ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 432 จิงเซียนโหลว
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านมีแผนเดิมว่า จะเข้ามาสอบถาม
ความเห็นของถังหมิงรุ่ยก่อน หากอีกฝ่ายยินดีจะร่วมมือกัน โม่จิ่วเยี่ย
ก็จะไปที่โรงประมูลทาสในเมือง ซื้อตัวคนที่เหมาะสมมา
วิญญาณของเฮ่อจือหร่านมาจากยุคปัจจุบัน นางไม่สนับสนุน
การค้ามนุษย์ในยุคโบราณเช่นนี้
แต่อย่างไรก็ตาม นางทะลุมิติมาที่นี่แล้วและไม่สามารถกลับไปได้
อีก การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของโลกยุคนี้จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยง
ไม่ได้
การใช้แม่พิมพ์ในการท าเครื่องประดับเป็นความลับ ไม่อาจหา
ช่างฝีมือให้มาท างานได้อย่างอิสระ
วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความลับนี้ไม่ให้แพร่ออกไป คือการซื้อ
ตัวคนมา สัญญาขายตัวเปรียบเสมือนชีวิตของคนเหล่านั้น ชีวิตของ
พวกเขาอยู่ในก ามือของเจ้านาย หากไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใด ๆ
เกิดขึ้น พวกเขาก็จะไม่มีวันทรยศเจ้านายของตน
โม่จิ่วเยี่ยไม่รีบร้อน แต่ถังหมิงรุ่ยกลับไม่อยากจะรอนาน
เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยไม่ตอบสนองเสียที่ ถังหมิงรุ่ยจึงกล่าวอย่างร้อน
รน
“พี่เก้า ข้ารู้ว่าราคาของเครื่องประดับแบบนี้ย่อมสูงกว่าปกติ ท่าน
ก็เคยร่วมมือกับข้ามาหลายครั้งแล้ว ท่านเชื่อใจข้าเถอะ ข้าจะต้องท า
ให้เครื่องประดับพวกนี้สร้างผลก าไรให้สูงที่สุดได้อย่างแน่นอน”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าถังหมิงรุ่ยชื่นชอบการท าการค้า แต่ไม่เคยเห็นเขา
กระตือรือร้นเช่นนี้มาก่อน
เขาอดขบขันไม่ได้ “เครื่องประดับที่ข้าให้เจ้าดูมีเพียงเท่านี้ ที่ข้า
มาก็เพราะจะสอบถามความเห็นของเจ้า นอกจากนี้ แตงโมที่บ้านก็
สุกแล้วบางส่วน สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว”
เมื่อได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย ถังหมิงรุ่ยที่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ในตอนแรกก็กลับมาตื่นเต้นทันที่
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ แตงโมสุกแล้ว ไม่เพียงแต่เขาและคนใน
ครอบครัวจะได้กินแตงโมอร่อยชื่นใจ แต่ยังสามารถท าก าไรงาม ๆ
ได้อีก
“ดีเลยพี่เก้า ข้าจะส่งคนไปขนแตงโมเดี๋ยวนี้”
ส่วนเรื่องที่เขาออกจากเมืองอวิ่นไม่ได้ ตอนนี้ถูกโยนทิ้งไปจาก
หัวสมองแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยก็เชื่อมั่นในความสามารถของถังหมิงรุ่ย แม้ว่าอีกฝ่าย
จะไม่ออกจากเมืองอวิ่น ก็ยังมีวิธีที่จะขายแตงโมได้
เมื่อเขาได้พบกับถังหมิงรุ่ยแล้ว ก่อนจะแยกจากกันจึงจ าเป็นต้อง
สอบถามสักหน่อย
“น้องชายถัง ช่วงที่เจ้าท าการค้ามีเรื่องแปลก ๆ หรือมีคนที่ดูน่า
สงสัยปรากฏตัวขึ้นบ้างหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยถามเช่นนี้ก็มีเหตุผล
เมื่อครู่ที่ศาล เขาได้ฟังการพิจารณาคดีทั้งหมดแล้ว
เขาเดาว่าคงมีคนที่อยู่เบื้องหลังคอยสั่งการหวังหลินจริง ๆ แต่คน
คนนั้นไม่ใช่เฉินอู่
นอกจากนี้ เขายังเห็นว่าสายตาของหวังหลินคอยหลบเลี่ยง
ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากถังหมิงรุ่ยปรากฏตัว ท่าทีนี้ยิ่ง
แสดงมากขึ้น
พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจน
ว่าเรื่องนี้ยังมีเงื่อนง าอยู่มาก
ส่วนเฉินอู่ก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง แต่เขารู้เรื่องน้อยกว่าหวัง
หลิน
อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง คือหวังหลินอาจมีจุดอ่อน
บางอย่างที่ตกอยู่ในมือของคนอื่น จึงท าให้เขาจ าต้องท าเช่นนี้ อีก
อย่าง ใครกันจะฆ่าคนกลางถนนแล้วถูกเจ้าหน้าที่ที่เดินผ่านมาจับ
ได้?
นี่ชัดเจนว่าเป็นกับดักที่วางไว้ส าหรับถังหมิงรุ่ย
หากไม่ใช่เพราะความเฉลียวฉลาดของเมิ่งไห่หนิง ค าให้การของ
หวังหลินและเฉินอู่ก็คงเพียงพอจะตัดสินความผิดฐานจ้างวานฆ่าคน
ให้เขาได้แล้ว
หลังจากถูกถาม อารมณ์ตื่นเต้นของถังหมิงรุ่ยก็หายวับไปใน
พริบตา เขาจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ใน
ช่วงเวลาที่ผ่านมา
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ถังหมิงรุ่ยจึงเอ่ยว่า “หลังจากที่ครั้งก่อน
ข้าพาพวกนักเลงเหล่านั้นออกจากหมู่บ้านซีหลิ่งแล้ว เพื่อสั่งสอน
พวกเขา ข้าจึงส่งคนไปที่ว่าการเมืองมณฑลโดยตรง และได้มอบของ
ก านัลให้ท่านเจ้าเมือง ”
“ท่านเจ้าเมืองสั่งลงโทษพวกเขาด้วยการโบยคนละยี่สิบไม้ และ
ปรับเงินพวกเขาก่อนจะปล่อยตัวไป”
“หลังจากนั้นข้าก็แทบไม่เห็นพวกเขามาเพ่นพ่านบนถนนอีก
บ้านเมืองก็สงบสุขขึ้นมาก”
“กระทั่งเมื่อห้าวันก่อน มีโรงเตี๊ยมสองแห่งชื่อ ‘จิงเซียนโหลว’
เปิดกิจการบนถนนสายหลักสองสายของเมือง และคุณชายรองที่หาย
หน้าไปนานก็ปรากฏตัวพร้อมกับลูกน้องอีกไม่กี่คนของเขา”
ฟังมาถึงตรงนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็แทรกขึ้นมาว่า “เจ้าบอกว่าชื่อ
โรงเตี๊ยมนั้นคือจิงเซียนโหลวหรือ?”
“ถูกต้อง คือโรงเตี๊ยมจิงเซียนโหลว ตามที่ข้ารู้มา จิงเซียนโหลว
มีสาขามากมายในราชวงศ์ต้าซุ่น เป็นโรงเตี๊ยมที่หรูหรา โดยทั่วไป
แล้วชาวบ้านธรรมดาไม่สามารถจ่ายค่าอาหารของที่นั่นได้ อีกทั้ง
สาขาของโรงเตี๊ยมจิงเซียนโหลว ล้วนเปิดกิจการอยู่ในเมืองที่
เจริญรุ่งเรือง ส าหรับพื้นที่ยากจนอย่างซีเป่ย แม้จะเป็นเมืองมณฑล
ข้าก็เกรงว่าคงไม่เหมาะกับการเปิดร้านแบบนี้ของพวกเขา” ถังหมิง
รุ่ยอธิบาย
แม้ถังหมิงรุ่ยจะรู้จักจิงเซียนโหลว แต่ไม่เคยคิดว่าโรงเตี๊ยมใหญ่
เช่นนี้จะมาเปิดร้านที่ซีเป่ย อีกทั้งยังไม่รู้ว่าเจ้าของตัวจริงคือใคร
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ทางการค้าของเขา คนที่
สามารถเปิดโรงเตี๊ยมหรูหราเช่นนี้และมีสาขามากมายไปทั่วทุกที่
เจ้าของตัวจริงจะต้องเป็นคนที่มีฐานะแน่นอน เพียงแต่เจ้าของคนนี้มี
ฐานะอะไร และมีต าแหน่งอะไร เขายังไม่รู้
ถังหมิงรุ่ยไม่รู้ แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับรู้
“เจ้าของโรงเตี๊ยมจิงเซียนโหลว คือญาติสายรองของตระกูลฝั่ง
มารดาของจักรพรรดินีองค์ปัจจุบัน บิดาขององค์จักรพรรดินีคืออัคร
เสนาบดีฝ่ายซ้ายเซวียชิง นอกจากนี้ นางยังมีญาติพี่น้องอีกหลาย
คนที่รับราชการอยู่ในราชส านัก”
“กล่าวได้ว่า ตระกูลฝ่ายมารดาของจักรพรรดินีนั้นถือเป็นตระกูล
ใหญ่ในราชวงศ์ต้าซุ่น ตระกูลเช่นนี้ไม่เพียงต้องมีคนครองอ านาจ แต่
ยังต้องมีก าลังทรัพย์อันมหาศาลคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังด้วย และ
แหล่งที่มาของก าลังทรัพย์ที่ค ้าจุนตระกูลเซวียทั้งหมดก็คือเซวียจิ้น
ชวน เจ้าของจิงเซียนโหลว”
เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับในหมู่ชนชั้นสูงที่เมืองหลวง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งตอนที่หนานฉีกับหนานเหิงต่างมีอิทธิพล พวกเขาก็ได้สืบหา
ภูมิหลังและทรัพยากรของอีกฝ่ายอย่างละเอียด
ในตอนนั้นเขากับหนานฉีสนิทสนมกันราวกับพี่น้อง หาก
หนานฉีสืบจนรู้เรื่องเช่นนี้เข้า ย่อมต้องมาบอกเขาแน่นอน
สาเหตุที่ตระกูลเซวียมีเพียงกิจการโรงเตี๊ยมที่ค ้าจุนฐานะทาง
การเงิน ก็เพราะ
มีมีอาหารพิเศษสี่อย่าง
อาหารพิเศษอย่างแรก หัวสิงโต
อาหารพิเศษอย่างที่สอง เป็ดย่าง
อาหารพิเศษอย่างที่สาม หมูตุ๋นน ้าแดง
อาหารพิเศษอย่างที่สี่ ปลากะพงนึ่ง
ทุกคนที่เคยลิ้มรสอาหารสี่อย่างนี้จะเอ่ยชมไม่หยุด เป็ดย่าง
กรอบนอกนุ่มในและมีน ้ามันเยิ้มออกทุกค าที่กิน
แม้ว่าจะมีคนสามารถเลียนแบบหัวสิงโตและหมูตุ๋นน ้าแดงได้ แต่
ก็ไม่สามารถท าให้รสชาติถูกปากเหมือนกับที่จิงเซียนโหลวท า
ปลากะพงนึ่งยิ่งได้รับค าชื่นชมอย่างล้นหลาม
ในยุคโบราณที่เครื่องปรุงขาดแคลน การก าจัดกลิ่นคาวปลาให้
หมดไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ปลากะพงนึ่งจานนี้กลับท าได้พอดิบพอดี
ไม่เพียงไม่มีกลิ่นคาวปลา แต่ยังมีรสชาติหอมอร่อยเป็นพิเศษอีกด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าจิงเซียนโหลวจะเปิดกิจการที่ไหน ก็จะได้รับความ
นิยมจากเหล่าชนชั้นสูง
พูดถึงอาหารสี่อย่างนี้ โม่จิ่วเยี่ย เคยลิ้มลองมาแล้วตอนอยู่ใน
เมืองหลวง
หากว่าเขาไม่เคยได้ชิมอาหารรสเลิศฝีมือภรรยา บางทีเขา
อาจจะคิดว่านี่คืออาหารเลิศรสที่สุดก็เป็นได้
เมื่อพูดถึงอาหารสี่อย่างนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็เคยลิ้มลองมาแล้ว
ถ้าไม่ได้ทานอาหารแสนอร่อยที่ภรรยาท า เขาอาจคิดว่านี่คือ
อาหารเลิศรส
เขาไม่ได้สนใจอาหารสี่อย่างของจิงเซียนโหลวเลยแม้แต่น้อย ไม่
ต้องพูดถึงฝีมือของหร่านหร่าน แม้แต่ฝีมือของเขาในตอนนี้บวกกับ
เครื่องปรุงพิเศษจากพื้นที่มิติของภรรยา อาหารที่ท าออกมาก็
สามารถเอาชนะจิงเซียนโหลวได้อย่างแน่นอน
อีกทั้งราคาอาหารของจิงเซียนโหลวก็แพงมาก พวกเขาหาเงิน
จากคนรวยเท่านั้น เพราะราคาอาหารทุกจานของโรงเตี๊ยมไม่ใช่สิ่งที่
ชาวบ้านธรรมดาจะสามารถจ่ายได้
กล่าวคือจิงเซียนโหลวท าการค้ากับคนรวย แม้ไม่ใช่ว่าซีเป่ยจะ
ไม่มีคนรวย แต่เมื่อเทียบกับที่อื่นแล้วก็นับว่ามีน้อยกว่ามาก
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………