ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 516 ข้าจะหาทางจัดการให้พวกท่านได้พบกัน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 516 ข้าจะหาทางจัดการให้พวกท่านได้พบกัน
หลังจากได้ยินค าพูดของทั้งสอง หวังมามาก็มองออกไปนอก
หน้าต่างโดยไม่รู้ตัว ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อยแล้วจริง ๆ
“คุณชายเก้า ช่วงนี้ในวังมีทหารยามเพิ่มขึ้นมาก หากพวกท่าน
จะออกไปโดยไม่ระมัดระวังเช่นนี้ อาจจะเป็นอันตรายได้ ไม่สู้พักอยู่
ในต าหนักของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงก่อน แล้วค่อยหาทางออกไป
หลังจากฟ้ามืด”
นางรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน ไม่อาจอยู่ในที่ที่ไม่ปลอดภัย
เช่นนี้ได้นาน พวกเขาจ าเป็นต้องจากไป
“พวกเราคิดสถานที่ซ่อนตัวเอาไว้แล้ว หากอยู่ที่นี่ต่อไป อาจจะ
ท าให้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเดือดร้อนได้”
โม่จิ่วเยี่ยพูดจบก็จูงมือเฮ่อจือหร่านเตรียมจากไป
“พวกเจ้า…พวกเจ้ารอก่อน”
พระสนมผู้สูงศักดิ์เอ่ยขึ้น นางไม่ได้เอ่ยปากมาตลอดเพราะก าลัง
ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
แต่นางก็ไม่ได้ละเลยการมีอยู่ของโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน พอ
เห็นพวกเขาก าลังจะไป จึงรีบเรียกไว้ด้วยความร้อนรน
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านหันกลับมา มองตรงไปที่นาง
หยวนกุ้ยเฟยสูดหายใจลึก
“หากมีโอกาส ข้าขอร้องพวกเจ้าช่วยจัดการให้ข้าได้พบหน้า
หนานอวี่สักครั้งได้หรือไม่”
สวรรค์เป็นพยาน ตอนที่นางเห็นเฟ่ยมามาอุ้มลูกของนางไป นาง
ก็เริ่มรู้สึกเสียใจแล้ว
เพียงเพราะความปรารถนาในสถานะและอ านาจ ท าให้นาง
หลงลืมตัวตนไปชั่วขณะ
ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา นางรู้สึกผิดมาโดยตลอด ไม่ใช่เพราะ
รู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นเด็กชาย แต่เป็นเพราะความยึดมั่นและละอายใจต่อ
เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
หากย้อนเวลากลับไปได้ นางยอมไม่รับต าแหน่งกุ้ยเฟยนี้ แม้ว่า
ตอนนั้นนางจะให้ก าเนิดลูกสาว นางก็ไม่ลังเลที่จะเลี้ยงดูอย่างทะนุ
ถนอมด้วยตัวเอง
เมื่อครู่ที่ได้ฟังโม่จิ่วเยี่ยเล่าประสบการณ์บางส่วนของเฟ่ยหนา
นอวี่คร่าว ๆ หัวใจของนางก็แทบแตกสลาย
หากบุตรชายแท้ ๆ ของนางสามารถกลับมาอยู่เคียงข้างได้ นาง
ยินดีจะใช้ชีวิตของตนแลกทุกสิ่ง…
แน่นอนว่าสิ่งที่หยวนกุ้ยเฟยคิดอยู่ในใจนั้น โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือห
ร่านไม่ได้ล่วงรู้แต่อย่างใด
พวกเขาเพิ่งเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเฟ่ยหนานอวี่ เป็นเพราะ
ต้องการช่วยเหลือเขาเท่านั้น
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงโปรดดูแลสุขภาพ ข้าอาจจะแอบเข้าวัง
หลวงในคืนนี้ หากเป็นไปได้ ข้าจะหาทางจัดการให้พวกท่านได้พบ
กัน”
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยพูดจบก็ดึงเฮ่อจือหร่านเดินออกไป คราวนี้ทั้งหวัง
มามาและหยวนกุ้ยเฟยต่างก็ไม่ได้ขัดขวาง
โม่จิ่วเยี่ยตั้งใจจะพาเฮ่อจือหร่านออกจากพื้นที่ของหยวนกุ้ยเฟย
แล้วเดินวนเวียนอยู่แถวนั้นสักพัก
หากพวกเขาเข้าไปพักในพื้นที่มิติตอนนี้ เสี่ยวไป๋กลับมาคงจะ
หาพวกเขาไม่เจอ
ขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังจะหาจุดที่พ้นสายตาของหวังมามา ร่าง
ของเสี่ยวไป๋ก็ปรากฏบนท้องฟ้า
เขาจูงเฮ่อจือหร่านเดินเร็ว ๆ ไปทางสวนหลังสองสามก้าว พอ
หยุดยืนเสี่ยวไป๋ก็ลงมาเกาะบนไหล่ของเขา
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้รีบหยิบจดหมายที่ขาของเสี่ยวไป๋ออกมาทันที่ แต่
จูงมือเฮ่อจือหร่านเดินต่อไปตรงที่เงียบสงบกว่า
เขารู้จักสภาพแวดล้อมของต าหนักหยวนกุ้ยเฟยเป็นอย่างดี รู้ว่า
ที่ไหนค่อนข้างเงียบ
แม้ว่าเวลานี้ทั้งต าหนักจะมีเพียงหยวนกุ้ยเฟยและหวังมามา
เท่านั้น แต่พวกเขาสามีภรรยาก็จะต้องเข้าไปในพื้นที่มิติ ต าแหน่งนี้
จะต้องปลอดภัยกว่าแน่นอน
หลังอ้อมไปทางที่เคยเป็นที่อยู่ของบรรดาทาสรับใช้ โม่จิ่วเยี่ยก็ม
องไปรอบ ๆ แล้วพยักหน้าให้เฮ่อจือหร่าน
คนสองคนและนกหนึ่งตัวปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันในพื้นที่มิติ
ข้าวปั้นน้อยเคยชินกับการมีเสี่ยวไป๋เป็นเพื่อน เมื่อครู่เสี่ยวไป๋ถูก
เจ้าของพาออกไป มันจึงรู้สึกไม่ค่อยมีความสุขมาตลอด
ตอนนี้เมื่อเห็นเจ้าของกับเสี่ยวไป๋ปรากฏตัวพร้อมกัน เจ้าตัวน้อย
ก็ดีใจส่ายหัวเล็ก ๆ วิ่งพรวดพราดมาหา
เสี่ยวไป๋ก็ถือว่าข้าวปั้นน้อยเป็นสหายที่ดีของมันเช่นกัน แม้ว่า
บางครั้งข้าวปั้นน้อยมักจะจิ้มขนของมันบ่อย ๆ แต่เมื่อแยกจากกันก็
ยังรู้สึกคิดถึง
เสี่ยวไป๋กระพือปีกใส่โม่จิ่วเยี่ยสองสามที่ จากนั้นก็ยกขาที่มี
จดหมายผูกไว้ขึ้น เป็นการบอกให้เจ้าของรีบแกะจดหมายออก มันจะ
ได้ไปเล่นกับเจ้าเพื่อนตัวน้อย
โม่จิ่วเยี่ยมองเจ้าตัวน้อยทั้งสองอย่างขบขัน แล้วแกะจดหมาย
ออกอย่างไม่ใส่ใจ
เสี่ยวไป๋กับข้าวปั้นน้อยตัวหนึ่งอยู่บนฟ้า อีกตัวอยู่บนพื้น พากัน
มุ่งหน้าไปยังลานโล่ง
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านกลับมาที่ห้องพยาบาลและเปิดดู
จดหมาย
เฟ่ยหนานอวี่รู้ว่าพวกเขาแอบเข้าวังหลวงจึงเป็นห่วงความ
ปลอดภัยของพวกเขามาก ช่วงแรกของจดหมายล้วนเป็นค าพูด
ก าชับซ ้าแล้วซ ้าเล่า ไม่ว่าจะสืบข่าวได้หรือไม่ ก็ต้องให้ความส าคัญ
กับปลอดภัยก่อน
ส่วนช่วงท้ายของจดหมาย เขาบอกว่าเสนาบดีเฮ่อพาผู้ติดตาม
คนหนึ่งไปหาเขาตอนก่อนฟ้าสาง และบอกว่าเสนาบดีเฮ่อปลอดภัย
ชั่วคราว
ค าว่าปลอดภัยชั่วคราวนี้ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างเข้าใจ
ความหมาย เพราะตอนนี้ฝ่ายจักรพรรดินีควบคุมราชส านักอยู่ ไม่มี
ใครรู้ว่าพวกนางจะมีการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปเมื่อใด
เรื่องนี้ต่างท าให้โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านคิดว่าต้องเร่งท า
ภารกิจให้เร็วขึ้น
ในที่สุดเฟ่ยหนานอวี่ก็เอ่ยถึงเรื่องของหยวนกุ้ยเฟย จากน ้าเสียง
เย็นชาของเขา สามารถเห็นได้ว่าในใจอีกฝ่ายยังคงมีความแค้นเคือง
ต่อหยวนกุ้ยเฟยอยู่
จุดนี้พวกเขาเข้าใจได้ หากเป็นใครที่ถูกมารดาผู้ให้ก าเนิด
สับเปลี่ยนตัวตอนที่เพิ่งคลอดออกมาอย่างไร้ความปรานีเพียงเพื่อ
รักษาต าแหน่ง คงไม่มีทางยอมรับได้
โดยเฉพาะเฟ่ยหนานอวี่ที่ตลอดหลายปีมานี้ต้องทนทุกข์ทรมาน
อยู่ข้างนอกไม่น้อย กระทั่งตอนนี้ยังมาเป็นที่ปรึกษาของหนานฉี เขา
ต้องคอยดูสีหน้าของผู้อื่นเพื่อมีชีวิตอยู่
ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่ต้องพูดถึงเฟ่ยหนานอวี่ แม้แต่โม่จิ่ว
เยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเพียงแค่คิดก็รู้สึกอึดอัดแล้ว
แม้เฟ่ยหนานอวี่จะไม่พอใจมารดาแท้ ๆ แต่เขาก็ยังคงมีสติ เขารู้
ว่าหากต้องการรื้อฟื้นตัวตนที่แท้จริง ย่อมขาดการสนับสนุนและ
ความช่วยเหลือจากหยวนกุ้ยเฟยไม่ได้
ดังนั้นในตอนท้ายของจดหมาย เขาจึงขอร้องให้สามีภรรยาโม่
จิ่วเยี่ยช่วยรักษาชีวิตของหยวนกุ้ยเฟยเอาไว้
ขณะเดียวกัน เฟ่ยหนานอวี่ก็แสดงออกว่าตนไม่ได้ปฏิเสธที่จะ
ยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกกับหยวนกุ้ยเฟย
ไม่ว่าเฟ่ยหนานอวี่จะต้องการรักษาชีวิตของหยวนกุ้ยเฟยไว้
เพราะความรู้สึกต้องการความรักจากมารดาเพียงน้อยนิดหรือด้วย
เหตุผลใดก็ตาม โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านก็จะพยายามท าให้ส าเร็จ
หลังจากอ่านจดหมายจบ ทั้งสองรู้ว่าเสนาบดีเฮ่อปลอดภัยดีแล้ว
จึงวางใจลงได้ชั่วคราว
ท้ายที่สุด เมื่อต้องวุ่นวายมาทั้งคืน ร่างกายของคนไม่ได้ท าจาก
เหล็ก จ าเป็นต้องพักผ่อนให้ดีเพื่อเตรียมรับมือกับการปฏิบัติการใหม่
ในคืนนี้
ทั้งคู่นอนหลับกระทั่งตื่นเองตามธรรมชาติ โม่จิ่วเยี่ยลงมือ
ท าอาหารสองสามจาน หลังกินอิ่มและมองนาฬิกาแขวนบนผนัง ก็
เห็นว่าเพิ่งจะผ่านช่วงสองทุ่มไปเล็กน้อย
คนยุคโบราณแม้จะเคยชินกับการเข้านอนแต่หัวค ่า แต่ที่นี่คือวัง
หลวง โดยเฉพาะในยามที่สถานการณ์ไม่แน่นอน จักรพรรดินีคงไม่
เข้านอนเร็วเช่นนี้
ยังมีทหารยามที่ลาดตระเวนอยู่ข้างนอกนั่นอีก พวกเขาคงจะ
ระแวดระวังเข้มงวด ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เฮ่อจือหร่านคิดว่าหากออกไปสืบข่าวตอนนี้ นางกับโม่จิ่วเยี่ย
อาจจะถูกจับได้ง่าย
ดังนั้นจึงรอกระทั่งเข็มของนาฬิกาแขวนชี้ไปที่เลขสิบ ทั้งสองถึง
ออกจากพื้นที่มิติครั้งนี้ พวกเขาเตรียมจะไปที่ห้องบรรทมขององค์
จักรพรรดิ เพื่อดูว่าจักรพรรดิซุ่นอู่อยู่ในสภาพเช่นไร
ก่อนจะออกเดินทางโม่จิ่วเยี่ยพาเฮ่อจือหร่านอ้อมไปด้านหลัง
ห้องของหยวนกุ้ยเฟยก่อน
ทั้งสองยืนอยู่ใต้หน้าต่าง ฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายในห้อง
ภายในห้องมีแสงเทียนริบหรี่ส่องออกมา บางทีพวกเขาอาจจะมา
ได้จังหวะ หยวนกุ้ยเฟยเพิ่งตื่นขึ้นมาพอดี สั่งหวังมามารินน ้ามาให้
นางดื่ม