ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 513 ขอร้องท่านช่วยดูอาการกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงด้วย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 513 ขอร้องท่านช่วยดูอาการกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงด้วย
หวังมามามองดูรอยแผลเป็นนั้น จากนั้นก็หันไปมองใบหน้าของ
โม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยพูดต่อว่า “อีกอย่างหนึ่ง ตอนข้าเป็นเด็กข้าชอบกิน
ขนมกุ้ยฮวาที่หวังมามาท าด้วยตัวเอง เวลาข้าออกจากวังกลับบ้าน
หวังมามามักจะเอาขนมให้ข้าติดตัวไปสองสามชิ้นเสมอ แล้วก็ตอนที่
ข้ากับหนานฉีซุกซน พวกข้าเคยฉี่ลงในอ่างไม้ที่หวังมามาใช้ล้าง
ผัก…”
เพื่อพิสูจน์ตัวตนของตัวเอง โม่จิ่วเยี่ยถึงกับทุ่มสุดตัว ถึงขนาด
เล่าเรื่องน่าอายแบบนี้ออกมา
แบบนี้แล้ว หวังมามาจะยังมีข้อสงสัยอะไรอีกเล่า?
นางก้าวไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น เดินเข้าไปใกล้โม่จิ่วเยี่ย
แล้วยกมือทั้งสองข้างที่สั่นเทาขึ้นมาจับแขนของเขาไว้
“ท่านคือคุณชายเก้าจริง ๆ หรือ?” หวังมามาน ้าตาไหลพราก
โม่จิ่วเยี่ยเมื่อเห็นหวังมามาก็รู้สึกสนิทสนมเป็นพิเศษ
เห็นร่างของหวังมามาสั่นไหวเล็กน้อย เขาจึงรีบยื่นมือไปประคอง
อย่างว่องไว
พอประคองเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็พบว่าหวังมามาผอมจนเหลือแต่
กระดูก
“เหตุใดร่างกายของหวังมามาจึงผอมแห้งเช่นนี้?”
หวังมามาไม่ได้ตอบค าถามของโม่จิ่วเยี่ย นางเพิกเฉยต่อเฮ่อจื
อหร่านโดยสิ้นเชิง แล้วจูงเขาเดินเข้าไปด้านในฉากบังตา
“คุณชายเก้าโปรดตามข้ามาเร็ว หากกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงได้
เห็นท่าน ท่านจะต้องฟื้นขึ้นมาแน่นอน”
ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างเข้าใจดีว่า เหตุที่หวังมามากล่าว
เช่นนี้ เป็นเพราะนางเชื่อมั่นว่าโม่จิ่วเยี่ยคือบุตรแท้ ๆ ของหยวนกุ้ย
เฟย
ยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะอธิบายเรื่องเหล่านี้ จากค าพูดของหวังมา
มาเมื่อครู่ สถานการณ์ของหยวนกุ้ยเฟยดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก สิ่งที่
พวกเขาให้ความสนใจในตอนนี้คือร่างกายของหยวนกุ้ยเฟย
โม่จิ่วเยี่ยถูกหวังมามาลากมาที่ข้างเตียงของหยวนกุ้ยเฟย
ในขณะนี้หยวนกุ้ยเฟยก าลังมองมาทางพวกเขา พร้อมกับ
พยายามยกแขนข้างหนึ่งขึ้นไปทางโม่จิ่วเยี่ย
อาจเป็นเพราะนางป่วยและไม่มีแรง แขนที่ยกขึ้นครึ่งทางก็ตกลง
กลับที่เดิมอย่างหนัก
หวังมามาปล่อยมือของโม่จิ่วเยี่ยที่พยุงนางออก แล้วรีบร้อนเดิน
เข้าไปก่อนจะคุกเข่าลงข้างเตียง
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงท่านตื่นแล้ว คุณชายเก้ามาเยี่ยมท่านแล้ว”
หยวนกุ้ยเฟยยกมือขึ้นอีกครั้งเพื่อคว้าแขนของหวังมามา พูด
อย่างยากล าบากว่า “ช่วย…ช่วยพยุงข้าลุกขึ้น”
ก่อนที่หวังมามาจะท าอะไร โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้ามาและกดมือนางไว้
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ร่างกายของท่านไม่สบาย อย่าเพิ่งขยับ
เลย”
พูดจบ เขามองไปทางด้านข้างที่เฮ่อจือหร่านยืนอยู่แล้วอธิบาย
ว่า “ภรรยาของข้ามีความรู้ด้านการแพทย์อยู่บ้าง ให้นางช่วยตรวจดู
อาการของท่านก่อนเถิด”
หวังมามาได้ฟังค าแนะน าของโม่จิ่วเยี่ย แล้วจึงเหลือบมองไปที่
เฮ่อจือหร่าน
แต่นางก็ไม่ได้พินิจพิเคราะห์มากนัก
“ฮูหยินเก้า ข้าขอร้องท่านช่วยดูอาการกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงด้วย
จักรพรรดินีผู้โหดร้ายนั้น ไม่เพียงแต่ควบคุมองค์จักรพรรดิ และพระ
พันปีเท่านั้น ยังขับไล่ข้ารับใช้ทั้งหมดออกจากวังของกุ้ยเฟยเหนียง
เหนียง อีกทั้งยังปิดล้อมวังทั้งหมด ไม่อนุญาตให้ผู้ใดน าอาหารมาส่ง
ตั้งใจจะให้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงอดตายอย่างทรมาน…”
พูดไปพูดมา หวังมามาก็พูดไม่ออก ถึงกับร ่าไห้ต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ย
และ เฮ่อจือหร่าน
เมื่อมองดูหยวนกุ้ยเฟยที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียง ไหนเลยจะ
เหมือนกับกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงผู้สง่างามในอดีต?
นางดูราวกับเป็นหญิงชราผอมโซจนเหลือแต่กระดูก และดูจาก
สภาพที่อ่อนแอของนาง ไม่ต่างจากองค์หญิงสี่เคยเห็นในหนานเจียง
เมื่อครั้งก่อนเลย
เฮ่อจือหร่านก้าวเข้าไปจับชีพจรหยวนกุ้ยเฟย ขณะที่หวังมามา
ยังคงสะอื้นไห้พลางเล่าถึงสภาพล่าสุดของหยวนกุ้ยเฟย
“ข้ารับใช้ดูแลกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงมาตั้งแต่เล็ก นางไม่เคยต้อง
ทนทุกข์เช่นนี้มาก่อน จักรพรรดินีช่างโหดร้ายยิ่งนัก ถึงกับจะปล่อย
ให้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงอดอาหารตายอย่างทรมานเป็นเวลายี่สิบวัน
เต็ม ข้าและกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงถูกขังอยู่ที่นี่ โชคดีที่ยังมีข้ารับใช้ผู้
ซื่อสัตย์จากวังของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงคอยโยนซาลาเปาเข้ามาให้
เป็นครั้งคราว มิเช่นนั้นข้าและกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงคงสิ้นชีวิตไปนาน
แล้ว”
“ข้าคิดว่าพวกเราจะมีชีวิตรอดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงวันที่
ตระกูลของจักรพรรดินีล่มสลาย แต่ใครจะรู้ว่าข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์
เหล่านั้นถูกจับตามองโดยใครบางคน และเรื่องที่พวกเขาแอบส่ง
ซาลาเปาให้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงก็ถูกรายงานไปถึงจักรพรรดินี
สุดท้ายพวกเขาก็ต้องจบชีวิตด้วยการถูกตีจนตาย…”
“ยังไม่พอ จักรพรรดินียังส่งคนมาประหารชีวิตพวกเขาใน
ต าหนักของ กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงอีกด้วย กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงไม่เคย
เห็นภาพเช่นนี้มาก่อน ด้วยความตกใจและอดอาหารมาหลายวัน
นางจึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน”
“เมื่อกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงล้มป่วย ข้าก็ได้แต่ร้องขอความ
ช่วยเหลือ แต่ก็ไร้ผล ข้าพูดจนปากแทบฉีก แต่พวกทหาร
รักษาการณ์ใจร้ายเหล่านั้นก็ไม่ยอมเรียกหมอมาดูอาการกุ้ยเฟย
เหนียงเหนียงเลย”
ในขณะที่หวังมามาพูดมากมายเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็ได้
ตรวจสอบอาการของหยวนกุ้ยเฟยเสร็จสิ้นแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเห็นนางลุกขึ้นยืนตรง จึงถามว่า “หร่านหร่าน สภาพ
ของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเป็นอย่างไรบ้าง”
“เป็นดังที่หวังมามาได้กล่าวไว้จริง นางตกใจจนสิ้นสติไป
หลังจากนั้นก็อดอาหารมานาน ร่างกายจึงเกิดภาวะขาดน ้าอย่าง
รุนแรง”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด เพราะศัพท์ทางการ
แพทย์ที่นางรู้นั้นล้วนมาจากยุคปัจจุบัน ผู้คนในยุคนี้ย่อมไม่อาจ
เข้าใจได้
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นหนึ่งที่โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจ นั่นคือหากคนเรา
อยู่ในภาวะขาดน ้าเป็นเวลานาน อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายก็จะค่อย ๆ
เสื่อมสภาพ และน าไปสู่ความตายในที่สุด
สถานการณ์ของหยวนกุ้ยเฟยในตอนนี้ได้พิสูจน์ประเด็นนี้แล้ว
“หร่านหร่าน เจ้ารักษาได้หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านกะพริบตาใส่เขา
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความหมายของนางในทันที่
หากต้องการช่วยหยวนกุ้ยเฟยก็จ าเป็นต้องใช้ทรัพยากรทาง
การแพทย์เหล่านั้นจากพื้นที่มิติ
ทั้งสองคนส่งสายตาให้กันอย่างรู้ใจ แต่หวังมามากลับงุนงงสับสน
“คุณชายเก้า ฮูหยินเก้า ร่างกายของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเป็น
อย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
“หวังมามาวางใจได้ ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการ
รักษากุ้ยเฟยเหนียงเหนียง”
เฮ่อจือหร่านกล่าวจบ ก็แกล้งเดินไปทางด้านหลังฉากกั้น
สภาพของหยวนกุ้ยเฟยในตอนนี้ การจะให้นางรับประทาน
อาหารในทันทีคงเป็นไปไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าหวังมามาจะดูอ่อนแรง
ไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต
สิ่งที่นางต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือการเติมพลังงานให้กับ
ร่างกาย
เฮ่อจือหร่านเดินอ้อมไปด้านหลังฉากกั้น ใช้จิตส านึกเข้าสู่พื้นที่
มิติอย่างรวดเร็ว หยิบแป้งสาลีบางส่วนออกมาจากคลังเก็บของ แล้ว
น าไปแปรรูปเป็นบะหมี่เส้นเล็กใส่ไข่ จากนั้นก็บรรจุลงในห่อผ้าที่
เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วน าออกมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อครู่ตอนที่นางกับโม่จิ่วเยี่ยเปิดประตู หวังมามา
ไม่ได้สังเกตเห็นนางเลย อีกฝ่ายจึงไม่รู้ว่านางมีห่อผ้าติดตัวอยู่หรือไม่
เฮ่อจือหร่านถือห่อผ้าเดินกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง
นางหยิบบะหมี่เส้นเล็กที่ท าเสร็จแล้วออกมาจากห่อผ้าต่อหน้า
หวังมามา
“หวังมามา นี่คือสิ่งที่ข้าและสามีน าติดตัวมาจากบ้าน ระหว่าง
ทางยังกินไม่หมด ท่านเอาไปต้มกับน ้าร้อนก็สามารถรับประทานได้
แล้ว”
หวังมามาตอนนี้หิวจนแทบขาดใจ นางไม่มีแก่ใจจะคิดว่าสิ่งที่
เฮ่อจือหร่าน ให้นางนั้นคืออะไรกันแน่
แต่นางรู้ดีว่านี่คือของกิน
นางเข้าใจความหมายที่เฮ่อจือหร่านให้อาหารแก่นางในตอนนี้
นั่นคือกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงคงหิวจนทรมานแล้ว เพียงแค่ได้กินอะไร
สักหน่อยก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น
อีกทั้งเมื่อมองดูของกองเล็ก ๆ ที่ไม่รู้ว่าคืออะไรนั้น นางก็
ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าอาหารอันล ้าค่าเช่นนี้ต้องเก็บไว้ให้กุ้ยเฟย
เหนียงเหนียงทั้งหมด
ส่วนนางขอเพียงแค่ได้ดื่มน ้าซุปสักหน่อยก็พอ
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ชัดว่าหวังมามาคิดอะไรอยู่ในใจ เขารู้ว่าเฮ่อจือห
ร่านจ าเป็นต้องพาหยวนกุ้ยเฟยเข้าไปรักษาในพื้นที่มิติ ตอนนี้สิ่งที่
เขาต้องท าคือส่งหวังมามาออกไป
“หวังมามา ภรรยาของข้าจะช่วยรักษากุ้ยเฟยเหนียงเหนียงใน
อีกสักครู่ ท่านไปรับประทานอาหารและพักผ่อนสักหน่อยเถิด ที่นี่มี
ข้าและภรรยาของข้าอยู่ ท่านไม่ต้องกังวล อีกอย่างหนึ่ง ภรรยาของ
ข้ามีนิสัยในการรักษาคนไข้อย่างหนึ่ง นางไม่ชอบให้มีคนนอกอยู่
ด้วย ดังนั้นหากไม่มีค าสั่งจากข้า ท่านห้ามเข้ามารบกวนเด็ดขาด”