ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 521 ต่อไปภายภาคหน้าเราจะไม่ท าให้พวกเจ้าต้องผิดหวัง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 521 ต่อไปภายภาคหน้าเราจะไม่ท าให้พวกเจ้าต้องผิดหวัง
ในตอนนี้เฮ่อจือหร่านไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว
ตราแผ่นดินหยกเพียงอันเดียว สามารถยับยั้งฝ่ายจักรพรรดินีได้
เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะต้องคิดหาวิธี
รับมือได้ในที่สุด
ในประวัติศาสตร์ก็เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ตราบใด
ที่ยังมีอ านาจอยู่ในมือ ตราแผ่นดินหยกจะมีความหมายอะไร?
“ข้าขอแนะน าให้ท่านคิดหาวิธีที่เป็นจริงได้มากกว่านี้ เพียงแค่
ตราแผ่นดินหยกอันเดียว หากพบช่างฝีมือที่เก่งกาจ ก็สามารถท า
เลียนแบบขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย”
จักรพรรดิซุ่นอู่ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ เขาจ้องมอง
เฮ่อจือหร่านอย่างเหม่อลอย “ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าว่าควรท าอย่างไร?”
“อย่างไร? ไม่นึกว่าท่านจะยอมรับความไร้ความสามารถของ
ตนเองง่ายดายถึงเพียงนี้ ภายใต้การปกครองของท่าน ประชาชน
ยากจนข้นแค้น ชีวิตแสนล าบากยากเย็นเหลือทน ส่วนสงคราม
ชายแดน หากไม่มีสกุลโม่ คาดว่าอีกไม่นานข้าศึกก็จะบุกเข้ามา ยึด
ครองต้าซุ่นทั้งหมดเข้าเป็นดินแดนของตนเอง”
ประโยคหลังนี้ ตามหลักแล้วเฮ่อจือหร่านไม่ควรพูดในเวลานี้ แต่
นางก็อดไม่ได้ อดไม่ได้ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสกุลโม่
ห้องนั้นไม่มีแสงสว่างใด ๆ แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะมีความสามารถใน
การมองเห็นในความมืดได้ดีเพียงใด ก็ไม่อาจมองเห็นสีหน้าของ
จักรพรรดิซุ่นอู่ได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ทั้งเขาและเฮ่อจือหร่านต่างรู้สึกได้ว่าจักรพรรดิซุ่น
อู่หลังจากได้ยินค าพูดเมื่อครู่ ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อย
นั่นแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าการเนรเทศสกุลโม่จะถูกใส่ร้ายหรือไม่ก็
ตาม มันส่งผลกระทบต่อเขาอย่างมาก
“เรื่องของสกุลโม่ เรามีข้อสรุปอยู่ในใจแล้ว ยังไม่ถึงคราวที่เจ้าจะ
มาสั่งสอนเรา”
เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิซุ่นอู่ไม่เต็มใจที่จะพูดถึงเรื่องของสกุลโม่
เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าตอนนี้ไม่เหมาะที่จะพูดถึงเรื่องที่สกุลโม่ถูกใส่
ร้าย เมื่อครู่ได้ระบายออกมาแล้ว ตอนนี้ในใจก็สงบลงมาก
“ข้าขอถามท่าน สถานการณ์ตอนนี้ท่านมีวิธีที่ดีในการพลิก
สถานการณ์หรือไม่? ถ้ามี ต้องแจ้งให้ใครท าอะไรบ้าง พวกข้า
สามารถเป็นผู้ส่งสารได้”
จุดประสงค์หลักที่เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยเข้าเมืองหลวงคือเพื่อ
ก าจัดอันตรายในอนาคตของสกุลโม่ ต้องการฆ่าทุกคนที่อาจเป็นภัย
คุกคามต่อสกุลโม่ การที่พวกเขาช่วยจักรพรรดิซุ่นอู่ในวันนี้ เป็น
เพียงเพื่อเฟยหนานอวี่ หรือพูดให้กว้างขึ้นก็เพื่อประชาชนทั่วหล้า
“บรรดาโอรสของเรา ไม่มีผู้ใดสามารถรับภาระอันยิ่งใหญ่นี้ได้ มิ
เช่นนั้นเราก็คงไม่ลังเลที่จะแต่งตั้งรัชทายาทยามนี้ดูเหมือนว่าจะเป็น
การพิสูจน์ความคิดของเราจริง ๆ หนานเหิงหายตัวไปไม่ต้องพูดถึง
ส่วนหนานรุ่ยและหนานฉี คนหนึ่งเอาแต่พยักหน้าหงึกหงักทั้งวัน ไม่
มีบุคลิกของจักรพรรดิเลยสักนิด อีกคนชอบความโอ่อ่า แต่ไม่มี
สมอง”
จักรพรรดิซุ่นอู่สามารถกล่าวถ้อยค าเช่นนี้ออกมาได้ เป็นสิ่งที่ทั้ง
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านไม่เคยคาดคิดมาก่อน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโม่จิ่วเยี่ยในความทรงจ าของเขา จักรพรรดิ
ซุ่นอู่เป็นผู้ปกครองที่โง่เขลาและไร้คุณธรรมมาโดยตลอด ชอบฟังค า
ยุยงของพวกคนชั่วที่ประจบสอพลอ
ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะกล่าวถ้อยค าเช่นนี้ออกมา หรือว่าในช่วง
หลายวันที่ถูกจักรพรรดินีขังอยู่ในห้องลับ สมองของเขาจู่ ๆ ก็
กลับมาแจ่มใสขึ้นมา?
แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้ เรื่องการคัดเลือกรัชทายาท ในราชส านักก็
มีคนถกเถียงกันมานานแล้ว หากเขาคิดจริง ๆ ว่าโอรสองค์ใด
เหมาะสม ต าแหน่งรัชทายาทก็คงไม่ว่างเปล่ามานานขนาดนี้
โม่จิ่วเยี่ยมีความสงสัยในใจ เฮ่อจือหร่านก็เช่นกัน
ในขณะที่ทั้งสองคนก าลังคาดเดาความเป็นไปได้ต่าง ๆ ในใจ
จักรพรรดิซุ่นอู่ก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง
“เราไม่มีความหวังกับบุตรชายทั้งสามคนนี้ แต่เดิมเราคิดว่า
จักรพรรดินีได้รับเลี้ยงองค์ชายสี่มาตั้งแต่เล็ก น่าจะสั่งสอนอบรมเขา
ได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเราคิดง่ายเกินไป ดูเหมือนว่าตอนนี้ เมื่อ
เทียบระหว่างหนานรุ่ย กับหนานฉีแล้ว เราก็ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่
หนานฉีเท่านั้น อย่างน้อยเขาก็มีความกล้าหาญมากกว่าหนานรุ่ยอยู่
บ้าง”
“เราหวังว่าพวกเจ้าจะหาทางให้หนานฉีมาพบเราสักครั้ง เราจะ
มอบบางสิ่งให้เขา ซึ่งอาจช่วยให้เขาพลิกสถานการณ์ได้”
เมื่อเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าสองคน จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ได้พูด
ถึงสิ่งที่จะมอบให้หนานฉี แต่ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างรู้ดีว่านี่
น่าจะเป็นไพ่ใบสุดท้ายของเขา
และจากค าพูดของเขา พวกเขาเพิ่งตระหนักว่าพวกเขาประเมิน
สติปัญญาของจักรพรรดิซุ่นอู่สูงเกินไปจริง ๆ
แต่เดิมคิดว่าเขาเข้าใจนิสัยของบุตรชายทั้งสามคนดี และไม่ได้
โง่เขลาอย่างที่เห็นภายนอก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเชื่อใจ
จักรพรรดินี ให้นางเลี้ยงดูองค์ชายสี่
ไม่ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะเป็นคนแบบไหน สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่เรื่อง
ที่โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านสนใจ
เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยสบตากัน พวกเขารู้แล้วว่าควรพูดอะไร
ต่อไป
“จริง ๆ แล้วท่านอาจจะไม่ทราบ ท่านมีบุตรชายที่มีพรสวรรค์
อย่างยิ่ง เพียงแต่ว่าคนผู้นี้ตั้งแต่เกิดมาก็ต้องพลัดพรากจากราช
ส านัก ต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอด…”
จักรพรรดิซุ่นอู่ตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นก็เบิกตากว้างมองไป
ยังสองคนตรงหน้า
แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของพวกเขาชัดเจน แต่ก็ยังท าให้เขา
รู้สึกไม่สบายใจ
“พวกเจ้า…พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? เป็นพวกที่นางตระกูลเซวีย
ชั้วช้านั่นส่งมาใช่หรือไม่?”
“เจ้าต้องการล้วงความลับเรื่องตราแผ่นดินหยกจากปากของเรา
หรือ?”
เฮ่อจือหร่านแค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน
“หึ! พวกข้าไม่มีเวลาว่างมาสนใจว่าตราแผ่นดินหยกของท่าน
อยู่ที่ไหน ทุกค าที่ข้าพูดไปเมื่อครู่นี้ล้วนเป็นความจริง หากไม่เชื่อ
ท่านสามารถไปสอบถามหยวนกุ้ยเฟยด้วยตัวเองก็จะรู้”
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับหยวนกุ้ยเฟย?” จักรพรรดิซุ่นอู่ยิ่งรู้สึก
สับสนมากขึ้น
“เพราะบุตรชายของท่านผู้นี้เป็นลูกของหยวนกุ้ยเฟย…” เฮ่อจื
อหร่านไม่มีความอดทนที่จะเล่าเรื่องราวให้จักรพรรดิซุ่นอู่ฟัง นาง
เพียงแค่เล่าสถานการณ์ของเฟยหนานอวี่คร่าว ๆ เท่านั้น
หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม นางคิดว่าควรให้
หยวนกุ้ยเฟยมาเล่าด้วยตนเองจะเหมาะสมที่สุด
จักรพรรดิซุ่นอู่ฟังคร่าว ๆ แล้วก็โกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง
“โง่เขลา!” เขาอยากจะกวาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นอย่างบ้าคลั่ง
เหมือนเช่นที่เคยท าในยามโกรธเกรี้ยว
ผลก็คือเขาท าท่าทางนั้นออกมาแล้ว แต่ตรงหน้ากลับมีเพียง
อากาศว่างเปล่า…
จักรพรรดิซุ่นอู่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความโกรธ หน้าอกกระเพื่อม
ขึ้นลงไม่หยุด
เฮ่อจือหร่านอดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “หากท่านต้องการให้คนของ
จักรพรรดินีมาที่นี่ ก็จงระบายความโกรธออกมาดัง ๆ เถิด”
จักรพรรดิซุ่นอู่ถึงอย่างไรก็เคยเป็นจักรพรรดิมาหลายสิบปี นิสัย
เดิมคือไม่เคยเห็นผู้คนและสิ่งต่าง ๆ อยู่ในสายตา
แม้ตอนนี้เขาจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่นิสัยที่สั่งสมมาหลายปีก็
ยังคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้
“เรายังไม่จ าเป็นต้องให้ข้ารับใช้อย่างเจ้ามาสั่งสอน”
เฮ่อจือหร่านกอดอกพลางเอ่ยเยาะเย้ยอย่างเย็นชา “อย่าลืมสิว่า
ชีวิตของท่าน พวกข้าเป็นผู้ช่วยไว้ ท่านเป็นถึงจักรพรรดิแห่งต้าซุ่น
นี่หรือคือท่าทีที่ท่านใช้ปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตท่าน?”
จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ไม่ใช่ว่าไร้สมองเสียทีเดียว ไม่ว่าสิ่งที่ผู้คน
ตรงหน้าพูดนั้นจะเป็นความจริงหรือเท็จ เขาก็ตระหนักได้ว่าชีวิตของ
ตนนั้นอยู่ในก ามือของพวกเขา
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ท่าทีของเขาก็อ่อนลงมากทีเดียว
“ตราบใดที่พวกเจ้าสามารถรักษาชีวิตของเราไว้ได้ ต่อไปภาย
ภาคหน้าเราจะไม่ท าให้พวกเจ้าต้องผิดหวัง”
ไม่ท าให้พวกข้าผิดหวังอย่างนั้นรึ?
หึ!
ไม่ต้องการ!
เฮ่อจือหร่านไม่อยากวนเวียนอยู่กับเขาที่นี่อีกต่อไป
“หากท่านต้องการรู้ความจริง ก็จงรออยู่ที่นี่อย่างว่าง่าย ข้าจะหา
วิธีพาหยวนกุ้ยเฟยมาพบท่าน เมื่อหยวนกุ้ยเฟยมาถึง ท่านก็จะรู้ได้
ทันทีว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่”
จักรพรรดิซุ่นอู่เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ถามด้วยความไม่อยากเชื่อ
“พวกเจ้ามีวิธีพานางมาที่นี่ได้หรือ?”
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เห็นสถานการณ์ภายนอกด้วยตาตนเอง แต่ก็รู้
ดีว่าเขาเพิ่งถูกช่วยออกมาโดยคนสองคนนี้ หากนางเซวียผู้ต ่าช้านั่น
รู้เข้า ย่อมจะส่งคนมากมายออกตามหาอย่างแน่นอน
คงเป็นที่แน่ชัดว่า ณ เวลานี้ภายในวังหลวง คงเต็มไปด้วยภาพ
ของเหล่าองครักษ์ที่ก าลังค้นหาอยู่ทุกหนแห่งแล้ว