ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 427 ข้าจะเสียดายได้อย่างไร
เมื่อไม่กี่วันก่อนเฮ่อจือหร่านยังครุ่นคิดอยู่ว่าควรท าการค้าอะไร
ถึงจะสามารถแสดงให้คนในครอบครัวได้เห็นอย่างเปิดเผย ว่าเงินที่
ใช้เลี้ยงดูกองก าลังนั้นหามาจากไหน
ยามนี้นางตัดสินใจทันทีว่าจะท าการค้าเครื่องประดับ
เรื่องวัตถุดิบก็ไม่จ าเป็นต้องกังวล ในพื้นที่มิติของนางมีทองและ
เงินมากมายที่ได้มาจากท้องพระคลังของต้าซุ่นและหนานเจียง เพียง
แค่ใช้เครื่องมือหลอมให้เป็นทองและเงินแท่งก็พอ
วิธีนี้ยังช่วยประหยัดทองค าและเงินที่เก็บไว้ในพื้นที่มิติโดยเปล่า
ประโยชน์ นับว่าได้ประโยชน์สองต่อเลยทีเดียว
แน่นอนว่านางจะยังให้โม่จิ่วเยี่ยแกล้งออกไปซื้อวัตถุดิบเพื่อ
หลีกเลี่ยงความน่าสงสัย
เฮ่อจือหร่านคิดจนเหม่อลอย พี่สะใภ้รองเห็นนางไม่พูดอะไรเสีย
ที่ จึงสะกิดแขนนางเบา ๆ
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าคิดอะไรจนเหม่อลอยเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเจ้านึก
เสียดาย ไม่อยากให้ของพวกนี้กับหานเยี่ยแล้วกระมัง?”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าพี่สะใภ้รองก าลังพูดล้อเล่น
“พี่สะใภ้รอง ท่านพูดอะไรกัน ของพวกนี้แต่เดิมข้าก็ตั้งใจจะมอบ
ให้เป็นสินสอดของหานเยี่ยอยู่แล้ว ข้าจะเสียดายได้อย่างไร?”
เห็นลูกสะใภ้ทั้งหลายพูดจากันเจื้อยแจ้ว ฮูหยินผู้เฒ่าจึงรู้ว่า
ตนเองปฏิเสธต่อไปก็ไร้ประโยชน์
“หานเยี่ย เมื่อพี่สะใภ้ทั้งเก้าของเจ้าพูดเช่นนี้แล้ว เจ้าก็รับไว้เถอะ
เจ้าต้องจ าการเสียสละของทุกคนเพื่อเจ้าในวันนี้ ภายภาคหน้าก็หา
โอกาสตอบแทนให้พวกนาง”
นับตั้งแต่ออกจากเมืองหลวง โม่หานเยี่ยก็เริ่มรู้ความมากขึ้นทุก
วัน
ตอนแรก นางไม่ยอมรับสินสอดมีค่าเช่นนี้ไป เป็นเพราะนางไม่
อยากให้ครอบครัวต้องสิ้นเปลืองเพื่องานแต่งของนางจริง ๆ
บัดนี้มารดาเป็นคนเอ่ยปากแล้ว อีกทั้งนางก็ชอบเครื่องประดับ
เหล่านี้ด้วย จึงกล่าวพลางหน้าแดงเรื่อว่า
“หานเยี่ยขอบคุณพี่สะใภ้ทั้งหลายที่เมตตา พี่สะใภ้โปรดวางใจ
หานเยี่ยจะไม่มีวันลืมสิ่งที่พวกท่านท าเพื่อข้าในวันนี้เจ้าค่ะ”
โม่หานเยี่ยกล่าวว่าเป็นพวกท่าน แต่สายตาของนางกลับจับจ้อง
อยู่ที่เฮ่อจือหร่าน
ในใจของนางรู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนเป็นการจัดการของ
พี่สะใภ้เก้า หากไม่มีพี่สะใภ้เก้า ก็คงไม่มีนางโม่หานเยี่ยในวันนี้
เฮ่อจือหร่านรู้สึกปลาบปลื้มนัก เวลาแค่หนึ่งปี โม่หานเยี่ยก็
เปลี่ยนจากเด็กสาวที่ถูกตามใจจากทุกคนในบ้าน กลายเป็นหญิง
สาวที่รู้ความและขยันขันแข็ง
“ดูสิ หานเยี่ยของเรามีเหตุผลขึ้นทุกวัน พี่สะใภ้ทุกคนจ าค าพูด
ของเจ้าไว้แล้ว ต่อไปถ้าใต้เท้าเมิ่งได้เลื่อนต าแหน่งจนร ่ารวยขึ้นมา
เจ้าก็อย่าลืมญาติพี่น้องที่บ้านเดิมเล่า!”
แม้บางครั้งพี่สะใภ้รองจะพูดจาไม่ยั้งปาก แต่ทุกค าพูดของนาง
มักจะตรงใจสะใภ้ทุกคนเสมอ
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน พวกนางต่างเชื่อว่าสกุลโม่ในตอนนี้เป็นเพียง
คนธรรมดา หากพูดถึงการเนรเทศ สถานะของพวกเขาคงจะต ่าต้อย
ไปกว่าชาวบ้านทั่วไปเสียอีก
สถานะเช่นนี้ หากมีญาติที่เป็นขุนนางคอยดูแล การท าหลายสิ่ง
หลายอย่างจะง่ายขึ้น
เฮ่อจือหร่านไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แค่ส่งเครื่องประดับ
ให้อีกฝ่ายได้ นางก็รู้สึกสบายใจแล้ว
นางมีนิสัยต้องท าสิ่งที่คิดให้ส าเร็จ หลังจากพูดคุยกับทุกคนสอง
สามประโยค ก็อ้างว่าเหนื่อยและอยากจะไปพักผ่อน จึงให้โม่จิ่วเยี่ย
มาส่งนาง
ตอนนี้เฮ่อฮูหยินปรับตัวเข้ากับชีวิตของที่นี่ได้แล้ว นางไม่คิดว่า
ชีวิตของบุตรสาวไม่เพียงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด แต่กลับสบายใจยิ่ง
กว่าตอนอยู่เมืองหลวงเสียอีก
เรื่องนี้ท าให้นางวางใจได้มาก สิ่งเดียวที่นางกังวลคือร่างกายของ
เฮ่อจือหร่าน นางจึงมักจะอยู่เคียงข้างบุตรสาวเสมอ
หากมีสามีของบุตรสาวอยู่ด้วย เฮ่อฮูหยินก็จะออกไป ปล่อยให้
สองสามีภรรยาใช้เวลาร่วมกัน
ตอนนี้มีโม่จิ่วเยี่ยอยู่เป็นเพื่อนเฮ่อจือหร่าน เฮ่อฮูหยินย่อมไม่
รบกวน
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยจึงสามารถปิดประตูห้องแล้ว เข้าไปใน
พื้นที่มิติได้อย่างไร้ความกังวล
โม่จิ่วเยี่ยเห็นภรรยารีบพาเขาเข้าพื้นที่มิติเช่นนี้ ก็รู้ว่านางมีเรื่อง
บางอย่างที่ต้องท าแน่นอน
“หร่านหร่าน เจ้าจะท าอะไร?”
“ท่านพี่ ตอนท่านพ่อเสนอให้จัดตั้งกองก าลัง ข้าได้บอกไว้แล้ว
ว่าค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงคนนั้น ข้าสามารถรับผิดชอบได้”
ตอนที่เฮ่อจือหร่านเสนอจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้
คิดอะไรมาก
เพราะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาว่าในพื้นที่มิตินั้นมีทรัพย์สมบัติ
มากมายเพียงใด
“ทรัพย์สมบัติในพื้นที่มิติมีมากมายขนาดนั้น อย่าว่าแต่เลี้ยงกอง
ก าลังหนึ่งพันคนเลยแม้แต่หนึ่งหมื่นคน พวกเราก็เลี้ยงไหว”
โม่จิ่วเยี่ยยิ่งคิดก็ยิ่งงุนงง หรือว่าภรรยาจะเปลี่ยนใจ ไม่อยากใช้
เงินทองในพื้นที่มิติไปกับการเลี้ยงดูกองก าลังแล้ว?
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยก าลังคิดง่ายเกินไป
“ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการเลี้ยงดูกองก าลังหนึ่งพันคนไม่ใช่
เงินน้อย ๆ แม้ว่าตอนนี้ครอบครัวของพวกเราจะมีการค้าที่ท าเงินอยู่
บ้าง แต่ก็เป็นเพียงเงินเล็กน้อยเท่านั้น หากเวลาผ่านไปนานวันเข้า
ด้วยความเฉลียวฉลาดของท่านแม่ นางจะต้องเริ่มสงสัยแน่”
พอเฮ่อจือหร่านพูดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจทันที่
“หร่านหร่าน เจ้าคิดวิธีที่จะหาเงินได้แล้วหรือ?”
“ท่านไม่รู้สึกหรือว่าพวกเราเหมาะจะท าการค้าเครื่องประดับ?”
ขณะก าลังมอบเครื่องประดับเหล่านั้นให้โม่หานเยี่ยในห้องของผู้
อาวุโสทั้งสอง โม่จิ่วเยี่ยก็ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ด้วย
ถ้าไม่กลัวว่าจะเปิดเผยอะไรที่ผิดปกติ ชายหนุ่มคนนี้คงอยากจะ
เข้าไปดูใกล้ ๆ
แต่เดิมเขาคิดว่าเครื่องประดับพวกนี้มีแต่สตรีเท่านั้นที่จะสนใจ
เมื่อภรรยาซื้อของจากเถาเป่า เขาก็ไม่สนใจและไม่ได้ช่วยเลือกดู
กระทั่งตอนเปิดกล่องออก เขาถึงได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของ
เครื่องประดับเหล่านี้
ความรู้สึกของโม่จิ่วเยี่ยในตอนนั้นมีเพียงค าว่า “งดงาม” และค า
ว่า “งดงามจริง ๆ “…
ดังนั้น ในตอนที่เหล่าสตรีก าลังวุ่นวายอยู่กับสิ่งนี้ ในใจของเขาก็
จินตนาการว่าหากภรรยาใส่มัน นางจะต้องงดงามยิ่งกว่าน้องสาว
แน่นอน
หลังกลับมา ตอนค ่าเขาก็จะขอให้เฮ่อจือหร่านซื้อมาให้เขาบ้าง
พอภรรยาเสนอเรื่องการท าการค้าเครื่องประดับ สายตาของเขา
ก็มองไปทางทองค าและเงินที่แอบเอามาจากท้องพระคลังโดยไม่รู้ตัว
เขาคิดเหมือนกับเฮ่อจือหร่านว่าพวกเขามีวัตถุดิบส าหรับท า
เครื่องประดับ สิ่งเดียวที่กังวลคือเรื่องทักษะการผลิต
“หร่านหร่าน เท่าที่ข้ารู้มา ในต้าซุ่นไม่มีช่างฝีมือที่สามารถท า
เครื่องประดับงดงามเช่นนี้ได้”
เฮ่อจือหร่านเห็นโม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้ว จึงยิ้มอย่างพึงพอใจ
“หากในราชวงศ์ต้าซุ่นมีคนที่สามารถท าเครื่องประดับแบบนี้ได้
แล้วพวกเราจะหาเงินก้อนโตได้อย่างไรเล่า?”
โม่จิ่วเยี่ยยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้น
“หร่านหร่าน เจ้าอย่าท าตัวลึกลับ รีบบอกมาเถอะว่าจะต้องท า
อย่างไร?”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตอบค าถามของโม่จิ่วเยี่ยทันที่ แต่กลับสั่งซื้อ
แม่พิมพ์สร้อยคออันหนึ่งจากเถาเป่า
รูปแบบของแม่พิมพ์นั้นถือว่าแปลกใหม่มากส าหรับราชวงศ์
ต้าซุ่น มันเป็นรูปปี่เซียะที่ให้เงินทองไหลเข้าอย่างเดียวไม่มีทางออก
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะออกมาเป็นสินค้าได้ส าเร็จ โม่จิ่วเยี่ยจึง
เห็นเพียงวัตถุสีขาวที่ไม่อาจบอกรูปร่างได้
เฮ่อจือหร่านไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของโม่จิ่วเยี่ย และ
ซื้อเครื่องมือหลายชนิดส าหรับการสร้างเครื่องประดับในเถาเป่า
ทันใดนั้น นางใช้จิตส านึกเรียกแท่งทองค ามาหนึ่งแท่ง
เมื่อเห็นภรรยาเตรียมที่จะท าอะไรกับปืนพ่นไฟในมือ โม่จิ่วเยี่ยก็
รีบฉวยมันไปทันที่ “หร่านหร่าน เจ้าตั้งครรภ์แล้ว อยากท าอะไรก็ให้
บอกข้า”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้เกรงใจ นางสั่งให้โม่จิ่วเยี่ยใช้ละลายแท่ง
ทองค าด้วยเครื่องพ่นไฟ
เปลวไฟจากเครื่องพ่นไฟนั้นแรงมาก ไม่นานนัก ทองค าแท่ง
ขนาดเท่าก าปั้นก็ละลายกลายเป็นของเหลว
จากนั้น เฮ่อจือหร่านให้โม่จิ่วเยี่ยเทของเหลวที่หลอมแล้วลงใน
แม่พิมพ์ รอให้เย็นลงแล้วจึงน าออกมา
โม่จิ่วเยี่ยถือปี่เซี่ยะทองค าเปล่งประกายอยู่ในมือ แววตาเต็มไป
ด้วยความประหลาดใจและยินดี