ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 494 เรื่องแต่งงานข้าไม่รีบร้อน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 494 เรื่องแต่งงานข้าไม่รีบร้อน
เมื่อแน่ใจว่าหลานเอ๋อร์จะไม่ได้ยินบทสนทนาแล้ว นางจึงค่อย ๆ
เอ่ยปาก
“ซื่อหมิง เจ้าบอกความจริงกับแม่มาเถอะ เจ้ากับหลานเอ๋อร์มี
เรื่องอะไรปิดบังแม่ใช่หรือไม่?”
เฮ่อซื่อหมิงคิดว่าหลังหลานเอ๋อร์ไปแล้ว มารดาคงจะถามถึง
เหตุผลที่เขาไม่อยากกลับเมืองหลวง แต่ไม่คิดว่านางจะถามเรื่องนี้
เขามองไปทางห้องครัวโดยสัญชาตญาณ ชั่วขณะนั้นไม่รู้ว่า
ควรจะตอบอย่างไร
ลูกชายที่ตนเลี้ยงดูมา เฮ่อฮูหยินจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?
“เจ้าก็อายุไม่น้อยแล้ว หากไม่ใช่เพราะเรื่องของท่านหญิงอวี้คน
นั้น แม่กับพ่อเจ้าก็ตั้งใจว่าปีนี้จะหาหญิงสาวที่เหมาะสมให้เจ้า”
“ท่านแม่…” เฮ่อซื่อหมิงเอ่ยแทรกค าพูดของมารดา
“เรื่องแต่งงานข้าไม่รีบร้อน ตอนนี้เรื่องที่เกี่ยวพันกับจวนอ๋องเก่า
ยังไม่ได้รับการแก้ไข เวลานี้จึงไม่เหมาะที่จะพูดถึงเรื่องเช่นนี้หรอก
ขอรับ”
เฮ่อจือหร่านเพิ่งคลอด หลานเอ๋อร์ก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่าให้อยู่ใน
เรือนของโม่จิ่วเยี่ย รับผิดชอบดูแลความเป็นอยู่ของเฮ่อจือหร่าน
โดยเฉพาะ
แม้ว่าในเรือนจะมีห้องอยู่ไม่น้อย แต่หลานเอ๋อร์เข้าออกที่นี่ทุกวัน
จึงมีโอกาสได้พบเจอกับเฮ่อซื่อหมิงบ่อยครั้ง
ตอนแรกทั้งสองคนยังไม่ได้คิดอะไร เฮ่อซื่อหมิงก็มักจะเขียน
ต ารับยาปรับสมดุลร่างกายให้หลานเอ๋อร์ไปท าตามอยู่บ่อย ๆ
หลานเอ๋อร์ไม่มีพรสวรรค์ด้านการท าอาหารเหมือนอวี่เอ๋อร์ เมื่อ
มีอะไรที่ไม่เข้าใจ นางก็จะไปสอบถามเฮ่อซื่อหมิงทันที่
การไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งเช่นนี้ ท าให้ทั้งสองมีปฏิสัมพันธ์กัน
มากขึ้น
เฮ่อซื่อหมิงจึงค่อย ๆ พบว่ากิริยาท่าทางอันสง่างามที่ติดตัวมา
ของหลานเอ๋อร์นั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงเลย บาง
ทีอาจจะมียิ่งกว่าด้วยซ ้า
นางสง่างามแต่ไม่ได้มีท่าทีเสแสร้งแกล้งท าหรือหยิ่งยโสเหมือน
บุตรสาวขุนนางทั้งหลาย
นี่คือภรรยาในฝันของเขา อีกทั้งหลานเอ๋อร์ยังมีรูปโฉมงดงาม
ไม่ว่าจะมองจากแง่มุมใด นางก็เป็นสตรีที่เขาปรารถนาจะแต่งงาน
ด้วย
เมื่อเวลาผ่านไป เฮ่อซื่อหมิงถึงรู้ว่าตนเองคงจะตกหลุมรักหญิง
สาวผู้นี้เข้าเสียแล้ว
หลานเอ๋อร์ก็รู้สึกว่าคุณชายใหญ่เฮ่อไม่เพียงมีรูปลักษณ์โดด
เด่น ความรู้ความสามารถเป็นเลิศ แต่เขายังเป็นหมอผู้เลื่องชื่อที่คน
ในเมืองหลวงต่างพากันเล่าลือราวกับเป็นเทพเซียน
บุรุษที่มีทั้งรูปโฉมและความสามารถเช่นนี้ หากนางไม่รู้สึก
หวั่นไหวก็คงเป็นเรื่องโกหก
แต่หลานเอ๋อร์รู้ดีถึงสถานะของตนเอง อีกทั้งนางยังเคยแอบ
สาบานต่อหน้าองค์หญิงสี่ ว่าชาตินี้จะมีชีวิตอยู่เพียงเพื่อได้เห็นวันที่
แก้แค้นส าเร็จเท่านั้น ส่วนเรื่องความรักระหว่างชายหญิง นางรู้สึกว่า
ตนเองไม่มีคุณสมบัติ
แม้ว่าทั้งสองจะมีใจให้กัน แต่พวกเขาต่างรู้ดีถึงชนชั้นทางสังคม
จึงไม่มีใครกล้าเอ่ยปากท าลายม่านบาง ๆ ที่กั้นอยู่
จวบจนวันนี้ หลานเอ๋อร์รู้ว่าเวลาที่คุณชายใหญ่เฮ่อจะกลับเมือง
หลวงใกล้เข้ามาแล้ว เพื่อไม่ให้ตัวเองจมดิ่งลงไปอีก นางจึงพยายาม
หลีกเลี่ยงเวลาที่อาจจะเจอกับเขาด้วยการออกไปข้างนอก
เฮ่อซื่อหมิงก็เช่นกัน เขาไม่รู้ว่าบิดามารดาจะยอมรับได้หรือไม่
หากเขาจะแต่งงานกับสาวใช้ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้
ในตอนนี้ จึงไม่กล้าเอ่ยปากให้ค ามั่นกับหลานเอ๋อร์
ไม่กี่วันมานี้ เขาจึงอยู่แต่ในบ้าน พยายามไม่ออกมาเจออีกฝ่าย
วันนี้หากไม่ใช่เพราะเขาต้องมาถามมารดาเรื่องการกลับเมือง
หลวง ก็คงไม่ปรากฏตัวในลานบ้าน
เดิมทีเขาตั้งใจจะมาสืบท่าทีของมารดา หากความคิดที่จะลาออก
จากต าแหน่งและอยู่ที่ซีเป่ยของเขาได้รับความเข้าใจจากมารดา เขา
ก็จะสามารถด าเนินการตามแผนได้ ค่อย ๆ สื่อสารกับคนใน
ครอบครัวไปทีละขั้นตอน
แต่ใครจะรู้ว่าโชคดีไม่เข้าข้างเขา ท่านแม่กลับค้นพบความ
ผิดปกติได้เร็วเพียงนี้
บุตรชายที่ตนเลี้ยงดูมากับมือพูดความจริงอยู่หรือไม่ เฮ่อฮูหยิน
ก็สามารถมองออกได้
“เจ้าเป็นลูกที่แม่เลี้ยงดูมากับมือ แม่จะมองความคิดของเจ้าไม่
ออกได้อย่างไร? ตั้งแต่เล็กเจ้าก็แตกต่างจากบรรดาลูกหลานตระกูล
ใหญ่เหล่านั้น ขณะที่พวกเขาเที่ยวเตร่ส าราญไปทั่ว เจ้ากลับไม่มี
แม้แต่อนุภรรยาสักคนในเรือนหลัง แม่รู้ว่าเจ้าต้องการหาหญิงสาวที่
ถูกใจมาใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดชีวิต”
พอท่านแม่พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว เฮ่อซื่อหมิงก็รู้ว่าตนเองไม่อาจ
ปิดบังเรื่องนี้ได้อีกต่อไป
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจเปิดเผยความคิดของตนเอง
ทั้งหมด
“ท่านแม่ ข้าคิดว่านาง หลานเอ๋อร์เป็นสตรีที่งดงามและมี
สติปัญญา มีความสง่างามและมารยาทที่ดี อีกทั้งยังไม่มีท่าทีเสแสร้ง
แกล้งท าเหมือนสตรีชั้นสูงคนอื่น…”
เฮ่อฮูหยินจะไม่เห็นความสง่างามเรียบร้อยของหลานเอ๋อร์ได้
อย่างไร?
แต่ในความคิดที่ฝังรากลึกของนาง ลูกสะใภ้ในอนาคตจะต้อง
เป็นหญิงสาวที่มีฐานะทัดเทียมกับตระกูลเฮ่อเท่านั้น นางไม่เคยคิดมา
ก่อนเลยว่าเฮ่อซื่อหมิงจะชอบเพียงสาวใช้คนหนึ่ง
แม้เฮ่อซื่อหมิงจะไม่ได้พูดตรง ๆ ว่าเขาชอบหลานเอ๋อร์ แต่ใน
ฐานะที่ผ่านประสบการณ์มาแล้ว เฮ่อฮูหยินจะไม่เข้าใจได้อย่างไร
นางอยู่ซีเป่ยมาระยะหนึ่งแล้ว ได้ปรับตัวให้เข้ากับ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของที่นี่ และชื่นชอบการติดต่อสัมพันธ์
ระหว่างผู้คนที่ไม่มีการแบ่งชนชั้น
ชั่วขณะหนึ่ง เฮ่อฮูหยินก าลังตกอยู่ในความล าบากใจ
ด้านหนึ่งนางก็หวังว่าบุตรชายจะได้แต่งงานกับสตรีสูงศักดิ์ที่มี
ฐานะทัดเทียมกัน อีกด้านก็หวังให้บุตรชายได้ใช้ชีวิตอยู่กับหญิงสาว
ที่เขาชอบ
เฮ่อซื่อหมิงมองออกถึงความล าบากใจของมารดา
“ท่านแม่ ท่านลองคิดดูสิขอรับ บุตรชายคนโตของตระกูลหวัง
เพราะชอบหญิงสาวจากตระกูลเล็ก ๆ จึงไม่ได้รับการยอมรับจาก
ครอบครัว ภายหลังถูกบังคับให้แต่งงานกับบุตรสาวของท่านเสนาบดี
กรมพิธีการ สุดท้ายพวกเขาลงเอยอย่างไร?”
“อีกทั้ง คุณชายน้อยแห่งจิ้งหยวนโหวที่ชอบบุตรสาวของพ่อค้า
เพื่อขัดขวางความรักของพวกเขา ฮูหยินโหวจึงรีบจัดการแต่งงานให้
เขากับหลานสาวของเสนาบดีเซวีย หลังแต่งงาน ชีวิตวุ่นวายจน
กลายเป็นเรื่องขบขันของคนทั้งเมืองหลวง”
“ยังมี…”
“พอเถอะ! เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ให้แม่คิดสักหน่อย”
สิ่งที่เฮ่อซื่อหมิงพูดมาทั้งหมดนี้ เฮ่อฮูหยินล้วนรู้ดี
บุตรชายคนโตของตระกูลหวังเพราะคิดถึงหญิงสาวที่เขารัก จึง
ใช้สุราดับความเศร้าทั้งวัน ส่งผลให้ละทิ้งการงานและการศึกษาไป
ส่วนคุณชายน้อยแห่งจิ้งหยวนโหว เพราะความสัมพันธ์ที่ไม่
ราบรื่นระหว่างหลานสาวของเสนาบดีเซวีย และไม่กล้าล่วงเกิน
อ านาจของตระกูลเซวีย ทุกวันจึงใช้ชีวิตอย่างหดหู่ กระทั่งเสียชีวิตไป
ด้วยความเศร้าซึมตั้งแต่อายุยี่สิบกว่าปี
“ซื่อหมิง เจ้าหมายความว่ามีเพียงอยู่กับหลานเอ๋อร์เท่านั้น เจ้า
ถึงจะมีความสุขหรือ?”
เฮ่อซื่อหมิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยชอบหญิงสาวคนใด หากท่านแม่เห็นชอบ
ว่าควรเป็นใคร ข้าย่อมไม่มีอะไรจะพูดอีก แต่บัดนี้ในใจข้ามีคนที่ชอบ
แล้ว หากต้องแต่งงานกับผู้อื่น ข้าเกรงว่าชาตินี้คงไม่อาจปล่อยวาง
ได้”
เพื่อยกระดับสถานะของหลานเอ๋อร์ เฮ่อซื่อหมิงจึงกล่าวต่อว่า
“แม้หลานเอ๋อร์จะเป็นสาวใช้ แต่หากอยู่ในวังหลวง คนที่รับใช้องค์
หญิงอย่างใกล้ชิดก็ล้วนเป็นนางก านัลที่มีต าแหน่ง กิริยาวาจาและ
การวางตัวของนางมีความเหมาะสม มารยาทก็งดงามไม่แพ้สตรี
ชั้นสูงเหล่านั้นเลย ท่านพ่อสอนข้ามาตั้งแต่เด็กว่าอย่าเอาอย่าง
ท่าทางของเหล่าคุณชายตระกูลใหญ่ ให้มองคนและสิ่งต่าง ๆ ด้วย
จิตใจที่เรียบง่าย ข้าเห็นว่าหลานเอ๋อร์ก็จิตใจเรียบง่ายเช่นกัน ข้าไม่
เคยรู้สึกว่านางมีสถานะต ่าต้อยกว่าข้าเลย”
“ท่านแม่ ข้าก็เห็นด้วยกับความคิดของพี่ใหญ่นะเจ้าคะ”
หลานเอ๋อร์ไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างแม่ลูก แต่กลับไม่เล็ดลอด
จากเฮ่อจือหร่านที่เพิ่งออกมาจากในห้อง
ช่วงนี้นางทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปกับจู้เอ้อร์และหมิงจู จึงไม่ได้
สังเกตว่ามีอะไรผิดปกติระหว่างเฮ่อซื่อหมิงกับหลานเอ๋อร์
ยามนี้พอได้ยินบทสนทนาของพวกเขาแล้ว เฮ่อจือหร่านจึง
ตระหนักว่าทั้งคู่มีบางสิ่งที่ผิดปกติไปจริง ๆ
อย่างเช่น ตอนทานอาหาร พี่ใหญ่ที่ชอบรสชาติจืด ๆ หลาน
เอ๋อร์ก็มักจัดวางอาหารรสจืดไว้ตรงหน้าเขาทุกครั้ง
อีกทั้งพี่ใหญ่ก็รักความสะอาด เมื่ออยู่ที่บ้าน ทุกวันจะมีคนคอย
ช่วยซักเสื้อผ้าและท าความสะอาดห้องให้เขาโดยเฉพาะ
ที่นี่หลานเอ๋อร์ก็มักจะฉวยโอกาสตอนพี่ใหญ่ไม่อยู่ เข้าไปท า
ความสะอาดห้องของเขาและจะน าเสื้อผ้าที่เขาเปลี่ยนแล้วออกมา
ด้วย