ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 453 เดินไปทีละก้าว
ในตอนนั้น เขาคิดว่าเฟ่ยหนานอวี่จะต้องต าหนิเขาอย่างแน่นอน
ทว่าเฟ่ยหนานอวี่กลับไม่ได้สนใจสถานการณ์ของสกุลโม่มากนัก
เขาเพียงแค่เห็นความสามารถของโม่จิ่วเยี่ย หวังว่าสักวันหนึ่งจะ
สามารถใช้โม่จิ่วเยี่ยเพื่อประโยชน์ของตนเอง ดังนั้นเขาจึงสนใจที่จะ
ติดตามสถานการณ์ของสกุลโม่อยู่เสมอ
เพราะฉะนั้น แม้ว่าเมิ่งไห่หนิงจะน าสถานการณ์ของสกุลโม่เล่า
ให้เฟ่ยหนานอวี่ฟัง เฟ่ยหนานอวี่ ก็ไม่คิดจะท าอะไรที่ท าให้สกุลโม่
ล าบาก แต่ในทางกลับกัน เขาอาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ดังเช่นจดหมายที่เสี่ยวไป๋น ากลับมา หากไม่ใช่เพราะเฟ่ยหนา
นอวี่ให้ความส าคัญกับโม่จิ่วเยี่ย เขาคงไม่ท าหน้าที่เป็นผู้ส่งสาร
แม้ว่าจะเป็นเพราะภรรยาสุดที่รัก เมิ่งไห่หนิงก็ตัดสินใจที่จะ
สนับสนุนสกุลโม่
แต่ในใจเขาก็รู้ดีว่า การสนับสนุนสกุลโม่อาจจะน าไปสู่การก่อ
กบฏในสักวันหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นการคาดการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
ของเมิ่งไห่หนิง
หากคนสกุลโม่สามารถคิดวิธีแก้ไขวิกฤตเหล่านี้ได้ ทางออก
ทั้งหมดก็จะถูกแก้ไขได้เอง
เมิ่งไห่หนิงมีสีหน้าจริงจังมาก “พี่เก้า ไม่ว่าสกุลโม่จะเกิดอะไรขึ้น
ขอท่านเชื่อใจข้า ข้าจะยืนหยัดเคียงข้างพวกท่านเสมอ นอกจากนี้
เมื่อข้าประจ าต าแหน่งในเมืองอวิ่น ข้าก็จะคอยสอดส่องให้ หากมี
ความเคลื่อนไหวอะไร ข้าจะให้พี่แปดส่งข่าวกลับมาทันที”
…
ส าหรับเรื่องอื่น ๆ คนในสกุลโม่ไม่ได้ให้เขามีส่วนร่วม ตอนนี้เขา
ท าได้เพียงสิ่งที่อยู่ในความสามารถของเขาเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยตบไหล่ของเขาเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “สกุลโม่ไม่ได้มี
ความตั้งใจจะขัดพระราชโองการขององค์จักรพรรดิ แม้ในตอนที่พวก
เราถูกตีตราและเนรเทศไปยังซีเป่ย ก็ไม่เคยมีความคิดอื่นใด”
“ตระกูลของพวกเราต้องผ่านความยากล าบากกว่าจะกลับมา
พร้อมหน้าได้อีกครั้ง ต่อไปก็เพียงแต่หวังจะใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่ก็มี
บางคนที่ไม่อยากให้สกุลโม่อยู่ดีมีสุข เพื่อคนในตระกูล บางเรื่องอาจ
เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”
“พี่เก้า สิ่งที่ท่านพูด ข้ารู้และเข้าใจดี หลายสิ่งไม่มีอะไรที่แน่นอน
ตอนนี้เราก็ท าได้แค่ค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า”
“อืม พวกเราก็คิดเช่นนั้น ไม่ว่าผู้ใดในราชส านักจะแย่งชิงอะไร
กัน ตราบใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับสกุลโม่ ข้าก็จะเลือกมองข้าม”
ระหว่างที่ทั้งสองก าลังสนทนา หนานรุ่ยก็เดินมาจากทางหมู่บ้าน
อย่างรวดเร็ว
“คุณชายเก้า ข้าตามหาท่านอยู่นานแล้ว ที่แท้ท่านก็อยู่ที่นี่”
เมื่อเมิ่งไห่หนิงเห็นหนานรุ่ยเข้ามา เขากล่าวทักทายแล้วก็จาก
ไป เพื่อให้พื้นที่ส่วนตัวกับพวกเขาทั้งสอง
“ท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือ?” โม่จิ่วเยี่ยก็เผยรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย
ราวกับว่าในหลายวันที่ผ่านมาไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
หนานรุ่ยก้าวเข้ามาใกล้เขา แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา
จากอกเสื้อก่อนจะส่งให้เขา
“นี่คือข่าวล่าสุดจากเมืองหลวงที่คนของข้าส่งมาให้”
โม่จิ่วเยี่ยรับกระดาษมาเปิดดู แม้เนื้อหาบนกระดาษจะไม่ได้
ละเอียดเท่ากับที่เฟ่ยหนานอวี่เขียน แต่ก็ไม่ได้แตกต่างมาก
ล้วนเป็นเรื่องที่บอกว่าจักรพรรดินีทรงรับเลี้ยงองค์ชายสี่
โม่จิ่วเยี่ยส่งกระดาษคืนให้หนานรุ่ย แสร้งท าเป็นอ่านไม่เข้าใจ
“จักรพรรดินีทรงรับเลี้ยงองค์ชายสี่ นี่เป็นเรื่องของราชส านักของ
พวกท่าน เหตุใดจึงต้องมาบอกข่าวนี้กับข้าด้วย?”
ก็ไม่รู้ว่าหนานรุ่ยจะมองออกหรือไม่ว่าโม่จิ่วเยี่ยก าลังเล่นบทคน
ไม่รู้ เขาจึงกล่าวว่า
“ก่อนที่หนานเหิงจะหายตัวไป ข้าก็พบว่าจักรพรรดินีจับตามอง
สกุลโม่อยู่ตลอด ต่อมาหนานเหิงหายตัวไป จักรพรรดินีทรงเสีย
โอกาสในการแข่งขัน จึงสงบลงไปมาก ข้าคิดว่าจักรพรรดินีจะไม่ได้
เข้ามายุ่งเกี่ยวอีกแล้ว นึกไม่ถึงว่าจักรพรรดินีจะรับเลี้ยงองค์ชายสี่…”
“นี่แสดงว่าจักรพรรดินีและตระกูลของจักรพรรดินีไม่ได้ละทิ้ง
ความหวังในต าแหน่งนั้น ขุนนางทั้งราชส านักล้วนรู้ดีว่า คุณชายเก้า
มีความสัมพันธ์อันดีกับหนานฉี ตอนนี้หนานฉีก าลังต้องการคนช่วย
จักรพรรดินีจะต้องไม่ลังเลที่จะก าจัดทุกคนที่สามารถช่วยหนานฉี
อย่างไม่ต้องสงสัย ข้าบอกข่าวนี้แก่ท่านก็เพราะหวังว่าหลังจากท่าน
ได้รับรู้แล้วจะเตรียมตัวป้องกันไว้ล่วงหน้า”
ไม่ว่าหนานรุ่ยจะบอกเรื่องนี้ด้วยความคิดอะไร โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึก
ขอบคุณเขามาก
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากไม่ใช่เพราะเฟ่ยหนานอวี่ให้เสี่ยวไป๋น า
ข้อความมาให้เขา เกรงว่าเขาคงจะต้องได้รับข่าวจากหนานรุ่ยที่นี่
“ขอบใจอารุ่ย ข้าจะระวังตัวมากขึ้น”
หนานรุ่ยเห็นเขายังคงท าหน้าตาไม่แยแส คิดว่าเขาคงไม่ได้ใส่ใจ
เรื่องนี้นัก
แต่ถึงกระนั้น เรื่องที่เขาควรท า เขาก็ยังจะไปท า
“ข้ามาครั้งนี้ เพื่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านเป็นส่วนหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งคือ
ข้าว่าจะกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้”
“กลับเมืองหลวงหรือ?” โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกประหลาดใจ
นับตั้งแต่หนานรุ่ยพาเต๋อเฟยเหนียงเหนียงมายังซีเป่ยแล้ว ไม่ว่า
เขาจะพยายามทดสอบอย่างไร ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลับ
เมืองหลวง การกระท าในวันนี้ท าให้คนงงงวย
หนานรุ่ยเผยรอยยิ้มที่จริงใจ
“เรื่องในเมืองหลวง ท่านแม่ของข้าก็รับรู้แล้ว ท่านแม่บอกว่า
ชีวิตของท่านเป็นหนี้สกุลโม่ บัดนี้สกุลโม่พบวิกฤติจึงขอให้ข้าช่วย
ให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้…”
หนานรุ่ยหยุดพูดพักหนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อไป
“ท่านก็รู้ว่า ตอนนี้ในวังหลวงไม่มีเต๋อเฟยเหนียงเหนียงอีกแล้ว
ข้าและท่านแม่จากมาด้วยกัน ไม่คิดที่จะกลับไปเหยียบที่ที่มีแต่การ
แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นอีก ดังนั้น ครั้งนี้ข้าจึงกลับเมืองหลวงโดยไม่
สามารถพาท่านแม่ไปด้วย จึงต้องรบกวนท่านกับครอบครัวดูแลท่าน
แม่แทน เพื่อให้ข้าได้ท างานในเมืองหลวงโดยไร้กังวล”
เมื่อพูดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็มั่นใจได้อย่างสมบูรณ์ว่าหนานรุ่ยไม่ได้
คิดร้ายต่อสกุลโม่
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังต้องการช่วยเหลือสกุลโม่จริง ๆ
ต้องรู้ว่าเต๋อเฟยเหนียงเหนียงเป็นบุคคลส าคัญที่สุดในชีวิตของ
หนานรุ่ย หากไม่ใช่เช่นนั้น เขาคงไม่เสี่ยงกับความผิดในการ
หลอกลวงองค์จักรพรรดิโดยท าให้เต๋อเฟยเหนียงเหนียงเสมือนตาย
อีกทั้งยังละทิ้งเกียรติยศเพื่อมาใช้ชีวิตในที่แร้นแค้นเช่นนี้
การรบกวนให้คนอื่นช่วยดูแล อันที่จริงแล้ว หนานรุ่ยก าลังมอบ
จุดอ่อนของตัวเองให้กับสกุลโม่
นี่ก็เป็นการแสดงท่าทีโดยอ้อมของหนานรุ่ยว่า ข้าไปเมืองหลวง
เพื่อตอบบุญคุณที่ท่านช่วยชีวิตแม่ของข้า และข้าจะไม่ท าอะไรที่
ทรยศต่อสกุลโม่อย่างแน่นอน
เมื่อเห็นหนานรุ่ยเป็นเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้สึกขอบคุณก็คงเป็นไป
ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เขาไม่อาจเห็นแก่ตัวและปล่อยให้หนานรุ่นและ
ท่านแม่ของเขาต้องกลับไปที่เมืองหลวงเพื่อเสี่ยงอันตรายอีก
หลังจากที่พวกเขายากล าบากมาพอแล้วในการสร้างชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น
“น ้าใจของอารุ่ย ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก บัดนี้ท่านแม่ของท่านก็
อายุมากแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดี พวกท่านพยายามอย่างหนักเพื่อหนี
จากที่นั่นแล้ว อย่าเสี่ยงโดยไม่จ าเป็นเพราะเราเลย”
แต่หนานรุ่ยยังคงยืนกราน
“ข้าและท่านแม่ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณของท่านได้อย่างไร บัดนี้
ในเมื่อมีโอกาส ข้าย่อมไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้”
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยเห็นท่าทางจริงจังของหนานรุ่ย ก็รู้ว่าเขาคง
ตัดสินใจดีแล้ว เขาจึงไม่ได้ห้ามปรามอีก
นอกจากนี้ หากเมืองหลวงมีคนเช่นนี้มาช่วยเหลือ ส าหรับสกุล
โม่แล้วนับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง
“บัดนี้สภาพในเมืองหลวงก าลังจะเปลี่ยนไป หากท่านมีส่วนร่วม
ก็เพียงแต่จะเร่งให้การขับเคี่ยวระหว่างฝ่ายของจักรพรรดินีและ
หนานฉีรุนแรงยิ่งขึ้น หากเลวร้ายที่สุด ท่านอาจถูกดึงเข้าไปพัวพัน
ด้วย ท่านพร้อมรับมือหรือยัง?”
ค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยอาจมีนัยแฝง แต่หนานรุ่ยก็เข้าใจ
ความหมายที่แท้จริง
ในเวลานี้ เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้งในเมืองหลวง ทุกคนย่อมคิด
ว่าเขากลับมาเพื่อแย่งชิงต าแหน่งนั้น