ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 498 การแต่งงานด้วยความรักมีความสุขที่สุด
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 498 การแต่งงานด้วยความรักมีความสุขที่สุด
“คนเราไม่อาจมีชีวิตอยู่เพื่อความยึดมั่นถือมั่นในใจเพียง
เล็กน้อยได้ตลอดไป แม้เจ้าจะแต่งงาน ก็ยังสามารถอาศัยอยู่ใน
หมู่บ้านซีหลิ่งได้ และยังไปมาหาสู่กับสกุลโม่ได้เช่นเดิม และหากมี
ข่าวว่าองค์หญิงสี่ได้รับการช าระแค้นแล้ว เจ้าก็จะเป็นคนแรกที่ได้
รับรู้”
หลานเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกงุนงงมากขึ้น
“ฮูหยินเก้า ถึงจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่ง หลานเอ๋อร์ก็ไม่ขอ
แต่งงานเจ้าค่ะ”
นางไม่ได้ดูถูกชาวนาหนุ่มในหมู่บ้าน แต่ไม่ได้ต้องการแต่งงาน
จริง ๆ และความยึดมั่นถือมั่นในใจก็ไม่อนุญาตให้ท าเช่นนั้น
เฮ่อจือหร่าน “…”
นางไม่เคยเจอคนที่ดื้อรั้นเช่นนี้มาก่อน
“การแต่งงานไม่ดีหรือ เจ้าดูข้าสิ สามีรักข้า ญาติฝ่ายสามีก็ให้
ความส าคัญ ทั้งยังได้มีลูกน้อยที่น่ารักถึงสองคน ข้าคิดว่าเจ้าเป็น
สตรีที่เพียบพร้อม สตรีที่เพียบพร้อมควรได้ครอบครองสิ่งเหล่านี้”
“โชคลาภของฮูหยินผู้เก้าไม่ใช่ทุกคนจะมีได้ หลานเอ๋อร์ไม่กล้า
หวังสูงถึงเพียงนั้น”
ขณะอีกฝ่ายพูด เฮ่อจือหร่านก็คอยสังเกตสีหน้าของหลานเอ๋อร์
อยู่ตลอด นางมองออกว่าแววตาของอีกฝ่ายมีประกายวาบขึ้นมา
ชัดเจนว่าในใจนางปรารถนาชีวิตเช่นนี้
“แม้เจ้าจะเคยมีสถานะเป็นสาวใช้ แต่ข้ามองออกชัดเจนว่า
กิริยามารยาทของเจ้าไม่ด้อยไปกว่าบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่ใน
เมืองหลวง ชาวบ้านในหมู่บ้านซีหลิ่งเหล่านี้ย่อมไม่คู่ควรกับเจ้า
แน่นอน”
เฮ่อจือหร่านคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าการเกริ่นก่อนหน้านี้เพียงพอแล้ว
ไม่จ าเป็นต้องอ้อมค้อมอีกต่อไป
“พี่ใหญ่ของข้าเฮ่อซื่อหมิง ถูกท่านพ่อสั่งสอนมาด้วยตนเอง
ตั้งแต่เด็ก ไม่เพียงมีความสามารถโดดเด่น รูปโฉมก็ไม่มีที่ติ วันนี้ข้า
ได้พูดคุยกับเขา รู้ว่าเขาไม่ชอบการหลอกลวงในแวดวงขุนนาง”
“ฮูหยินเก้า ท่านหมายความว่าคุณชายใหญ่เฮ่อไม่ต้องการ
กลับไปเมืองหลวงแล้วหรือเจ้าคะ?”
หลานเอ๋อร์เบิกตากว้างมองเฮ่อจือหร่าน ในดวงตาเต็มไปด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อ
เมื่อครู่นี้ที่นางปฏิเสธการแต่งงาน ส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาค า
สัญญาในอดีต อีกส่วนเป็นเพราะเฮ่อซื่อหมิง
นางจ าต้องยอมรับว่า ตอนนี้ในหัวใจและดวงตาของนางเต็มไป
ด้วยคุณชายใหญ่เฮ่อ แต่นางรู้ดีว่าสถานะของตนไม่คู่ควรกับอีกฝ่าย
เลย
โดยเฉพาะนางยังมีค าสัญญากับองค์หญิงสี่ นางตั้งใจจะเก็บ
ความรู้สึกนี้ไว้ ปล่อยให้เวลาช่วยค่อย ๆ ท าให้มันจางหายไป
แต่ตอนนี้เหตุใดฮูหยินเก้าจึงพูดถึงคุณชายใหญ่เฮ่อกับนาง
หรือว่า…?
จากสีหน้าของหลานเอ๋อร์ เฮ่อจือหร่านมั่นใจได้อย่างสมบูรณ์ใน
ความคิดของนาง
“พี่ใหญ่ของข้าบอกว่าชอบชีวิตในซีเป่ย และที่นี่ยังมีหญิงสาวที่
ท าให้เขาคิดถึง ไม่อาจเลือนได้”
ค าพูดนี้ตรงไปตรงมาเพียงพอ หากหลานเอ๋อร์ยังไม่เข้าใจคง
ต้องบอกว่านางก าลังแกล้งท าเป็นสับสนแล้ว
หลานเอ๋อร์หน้าแดงก ่าทันที่
“ฮูหยินเก้า หลานเอ๋อร์ ชั่วชีวิตนี้…”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ให้โอกาสนางพูดค าว่า ไม่แต่งงาน ออกมา
“การใช้ชีวิตในโลกนี้ หลายสิ่งหลายอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงไป
ตามสภาพ ข้าเข้าใจความตั้งใจของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะแต่งงานหรือไม่ ก็
ไม่ได้ส่งผลกับค าสาบานที่เจ้าเคยให้ไว้หรอก อีกอย่าง เจ้าก็เห็นแล้ว
ว่าทุกคนในสกุลโม่ล้วนพึ่งพาตนเอง ไม่จ าเป็นต้องมีสาวใช้อะไร
ทั้งนั้น เจ้าอยู่ในสกุลโม่มานานแล้ว มีใครในสกุลโม่ที่ปฏิบัติต่อพวก
เจ้าเยี่ยงคนรับใช้บ้าง?”
เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าไม่มีจริง ๆ หลานเอ๋อร์จ าเป็นต้องยอมรับ
นางกับอวี่เอ๋อร์ไม่ขาดเหลืออะไรทั้งอาหารการกินและ
เครื่องนุ่งห่ม อีกทั้งยังได้รับทุกสิ่งเหมือนกับบรรดาสตรีสกุลโม่ทุก
ประการ ไม่เพียงแต่เรื่องเหล่านี้เท่านั้น แม้แต่การท างานของสตรีสกุล
โม่ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าพวกนางเลย
“เรื่องนี้…” นางลังเล
มีสตรีคนไหนบ้างที่ไม่โหยหาความรักของตัวเอง?
ตอนนี้ฮูหยินเก้าได้พูดออกมาอย่างชัดเจนแล้ว และยังแสดงให้
เห็นว่าตระกูลเฮ่อไม่ได้รังเกียจสถานะของนาง
“แต่…แต่…”
หลานเอ๋อร์อ ้าอึ้งอยู่นาน ไม่สามารถหาเหตุผลในการปฏิเสธได้
และแน่นอนว่านางก็ไม่อยากปฏิเสธด้วย
“อย่าพูดว่าแต่อีกเลย หากเจ้าไม่มีข้อคัดค้าน ข้าก็จะปรึกษากับ
ท่านแม่และพี่ชายเพื่อตัดสินใจ”
“ฮูหยินเก้า หลานเอ๋อร์ไม่คู่ควรกับคุณชายใหญ่เฮ่อจริง ๆ เจ้า
ค่ะ”
ในที่สุดหลานเอ๋อร์ก็รวบรวมความกล้า พูดความกังวลสุดท้ายใน
ใจออกมา
ตอนนั้นเองโม่จิ่วเยี่ยที่ยุ่งอยู่ข้างนอกทั้งวันก็กลับมา เขาเห็น
หลานเอ๋อร์คุกเข่าอยู่ต่อหน้าเฮ่อจือหร่านก็ตะลึงไปชั่วขณะ
“หร่านหร่าน เกิดอะไรขึ้น?”
ตามความเข้าใจของเขา ภรรยาไม่เคยชอบให้ใครคุกเข่าต่อนาง
นี่หลานเอ๋อร์ท าความผิดร้ายแรงอะไรหรือ?
เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยกลับมา เฮ่อจือหร่านก็ไม่กล้าพูดถึงเรื่องเมื่อครู่
อีก เพราะหลานเอ๋อร์เป็นหญิงสาวที่เขินอายได้ง่าย
“หลานเอ๋อร์ เจ้าลุกขึ้นเถอะ เรื่องนี้ข้าไม่รีบร้อนจะเอาค าตอบ
จากเจ้า คืนนี้กลับไปเจ้าก็คงนอนไม่หลับ ถือโอกาสนี้คิดให้ดี พรุ่งนี้
เช้าเมื่อเจ้าคิดได้แล้วค่อยบอกข้าก็แล้วกัน”
หลานเอ๋อร์ก้มหน้าลุกขึ้น “เจ้าค่ะ หลานเอ๋อร์จะกลับไปคิดให้ดี”
มองหลานเอ๋อร์ที่ออกไป โม่จิ่วเยี่ยก็ปิดประตูห้องให้เรียบร้อย
เฮ่อจือหร่านจึงเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้โม่จิ่วเยี่ยฟังอย่างกระตือรือร้น
โม่จิ่วเยี่ยเคยเป็นขุนนางในราชส านักของเมืองหลวงมาก่อน คง
มีความเห็นเกี่ยวกับการแต่งงานที่ชนชั้นต่างกันเช่นนี้ เฮ่อจือหร่าน
เล่าให้เขาฟังอย่างละเอียดก็เพื่อต้องการรับฟังความคิดเห็นของเขา
“ท่านพี่ ข้าขอถามตามตรง หากท่านชอบหญิงสาวที่มีฐานะ
เหมาะสมมาก ๆ กับท่าน ท่านจะท าอย่างไร?”
เรื่องเช่นนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่เคยคิดมาก่อน ตอนอายุสิบกว่าปี
ครอบครัวก็หมั้นหมายเขากับเฮ่อจือหร่านแล้ว อีกทั้งหลายปีที่อยู่ข้าง
นอก เขาก็ไม่เคยพบหญิงสาวที่ถูกใจเลย
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อภรรยาถาม เขาก็ครุ่นคิดอย่างรอบคอบ
ก่อนจะตอบว่า
“ก่อนหน้าที่ข้าจะแต่งกับเจ้า ข้าไม่เคยรู้สึกอะไรกับหญิงสาวคน
ใดมาก่อน ตามความคิดของข้า เรื่องการแต่งงานล้วนขึ้นอยู่กับการ
ตัดสินใจของผู้อาวุโสในครอบครัว ข้าเชื่อในสายตาของท่านพ่อท่าน
แม่ และความจริงก็พิสูจน์แล้วว่ามันเป็นเช่นนั้น การได้แต่งงานกับเจ้า
คือโชคดีที่สุดในชีวิตของข้า อีกทั้งหลังได้ใกล้ชิดกับเจ้า ข้าก็ยิ่งชอบ
เจ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเจ้าแล้ว ข้ายอมสละชีวิตได้”
แม้ว่าความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้จะดีมาตลอด เฮ่อจือหร่าน
ก็รู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยมีใจให้นาง แต่ค าพูดเช่นนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาพูด
ออกมาอย่างเปิดเผย
ไม่ใช่แค่โม่จิ่วเยี่ย แม้แต่เฮ่อจือหร่านที่ฟังอยู่ก็อดหน้าแดงนึก
เขินอายไม่ได้
“ท่านพี่ ข้าถามความเห็นของท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ได้ให้ท่าน
พูดถึงความรู้สึกระหว่างพวกเราสักหน่อย”
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปดึงเฮ่อจือหร่านเข้าสู่อ้อมกอด แล้วจุมพิต
หน้าผากนางอย่างทะนุถนอม
“เพราะข้าไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร ข้ารู้เพียงว่าไม่ว่าชาติก าเนิด
จะร ่ารวยหรือไม่ หรือทั้งสองคนจะเหมาะสมกันหรือไม่ ข้ารู้แค่ว่าการ
แต่งงานด้วยความรักอยู่เท่านั้นถึงจะมีความสุขที่สุด”
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตอบค าถามตามตรง แต่เฮ่อจือหร่านก็ได้
ค าตอบที่นางต้องการแล้ว
แต่นางก็ยังอยากได้ยินจากปากของโม่จิ่วเยี่ย
“หากข้าไม่ใช่บุตรสาวของท่านเสนาบดี แต่เป็นเพียงสามัญชน
หรือแม้แต่สาวใช้ และบังเอิญตกหลุมรักกับท่าน ท่านจะท าอย่างไร?”
เรื่องความรักโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนดื้อรั้นอย่างแท้จริง เมื่อก่อนเขาไม่
เข้าใจรสชาติของความรัก บางทีค าถามนี้อาจยังได้ตอบยาก แต่
ตอนนี้มันต่างออกไป เขารักเฮ่อจือหร่านจนฝังลึกถึงกระดูก
“หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าจะบอกท่านแม่ว่าข้าต้องการแต่งกับเจ้า
ไม่ว่าเจ้าจะมีสถานะเช่นไร เจ้าก็คือคนที่ข้าโม่จิ่วเยี่ยต้องการจะใช้
ชีวิตร่วมกันไปตลอดกาล”
“แล้วถ้าท่านแม่ไม่ยินยอมเล่า?” เฮ่อจือหร่านรู้สึกสนใจหัวข้อนี้
มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงถามต่อ
“นิสัยของท่านแม่เจ้าก็รู้ดี ตอนที่นางอยู่เมืองหลวง แม้จะดูเคร่ง
ขรึมไปบ้าง แต่นางก็เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่นที่สุด หากหญิงสาวที่
ข้าชอบมีอุปนิสัยและท่าทีที่ดี นางก็จะไม่คัดค้าน”