ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 472 ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาหิวโหย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 472 ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาหิวโหย
ไม่ใช่ว่าเฮ่อจือหร่านรังเกียจธรรมเนียมการจ้างแม่นมในยุคนี้
เพียงแต่นางเป็นวิญญาณที่มาจากยุคสมัยใหม่ นางรู้สึกว่าช่วงเวลา
แห่งความผูกพันระหว่างแม่ลูกควรเริ่มต้นจากการเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง
เมื่อจ้างแม่นม เด็กก็จะพึ่งพาแม่นมมากกว่าแม่แท้ ๆ ถึงแม้ว่านี่จะ
เป็นสถานการณ์ระยะสั้น หลังจากเด็กหย่านมแล้วก็สามารถค่อย ๆ
ฟื้นฟูความสัมพันธ์ได้ แต่เฮ่อจือหร่านก็ยังคงไม่ชอบอยู่ดี
อีกอย่างหนึ่ง หากเลือกซื้อนมผงยี่ห้อดี ๆ สารอาหารในนั้นจะสูง
กว่าและดีกว่านมแม่เสียอีก
เฮ่อจือหร่านก้มมองหน้าอกของตัวเองโดยไม่รู้ตัว แล้วยิ้มแห้ง
ออกมา
“ท่านแม่ ข้าคงไม่มีน ้านม”
คราวนี้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกล าบากใจ นางเดินวนไปวนมาต่อหน้า
เฮ่อจือหร่าน ไม่หยุด
“หากรู้แต่แรก ข้าคงไม่ฟังค าแนะน าของเจ้า จ้างแม่นมมาก็ดี
แล้ว”
ตอนที่เฮ่อจือหร่านปฏิเสธการจ้างแม่นม นางก็ไม่ได้ยืนกรานแต่
อย่างใด
เพราะร่างกายของสะใภ้เก้าแข็งแรงดีมาตลอด อีกทั้งในช่วง
ตั้งครรภ์ก็ไม่ได้อาเจียนรุนแรงหรือเบื่ออาหารเหมือนคนอื่น ๆ
ด้วยเหตุนี้ นางจึงไม่เคยคิดมาก่อนว่าสะใภ้เก้าจะมีปัญหาเรื่องไม่
มีน ้านม
เมื่อกล่าวจบ ฮูหยินผู้เฒ่าก็หมุนตัวเดินออกไปด้านนอกแล้ว
“ข้าจะไปสอบถามในหมู่บ้านดูว่าบ้านใดมีสตรีที่เพิ่งคลอดบุตร
จะได้เชิญให้นางมาช่วยเหลือ”
นางไม่อาจปล่อยให้หลานชายและหลานสาวอันเป็นที่รักของนาง
ต้องหิวโหยได้
เมื่อเห็นเงาร่างของฮูหยินผู้เฒ่า เฮ่อจือหร่านรีบเรียกนางไว้ทันที่
“ท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลย ข้าและสามีได้เตรียมการไว้
แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดฝีเท้าและหันหลังกลับมา
“พวกเจ้าเตรียมพร้อมแล้วหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยอธิบาย “ท่านแม่ ท่านลืมไปแล้วหรือ พื้นที่เพาะปลูก
ของพวกเราเลี้ยงวัวนมไว้ตั้งมาก”
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าที่บ้านมีวัวนม แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าวัวพวก
นั้นเริ่มให้นมแล้ว
ความจริงแล้ววัวนมยังไม่ได้ให้นม แต่ส าหรับเฮ่อจือหร่านกับโม่
จิ่วเยี่ยแล้ว การท าให้วัวนมตัวหนึ่งให้นมได้นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย ใน
พื้นที่มิติมีมากมายเหลือเฟือ
“ท่านแม่ เช้านี้ข้าพบว่ามีวัวนมตัวหนึ่งให้นมแล้ว และคุณภาพ
นมก็ดีมาก หร่านหร่านเคยเรียนรู้วิธีหนึ่งที่สามารถท าให้นมวัวนุ่มขึ้น
เหมาะส าหรับทารกแรกเกิดมาก”
โม่จิ่วเยี่ยพูดโกหกได้อย่างคล่องแคล่ว และไม่มีท่าทีผิดปกติ
แม้แต่น้อย
เขาพูดเช่นนี้ก็เพราะภรรยาเคยเล่าให้เขาฟังถึงข้อดีของนมผง
และความแตกต่างระหว่างนมผงกับนมวัวสด
เขาเพียงแค่น าสิ่งเหล่านี้มารวมกันเพื่ออธิบายให้มารดาฟัง
จุดประสงค์หลักของเขาคือต้องการให้ท่านแม่ทั้งสองคนออกไป
จากที่นี่ เพื่อที่เขาและภรรยาจะได้พาลูกไปกินมื้อแรกที่พื้นที่มิติ
เฮ่อจือหร่านกลัวว่าค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยจะไม่มีน ้าหนักพอ จึง
ช่วยพูดว่า “ท่านแม่ พวกท่านวางใจได้เลย ข้าล าบากมากกว่าจะ
คลอดพวกเขาสองคนออกมา ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาหิวโหย”
“ถ้าอย่างนั้น แม่จะอยู่ช่วยพวกเจ้าป้อนนมลูก” เฮ่อฮูหยินไม่
อยากจากไป
ลูกสาวเพิ่งคลอดบุตร ร่างกายยังอ่อนแอมาก ลูกเขยดูเหมือนจะ
งุ่มง่ามไม่คล่องแคล่ว นางไม่อยู่ช่วยเหลือก็คงไม่สบายใจจริง ๆ
ในตอนนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าดูเหมือนจะตระหนักถึงบางสิ่ง
นางก้าวไปข้างหน้าและจับมือเฮ่อฮูหยิน
“แม่สะใภ้ ลูกเป็นของพวกเขา เมื่อพวกเขาไม่ต้องการจ้างแม่นม
และต้องการเลี้ยงด้วยนมวัว ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขาเถิด”
ไม่รอให้มีการโต้แย้ง ฮูหยินผู้เฒ่าได้ลากเฮ่อฮูหยินไปที่ประตู
แล้ว และปิดประตูด้วยมืออีกข้างทันที่
เฮ่อฮูหยินมีสีหน้างุนงง แต่เมื่อท่านย่าของเด็ก ๆ ลากนางออก
มาแล้ว การกลับเข้าไปก็คงไม่เหมาะ
หลังจากที่ผู้อาวุโสทั้งสองจากไป เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็
ไม่ได้รีบเข้าไปในพื้นที่มิติทันที่
เพราะพวกเขายังไม่แน่ใจว่าคนทั้งสองจะกลับมาอีกหรือไม่
ในขณะนี้ โม่จิ่วเยี่ยอุ้มจู้เอ้อร์ไว้ ส่วนเฮ่อจือหร่านอุ้มหมิงจูอยู่
เด็กน้อยทั้งสองคนไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยู่ข้างกายบิดามารดาของ
ตนหรือไม่ จึงไม่ร้องไห้งอแงเลยแม้แต่น้อย
หมิงจูยังมีน ้าตาเกาะที่หางตาอยู่เล็กน้อย แต่ก็หลับไปแล้วใน
อ้อมกอดของเฮ่อจือหร่าน
เมื่อเด็ก ๆ ไม่ร้องไห้ เฮ่อจือหร่านจึงไม่รีบเข้าไปในพื้นที่มิติ
นางนั่งเคียงข้างโม่จิ่วเยี่ย สามีภรรยาจึงได้มองหน้าลูก ๆ ของ
ตัวเองอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก
ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ ไม่ว่าคนไหนก็น่ารัก
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวออกมาจากใจว่า “หร่านหร่าน ขอบคุณเจ้ามาก
นะ”
ส าหรับค าขอบคุณนี้ เฮ่อจือหร่านไม่ได้พูดว่าไม่ต้องเกรงใจ
เหมือนที่เคยพูด
เพราะไม่มีใครรู้ดีไปกว่านางว่าการคลอดลูกแฝดออกมาอย่าง
ราบรื่นนั้น นางต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่พี่ใหญ่ช่วยปรับท่าทารกในครรภ์
ความรู้สึกนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นทุกข์ทรมานยิ่งกว่าความตาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองดูลูกทั้งสองที่ก าลังหลับสนิทด้วยท่าทาง
น่ารักน่าเอ็นดู นางรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นคุ้มค่า
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากภายนอก รู้ว่าสองมารดาได้
เดินห่างออกไปแล้ว ครอบครัวทั้งสี่คนจึงเคลื่อนตัวเข้าไปในพื้นที่มิติ
ขณะนี้เป็นช่วงอากาศร้อนจัด เฮ่อจือหร่านเพิ่งคลอดลูกและ
ก าลังอยู่ไฟ ประตูหน้าต่างในห้องปิดสนิท ไม่ให้ลมผ่าน ต่างจาก
อุณหภูมิที่สบาย ๆ ในพื้นที่มิติ
ทารกน้อยทั้งสองที่ก าลังหลับสนิทดูเหมือนจะรู้สึกถึงความ
แตกต่างของอุณหภูมิ จึงตื่นขึ้นมาทีละคน
อาจเป็นเพราะพวกเขาชอบอุณหภูมิในพื้นที่มิติมากกว่า พี่น้อง
ตัวน้อยทั้งสองจึงไม่ร้องไห้โวยวาย
เฮ่อจือหร่านเพียงแค่นึกในใจ เตียงเด็กทารกที่ซื้อให้เด็กน้อยทั้ง
สองคนจากเถาเป่าเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ทั้งสองคนค่อย ๆ วางลูกน้อยลงบนเตียง ส่วนโม่จิ่วเยี่ยไปที่ห้อง
พยาบาลเพื่อเตรียมนมผงให้ลูกแฝดของเขา
ในขณะนั้น ข้าวปั้นน้อยที่ก าลังเล่นอยู่ในป่าไผ่ก็ได้ยินเสียงจาก
ทางนี้
เนื่องจากการคลอดบุตร นี่เป็นครั้งแรกที่เฮ่อจือหร่านไม่ได้เข้า
ออกพื้นที่มิติเป็นเวลานาน
ข้าวปั้นน้อยอาจเพราะไม่ได้พบเจ้าของเป็นเวลานาน จึงวิ่งเข้า
หานางด้วยความเร็วกว่าปกติมาก
ขาสั้น ๆ ทั้งสี่ขาเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว หัวกลม ๆ ใหญ่ ๆ
ก็ส่ายไปมาไม่หยุด
เมื่อวิ่งมาถึงหน้าเจ้าของ ข้าวปั้นน้อยก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นแปลก ๆ
ทันที่
ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่ได้พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของเจ้าของเหมือน
เช่นทุกครั้ง แต่กลับหยุดกะทันหันที่ระยะห่างกว่าหนึ่งเมตรจากเฮ่อจื
อหร่าน
จากนั้นสิ่งมีชีวิตตัวน้อยก็เริ่มมองหาต้นตอของกลิ่นแปลกปลอม
นี้ไปทั่ว
ในที่สุดมันก็จับจ้องสายตาไปที่เด็กทารกสองคน
เฮ่อจือหร่านมองการกระท าทั้งหมดของข้าวปั้นน้อยอย่างขบขัน
นางรู้ว่าเจ้าตัวน้อยต้องรู้สึกถึงความแปลกปลอมแน่นอน
นางโบกมือเรียกข้าวปั้นน้อย แล้วชี้ไปที่ลูกแฝดชายหญิงทั้งสอง
ของนาง พร้อมอธิบายอย่างใจเย็น
“ข้าวปั้นน้อย พวกเขาล้วนเป็นลูกของข้า” ขณะที่พูด เฮ่อจือห
ร่านอุ้มจู้เอ้อร์ที่อยู่ใกล้นางที่สุดขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ส่งไปให้ข้าวปั้น
น้อยดู
“เจ้าดูสิ เขาน่ารักมากใช่หรือไม่”
เพื่อให้ข้าวปั้นน้อยเข้าใจ นางยังชี้ไปที่ท้องน้อยของตนเองซึ่ง
ตอนนี้แบนราบแล้ว
“พวกเขาเคยอยู่ตรงนี้ ตอนนี้คลอดออกมาแล้ว…”
ข้าวปั้นน้อยดูเหมือนจะเข้าใจ ส่งเสียงร้อง “อือๆๆ” ออกมาเป็น
ชุด
เฮ่อจือหร่านตอนนี้สามารถแยกแยะความหมายคร่าว ๆ ของ
เสียงร้องของข้าวปั้นน้อยได้แล้ว นางรู้ว่าเมื่อข้าวปั้นน้อยส่งเสียงร้อง
“อือๆๆ” ออกมาหมายถึงมันมีความสุข นั่นก็คือมันน่าจะเข้าใจค าพูด
ของนางแล้ว
อย่างไรก็ตาม นางก็ยังต้องเตือนมันสักหน่อย
“ข้าวปั้นน้อย เจ้าต้องเบาเสียงลงหน่อย พวกเขาก าลังนอนหลับ
กันอยู่ ถ้าปลุกให้ตื่น พวกเขาจะร้องไห้นะ”
ข้าวปั้นน้อยก าลังเตรียมจะส่งเสียงร้องอีกครั้งเพื่อตอบสนอง
เจ้าของ เพื่อพิสูจน์ว่ามันเข้าใจแล้ว