทว่าโม่จิ่วเยี่ยกลับส่ำยหน้ำ
“พี่สะใภ้ทั้งหลายคงต้องถอดใจเสียแล้ว องค์จักรพรรดิทรงตั้ง
พระทัยแน่วแน่ที่จะกำจัดสกุลโม่ เช่นนี้แล้วพระองค์จะยังทรงรับฟังคำ
ทักท้วงหรือ”
“แล้วจะทำอย่ำงไรดีเล่ำ หรือว่าพวกเราต้องรอให้คนพวกนั้นยัด
เยียดคำกล่าวหาให้พวกเรา” พี่สะใภ้เจ็ดถำมอย่ำงไม่พอใจ
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตอบ ชายหนุ่มหันมองฮูหยินผู้เฒ่ำ
“ท่านแม่ ข้าคิดว่าแทนที่จะให้พี่สะใภ้ต้องเดือดร้อนไปพร้อมกับ
สกุลโม่ ควรให้พวกนางถือหนังสือหย่ำออกไปดีกว่า”
ฮูหยินผู้เฒ่ำครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนกล่าวอย่ำงหนักแน่น “อืม จิ่ว
เยี่ยพูดมีเหตุผล พี่สะใภ้ของเจ้ำทั้งหลายล้วนน่ำสงสารอยู่แล้ว บ้ำน
สกุลโม่ของเราย่อมไม่สามารถให้พวกนางร่วมตกทุกข์ได้ยากกับ
พวกเรา อีกทั้งคุณหนูเฮ่อที่เพิ่งจะแต่งเข้ามายังต้องมาติดร่ำงแหไป
ด้วย ช่ำงน่ำสงสารยิ่งนัก”
“ท่านแม่ น้องเก้ำ ข้าขอไม่รับหนังสือหย่ำ ชุยปี้ถิงผู้นี้ เกิดก็เป็น
คนสกุลโม่ ตำยก็ยังเป็นผีสกุลโม่”
“ข้าก็เช่นกัน แม้ว่าสกุลโม่จะต้องถูกประหารทั้งตระกูล ข้าเซี่ย
ฟำงขออยู่เคียงข้างพวกท่านถึงที่สุด”
“ข้าก็ไม่ขอรับหนังสือหย่ำเช่นกัน จะอยู่เพื่อร่วมทุกข์ร่วมสุขไป
กับสกุลโม่”
“ข้าสัญญำกับสามีไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะดูแลท่าน
แม่แทนเขำอย่ำงสุดความสามารถ”
“ข้าก็ไม่ขอจากไป”
“…”
สะใภ้ม่ำยทั้งแปดคนของสกุลโม่ต่ำงดื้อดึง ไม่ยอมรับหนังสือหย่ำ
ออกไปจากจวน
แม้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นหนทำงรอดเพียงหนึ่งเดียว แต่พวกนางกลับไม่
ต้องการ และจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับคนบ้ำนสกุลโม่เท่านั้น
เมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้ทั้งแปดมีความตั้งใจเช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ำรู้สึก
ซำบซึ้งใจนัก ในขณะเดียวกันยังหันมองเฮ่อจือหร่าน
“คุณหนูเฮ่อ เจ้ำเล่ำ”
“ข้าจะอยู่” เฮ่อจือหร่านไม่ลังเลแม้แต่น้อย ตอบกลับเสียงมั่นคง
ฮูหยินผู้เฒ่ำมองโม่จิ่วเยี่ย “จิ่วเยี่ย เจ้ำก็เห็นแล้ว เหล่ำสตรีใน
บ้ำนเราล้วนกล้ำหาญ แม่เองก็อยากทำตำมความต้องการของพวก
นาง”
โม่จิ่วเยี่ยมองพวกนางทั้งหลายด้วยแววตำชื่นชม
“พี่สะใภ้ ชีวิตคนเรามีเพียงครั้งเดียว ถ้ำเลือกได้ ใครเล่ำจะเลือก
หนทำงตำย ข้าขอร้องพวกท่านว่าเรื่องนี้อย่ำได้ดื้อดึงเลย”
“น้องเก้ำ ข้าตัดสินใจแล้ว เจ้ำไม่ต้องพูดอีก”
ภายใต้การนาของสะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็ตัดสินใจ
เช่นเดียวกัน
ฮูหยินผู้เฒ่ำเข้าใจนิสัยใจคอของเหล่ำสะใภ้เป็นอย่ำงดี แม้ว่า
เมื่ออยู่ด้วยกันในยามปกติ พวกนางอาจกระทบกระทั่งกันบ้ำง แต่ยาม
คับขันก็ไม่มีผู้ใดหนีหน้ำ
สิ่งนี้คือการกระทำของสตรีบ้ำนสกุลโม่ที่พึงปฏิบัติ