ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 431 ข้าเชื่อใจใต้เท้าเมิ่ง
เฉินอู่ถึงกับงงงัน เขาไม่รู้จักคนที่อยู่ตรงหน้าจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักคนนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า
ท่านนายอ าเภอจะไม่รู้จักด้วย ชัดเจนว่าเขาคนนี้คือเถ้าแก่ถังตัวจริง
แล้วคนที่ให้ตั๋วเงินกับเขาเมื่อสามวันก่อนเป็นใครกัน?
เมิ่งไห่หนิงเห็นเฉินอู่ไม่พูดอะไรเป็นเวลานาน จึงถามต่อ “เฉินอู่
เจ้าพูดมา ใครกันแน่ที่ให้เงินเจ้า?”
เหงื่อเริ่มผุดบนหน้าผากเฉินอู่
“ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยไม่ได้โกหกจริง ๆ เมื่อสามวันก่อนมี
คุณชายท่าทางร ่ารวยมาที่บ้าน มอบเงินห้าร้อยต าลึงให้ข้าน้อยด้วย
ตัวเอง บอกให้ข้าน้อยไปสั่งสอนเถ้าแก่จิน ข้าน้อยเคยพบเถ้าแก่จิน
กับคุณชายรองสามครั้ง กลัวว่าจะถูกจ าได้ถ้าข้าลงมือเอง จึงให้หวัง
หลินมาช่วยจัดการเรื่องนี้แทน”
เฉินอู่พูดพลางก็ก้มศีรษะค านับเมิ่งไห่หนิงหลายครั้ง
“ใต้เท้า ข้าน้อยถูกโบยมายี่สิบไม้แล้ว ไม่กล้าพูดโกหกแม้แต่ค า
เดียว ขอท่านโปรดพิจารณาให้ดีด้วยเถอะ”
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เมิ่งไห่หนิงเท่านั้น แม้แต่โม่จิ่วเยี่ยที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ
ก็ยังมองออกว่าเกิดอะไรขึ้น
หากต้องการค้นหาความจริง ก็จ าเป็นต้องเริ่มจากหวังหลินคน
นั้น
เมิ่งไห่หนิงสังเกตเห็นบางอย่าง เขาจึงสั่งคนให้พาเฉินอู่ไปขังคุก
ก่อน แล้วหันไปมองหวังหลิน
“หวังหลิน ถ้าเจ้าไม่อยากถูกทรมาน ก็จงสารภาพความจริง
ทั้งหมดออกมาเสีย”
“ใต้เท้าขอรับ ข้าไม่ได้โกหก เป็นความจริงที่ข้าฆ่าเถ้าแก่จิน
และก็เป็นเฉินอู่ที่สั่งการจริง ๆ ไม่เช่นนั้นข้าที่ไม่มีความแค้นเคืองกับ
เถ้าแก่จิน จะไปฆ่าเขาได้อย่างไร?”
ส าหรับคนปากแข็งเช่นนี้ เมิ่งไห่หนิงไม่อยากจะพูดมาก สั่งให้
คนลากตัวหวังหลินไปโบยยี่สิบไม้
หลังจากลงโทษแล้ว พอถามหวังหลินอีกครั้ง เขายังคงพูด
เช่นเดิม เพียงแต่สายตาดูวิตกกังวลมากขึ้นกว่าเดิม
แต่ไม่ว่าอย่างไร จากค าให้การของเฉินอู่ เรื่องที่ถังหมิงรุ่ยจ้าง
วานฆ่าคนนั้นคงไม่มีมูลความจริง แต่จนกว่าจะหาตัวผู้บงการตัวจริง
ได้ เขาก็ยังไม่สามารถถอนตัวจากคดีนี้ได้
“เถ้าแก่ถังกลับไปได้ชั่วคราว แต่ช่วงนี้ห้ามออกจากเมืองอวิ่น
หากไม่ได้รับค าสั่งจากข้า และต้องมาที่นี่เมื่อถูกเรียกตัว”
เมื่อเจอเรื่องแบบนี้ถังหมิงรุ่ยก็รู้สึกจนปัญญา โชคดีที่ท่าน
นายอ าเภอไม่ใช่ขุนนางที่โง่งม ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้ออกจากศาล
อย่างรวดเร็วแบบนี้
สิ่งที่ท าให้เขารู้สึกกังวลคือ กิจการในเมืองมณฑลก าลังยุ่งมาก
ถ้าไม่มีเขาคอยดูแล หลังจากผ่านไประยะหนึ่งลูกน้องของเขาก็ย่อม
ล าบาก
แต่การที่เขากลับบ้านได้ชั่วคราวก็ถือเป็นความเมตตายิ่งใหญ่ที่
เมิ่งไห่หนิงมีต่อเขา บุญคุณครั้งนี้เขาจะต้องจดจ าเอาไว้
ถังหมิงรุ่ยค้อมกายค านับเมิ่งไห่หนิง “ขอบคุณใต้เท้าที่เมตตา
ข้าสาบานว่าจะไม่ออกจากเมืองอวิ่นจนกว่าคดีจะสิ้นสุด”
เมิ่งไห่หนิงโบกมือ เป็นสัญญาณว่าเขาสามารถออกไปได้แล้ว
สิ่งที่เหลืออยู่คือการสอบปากค าหวังหลินอย่างละเอียด ด้วย
ประสบการณ์การไต่สวนมาหลายปี หากต้องการหาจุดเริ่มต้นในการ
คลี่คลายคดีนี้ พวกเขาจ าเป็นต้องเริ่มจากหวังหลิน
เพียงแต่หวังหลินคนนี้ดื้อด้านนัก การจะได้ข้อมูลบางอย่างจาก
ปากเขาคงต้องใช้ความพยายามมาก
โม่จิ่วเยี่ยมาหาถังหมิงรุ่ยจึงต้องออกไปสอบถามสถานการณ์
ด้วย หากเหมาะสม เขาก็จะหารือเรื่องการค้ากับอีกฝ่าย
ทั้งคู่เดินออกจากศาล ถังหมิงรุ่ยยกยิ้มขมขื่น
“พี่เก้า ข้าท าให้ท่านต้องเห็นเรื่องน่าอับอายแล้ว ไม่คิดว่าแค่
อยากท าการค้าอย่างสุจริต เรื่องแบบนี้ก็ยังเกิดขึ้นกับข้าได้อีก”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเขารู้สึกไม่สบายใจ จึงตบไหล่เบา ๆ
“เชื่อใจใต้เท้าเมิ่งเถอะ เขาจะต้องให้ความยุติธรรมกับเจ้าแน่”
ถังหมิงรุ่ยพยักหน้า “ขอรับ ข้าเชื่อใต้เท้าเมิ่ง”
หลังจากเงียบไปชั่วครู่ เขาจึงถามกลับ “ท าไมวันนี้พี่เก้าถึงเข้า
มาในเมืองเล่า?”
“ข้าตั้งใจมาหาเจ้า แต่ไม่คิดว่าพอเข้ามาก็ได้ยินว่าเจ้าเกิดเรื่อง”
“พี่เก้ามาหาข้า เพราะมีการค้าดี ๆ อะไรหรือ?” ในสายตาของ
ถังหมิงรุ่ย โม่จิ่วเยี่ยมาหาเขาแบบนี้ จะต้องมีการค้าแบบใหม่ที่อยาก
ร่วมมือกันแน่นอน
เดิมทีวันนี้เขาก็ตั้งใจจะไปหมู่บ้านซีหลิ่งอยู่แล้ว แตงหอมที่
ร่วมมือกับสกุลโม่ท าก าไรได้มาก ตอนนี้ถึงเวลาที่แตงโมของสกุลโม่
สุกแล้วพอดี
ถ้าเขาไปแล้วพบว่าแตงโมสุกงอมแล้ว ก็จะจัดการขนพวกมัน
เข้าเมืองทันที่
คนตระกูลถังเชื่อมาตลอดว่าแตงโมอร่อยกว่าแตงหอมเสียอีก
โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่ร้อนระอุเช่นนี้ การได้กินแตงโมเย็นฉ ่าสักค า
ช่างท าให้รู้สึกสดชื่นเหลือเกิน
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกขบขันอยู่บ้าง นึกในใจว่าน้องชายถังผู้นี้ช่างคิดแต่
เรื่องการค้าจริง ๆ แม้จะมีเรื่องคดีความอยู่ ทว่าในหัวกลับยังคิดถึงแต่
ผลก าไร
แต่เดิมเขายังลังเลว่าควรจะพูดถึงเรื่องการค้าในยามนี้หรือไม่ แต่
เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจ เขาก็ไม่ต้องกังวลอีก
“ใช่ ข้ามีการค้าที่อยากร่วมมือกับเจ้า”
ในระหว่างที่ก าลังพูดคุยกันอยู่นั้น โม่จิ่วเยี่ยก็หยิบเครื่องประดับ
หลายชิ้นที่เขากับภรรยาท าขึ้นด้วยแม่พิมพ์ออกมาจากอกเสื้อ
ถังหมิงรุ่ยเคยเห็นของดีมามาก เพียงแค่ชายตามองก็สามารถ
เห็นคุณภาพงานฝีมือของเครื่องประดับเหล่านี้ได้
โดยเฉพาะจี้ที่เขามองไม่ออกว่าเป็นอะไร ลวดลายของมันช่าง
ประณีตราวกับมีชีวิต
แม้แต่แหวนเงินที่ควรจะดูธรรมดาก็ยังเปล่งประกายระยิบระยับ
แตกต่างจากแหวนที่ขายในร้านเครื่องประดับของเมือง
เขาแทบจะละสายตาจากลวดลายวิจิตรนี้ไม่ได้
“พี่เก้า เครื่องประดับพวกนี้ท่านซื้อมาจากที่ไหนกัน ร้าน
เครื่องประดับในต้าซุ่นไม่มีของที่ท าละเอียดขนาดนี้เลยขอรับ”
ถังหมิงรุ่ยใจร้อน อยากรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยมีการค้าอะไรที่จะมาร่วมมือ
กับเขา จึงไม่ได้คิดไปถึงเรื่องเครื่องประดับเหล่านี้เลย
“พี่สะใภ้เก้าช่างโชคดีจริง ๆ ที่ได้เจอสามีที่เอาใจใส่แบบท่าน คง
ไม่ง่ายแน่ที่ท่านจะหาเครื่องประดับเหล่านี้มาได้”
ในใจของถังหมิงรุ่ย พี่เก้าเป็นคนที่รักและเอาใจใส่ภรรยามาก
การค้าที่ร่วมมือกันช่วงนี้ พวกเขาแบ่งผลก าไรกันคนละครึ่ง อีก
ฝ่ายได้ก าไรเท่าไหร่ เขารู้ดีกว่าใครทั้งหมด
พี่เก้าคงจะมีเงินมากขึ้นถึงซื้อเครื่องประดับให้ภรรยาได้
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าถังหมิงรุ่ยจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเห็นเครื่องประดับ
เหล่านี้
เขาไม่ได้รีบเก็บเครื่องประดับ
“ไม่รู้ว่าน้องชายถังสนใจการค้าเครื่องประดับนี้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินค าพูดของอีกฝ่าย ถังหมิงรุ่ยก็ชะงักไปชั่วขณะ จากนั้น
ก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจ
“พี่เก้าหมายความว่าท่านสามารถจัดหาเครื่องประดับคุณภาพ
เช่นนี้ให้ข้าได้หรือ?” ถังหมิงรุ่ยชี้เครื่องประดับเหล่านั้น ดวงตาเป็น
ประกายวาววับ ลืมเลือนความเศร้าหมองเมื่อครู่ไปแล้ว
เป็นที่รู้กันดีว่าการค้าที่ท าก าไรมากที่สุดในต้าซุ่น คือร้าน
เครื่องประดับและโรงรับจ าน า หากไม่ใช่เพราะเขายังหาแหล่งสินค้าที่
เหมาะสมไม่ได้ เขาก็คงเปิดร้านเครื่องประดับไปนานแล้ว
เขามองเครื่องประดับอันประณีตและพิเศษตรงหน้า ราวกับเห็น
เงินมากมายพุ่งเข้าหาตัวเอง
ถังหมิงรุ่ยคว้าแขนของโม่จิ่วเยี่ย “พี่เก้า ไปกันเถอะ พวกเราไป
หาร้านน ้าชาแล้วปรึกษากันให้ละเอียด!”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้มาคราวนี้เพื่อหารือรายละเอียดการร่วมมือกับ
ถังหมิงรุ่ย จุดประสงค์หลักของเขาคือการท าความเข้าใจว่าถังหมิงรุ่ย
มีเจตนาจะร่วมมือกันหรือไม่
ส่วนรายละเอียดของการร่วมมือ ยังต้องให้ภรรยาของเขาเป็นคน
พูดเอง เพราะนางถนัดเรื่องเช่นนี้มากกว่าเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขาก็เพียงแค่ท าเครื่องประดับเป็น
ตัวอย่างไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ยังห่างไกลจากการเปิดร้านอีกมาก
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….