ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 407 รีบมาดูสิว่าใครมา
โชคดีที่เฮ่อจือหร่านเตรียมการไว้ล่วงหน้า ด้วยความเข้าใจของ
นางที่มีต่อถังหมิงรุ่ย เขาจะต้องน ารถม้ามามากมายแน่นอน เพราะ
หากน้อยเกินไปคงไม่พอจะบรรทุกสินค้าให้ทั้งหมด
หลังจากส่งพวกถังหมิงรุ่ยออกเดินทางไปแล้ว ก็ยังไม่ถึงเวลา
ยามเฉินเลยด้วยซ ้า
โม่จิ่วเยี่ยท างานจนเหงื่อท่วมตัว เขาก าลังจะกลับบ้านไปช าระ
ร่างกาย ก็เห็นซ่งเชาวิ่งเข้ามา
“คุณชายเก้า มีรถม้าคันหนึ่งมาที่หมู่บ้าน ก าลังถามหาบ้านของ
สกุลโม่ขอรับ”
โม่จิ่วเยี่ยเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ชี้ไปทางหมู่บ้านแล้วพูดว่า “พา
ข้าไปดูหน่อย”
ตั้งแต่มาตั้งรกรากที่หมู่บ้านซีหลิ่ง นอกจากจะคุ้นเคยกับพวก
ชาวบ้านแล้ว ก็มีเพียงเมิ่งไห่หนิงกับถังหมิงรุ่ยเท่านั้น เขาคิดไม่ออก
ว่าไปเกี่ยวข้องกับใครอีก
ดังนั้น เขาจึงสงสัยมากว่าแขกที่มาเยือนเป็นใคร
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาก าลังคิดว่าใครอีกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
แล้วมาหาเรื่องกับสกุลโม่
เมื่อคิดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงตามหลังซ่งเชาเข้าไปในหมู่บ้าน
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่คุณชายรองพาคนมาหาเรื่องกับสกุล
โม่ ชาวบ้านก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้นอีก ดังนั้นเมื่อถูกถามถึง
ที่อยู่ของสกุลโม่ พวกเขาจึงหลบเลี่ยงไม่พูด บางคนถึงกับหันหลัง
เดินหนีทันที่
เนื่องจากไม่สามารถหาต าแหน่งที่แน่นอนของสกุลโม่ รถม้าจึง
ไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน ท าได้เพียงหยุดอยู่บนถนนเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน
คนขับรถยังคงถามทุกคนที่พบเจอ แต่น่าเสียดายที่เขาถามไปก็
ไร้ประโยชน์
ด้วยความจนใจ คนขับรถม้าจึงต้องกลับไปรายงานคนบนรถม้า
“ฮูหยิน ชาวบ้านที่นี่แปลกมากขอรับ ข้าแค่ถามทางเท่านั้น แต่
พวกเขากลับหลบหนีข้าราวกับเห็นสัตว์ร้าย”
เฮ่อฮูหยินรู้สึกจนปัญญา จึงต้องเลิกม่านรถม้าขึ้น สาวใช้สูงวัย
ช่วยพยุงนางลงมา
นางไม่ได้ต าหนิคนขับรถม้า ตอนที่มองออกมานอกหน้าต่าง
นางก็เห็นสถานการณ์ชัดเจนแล้ว
“ข้าจะไปถามเอง”
ส าหรับเฮ่อฮูหยินแล้ว โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คุ้นเคยเป็นพิเศษ
เขาเคยพบหน้าแม่ยายเพียงสามครั้ง ครั้งแรกคือก่อนจะแต่งงาน
กับเฮ่อจือหร่าน เขาไปส่งของหมั้นที่จวนเสนาบดีเฮ่อ ตอนนั้น
เสนาบดีเฮ่อกับภรรยามาต้อนรับร่วมกัน แต่ด้วยมารยาท เขาจึงก้ม
หน้าขณะพูดคุยกับพ่อตา ไม่ได้เงยหน้ามองแม่ยายเลย
ครั้งที่สองคือวันที่แต่งเฮ่อจือหร่านเข้าบ้าน เสนาบดีเฮ่อและ
ภรรยามาส่งพวกเขาที่ประตู โม่จิ่วเยี่ยแค่ช าเลืองมองนางแวบเดียว
จากนั้นก็ค านับลา
ครั้งที่สามคือวันที่พวกเขาถูกเนรเทศ สามีภรรยาเสนาบดีเหอมา
ส่งเฮ่อจือหร่าน เขาก็แอบมองพวกเขาเงียบ ๆ จากบนรถม้า
และเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เขาไปเมืองหลวง เขาก็แค่แอบฟังบท
สนทนาของตระกูลเฮ่ออยู่ห่าง ๆ และไม่ได้เจอหน้าแม่ยาย
ดังนั้น ความประทับใจของโม่จิ่วเยี่ยที่มีต่อแม่ยายของเขายังคง
เลือนลางอยู่บ้าง
การแต่งกายของเฮ่อฮูหยินในวันนี้ไม่ต่างจากคนรวยทั่วไป
เมื่อก่อนเขาเคยเห็นแม่ยายล้วนสง่างามและหรูหรา จึงเป็นเรื่องปกติที่
โม่จิ่วเยี่ยจะจ านางไม่ได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสตรีผู้นี้จะไม่ได้แต่งกายหรูหรา แต่กลิ่นอาย
ความงามสง่าและสูงส่งที่ติดตัวมานั้นไม่อาจท าได้ ขาก็พอจะเดาได้
ว่าคนผู้นี้มีฐานะไม่ธรรมดา และดูไม่เหมือนคนที่ชั่วร้าย
เขาแค่รู้สึกสับสนเล็กน้อยว่าสกุลโม่จะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับ
สตรีผู้นี้
ขณะที่ครุ่นคิดอยู่ในใจ เขาก็เดินไปมาหาเฮ่อฮูหยินแล้ว
พอเฮ่อฮูหยินหันกลับมาก็เห็นร่างสูงใหญ่สองร่างปรากฏอยู่
ตรงหน้า
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้จักแม่ยายผู้นี้ แต่เฮ่อฮูหยินจ าเขาได้ดี
ตอนที่โม่จิ่วเยี่ยไปส่งของหมั้นที่จวน นางจงใจมองเขาหลายครั้ง
โดยเฉพาะรูปร่างที่สูงใหญ่และสง่าผ่าเผยของเขาซึ่งโดดเด่นกว่าใคร
ๆ
“จิ่วเยี่ย” เฮ่อฮูหยินเห็นโม่จิ่วเยี่ยมาน ้าตาก็แทบจะไหล
มีเพียงฟ้าดินเท่านั้นที่รู้ว่านางร้อนใจเพียงใดที่จะได้พบบุตรสาว
และลูกเขยในระหว่างการเดินทางครั้งนี้
นางอยากเห็นสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาเร็ว ๆ
ที่ส าคัญที่สุดคือ บุตรสาวนางก าลังจะคลอดในไม่ช้า นางใน
ฐานะมารดาต้องมาอยู่เคียงข้าง
เมื่อได้ยินค าเรียกนั้นโม่จิ่วเยี่ยพลันชะงัก จากนั้นก็ตอบกลับ
อย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ยาย?”
เขาถามอย่างระวัง
แม้ว่าจะจ ารูปร่างหน้าตาของแม่ยายไม่ได้ แต่เขาก็คุ้นเคยกับ
น ้าเสียงนี้ดี เพราะเพิ่งได้ยินมาจากตอนที่ไปเมืองหลวง
เฮ่อฮูหยินพยักหน้าซ ้า ๆ พร้อมกับน ้าตาที่ไหลออกมา
“จิ่วเยี่ย หร่านหร่านยังสบายดีหรือไม่?” นี่คือสิ่งที่นางกังวลมาก
ที่สุดในตอนนี้
โม่จิ่วเยี่ยก้าวไปข้างหน้า “ท่านแม่ยาย หร่านหร่านสบายดี นาง
จะต้องดีใจมากแน่ที่ได้พบท่าน ข้าจะพาท่านไปพบนางเดี๋ยวนี้”
ซ่งเชาก็มีไหวพริบดีเช่นกัน เขาไม่คิดว่าคนที่มาตามหาสกุลโม่
ถึงหมู่บ้านซีหลิ่งจะเป็นแม่ยายของคุณชายเก้า
เขารับสายบังเหียนจากมือคนขับรถม้า เดินน าหน้าเพื่อน าทาง
ไป
เฮ่อฮูหยินถูกสาวใช้คนสนิทคอยพยุง ขณะเดินอยู่ข้างกายโม่จิ่ว
เยี่ย
ในตอนนี้นางไม่มีใจจะสังเกตสภาพแวดล้อมรอบข้างเลย มีแต่
ความคิดที่อยากจะพบหน้าบุตรสาวโดยเร็วที่สุด
เฮ่อจือหร่านใกล้ถึงก าหนดคลอดมากขึ้นเรื่อย ๆ และนางก็
กลายเป็นคนเกียจคร้านกว่าเมื่อก่อน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคืนนี้ ดูเหมือนว่าทารกทั้งสองในท้องนาง
จะแข่งกันดิ้นไปมา ท าให้นางนอนหลับไม่สนิท
ด้วยเหตุนี้ วันนี้เฮ่อจือหร่านจึงนอนตื่นสาย และเพิ่งจะตื่นขึ้นมา
ฮูหยินผู้เฒ่ากังวลว่าจะไม่ดีหากไม่มีใครอยู่ข้างกายดูแลนางใน
ช่วงที่ตั้งครรภ์ จึงให้หลานเอ๋อร์คอยอยู่เป็นเพื่อน
เวลานี้หลานเอ๋อร์ก าลังจัดอาหารเช้าที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ
ส าหรับเฮ่อจือหร่าน บนโต๊ะหินในลานบ้าน เฮ่อจือหร่านเพิ่งจะหยิบ
ตะเกียบขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงม้าจากด้านนอก
นางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ใครกันที่ขับรถม้ามาที่นี่ในเวลาแบบนี้
“หลานเอ๋อร์ เจ้าไปดูหน่อยว่าใครมา”
หลานเอ๋อร์รับค าแล้วเปิดประตูรั้ว เสียงตื่นเต้นของโม่จิ่วเยี่ยก็ดัง
เข้ามา
“หร่านหร่าน เจ้ารีบมาดูสิว่าใครมา”
เฮ่อจือหร่านวางตะเกียบลงแล้วลุกขึ้น มองไปทางประตู
ทันทีที่เห็นเฮ่อฮูหยิน นางก็ชะงัก
อาจเป็นเพราะนางเข้ามาอยู่ในร่างของเจ้าของร่างเดิม ความรู้สึก
ใกล้ชิดที่มาจากส่วนลึกของหัวใจนี้จึงเป็นของจริง
“ท่านแม่?”
“หร่านหร่าน…ฮือ…” เมื่อเห็นบุตรสาวก าลังท้องโต เฮ่อฮูหยินก็
ร้องไห้ราวกับสายฝน สลัดมือวสาวใช้ที่พยุงออก แล้วรีบวิ่งไปหา
เฮ่อจือหร่าน
เฮ่อจือหร่านก็เช่นกัน น ้าตานางไหลอาบแก้มราวกับไข่มุกที่ร่วง
หล่น
นางไม่รู้ว่าท าไม พอเห็นเฮ่อฮูหยินในชั่วขณะนั้น ในใจก็ไม่มี
ความรู้สึกขุ่นเคืองแม้แต่น้อย ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นมารดาแท้ ๆ ของ
ตนเอง
“ท่านแม่…ท าไมท่านถึงมาที่นี่?”
ขณะที่พูด สองแม่ลูกก็โผเข้ากอดกันและร้องไห้โฮต่อหน้าทุก
คน
โม่จิ่วเยี่ยมองดูอยู่ด้านข้าง ในใจรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะสกุลโม่ หร่านหรานก็คงไม่ต้องพลัดพรากจาก
มารดาไกลขนาดนี้ ถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ ้าว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่
เขาอยากจะเข้าไปปลอบ แต่ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร ได้แต่ยืนนิ่ง
อยู่กับที่ แต่เขาก็ไม่ลืมสั่งให้ซ่งเชาไปเชิญมราดาของตนมาจากเรือน
ของผู้อาวุโส
แม่สามีเดินทางไกลพันลี้มายังซีเป่ย นับว่าเป็นแขก หากมารดา
เขาไม่ออกมาต้อนรับอย่างเหมาะสม อาจจะเป็นการเสียมารยาท
หลานเอ๋อร์ที่มีไหวพริบ พอเห็นสองแม่ลูกร้องไห้เศร้าโศก จึงรีบ
น าผ้าเช็ดหน้ามาให้ทั้งสองเช็ดน ้าตา
เฮ่อฮูหยินจึงตระหนักได้ว่าบุตรสาวของนางก าลังตั้งครรภ์อยู่ ไม่
ควรเศร้าโศกเสียใจเช่นนี้
“หร่านหร่าน อย่าร้องไห้เลย ให้แม่ดูเจ้าหน่อย”
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….