ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 42 ข้าไปแก้แค้นให้เจ้ำมา
แต่จะทำอย่ำงไรให้มีเงินในแอปเพิ่มขึ้น เฮ่อจือหร่านครุ่นคิดไป
มากระทั่งนึกออก
นั่นคือทำการค้ำ
แต่ว่า หากจะทำการค้ำนางต้องขำยอะไรเล่ำ?
ระหว่างกำลังลังเล สายตำของเฮ่อจือหร่านมองไปยังข้าวของที่
นามาจากจวนฮู่กั๋วกงและท้องพระคลัง
แววตำเฮ่อจือหร่านสว่างวาบขึ้นทันที่ ดูเหมือนว่านางจะเปิดร้ำน
ขำยของโบราณพวกนี้โดยเฉพำะได้
นางเองก็กำลังกังวลเรื่องของจากท้องพระคลังจะถูกเปิดเผยใน
อนาคต ถ้ำเช่นนั้นก็แก้ปัญหาได้ทั้งหมดแล้ว
คิดได้ดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็วางแผนจะศึกษำขั้นตอนการเปิดร้ำน
อย่ำงเป็นระบบ
แต่เพียงเปิดคำอธิบำยเกี่ยวกับการเปิดร้ำนค้ำ ก็ได้ยินเสียงคน
เอ่ยเรียกนาง
“สะใภ้เฮ่อ โม่จิ่วเยี่ยหลับหรือยัง ข้าอยากคุยกับเขำสักหน่อย”
เฮ่อจือหร่านถอนจิตสานึกออกจากพื้นที่มิติ หลังเห็นว่าผู้ที่มา
คือเซี่ยเทียนไห่ จึงรีบลุกขึ้นเชิญเขำเข้ามาในห้อง
โม่จิ่วเยี่ยล้ำงหน้ำเสร็จแล้ว ตอนที่ไม่มีใครสังเกต เขำก็เทน้ำทิ้ง
ไป
แต่เพียงได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากด้านนอก เขำก็รีบกลับไป
นอนบนเตียง
เซี่ยเทียนไห่เพิ่งนั่งลงข้างเตียง ฟำงฉวนโจวก็มาถึง
เป็นอย่ำงนี้ก็ดี โม่จิ่วเยี่ยจะได้ต้อนรับและสามารถอธิบำย
เรื่องราวทั้งหมดให้ชัดเจนในครั้งเดียว
เฮ่อจือหร่านนาเก้ำอี้มาวางข้าง ๆ เซี่ยเทียนไห่ เชิญให้ฟำงฉ
วนโจวนั่ง
จากนั้นนางก็หันหลังไปปิดประตูให้เรียบร้อย
เฮ่อจือหร่านเลือกจะหลบเลี่ยงด้วยเหตุผลสองประการ
ประการแรก นางคำนึงถึงกฎเกณฑ์ในสมัยโบราณที่บุรุษไม่ชอบ
ให้สตรีมานั่งฟังตอนที่พวกเขำกำลังพูดคุยกัน
ประการที่สอง นี่คือจุดประสงค์ของนาง เพราะต้องการใช้โอกำส
นี้ศึกษำเรื่องการเปิดร้ำนในเถำเป่ำต่อ
เฮ่อจือหร่านกลับไปนั่งที่เดิมและปล่อยให้จิตสานึกเข้าสู่พื้นที่มิติ
อีกครั้ง
นางอ่านคู่มือการเปิดร้ำนอย่ำงละเอียด
แท้จริงแล้ว การเปิดร้ำนในแอปเถำเป่ำต้องวางเงินมัดจำหนึ่งพัน
หยวน โชคดีที่ในบัญชีอาลีเพย์ของนางยังมีเงินเหลืออยู่เล็กน้อย
นางจ่ำยเงินมัดจำทันทีและรอการยืนยันให้เสร็จสมบูรณ์
สิ่งต่อไปที่เฮ่อจือหร่านต้องทำคือหาทีมออกแบบร้ำนค้ำในเถำ
เป่ำ เพื่อช่วยคิดรูปแบบที่เหมาะสมให้
หลังจากเลือกไปมา ในที่สุดเฮ่อจือหร่านก็เลือกออกแบบร้ำน
อย่ำงโบราณ ซึ่งเหมาะสมกับร้ำนค้ำของนางมาก
เพียงแต่ราคำนั้นทำให้นางรู้สึกปวดใจเล็กน้อย เพราะมันมีราคำ
สูงถึงสองร้อยแปดสิบแปดหยวน
เฮ่อจือหร่านกัดฟันกดจ่ำยเงิน รู้สึกเหมือนตนเองกลายเป็นคน
ยากจนในพริบตำ
แต่ไม่สาคัญ นางมั่นใจว่าในอนาคตจะสามารถหาเงินได้มากขึ้น
การยืนยันจะเสร็จสมบูรณ์ภายในครึ่งชั่วยาม เฮ่อจือหร่านคิดว่า
นางไม่จำเป็นต้องรอ เพียงกลับมาดูมันเป็นระยะก็พอ
ครั้นรู้สึกว่าเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว
นางคำดว่าการสนทนาระหว่างโม่จิ่วเยี่ยกับทั้งสองคนคงจะจบลง
จึงลากร่างกายอันอ่อนล้ำเดินกลับเข้าห้อง
จริงอย่ำงที่คิด เซี่ยเทียนไห่และฟำงฉวนโจวกลับไปแล้ว
นางสังเกตสีหน้ำของโม่จิ่วเยี่ยภายใต้แสงเทียนริบหรี่
เห็นว่าเขำดูผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่มาก เฮ่อจือหร่านจึงรู้ว่าเขำคง
ได้อธิบำยความเข้าใจผิดจนกระจ่ำงแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ เอ่ยปำก
“แก้ไขเรื่องราวเรียบร้อยแล้ว”
“พวกเขำเชื่อคำพูดของท่านหรือ” เฮ่อจือหร่านถำม
“อืม ช่องโหว่ชัดเจนขนาดนั้นวางอยู่ตรงหน้ำ พวกเขำไม่เชื่อก็
คงไม่ได้”
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยจะพูดกับทั้งสองคนอย่ำงไร เฮ่อจือหร่านไม่ได้ถำม
ไถ่อย่ำงละเอียด นางเพียงต้องการให้แน่ใจในผลลัพธ์ก็พอ
“ต่อไปพวกเราจะทำนข้าวหรือทำอย่ำงอื่นร่วมกับตระกูลเซี่ยและ
ตระกูลฟำงหรือไม่”
เฮ่อจือหร่านคิดว่าท้องพระคลังเป็นสถำนที่ที่โม่จิ่วเยี่ยพำนางไป
ขนข้าวของมา สิ่งของในนั้นย่อมเป็นของพวกเขำทั้งคู่
ตราบใดที่โม่จิ่วเยี่ยไม่มีความเห็นอื่น นางก็ไม่รังเกียจที่จะใช้ข้าว
ของครึ่งหนึ่งมาเลี้ยงดูคนตระกูลเซี่ยและคนตระกูลฟำง
โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ
“ตำมแต่สถำนการณ์เถอะ ถึงอย่ำงไรก็เข้าใจผิดกันไปแล้ว ระวัง
อย่ำให้พวกเขำจับได้ว่ามีอะไรผิดปกติก็พอ”
เฮ่อจือหร่านเข้าใจแล้ว “ได้ ข้าจะทำตำมที่ท่านบอก”
ทั้งสองคุยกันอีกสองสามคำ ก่อนเฮ่อจือหร่านจะออกไปเตรียม
ตัวล้ำงหน้ำ
ปรากฏว่า นางเพิ่งเดินมาถึงหน้ำประตูห้องครัว กลับได้ยินเสียงที่
ชวนให้คนใจเต้นหน้ำแดงดังมาจากมุมห้อง
ซ้ำเฮ่อจือหร่านยังคุ้นเคยกับเสียงนี้มากด้วย
นั่นคือเสียงของหลี่โหรวเอ๋อร์
นางอดยกยิ้มไม่ได้ ตอนที่ถูกเผิงวั่งสอบปำกคำเมื่อครู่ ก็
สังเกตเห็นแล้วว่าเจ้ำหน้ำที่คนนั้นมองหลี่โหรวเอ๋อร์ด้วยสายตำไม่
ชอบมาพำกล
พอนางออกมาก็เห็นหลี่โหรวเอ๋อร์แกล้งร้องครวญครางอย่ำง
เจ็บปวด
แต่ไม่คิดว่าทั้งสองคนจะมาหากันเร็วขนาดนี้
เฮ่อจือหร่านไม่ใช่พวกชอบทำลายความสุขของผู้อื่น จึงรีบวิ่งไป
ตักน้ำในห้องครัว แล้วถือกลับมาล้ำงหน้ำล้ำงมืออย่ำงลวก ๆ ก่อนจะ
เตรียมตัวเข้านอน
โม่จิ่วเยี่ยยังนอนอยู่บนเตียง ส่วนนางเลือกจะนอนบนพื้น
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็รีบพลิกตัวลงจากเตียง
“เจ้ำนอนเตียงเถอะ ข้าจะนอนบนพื้นเอง”
“พื้นมันเย็น ร่างกายท่านยังบาดเจ็บอยู่ ข้านอนพื้นได้”
“ไม่ได้ เจ้ำนอนบนเตียงเถอะ”
เฮ่อจือหร่านเห็นเขำยังยืนกราน แต่เพราะไม่อาจปล่อยให้
ผู้บาดเจ็บนอนบนพื้นได้ จึงเสนอว่า
“เช่นนั้นพวกเรานอนเตียงเดียวกัน แค่เว้นระยะห่ำงตรงกลางไว้ก็
พอ”
“ได้ เจ้ำนอนด้านใน ส่วนข้าจะนอนด้านนอก รับรองว่าจะไม่แตะ
ต้องเจ้ำ” แม้โม่จิ่วเยี่ยจะหน้ำแดงเล็กน้อย แต่เมื่อเผชิญหน้ำกับ
ภรรยาของตนเอง เขำย่อมไม่สามารถเขินอายไปตลอดชีวิต
เฮ่อจือหร่านขยับตัวปีนไปนอนด้านในสุดของเตียง แล้วดึงผ้ำห่ม
คลุมตัว
โม่จิ่วเยี่ยนอนชิดขอบเตียง เหลือพื้นที่ตรงกลางระหว่างพวกเขำ
ไว้
เฮ่อจือหร่านเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน จึงหลับไปอย่ำงรวดเร็ว
แต่นางมักจะนอนหลับ ๆ ตื้นๆ อยู่แล้ว
ในความรู้สึกอันเลือนราง นางรู้สึกได้ถึงการขยับบนเตียง
นางลืมตำขึ้นมอง เห็นโม่จิ่วเยี่ยลุกขึ้น ทั้งยังจัดเสื้อผ้ำให้
เรียบร้อย ก่อนจะผลักประตูออกไป
หากเขำไม่ได้จัดเสื้อผ้ำเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านคงคิดว่าเขำไปเข้า
ห้องน้ำ
แต่ไปเข้าห้องน้ำยังจะต้องจัดเสื้อผ้ำด้วยหรือ?
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงสรุปได้ว่า โม่จิ่วเยี่ยต้องไปทำเรื่องอะไร
บำงอย่ำงแน่นอน
ด้วยความสงสัย นางลุกขึ้นตำมเขำออกไป
โม่จิ่วเยี่ยก้ำวออกจากประตูพลางสังเกตรอบข้างอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นใช้วิชำตัวเบำทะยานไปทำงด้านหลังโรงเตี๊ยม
เฮ่อจือหร่านไม่สามารถใช้วิชำตัวเบำได้ นางเห็นเงำร่ำงของโม่
จิ่วเยี่ยหายลับไปจากสายตำ จึงจำใจต้องเดินกลับมาที่ห้องพัก
ในตอนนี้ นางไม่ได้รู้สึกง่วงนอนอีก คิดเพียงว่าโม่จิ่วเยี่ยออกไป
ทำอะไร
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้ำนธูป ชายหนุ่มก็กลับมา เขำค่อย ๆ นอน
ลงข้างเตียง
เฮ่อจือหร่านรู้สึกตื่นตัว ส่วนโม่จิ่วเยี่ยกลับสัมผัสได้ชัดเจนยิ่ง
กว่า
เขำสามารถรับรู้ได้จากลมหายใจของเฮ่อจือหร่านว่าตอนนี้นาง
ยังไม่หลับ
“ข้าไปแก้แค้นให้เจ้ำมา”
“อย่ำบอกนะว่าท่านไปจัดการพี่น้องตระกูลเหอ?” เฮ่อจือหร่าน
ตกใจมาก
ผู้ชายคนนี้ช่ำงเป็นคนที่…ค่อนข้างหวงแหนคนจริง ๆ
นางเอาคืนพี่น้องตระกูลเหอไปแล้ว แต่เขำยังจะไปแก้แค้นให้
อีก…
“ผู้ใดที่กล้ำมารังแกเจ้ำ ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขำรอดไปแน่”
เฮ่อจือหร่านสงสัยว่าโม่จิ่วเยี่ยไปแก้แค้นแทนนางอย่ำงไร
“ท่านทำอะไรพวกเขำ”
โม่จิ่วเยี่ยมีทำท่ำลึกลับ “พรุ่งนี้เช้ำเจ้ำจะรู้เอง น่ำเสียดำยที่ข้าไม่
เห็นหลี่โหรวเอ๋อร์ในกลุ่มตระกูลหลี่ วันนี้ถือว่านางโชคดี”
“ท่านคิดจะทุบตีสตรีด้วยหรือ” เฮ่อจือหร่านได้ยินชื่อหลี่โหรว
เอ๋อร์แล้ว พลันรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที่
“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าคิดจะลงมือกับสตรีเช่นกัน”