ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 515 บุตรชายที่แท้จริงของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเป็นคนอื่น?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 515 บุตรชายที่แท้จริงของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเป็นคนอื่น?
“คุณชายเก้า สิ่งที่ข้าก าลังจะเล่านี้อาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่
ทั้งหมดนี้เป็นความจริง”
เมื่อเห็นหวังมามาพูดออกมาอย่างจริงจังเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็คาด
เดาได้ทันทีว่านางก าลังจะพูดอะไรต่อไป
“คงเป็นความเข้าใจผิดของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงและหวังมา
มาแล้ว ข้าเป็นคนสกุลโม่อย่างแท้จริง ไม่ใช่บุตรแท้ ๆ ของกุ้ยเฟย
เหนียงเหนียง”
เมื่อได้ยินค าพูดของเขา หวังมามาก็ตะลึงงันอยู่กับที่ทันที่
“คุณชายเก้า ท่านว่าอะไรนะ? ท่านรู้เรื่องนี้แล้วหรือ?”
หวังมามาปล่อยมือของเฮ่อจือหร่าน แล้วหันไปเดินเข้าใกล้โม่จิ่ว
เยี่ย ท่าทางของนางชัดเจนว่าไม่เชื่อในสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยพูด คิดว่าเขาไม่
ยอมรับความจริงนี้
“คุณชายเก้า ข้ารู้ว่าท่านอาจจะรู้สึกขัดเคืองใจกับเรื่องนี้ แต่
ท่านคือบุตรชายที่กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงให้ก าเนิดจริง ๆ นะ…”
“หวังมามา ข้าไม่ได้รู้สึกขัดเคืองใจอะไร เพราะข้ารู้ว่าบุตรแท้ ๆ
ของ กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเป็นคนอื่น”
หวังมามาจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยอย่างพินิจพิเคราะห์ เห็นว่าขณะที่
เขาพูดไม่มีอารมณ์ใด ๆ แฝงอยู่ และสีหน้าก็ดูสงบนิ่งอย่างยิ่ง นางจึง
เริ่มเชื่อในค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย
“คุณชายเก้ากล่าวว่าบุตรแท้ ๆ ของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเป็นคน
อื่นหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “อีกทั้งบุคคลผู้นั้นก็อยู่ในเมืองหลวงด้วย”
ขณะที่หวังมามาก าลังจะถามโม่จิ่วเยี่ยว่าคนผู้นั้นเป็นใครและอยู่
ที่ไหน หยวนกุ้ยเฟยบนเตียงก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง
“เจ้า… เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
เมื่อได้ยินเสียงที่ยังอ่อนแรงนั้น สายตาของทุกคนก็หันไปมองที่
หยวนกุ้ยเฟย
หวังมามาเป็นคนแรกที่เข้ามาที่ข้างเตียง หางตาของนางเปียก
ชื้นด้วยน ้าตาแล้ว
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ท่านตื่นแล้ว ข้าจะไปเตรียมน ้าอุ่นมาให้
ท่านเดี๋ยวนี้”
ในใจของหวังมามา แม้นางจะรีบร้อนที่จะช่วยให้กุ้ยเฟยเหนียง
เหนียงได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับบุตรชาย แต่ก็ไม่มีอะไรส าคัญไปกว่า
สุขภาพของ กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเห็นหวังมามาจะจากไป ทั้งสองก็ไม่มี
ท่าทีจะขัดขวาง เพราะพวกเขาต่างคิดว่าการบอกเรื่องนี้กับหยวนกุ้ย
เฟยด้วยตนเองจะดีที่สุด
เฮ่อจือหร่านเข้าใจอาการของหยวนกุ้ยเฟยดี สภาพร่างกายของ
นางส่วนใหญ่เกิดจากความตกใจและการขาดสารอาหาร การนั่งสัก
พักจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของนาง
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ข้าจะช่วยพยุงท่านให้ลุกขึ้นนั่งสักครู่”
หยวนกุ้ยเฟยไม่ได้คัดค้าน เพราะนางก็อยากนั่งคุยกับทั้งสองคน
โดยมีเฮ่อจือหร่านช่วยพยุงให้นั่งพิงหัวเตียง หยวนกุ้ยเฟยมองไป
ทางโม่จิ่วเยี่ย
นางยังคงเรียกโม่จิ่วเยี่ยด้วยชื่อของเขาเหมือนเช่นเคย
“จิ่วเยี่ย เมื่อครู่ค าพูดของเจ้าหมายความว่าอย่างไร? หรือว่าเจ้า
ไม่ใช่บุตรชายของข้าจริง ๆ? แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร?”
เห็นได้ชัด น ้าเสียงของหยวนกุ้ยเฟยนั้นเร่งรีบอย่างมาก
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ข้าไม่ใช่บุตรชายของท่านจริง ๆ บุตรชาย
ของท่านตอนนี้อยู่ในเมืองหลวง ท างานเป็นที่ปรึกษาให้กับหนานฉี
อีกอย่างเฟ่ยมามาก็อยู่ในมือของเขาเช่นกัน เพียงแต่เพราะเฟ่ยมามา
มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับหนานฉี นางจึงไม่เต็มใจออกมาเป็น
พยาน…”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าตอนนี้สภาพจิตใจของหยวนกุ้ยเฟยยังค่อนข้าง
ดี และนางก็ไม่ได้แสดงอาการทางอารมณ์มากเกินไป จึงตัดสินใจเล่า
สถานการณ์ทั้งหมดที่เขารู้ออกมา
เมื่อค าพูดของเขาเพิ่งจบลง หวังมามาก็เดินเข้ามาพร้อมกับถ้วย
น ้าอุ่น
ความจริงแล้วขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังเล่าเรื่องอยู่นั้น นางได้ยืนฟัง
อยู่นอกประตูตลอด โดยไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะแต่อย่างใด
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าหวังมามาก าลังฟังอยู่ ก็ไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังนาง
แต่อย่างใด
ตอนนี้หวังมามารู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
นางวางถ้วยน ้าลงบนโต๊ะ แล้วกล่าวอย่างโกรธเคือง “คุณชาย
เก้า ท่านบอกว่าในตอนนั้นเฟ่ยมามาตัดสินใจเองโดยพลการ อุ้มองค์
ชายน้อยไปแลกกับหลานชายของนางเองหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “เป็นเช่นนั้นจริง หนานฉีในปัจจุบันก็คือ
หลานชายแท้ ๆ ของเฟ่ยมามา”
หวังมามาหรี่ตามองอย่างครุ่นคิด
“ไม่แปลกใจเลย ทุกครั้งที่กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงกล่าวถึงคุณชาย
เก้าต่อหน้าพวกเราข้ารับใช้ เฟ่ยมามามักจะหลบเลี่ยงสายตาอยู่
เสมอ ที่แท้นางก็ปิดบังเรื่องราวมากมายเพื่อให้หลานชายของตนได้
เป็นองค์ชาย ตลอดหลายปีกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงไม่เคยไม่ดีต่อนาง
แต่นางกลับท าเรื่องทรยศกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเช่นนี้…”
หวังมามายิ่งพูดก็ยิ่งโกรธแค้น นางจึงเปิดเผยทุกอย่างออกมา
“ตอนที่องค์ชายหนานฉีลากตัวหลี่มามาออกมาจากต าหนักกุ้ย
เฟยเหนียงเหนียงแล้วทุบตีจนตาย เหตุผลที่อ้างคือหลี่มามาท าเรื่องที่
ไม่ควรต่อกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ในวันเดียวกันนั้น เฟ่ยมามาก็หายตัว
ไปอย่างไร้ร่องรอย พวกข้าคิดว่านางคงประสบชะตากรรมเดียวกัน
ไม่คิดว่าที่แท้นางกลับพบว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลจึงแอบหนี
ออกจากวังไป”
ขณะเดียวกันหวังมามาก็ตบอกตัวเอง
“โชคดีที่ตอนกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงสั่งให้คนแอบสับเปลี่ยนเด็ก
ข้ากลับบ้านไปงานศพมารดาจึงไม่ได้มีส่วนร่วม ถึงแม้จะรู้เรื่องนี้ แต่
ก็ผ่านไปนานแล้วกว่านางจะเล่าให้ข้าฟัง องค์ชายหนานฉีคงคิดว่า
ตอนนั้นข้าไม่ได้มีส่วนร่วมหรือรู้เห็น จึงไม่ได้จัดการข้าเหมือนกับที่
ท ากับหลี่มามา มิฉะนั้น ข้าคงกลายเป็นเถ้าธุลีไปนานแล้ว ไม่อาจ
ดูแลกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงได้อีก”
สิ่งที่หวังมามาพูดมานี้ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านไม่ได้สนใจ
จุดประสงค์หลักที่เขาพูดเรื่องเหล่านี้ออกมา ส่วนหนึ่งคือคิดว่า
หยวนกุ้ยเฟยในฐานะมารดาแท้ ๆ ของเฟ่ยหนานอวี่ นางมีสิทธิ์ที่จะรู้
ว่าบุตรชายของตนเป็นใคร
สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือ เขาหวังว่าหยวนกุ้ยเฟยจะยอมเสี่ยง เพื่อช่วย
ให้เฟ่ยหนานอวี่ได้กลับคืนสู่สถานะที่แท้จริงของเขา
แม้ว่าหยวนกุ้ยเฟยจะไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ในสมองของนาง
ก าลังครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา
การที่สามารถนั่งอยู่ในต าแหน่งกุ้ยเฟยในวังหลังได้มั่นคงมา
หลายปีเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าสติปัญญาของนางไม่ธรรมดาแน่นอน
แม้ว่าเรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยพูดจะท าให้นางรู้สึกตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่
ถึงขั้นที่ไม่สามารถยอมรับได้
หลังจากที่หวังมามานิ่งเงียบไปนาน หยวนกุ้ยเฟยจึงเอ่ยปากขึ้น
“คุณชายเก้า ข้าขอบคุณท่านที่บอกเรื่องเหล่านี้แก่ข้า และ
ขอบคุณที่ช่วยเหลือหนานอวี่ หากข้ามีโอกาสได้พบองค์จักรพรรดิ
ข้าจะต้องเล่าความจริงในอดีตให้ฝ่าบาทฟัง เพื่อให้หนานอวี่ได้รับสิ่ง
ที่เขาควรได้รับคืนมา”
เฮ่อจือหร่านตอนนี้ได้เป็นมารดาแล้ว นางสามารถเข้าใจได้ว่า
ความห่วงใยที่หยวนกุ้ยเฟยมีต่อเฟ่ยหนานอวี่นั้นไม่ใช่ความรู้สึกเส
แสร้ง
สิ่งเดียวที่ท าให้นางไม่พอใจหยวนกุ้ยเฟยก็คือ ในฐานะมารดา
คนหนึ่ง เพื่อความมั่งคั่งและต าแหน่งของตนเอง นางถึงกับยอมใช้
เลือดเนื้อเชื้อไขของตนไปแลกเปลี่ยน
นี่เป็นเพราะนางรู้ว่าที่คลอดออกมาเป็นบุตรชาย หากรู้ว่าที่
คลอดออกมาเป็นบุตรสาว นางจะยังเต็มใจท าเช่นนี้หรือไม่
เฮ่อจือหร่านเพียงแต่บ่นอยู่ในใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ส่วนเรื่องที่
หยวนกุ้ยเฟยจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไม่ใช่เรื่องที่นางควรไปสนใจ
จริง ๆ แล้วโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่เห็นด้วยกับการกระท าของหยวนกุ้ยเฟย
เช่นกัน เขามีความคิดเหมือนกับเฮ่อจือหร่านว่านี่เป็นเรื่องของคนอื่น
สิ่งที่พวกเขาท าได้ก็แค่บอกความจริงเท่านั้น
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง เมื่อร่างกายของท่านไม่มีอาการรุนแรง
แล้ว ข้าและภรรยาก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่นานอีกต่อไป”
ที่นี่ก็คือต าหนักของหยวนกุ้ยเฟย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้นาง
ยังถูกคนของจักรพรรดินีจับตาดูอยู่ หากมีคนเข้ามาตรวจสอบ การ
ที่พวกเขาอยู่ที่นี่ก็ไม่สะดวกนัก
ยิ่งไปกว่านั้น สามีภรรยาทั้งสองไม่ได้นอนทั้งคืน และกลางวันก็
ไม่ใช่เวลาที่ดีในการเคลื่อนไหว สู้เข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อพักผ่อนให้
เต็มที่ แล้วค่อยด าเนินการต่อหลังจากฟ้ามืดจะดีกว่า