ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 462 หากเจ้ารู้สึกเจ็บก็ร้องออกมาเลยนะ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 462 หากเจ้ารู้สึกเจ็บก็ร้องออกมาเลยนะ
เฮ่อซื่อหมิงเห็นเขาน าผ้าห่มมา จึงสั่งต่อว่า
“เอาผ้าห่มคลุมท้องน้อยของหร่านหร่านไว้” โม่จิ่วเยี่ยยังคงงุนงง
แต่ก็ท าตาม
เขาไม่เข้าใจความหมาย แต่เฮ่อจือหร่านเข้าใจดี
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการระมัดระวังเรื่องชายหญิงในยุคนี้ เฮ่อ
ซื่อหมิงต้องใช้มือช่วยพลิกท่าเด็กในครรภ์ เขาเป็นหมอต าแย คนไข้
ล้วนเป็นผู้หญิง จึงต้องคิดหาวิธีที่มีประสิทธิภาพเพื่อหลีกเลี่ยงการ
สัมผัสกัน
เฮ่อซื่อหมิงเห็นโม่จิ่วเยี่ยเอาผ้าห่มคลุมท้องน้องสาวตามค าสั่ง
เขาจึงเข้าไปใกล้ ก่อนจะลงมือ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเตือนอีกประโยค
“หร่านหร่าน หากเจ้ารู้สึกเจ็บก็ร้องออกมาเลยนะ”
ในยามนี้ที่ต้องรักษาน้องสาวแท้ ๆ ของตน เฮ่อซื่อหมิงรู้สึก
ตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หากเป็นคนอื่น เขาคงไม่ต้องค านึงถึงอะไรมากมาย แต่หาก
น้องสาวต้องทนทุกข์ทรมาน เขาในฐานะพี่ชายย่อมรู้สึกเจ็บปวดใจ
ไม่มีทางเลือก หากน้องสาวไม่เจ็บปวด ชีวิตของนางก็ไม่อาจ
รักษาไว้ได้ เฮ่อซื่อหมิงพยายามสงบอารมณ์แปลกประหลาดในใจ
พยายามรักษาสภาพจิตใจให้ดีที่สุด
“พี่จะลงมือแล้ว” เมื่อค าพูดจบลง เฮ่อซื่อหมิงก็เริ่มลงมือปฏิบัติ
ทันที่
โม่จิ่วเยี่ยจับมือเฮ่อจือหร่านแน่น พลางปลอบประโลมไม่หยุด
“หร่านหร่าน อย่ากลัวไปเลย พี่ใหญ่จะลงมือเบา ๆ แน่นอน”
เมื่อมองดูการเคลื่อนไหวของเฮ่อซื่อหมิงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าค า
ปลอบโยนของตนเองนั้นไร้น ้าหนัก
เมื่อมองไปที่เฮ่อจือหร่านอีกครั้ง ในตอนแรกที่เฮ่อซื่อหมิงก าลัง
จัดท่าทารกให้ถูกต้อง นางยังสามารถกัดฟันอดทนได้
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป นางก็ยิ่งทนไม่ไหว ความเจ็บปวดที่แทงทะลุ
หัวใจนั้นไม่อาจบรรยายออกมาเป็นค าพูดได้
ในที่สุด เฮ่อจือหร่านก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและพังทลายลง
“อา… เจ็บ…”
แม้เสียงของนางจะไม่ดังนัก แต่ก็ยังท าให้มือของเฮ่อซื่อหมิง
ชะงักไป
ไม่มีผู้ใดเข้าใจได้ดีไปกว่าเขาผู้เป็นหมอต าแยว่าในขณะนี้เฮ่อจื
อหร่านก าลังเจ็บปวดมากเพียงใด
ตอนแรกเฮ่อซื่อหมิงยังรู้สึกสงสัยอยู่ว่า อาจเป็นเพราะตนเอง
ระมัดระวังเรื่องแรงเป็นพิเศษ น้องสาวจึงไม่รู้สึกเจ็บมากนัก?
แต่เมื่อเขาเห็นริมฝีปากที่เม้มแน่นและใบหน้าที่แดงก ่าของเฮ่อจื
อหร่าน เขาจึงตระหนักได้ว่า ไม่ใช่เพราะวิธีการของตนเองนุ่มนวล
แต่เป็นเพราะน้องสาวแข็งแกร่งเกินไปต่างหาก
“หร่านหร่าน ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาเถอะ อย่าอดกลั้นเลย”
ขณะที่เฮ่อซื่อหมิงเอ่ยเตือน เขาก็ไม่ได้หยุดการกระท าในมือ
เฮ่อจือหร่านกุมมือใหญ่ของโม่จิ่วเยี่ยแน่น ราวกับว่าการท า
เช่นนี้เท่านั้นที่จะท าให้นางแข็งแกร่งขึ้นได้
โม่จิ่วเยี่ยยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูภรรยาที่เจ็บปวดจนสีหน้าเปลี่ยนไป
หัวใจของเขาปวดร้าวจนน ้าตาแทบจะไหลออกมา
แต่ความเจ็บปวดในใจของเขาในตอนนี้ดูไร้พลัง สิ่งที่เขาท าได้มี
เพียงการอยู่เคียงข้างเท่านั้น
นี่ก็คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเฮ่อซื่อหมิงที่ให้เขาอยู่ที่นี่
หร่านหร่านต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเพื่อสืบสกุลโม่
ให้เขา ภาพเหตุการณ์นี้จ าเป็นต้องให้โม่จิ่วเยี่ยจดจ าไว้ในใจ
หากวันหนึ่งเขามีความคิดอื่นใด เมื่อนึกถึงความทุกข์ทรมานที่ห
ร่านหร่านต้องเผชิญในวันนี้ เขาก็จะมีเหตุผลที่จะกลับใจได้
เฮ่อจือหร่านยังคงประเมินความอดทนของตัวเองสูงเกินไป
ในตอนนี้นางไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องออกมาด้วยความ
เจ็บปวดได้อีกต่อไป
โม่จิ่วเยี่ยโอบกอดนางด้วยความเจ็บปวดใจ น ้าเสียงของเขาสั่น
สะอื้น
“หร่านหร่าน หากเจ้าเจ็บก็ตีข้าเถิด ต่อไปพวกเราจะไม่มีลูกอีก
แล้ว”
ในตอนนี้ เฮ่อจือหร่านไม่สามารถรับฟังค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยได้
อีกแล้ว นางกุมมือของเขาแน่น เล็บของนางจิกลงไปในเนื้อของเขา
โดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นรอยแผลบนมือตัวเองที่ถูกภรรยาข่วนเอาไว้ โม่จิ่วเยี่ย
รู้สึกว่ามันยังเบาเกินไปเมื่อเทียบกับความทุกข์ทรมานที่ภรรยาได้รับ
ความเจ็บปวดของเขายังห่างไกลนัก ดังนั้น เขาจึงพับแขนเสื้อขึ้น
ปล่อยให้เฮ่อจือหร่านข่วนแขนของเขา
ฮูหยินผู้เฒ่าและเฮ่อฮูหยินได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวภายใน
ห้อง หญิงชราทั้งสองน ้าตาไหลพรากราวกับสายฝน
เฮ่อฮูหยินไม่รู้ว่าสถานการณ์ของบุตรสาวเป็นอย่างไร นางไม่
อยากรอคอยอยู่กับที่อีกต่อไป จึงรีบเดินไปที่ประตูห้องของเฮ่อจือห
ร่าน ออกแรงผลักประตูเพื่อจะเข้าไปดูให้แน่ใจ
ทว่าประตูถูกโม่จิ่วเยี่ยปิดไว้จากด้านใน นางจึงไม่สามารถผลัก
เข้าไปได้
ด้วยความจนใจเฮ่อฮูหยินจึงได้แต่ตะโกนเรียกสุดเสียง “ซื่อหมิง
จิ่วเยี่ย เปิดประตูให้แม่เข้าไปดูหร่านหร่านหน่อย”
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาส าคัญในการพลิกท่าเด็กในครรภ์ของเฮ่อจื
อหร่าน เฮ่อซื่อหมิงไม่กล้าเสียสมาธิหรือประมาทแม้แต่น้อย
เขามองไปที่โม่จิ่วเยี่ยซึ่งมีสีหน้างุนงงไม่รู้จะท าอย่างไร
“เฝ้าประตูให้ดี ห้ามให้ใครเข้ามาทั้งนั้น”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าอย่างเหม่อลอย จากนั้นก็ปล่อยแขนออกจาก
มือเฮ่อจือหร่านอย่างไม่เต็มใจ แล้วเดินไปที่ประตู
“ท่านแม่ พี่ใหญ่กล่าวว่าการรักษาในตอนนี้ส าคัญมาก ท่านยัง
ไม่สามารถเข้ามาได้”
เมื่อได้ยินว่าตนเองไม่สามารถเข้าไปได้ เฮ่อฮูหยินยิ่งกระวน
กระวายมากขึ้น
“จิ่วเยี่ย เจ้าเปิดประตูสิ แม่แค่อยากอยู่เป็นเพื่อนหร่านหร่าน แม่
สัญญาว่าจะไม่รบกวนซื่อหมิงในการท าคลอด”
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะเจ็บปวดทรมาน แต่นางก็ไม่ได้สูญเสียสติ
นางรู้ว่าท่านแม่ต้องได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของนางจึง
ตกใจ
นางพยายามอดกลั้นความเจ็บปวดที่ท้องไว้ แล้วพูดไปทางประตู
ว่า
“ท่านแม่ ข้ายังไหว ท่านไม่ต้องกังวลไป”
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งได้ยินแม่ยายพูดเช่นนั้น ก็เริ่มรู้สึกลังเลแล้ว ก าลัง
ครุ่นคิดว่าจะเปิดประตูให้นางเข้ามาหรือไม่
ค าพูดของภรรยาท าให้เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่
“ท่านแม่ ข้าอยู่เป็นเพื่อนหร่านหร่าน ท่านวางใจได้”
ตอนนี้เฮ่อฮูหยินร้องไห้จนพูดไม่ออก นางพิงร่างกับประตูห้อง
ทั้งร่างร่างกายราวกับจะทรุดลงไป
“หร่านหร่านของแม่ หากเจ้าเป็นอะไรไป แม่ก็คงอยู่ต่อไปไม่ได้
แล้ว…”
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นแม่สะใภ้เสียใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้ จึงเรียก
ลูกสะใภ้คนโตและหลานเอ๋อร์มาช่วยกันพยุงนางขึ้นมา
“พานางกลับห้องไปพักผ่อนก่อน ที่นี่ข้าจะเฝ้าเอง”
ตอนนี้เฮ่อฮูหยินเสียใจจนแทบสติหลุด จะยอมให้ใครพาตัวไปได้
อย่างไร?
ขณะที่นางก าลังจะใช้แรงสลัดหลุดจากการควบคุม ประตูห้อง
ของ เฮ่อจือหร่านก็เปิดออกจากด้านใน
เฮ่อซื่อหมิงที่มีเหงื่อท่วมตัวเดินออกมาจากข้างใน
“ท่านแม่ ท่านป้าโม่ พวกท่านวางใจได้ ต าแหน่งทารกของห
ร่านหร่านได้หมุนกลับมาส าเร็จแล้ว เด็กทั้งสองคนจะต้องคลอด
ออกมาได้อย่างราบรื่นแน่นอน”
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสทั้งสอง เฮ่อซื่อหมิงไม่ได้อธิบายมาก
นัก
เฮ่อจือหร่านตั้งครรภ์แฝด แม้ว่าต าแหน่งทารกจะถูกต้องแล้ว ก็
ยังอาจเกิดภาวะคลอดยากได้
ก่อนที่เขาจะช่วยเฮ่อจือหร่านหมุนต าแหน่งทารก เขาก็ได้
พิจารณาปัญหานี้แล้ว ในต าราของอาจารย์หมอเทวดามีบันทึกอยู่
หนึ่งอย่าง
นั่นเป็นบันทึกการรักษาที่อาจารย์ได้ลงมือช่วยเหลือผู้คนด้วย
ตนเองบันทึกกล่าวว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยรักษาหญิงตั้งครรภ์ที่ทารกอยู่
ในท่าผิดปกติและตั้งครรภ์แฝด
เขาไม่เพียงแต่แก้ไขท่าของทารกให้ถูกต้อง แต่ยังใช้ทักษะพิเศษ
ร่วมกับการฝังเข็มเพื่อเปิดทางคลอด ท าให้การคลอดเป็นไปอย่าง
ราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ
ในขณะเดียวกัน อาจารย์หมอเทวดาก็ได้บันทึกวิธีการรักษานี้ไว้
ในหนังสืออย่างละเอียด
แม้ว่าวิธีนี้จะดี แต่ก็มีข้อเรียกร้องสูงมากทั้งต่อหมอและหญิง
ตั้งครรภ์
ประการแรก หมอผู้นั้นต้องเชี่ยวชาญทั้งการฝังเข็มและทักษะ
การใช้มือ เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีความคลาดเคลื่อนใด ๆ ในระหว่าง
การรักษาอีกประการหนึ่งคือหญิงตั้งครรภ์จ าเป็นต้องมีความอดทน
อย่างมาก ไม่เช่นนั้น การรักษาจะไม่ส าเร็จเพราะด้วยความเจ็บปวด
นางอาจจะเป็นลมไปเสียก่อน
วิธีการรักษาเช่นนี้เป็นครั้งแรกที่เฮ่อซื่อหมิงน ามาใช้ แม้ว่าก่อน
หน้านี้เขาจะเคยพบหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการเหมือนน้องสาวของเขา
มาก่อน
แต่เขาไม่ได้ใช้วิธีนี้ เพราะหญิงตั้งครรภ์คนนั้นอ่อนแอเกินไป
เพียงแค่การพลิกต าแหน่งทารกในครรภ์ก็ท าให้นางเจ็บปวดจนแทบ
ขาดใจ ดังนั้นเขาจึงละเว้นขั้นตอนต่อไป