ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 452 พวกเจ้ำโง่งมเสียจริง
“พรุ่งนี้ข้าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพวกท่านพ่อกับพี่ชาย ไม่ว่า
อย่ำงไรก็ต้องให้ทุกคนรับรู้และเตรียมตัวให้พร้อม”
โม่จิ่วเยี่ยกล่าว สีหน้ำเคร่งเครียด บ่งบอกถึงความวิตกกังวลของ
เขำอย่ำงชัดเจน
เฮ่อจือหร่านเดินเข้ามาพูดปลอบเขำเบำ ๆ “มีปัญหาก็ย่อมมี
วิธีแก้ไข พวกเรายังไม่ถึงกับเจอสถำนการณ์ร้ำยแรงเพียงนั้น ตราบ
ใดที่พวกเราเตรียมป้องกันไว้ก่อน ก็ย่อมไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
ตอนนี้นางยังทำอะไรไม่ได้มากนอกจากปลอบใจโม่จิ่วเยี่ยไม่ให้
กังวลเกินไป
วันต่อมา
โม่จิ่วเยี่ยไปยังเรือนของสองผู้อาวุโส บังเอิญว่าเพราะมีการ
แต่งงำนของโม่หานเยี่ย พี่ชายทุกคนจึงอยู่ที่นั่น เขำใช้โอกำสนั้นเล่ำ
เรื่องราวทั้งหมดต่อหน้ำพวกเขำ
โม่ชูหานมักจะหุนหัน ลุกขึ้นเป็นคนแรก
“พวกเราสกุลโม่จงรักภักดีต่อราชสานัก หากไม่ใช่เพราะน้อง
เก้ำ พวกเราคงกลายเป็นเครื่องสังเวยของหยวนเหมิงไปแล้ว ถึงพวก
เราจะไม่สนใจเรื่องก่อกบฏ แต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาล่วงเกินได้ขนาดนี้”
แม้คำพูดจะหยาบคำยไปบ้ำง แต่กลับตรงใจของทุกคน
พี่รองก็ลุกขึ้นด้วยความคับแค้นใจเช่นกัน
“ทำไมพวกเราพี่น้องไม่ลักลอบเข้าเมืองหลวงสักครั้ง กำจัด
จักรพรรดิสุนัขให้สิ้นซำกเสีย เขำจะได้ไม่ต้องคิดแผนเล่นงำนพวก
เราอยู่ทุกวัน?”
ทันทีที่กล่าวจบ ก็มีผู้คนเห็นด้วยตำม หวังจะไปเมืองหลวงเพื่อ
สังหารจักรพรรดิซุ่นหวู่
ในขณะที่โม่จิ่วเยี่ยกำลังจะห้ำมปราบ โม่ฉิงก็พูดขึ้น
“พวกเจ้ำโง่งมเสียจริง”
พี่รองไม่ยอม
“ท่านพ่อ หากจะรอให้เขำมาย ่ำยีเรา ข้าคิดว่าลงมือก่อนย่อม
ดีกว่าต้องคอยแก้ปัญหาในภายหลัง”
“เจ้ำบุ่มบ่ำมเกินไป!” โม่ฉิงดุบุตรชายคนรอง
“ท่านพ่อ จากที่น้องเก้ำเล่ำ แม้พวกเราจะไม่ลงมือ แต่จักรพรรดิ
ซุ่นหวู่ก็จะยัดข้อหาหลอกลวงเบื้องสูงกับพวกเรา สุดท้ำยก็ต้องก่อ
กบฏอยู่ดี” โม่ชูหานเข้าใจความรู้สึกของพี่รองที่สุด
โม่ฉิงไม่ใช่ไม่เข้าใจความรู้สึกของบุตรชายทั้งสอง เพียงแต่ไม่
เห็นด้วยกับวิธีการของพวกเขำเท่านั้น
“เมื่อครู่จิ่วเยี่ยบอกแล้ว ว่าจักรพรรดินีรับเลี้ยงองค์ชายสี่ เพื่อจะ
ช่วยให้หนานเหิงขึ้นครองบัลลังก์ ตระกูลเซวียได้สร้ำงพรรคพวก
มากมายในราชสานัก”
เมื่อไหร่ที่จักรพรรดิสวรรคต หนานฉีอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตระกูล
เซวียอีกต่อไป หากองค์ชายสี่ขึ้นครองราชย์ได้สาเร็จ แผ่นดินนี้ก็จะ
กลายเป็นของตระกูลเซวียโดยแท้
ถึงเวลานั้น พวกเขำจะยิ่งเผชิญความยากลาบำกที่หนักหนากว่า
รัชสมัยของอดีตจักรพรรดิหลายเท่ำ
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่เห็นด้วยกับการบุกไปเมืองหลวงเพื่อสังหารองค์
จักรพรรดิด้วยเหตุผลนี้
“พี่รอง พี่แปด ข้าเห็นว่าพวกเราควรหาวิธีกำจัดอานาจของ
ตระกูลเซวียก่อน แล้วค่อยหาทำงลอบสังหารองค์จักรพรรดิ มีแต่ต้อง
ทำเช่นนี้ถึงจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่ำงถำวร แน่นอนว่าในซีเป่ย
พวกเราไม่ควรประมาท ต้องคอมระมัดระวังเต็มที่ หากมีใครคิดร้ำย
ต้องไม่ปล่อยให้ลอยนวล”
แม้พี่รองและพี่แปดจะใจร้อนอยู่บ้ำง แต่ก็ไม่ได้ขำดสติเสียทีเดียว
พอบิดำและโม่จิ่วเยี่ยเตือนเช่นนี้ ทั้งสองก็สงบลง
“ท่านพ่อ น้องเก้ำ เราจะต้องนั่งรอความตำยหรือ?”
“พวกเราไม่ได้จะนั่งรอความตำย แต่ต้องเตรียมการอย่ำง
รอบคอบต่ำงหาก”
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวพลางหันไปมองพี่ห้ำ
“พี่ห้ำ ตอนนี้พวกเราทำระเบิดได้มากเท่ำไรแล้ว?”
“พวกข้าทำได้หนึ่งพันลูกแล้ว และเก็บพวกมันไว้ทั้งหมดบน
ภูเขำ” พี่ห้ำตอบ
โม่จิ่วเยี่ยกวาดตำมองไปรอบ ๆ
“พี่เจ็ดไปหนานเจียง คำดว่ากว่าจะกลับมาคงอีกครึ่งเดือน
ตอนนี้พวกเราพี่น้องรวมถึงพวกเถำหรานและเหลียงห่ำวก็มีหลายสิบ
คน อีกสักพักพวกเราจะเรียกทุกคนมารวมกันเพื่อแจกจ่ำยระเบิดและ
สอนวิธีใช้งำน อีกอย่ำง ข้ากับหร่านหร่านยังได้เตรียมหน้ำไม้ยิงเร็ว
ไว้ มันสามารถยิงต่อเนื่องได้สูงสุดถึงยี่สิบครั้ง พวกเราจะจัดสรรอาวุธ
ทั้งหมดไปให้ทุกคน จากวันนี้ไป ทุกคนต้องลาบำกเปลี่ยนเวรยาม
ป้องกันไม่ให้มีคนประสงค์ร้ำยเข้ามาได้ ขณะปกป้องครอบครัวของ
พวกเรา ก็ยังต้องดูแลชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนซีหลิ่งด้วย ต้องไม่ให้พวก
เขำมีอันตรายใด ๆ”
พี่ใหญ่ก้ำวออกมา
“เรื่องนี้ข้าจะเป็นคนจัดการเอง”
โม่จิ่วเยี่ยถือโอกำสที่พี่ใหญ่ไปเรียกคน ให้เฮ่อจือหร่านสั่ง
ซื้อหน้ำไม้แบบยิงหลายครั้งพร้อมลูกดอกจำนวนมากจากเถำเป่ำ
แล้วนาไปเก็บไว้ในห้องว่าง
เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว พี่ใหญ่ก็ได้เรียกคนทั้งหมดมารวมตัวกันที่
เชิงเขำ
โม่จิ่วเยี่ยเรียกคนมาไม่กี่คน เอาหน้ำไม้ที่เพียงพอกับจำนวนขึ้น
เขำไปฝึกฝนพร้อมกับพี่น้อง
คิดถึงสภำพร่างกายของภรรยาตนเอง โม่จิ่วเยี่ยใช้เวลาเพียงวัน
เดียวสอนวิธีการใช้ระเบิดและหน้ำไม้ให้ทุกคนก็กลับลงเขำมาที่บ้ำน
ต่อมาก็ถึงเวลาที่โม่หานเยี่ยจะกลับเยี่ยมบ้ำน คู่บ่ำวสาวใหม่
ตั้งแต่ตอนนั้นก็ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้ำนซีหลิ่ง
เรื่องนี้เมิ่งไห่หนิงก็แอบรู้สึกชอบด้วย
สิ่งอานวยความสะดวกและการตกแต่งในบ้ำนก็เหมือนกับบ้ำน
ของสกุลโม่ ห้องที่ตกแต่งไว้ก็เป็นที่ถูกใจของบ่ำวสาว
เมิ่งไห่หนิงรู้สึกราวกับตัวเองมีความสุขจนลืมเรื่องกลับไปเยี่ยม
บ้ำน
เพื่อจะอยู่กับภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งแต่งงำน เขำมอบหมายงำนของ
ที่ว่าการให้ลูกน้องจัดการตั้งแต่ก่อนแต่งงำน เพื่อเตรียมพักผ่อนให้
เต็มที่สองสามวัน
หากเมิ่งไห่หนิงมาเยี่ยมสกุลโม่เป็นบำงครั้งก็คงจะไม่พบเรื่อง
อะไร แต่ถ้ำมาอยู่หลายวันอีกฝ่ำยก็ย่อมรู้ว่าพี่น้องสกุลโม่จะขึ้นเขำ
ทุกวัน
ตอนแรกเขำคิดว่าพี่น้องสกุลโม่เข้าป่ำไปล่ำสัตว์ แต่ภายหลัง
เขำพบว่าตอนที่พวกเขำกลับมา ในมือของพวกเขำไม่มีสัตว์แม้แต่
น้อย
หากเป็นชำวบ้ำนธรรมดำก็ว่าไปอย่ำง แต่เหล่ำพี่ชายภรรยาล้วน
เป็นยอดฝีมือในการต่อสู้ การเข้าป่ำแล้วกลับมามือเปล่ำย่อมเป็นไป
ได้
เขำเป็นคนเข้าใจสิ่งต่ำง ๆ และรู้ว่าสกุลโม่มีความลับ แม้ปัจจุบัน
ตนเองจะกลายเป็นเหมือนคนในครอบครัวสกุลโม่แล้ว แต่เมื่อคนอื่น
ไม่อยากบอกให้เขำรู้เรื่อง ก็ไม่ควรจะไปซักถำมด้วยตนเอง
โม่จิ่วเยี่ยค่อนข้างละเอียดอ่อน เขำสังเกตเห็นความสงสัยของ
น้องเขยได้แต่แรก
หลังจากพูดคุยกับเฮ่อจือหร่าน เขำจึงคิดจะบอกเรื่องบำงอย่ำง
ให้อีกฝ่ำยรับรู้
เพราะในอนาคตเมิ่งไห่หนิงจะต้องอาศัยอยู่กับพวกเขำ หาก
เผลอไปเห็นอะไรเข้า คงจะทำให้รู้สึกว่าสกุลโม่ไม่ได้ไว้วางใจเขำ
ดังนั้นบอกไว้ล่วงหน้ำย่อมดีกว่า
แน่นอนว่าเรื่องที่สกุลโม่สร้ำงระเบิด รวมถึงเรื่องที่พี่เจ็ดไปหนาน
เจียงเพื่อรวบรวมเหล่ำอดีตทหารนั้น โม่จิ่วเยี่ยเลือกจะปกปิดไว้
ความจริงเมิ่งไห่หนิงเห็นความผิดปกติของสกุลเซวียได้ตั้งแต่
ตอนที่เขำพิจำรณำคดีของถังหมิงรุ่ย
โดยเฉพำะในกระบวนการสอบสวน เซวียฝำนยอมรับเองว่าเขำมี
ความสัมพันธ์ทำงเครือญำติกับองค์จักรพรรดินี ทำให้เมิ่งไห่หนิงยิ่ง
รู้สึกว่ามันมีเรื่องไม่ธรรมดำเกิดขึ้น
ต่อมา เซวียฝำนและนักฆ่ำคนนั้นก็มาตำยในคุกอย่ำงไร้สาเหตุ
พวกนังเลงก็กลายเป็นคนโง่เขลาโดยไม่มีสาเหตุเช่นกัน เรื่องทั้งหมด
นี้หากกล่าวว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับสกุลโม่ ให้ตำยเขำก็ไม่เชื่อ
ขณะเดียวกัน เขำก็เดำว่าที่ตระกูลเซวียเลือกมาเปิดกิจการในซี
เป่ย ก็เพราะมีความเกี่ยวข้องกับสกุลโม่
ตอนนี้ได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูด จึงเป็นการยืนยันว่าข้าคิดถูก
เมื่อนึกถึงตนเองที่ได้รับความช่วยเหลือจากเฟ่ยหนานอวี่ ให้มา
ทำงำนที่ซีเป่ย เป้าหมายก็เพื่อติดตำมความเคลื่อนไหวของคนสกุล
โม่
และเพราะมีความสัมพันธ์กับคนสกุลโม่ สุดท้ำยเขำจึงเลือกที่จะ
โน้มเอียงเข้าข้างสกุลโม่
ทำให้ข้าไมเคยส่งข่าวอะไรเกี่ยวกับสกุลโมให้กับเฟยหนานอวี่ เลย