ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 502 สามีข้ารอบคอบมาก
ถึงอย่างไรเรื่องฐานะอะไรนั่น มันก็กินไม่ได้
“สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องส าคัญที่สุด เจ้าเพียงแค่ตอบข้าว่าเจ้าเต็ม
ใจหรือไม่เต็มใจ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมดให้ข้าจัดการเอง”
จริง ๆ แล้วหลานเอ๋อร์ก็คิดได้แล้ว เหมือนกับที่ฮูหยินเก้าพูดเมื่อ
คืนว่า ว่าการแต่งงานของนางจะไม่ท าให้การไปแจ้งข่าวการล้างแค้น
ให้องค์หญิงสี่ล่าช้า
แต่นางยังมีความปรารถนาอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือหวังว่าจะสามารถ
อยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่งต่อไป และท างานให้กับสกุลโม่ต่อไป
“ฮูหยินเก้า การได้แต่งงานกับคุณชายใหญ่เฮ่อนั้นถือเป็นบุญ
วาสนาของหลานเอ๋อร์อย่างยิ่ง ตราบใดที่ไม่ต้องจากไปจากหมู่บ้านซี
หลิ่งไป หลานเอ๋อร์ก็เต็มใจแต่งงานกับคุณชายใหญ่เฮ่อ”
เฮ่อจือหร่านลุกขึ้นยืนทันที่ “ดี เจ้าพูดแบบนี้ก็ดีแล้ว”
เมื่อพูดจบ นางก็ไม่ได้อยู่พูดคุยกับหลานเอ๋อร์อีกต่อไป แต่
ออกไปหาท่านแม่และพี่ชายใหญ่ทันที่
นับตั้งแต่เฮ่อซื่อหมิงเปิดเผยความในใจเมื่อวานนี้ ก็อยู่ในสภาพ
ที่นั่งนอนไม่เป็นสุขตลอดเวลา
ในที่สุดเมื่อเฮ่อจือหร่านมาถึง เขาไม่สนใจภาพลักษณ์ของ
คุณชายผู้สง่างามเช่นทุกวัน รีบเดินเข้าไปคว้าแขนของเฮ่อจือหร่าน
ไว้
“หร่านหร่าน ผลเป็นอย่างไรบ้าง? ” เป็นครั้งแรกที่เฮ่อจือหร่าน
ได้เห็นพี่ชายของตนเองมีท่าทางไม่สงบเสงี่ยมเช่นนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะ
แหย่ว่า
“ผลลัพธ์อะไรหรือ?”
เฮ่อซื่อหมิงถูกถามจนหน้าแดงขึ้นมาทันที่
“หร่านหร่าน พี่เห็นเจ้าไปที่ห้องของหลานเอ๋อร์แล้ว เจ้าอย่าได้
หยอกล้อข้าอีกเลย”
แต่เดิมเฮ่อจือหร่านตั้งใจจะปิดบังเรื่องนี้ไว้เพื่อแกล้งเฮ่อซื่อหมิง
แต่เมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายของพี่ชาย จึงคิดว่าควรเลิกล้ม
ความคิดนั้นเสีย
“เรื่องของหลานเอ๋อร์นั้นไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้เหลือเพียงแค่
ท่านพ่อท่านแม่เห็นชอบเท่านั้น”
“หร่านหร่าน เจ้าบอกว่าหลานเอ๋อร์ตกลงแล้ว เป็นความจริง
หรือ?” เฮ่อซื่อหมิงดีใจจนแทบคลั่ง จับแขนของเฮ่อจือหร่านแน่นจน
ลืมควบคุมแรง
เฮ่อจือหร่านรู้สึกเจ็บเล็กน้อย จึงดึงแขนกลับอย่างแรง
“พี่ใหญ่ ข้าเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของท่านนะ ถึงท่านจะดีใจ ก็ไม่
ควรบีบข้าแบบนี้สิ!”
“ขอโทษนะหร่านหร่าน พี่เสียมารยาทไปหน่อย” เมื่อถูกเตือน
เช่นนี้ เฮ่อซื่อหมิงก็ตระหนักได้ว่าการกระท าของตนเองรุนแรงเกินไป
เฮ่อจือหร่านจะไปถือสาเขาได้อย่างไรกัน?
“สิ่งที่ข้าควรท า ข้าได้ท าเสร็จสิ้นแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวท่าน
พี่เอง”
เฮ่อซื่อหมิงก้าวเท้าใหญ่มุ่งหน้าไปยังประตู “ข้าจะไปพูดกับท่าน
แม่เดี๋ยวนี้ ขอเพียงท่านแม่พยักหน้า ทางท่านพ่อก็คงไม่มีปัญหา
แน่นอน”
เฮ่อจือหร่านมองดูพี่ชายใหญ่ที่แตกต่างจากความสงบเยือกเย็น
ในอดีตอย่างสิ้นเชิง นางส่ายหน้าอย่างขบขัน
ดังที่นางเพิ่งกล่าวไป สิ่งที่นางท าได้นางก็ได้ท าเสร็จสิ้นแล้ว ส่วน
เฮ่อซื่อหมิงจะสามารถแต่งงานกับหญิงสาวที่เขาหมายปองได้หรือไม่
ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของเขาเอง
บางทีอาจเป็นเพราะเฮ่อฮูหยินไม่ได้คัดค้านเรื่องของเฮ่อซื่อหมิง
กับหลานเอ๋อร์มากนัก ในคืนนั้นเองนางก็มอบจดหมายที่เขียนด้วย
ลายมือของตนเองถึงท่านเสนาบดีเฮ่อให้แก่โม่จิ่วเยี่ย
เนื้อหาของจดหมายนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเรื่องการแต่งงาน
ของเฮ่อซื่อหมิง อีกทั้งนางยังเขียนความคิดของตนเองและบุตรชายที่
ต้องการจะตั้งรกรากอยู่ที่ซีเป่ยในระยะยาวลงไปด้วย
ส่วนรายละเอียดเหตุผลที่ต้องการอยู่ที่ซีเป่ยนั้น นางหวังว่าโม่จิ่
วเยี่ยจะบอกกับท่านเสนาบดีเฮ่อด้วยตนเอง
เฮ่อฮูหยินคิดว่าบุตรสาวได้ฟังค าพูดของตนและล้มเลิกความ
ตั้งใจที่จะเข้าเมืองหลวงพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว
ดังนั้น ขณะที่มอบจดหมายให้เขา นางจึงก าชับเรื่องอื่น ๆ
เพิ่มเติม หวังว่าจะส่งผ่านค าพูดเหล่านี้ไปถึงเสนาบดีเฮ่อผ่านปาก
ของโม่จิ่วเยี่ย
เรื่องที่ท่านแม่ยายสั่งก าชับโม่จิ่วเยี่ย จะต้องจดจ าไว้ในใจอย่าง
แน่นอน
ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้บอกเรื่องที่แม่ยายให้เขาน าจดหมายไป
ให้พ่อตาแก่เฮ่อจือหร่านตามความเป็นจริง
เฮ่อจือหร่านเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการกระท าของมารดา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการแต่งงานของพี่ชายใหญ่กับหลานเอ๋อร์
การที่นางในฐานะมารดาเป็นผู้แสดงท่าทีก่อนนั้นเหมาะสมที่สุด
หูชงให้ความสนใจกับเรื่องของสกุลโม่มากที่สุด วันรุ่งขึ้นเขาตื่น
แต่เช้าและพาคนไปเลือกต าแหน่งที่จะสร้างบ้านเพื่อท าการวัดขนาด
โรงเรือนขนาดใหญ่ที่สร้างในบ้านก็เสร็จในวันเดียวกัน
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ย ไม่รู้ว่าการเดินทางเข้าเมืองหลวงครั้งนี้
จะกลับมาเมื่อไหร่ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน พวกเขาจึงทิ้งเมล็ด
พันธุ์ที่จ าเป็นต้องปลูกในโรงเรือนไว้ล่วงหน้า
อีกทั้งยังมอบหมายเรื่องการปลูกพืชในเรือนกระจกทั้งหมดให้พี่
ห้าผู้ละเอียดรอบคอบเป็นผู้จัดการ
พี่ห้ามีความคิดว่องไวและละเอียดรอบคอบกว่าพี่น้องคนอื่น ๆ
การมอบหมายงานให้เขาท าทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างก็วางใจ
หลังจากจัดการทุกอย่างในบ้านเรียบร้อยแล้ว ก็ผ่านไปสามวัน
ในขณะที่บรรดาสตรีก าลังอยู่เป็นเพื่อนเด็กน้อยทั้งสองคนนั้น
เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยได้เรียกพี่น้องสกุลโม่เพื่อไปยังห้องของ
โม่ฉิงพร้อมกัน
แม้ว่าเรื่องการเข้าเมืองหลวงของสามีภรรยาคู่นี้ยังไม่ได้แจ้งให้พี่
น้องสกุลโม่ทราบอย่างเป็นทางการ แต่พวกเขาก็ได้รับรู้บางอย่างจาก
ปากของพี่สี่
แล้ว
เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยและภรรยาเรียกทุกคนมารวมตัวกันอย่างเป็น
ทางการเช่นนี้ พวกเขาก็รู้ว่าจะต้องเป็นเรื่องที่น้องเก้าจะพูดถึงการ
เดินทางไปเมืองหลวงอย่างแน่นอน
ตอนนี้ทุกคนเพิ่งรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ หากไม่ใช่
เพราะโม่จิ่วเยี่ยตั้งใจจะออกเดินทางในวันนี้ ก็คงไม่เรียกทุกคนมา
รวมตัวกันในเวลานี้
มองไปรอบ ๆ นอกจากพี่แปดที่ท างานอยู่ที่ศาลแล้ว บรรดาชาย
ในสกุลโม่ที่เหลือก็อยู่พร้อมหน้า โม่จิ่วเยี่ยจึงเข้าเรื่องทันที่
“ท่านพ่อ พี่ชายทั้งหลาย ข้าตั้งใจจะออกเดินทางไปเมืองหลวง
กับหร่านหร่านในวันนี้”
“น้องเก้า พี่ใหญ่รู้ว่าเจ้ากังวลว่าคนมากจะดึงดูดความสนใจของ
ผู้อื่น ให้ข้าไปกับเจ้าเพียงคนเดียว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็จะได้มีคน
ช่วยดูแล”
“ใช่แล้วน้องเก้า พวกเราคนอื่น ๆ จะรออยู่ที่บ้านเพื่อรอข่าว ให้พี่
ใหญ่ไปเป็นเพื่อนพวกเจ้าก็แล้วกัน” พี่สามก็เอ่ยเตือนเช่นกัน
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านได้ตกลงกันแล้ว พวกเขาจะออก
เดินทางจากเมืองอวิ่นตอนฟ้าสาง และเมื่อฟ้ามืดก็จะน ารถใหญ่
ออกมาจากพื้นที่มิติ เพื่อเดินทางตลอดทั้งคืน
เช่นเดียวกับตอนที่ไปหนานเจียง กลางคืนขับรถเดินทาง
กลางวันเข้าไปพักในพื้นที่มิติ
ด้วยวิธีนี้ เส้นทางที่ปกติต้องใช้เวลาเร่งรีบกว่าครึ่งเดือน พวกเขา
จะสามารถไปถึงได้ภายในเวลาสามสี่วัน
ในความคิดของพวกเขา สถานการณ์ทางเมืองหลวงนั้นไม่เป็น
ผลดีต่อสกุลโม่อย่างยิ่ง ยิ่งไปถึงเร็วและจัดการปัญหาได้เร็วเท่าไหร่ก็
ยิ่งดี
“พี่ใหญ่ ข้ารู้ว่าท่านหวังดีต่อข้า แต่เรื่องนี้ข้าได้ไตร่ตรองอย่างถี่
ถ้วนแล้ว อีกทั้งข้าก็ได้บอกท่านพ่อไปแล้วว่าข้าจะไปคนเดียวก่อน
หากต้องการความช่วยเหลือจากพวกท่าน ข้าจะให้เสี่ยวไป๋ส่งข่าว
กลับมาโดยทันที”
โม่จิ่วเยี่ยตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ดังนั้นใน
น ้าเสียงของเขาจึงแฝงไปด้วยความหนักแน่นไม่อาจโต้แย้งได้
พี่ใหญ่ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โม่ฉิงห้ามเขาไว้
“จวินรุ่ย เรื่องนี้ให้เป็นไปตามการจัดการของน้องเก้าของเจ้า
เถิด”
โม่จวินรุ่ยเห็นท่านพ่อเอ่ยปากแล้ว เขาก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรม
“เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเจ้าต้องให้ความส าคัญกับความปลอดภัย
ของตัวเองเป็นอันดับแรก หากเจอเรื่องยุ่งยากอย่าได้รีบร้อน ให้เสี่ยว
ไป๋ส่งข่าวกลับมา พวกเราจะช่วยกันคิดหาวิธี”
โม่จวินรุ่ยกล่าวจบแล้วหันไปมองเฮ่อจือหร่าน “น้องสะใภ้เก้ามี
สติปัญญาไม่แพ้พวกเราที่เป็นผู้ชาย น้องเก้าท าอะไรเจ้าต้องคอย
ชี้แนะเขาด้วย”
“ทุกท่านวางใจได้ สามีข้าท าอะไรรอบคอบมาก”
โม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยที่เล็กที่สุดในบ้านอย่างที่พี่ชาย
จ าได้อีกต่อไป หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย เขาสามารถรับมือ
กับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างนิ่งสงบและมีสติ
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่านางจะช่วยโม่จิ่วเยี่ย นางพูด
เช่นนี้เพียงหวังให้ครอบครัวไว้วางใจในตัวเขา
โม่จิ่วเยี่ยมองดูท้องฟ้า “ได้เวลาแล้ว ข้าตั้งใจจะออกเดินทาง
กับหร่านหร่านในทันที่ เพื่อให้ไปถึงในเมืองก่อนฟ้ามืด พักค้างคืน
หนึ่ง พรุ่งนี้เช้าตรู่ พวกข้าจะออกเดินทางจากในเมือง รีบมุ่งหน้าไป
ยังเมืองหลวง”