ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 528 รอลูกมาช่วยพวกพระองค์
ดังนั้น จักรพรรดิซุ่นอู่จึงกล่าวถ้อยค าเช่นนี้ออกมา ซึ่งเป็นการ
แสดงทางอ้อมว่าเมื่อถึงวันที่เขากลับมาคุมอ านาจใหญ่อีกครั้ง เขาจะ
ไม่ท าอะไรหยวนกุ้ยเฟย
นี่นับเป็นการให้ความมั่นใจแก่หนานอวี่
และมันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ขณะที่หนานอวี่เกลียดชังการกระท า
ของหยวนกุ้ยเฟยในอดีต แต่ในใจลึก ๆ เขาก็ยังโหยหาความสัมพันธ์
ระหว่างแม่ลูก
หากเวลาผ่านไป บางทีวันที่แม่ลูกคู่นี้จะกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง
อาจมาถึง
เมื่อก่อนหนานอวี่ไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อจักรพรรดิซุ่นอู่ผู้เป็นบิดา
แท้ ๆ เพราะความโง่เขลาและไร้คุณธรรมของอีกฝ่าย ไม่ได้โทษเขา
เรื่องที่ตนเองถูกสับเปลี่ยนตัว
ท้ายที่สุดแล้ว จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใกล้ชิดกับจักรพรรดิซุ่นอู่ ความคิด
ของเขาที่มีต่ออีกฝ่ายจึงเปลี่ยนไปมาก
หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หนานอวี่ก็โค้งค านับจักรพรรดิซุ่นอู่อย่าง
จริงจัง
“ขอเสด็จพ่ออย่าห่วงเลย ลูกจะทุ่มเทสุดความสามารถพลิก
สถานการณ์ในราชส านัก และช่วยเหลือเสด็จพ่อกับ…กุ้ยเฟยเหนียง
เหนียงรอดจากอันตรายโดยเร็ว”
หากให้เขาเรียกหยวนกุ้ยเฟยว่าเสด็จแม่ตอนนี้ เขายังท าไม่ได้
หยวนกุ้ยเฟยเห็นเฟ่ยหนานอวี่เปลี่ยนมาเรียกจักรพรรดิซุ่นอู่ว่า
เสด็จพ่อแล้ว แต่พอถึงคราวนางเขากลับเรียกว่ากุ้ยเฟยเหนียงเหนียง
ตอนนี้หัวใจของนางราวกับก าลังแตกสลาย
“ลูกรัก แม่รู้ว่าเมื่อก่อนได้ท าผิดพลาดไป ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา
แม่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความรู้สึกผิด นี่ก็คือการลงโทษจากสวรรค์ที่
มีต่อแม่ ต่อไปแม่จะต้องรักและทะนุถนอมเจ้าให้ดี เจ้าจะให้อภัยแม่ได้
หรือไม่?”
เฟ่ยหนานอวี่มองหยวนกุ้ยเฟยที่ดูเศร้าโศกจนแทบขาดใจ หาก
บอกว่าไม่รู้สึกสะเทือนใจเลยก็คงเป็นเรื่องโกหก
“กระหม่อมรู้แล้ว โปรดให้เวลากระหม่อมสักหน่อย”
ให้เขาค่อย ๆ ยอมรับ
หวังมามาตอนนี้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว นางเห็นหยวนกุ้ย
เฟยยังคงร้องไห้เสียใจ จึงรีบพยุงนางไปนั่งที่ด้านข้างเพื่อปลอบ
ประโลม
หากเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นใครก็ตามที่ตกอยู่ในเหตุการณ์นี้
เมื่อเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น ต่อให้เป็นมารดาแท้ ๆ ของตนเองก็คงยากจะ
ให้อภัยได้ทันที่
หยวนกุ้ยเฟยเองก็เข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี นางบอกกับตัวเองว่าใน
อนาคตนางจะค่อย ๆ ชดเชยให้หนานอวี่ ท าให้บุตรชายยอมรับนาง
จากใจจริง…
เฮ่อจือหร่านมองนาฬิกาแขวนในพื้นที่มิติ แล้วเตือนว่า “เลย
เวลามามากแล้ว ข้าตั้งใจจะพาองค์ชายสามออกจากวังหลวงก่อนรุ่ง
สาง”
แม้ว่าตอนนี้จักรพรรดิซุ่นอู่จะยอมรับสถานะของหนานอวี่แล้ว
แต่ก็ไม่ได้แต่งตั้งให้เป็นองค์ชายเหมือนกับพวกหนานเหิง ดังนั้น
เฮ่อจือหร่านจึงเรียกหนานอวี่ว่าองค์ชายสามโดยตรง
หนานอวี่รู้ดีว่าการที่สามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ยพาเขาและเฟ่ยมามา
เข้าวังได้อย่างราบรื่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงไม่อาจพักอยู่ที่นี่นาน
“เสด็จพ่อ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ลูกจะไปกับพวกเขาก่อน พระองค์
ต้องปกป้องตัวเองให้ดี รอลูกมาช่วยพวกพระองค์”
ส่วนเฟ่ยมามา หนานอวี่ไม่มีความรู้สึกอันใดต่อนาง ไม่ว่านางจะ
เป็นหรือตายก็ขึ้นอยู่กับหยวนกุ้ยเฟยและคนอื่น ๆ ที่จะจัดการแล้ว
การที่เขาสัญญาว่าจะไว้ชีวิตหนานฉี ก็เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา
หนานฉีได้สนับสนุนเขา
“ดี พ่อกับแม่ของเจ้าจะรออยู่ที่นี่ รับข่าวดี”
จักรพรรดิซุ่นอู่มอบความหวังทั้งหมดไว้กับหนานอวี่แล้ว
คนหลายคนออกจากวังหลวงและเดินทางไปถึงจวนตระกูลเฟ่
ยก่อนฟ้าสาง
แม้ว่าหนานอวี่จะฉลาด แต่ก็เป็นเพียงบัณฑิตที่ไม่มีก าลังแม้แต่
จะมัดไก่
ยิ่งไปกว่านั้น เขามักติดตามหนานฉีอยู่เสมอ ท าให้ใครหลายคน
จดจ าเขาได้
แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีป้ายค าสั่งที่จักรพรรดิซุ่นอู่มอบให้ แต่การ
ออกจากเมืองไปได้อย่างราบรื่นกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยเห็นสีหน้ากังวลของเขา จึงคาดเดาได้ว่าเป็นเพราะอะไร
“องค์ชายสามกังวลเรื่องการออกจากเมืองใช่หรือไม่?”
หนานอวี้ไม่ปิดบัง “ถูกต้อง ตอนนี้องค์จักรพรรดิหายตัวไปจาก
ห้องลับ ฝ่ายจักรพรรดินีจะต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยแน่ แต่
เดิมการเข้าออกประตูเมืองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว ตอนนี้คงยากยิ่ง
กว่าการติดปีกบินออกไป”
โม่จิ่วเยี่ยลังเลครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “หากองค์ชายสามต้องการออก
จากเมือง เรื่องนี้ข้าจะช่วยท่าน”
อย่างไรเสีย ภรรยาของเขาก็เคยท าให้อีกฝ่ายสลบและส่งเข้าไป
ในพื้นที่มิติมาแล้วครั้งหนึ่ง สิ่งที่ควรถูกสงสัยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ไม่
ต่างอะไรกับการท าอีกครั้ง
สิ่งที่เรียกว่าถ้าเริ่มท าอะไรไปแล้วก็ต้องท ามันให้ถึงที่สุด
หนานอวี่ขยี้หว่างคิ้ว นั่งครุ่นคิดที่โต๊ะหนังสืออยู่นาน จากนั้นก็
ลุกขึ้นหยิบป้ายค าสั่งที่จักรพรรดิซุ่นอู่เพิ่งมอบให้เขาไปส่งให้โม่จิ่ว
เยี่ย
“ข้าเชื่อใจคุณชายเก้า ข้าจะมอบป้ายค าสั่งให้ท่าน ท่านจงตาม
หากองทัพตามต าแหน่งที่เสด็จพ่อบอกไว้ หลังจากนั้นข้าจะไปหา
หนานฉี วิเคราะห์สถานการณ์ในเมืองหลวงให้เขาฟังอย่างละเอียด
อีกครั้ง หากยังคงนั่งรอความตายเช่นนี้ต่อไป ราชวงศ์ต้าซุ่นคงต้อง
เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่แน่ หนานรุ่ยเองก็ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของข้าแล้ว
เขาแสดงท่าทีไว้แต่แรกว่าไม่ว่าข้าจะท าอะไร เขาก็จะสนับสนุนข้า
อย่างไม่มีเงื่อนไข”
“แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่มีอ านาจในมือมากนัก แต่ด้วยสถานะองค์
ชายของพวกเขา หากออกมาประณามฝ่ายจักรพรรดินีย่อมมีพลังใน
การโน้มน้าวมากกว่าใครทั้งสิ้น ข้าตั้งใจจะใช้โอกาสนี้สังเกต
ความคิดของเหล่าขุนนางในราชส านักอีกครั้ง เพื่อให้รู้ว่าพวกเขา
ก าลังคิดอะไรอยู่”
หนานอวี่พูดจบก็หมุนตัวไปที่ตู้หนังสือ หยิบพลุสัญญาณสองลูก
ออกมาให้โม่จิ่วเยี่ย
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของแปลกใหม่ส าหรับโม่จิ่วเยี่ย เพราะมันมักถูก
ใช้ในยามท าศึกที่ชายแดน
เพียงแต่พลุสัญญาณที่ราชวงศ์ต้าซุ่นใช้นั้นด้อยกว่าของที่เฮ่อจื
อหร่านน าออกมามากนัก
พลุสัญญาณแบบนี้เมื่อยิงออกไปแล้วจะไม่มีแสงสว่างที่เห็นได้
ชัด แต่จะส่งเสียงพิเศษออกมาเท่านั้น
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขอเพียงสามารถส่งสัญญาณไปถึงอีกฝ่าย
ได้ก็พอ
หนานอวี่พูดถึงแผนการของเขาต่อไป
“หลังคุณชายเก้าพบกองก าลังนั้นแล้ว ก็ให้น าพวกเขาไปซ่อน
ตัวอยู่รอบนอกของเมืองหลวง พร้อมกับยิงพลุสัญญาณมาหาข้า ข้า
จะใช้อ านาจที่อยู่ในมือของหนานฉีกับหนานรุ่ยสร้างความวุ่นวายใน
เมือง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าก็จะยิงพลุสัญญาณเตือนท่าน ตอน
นั้นท่านก็น ากองก าลังบุกเข้าเมืองมาได้เลย”
โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดว่า หนานอวี่จะไว้วางใจเขาถึงเพียงนี้
ป้ายค าสั่งชิ้นนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นไพ่ใบสุดท้ายของราชวงศ์
หากสูญเสียไพ่ตายนี้ไป ต่อให้หนานอวี่จะเฉลียวฉลาดและ
วางแผนเก่งกาจแค่ไหน ก็คงไม่อาจพลิกสถานการณ์ในตอนนี้
กลับมาได้
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไว้วางใจเขา และเขาก็เต็มใจช่วยเหลือหนา
นอวี่ จึงไม่ได้มีท่าทีเสแสร้งแต่อย่างใด
“หากองค์ชายสามไว้วางใจข้า เรื่องในครั้งนี้ข้าก็จะช่วยองค์ชาย
สาม”
ค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยมีความหมายสองนัย
เขารู้สึกยินดีนักกับความไว้วางใจที่หนานอวี่มีต่อเขา และเต็มใจ
จะช่วยเหลืออีกฝ่ายเพื่อมิตรภาพนี้
สุดท้าย สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อคือเขาสูญสิ้นศรัทธากับราชส านัก
อย่างสิ้นเชิงแล้ว แม้ว่าต้าซุ่นจะตกอยู่ในมือของหนานอวี่ เขาก็จะ
กลับไปเป็นสามัญชนที่ซีเป่ย ไม่ต้องการก้าวเท้าเข้าสู่วงการขุนนาง
ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนี้อีก
เขากล่าวว่าจะช่วยองค์ชายสาม อีกฝ่ายก็ฉลาด แน่นอนว่า
จะต้องเข้าใจความหมายของเขา
หนานอวี่ย่อมเข้าใจความหมายที่โม่จิ่วเยี่ยจะสื่อ แต่เขายังไม่
ยอมแพ้
ในใจของเขา บุรุษทุกคนของสกุลโม่สามารถแบกรับท้องฟ้า
ครึ่งหนึ่งของต้าซุ่นได้
หากราชวงศ์ต้าซุ่นสูญเสียการปกป้องจากพวกเขาไป การครอง
บัลลังก์ให้มั่นคงคงเป็นเรื่องที่ยากเย็นนัก
ในใจเขาเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดและความผิดหวังที่โม่จิ่วเยี่ยมี
ต่อราชส านัก ยิ่งไปกว่านั้นในยามนี้สถานการณ์ก็ก าลังคับขัน ไม่ใช่
เวลาที่เขาจะมาโน้มน้าวอีกฝ่าย
ด้วยเหตุนี้ หนานอวี่จึงไม่พูดเรื่องที่จะให้สกุลโม่กลับคืนสู่ราช
ส านักเวลานี้
เขาค้อมกายค านับโม่จิ่วเยี่ย
“เช่นนั้น หนานอวี่ขอขอบคุณคุณชายเก้าและฮูหยินเก้านักที่
เมตตาช่วยเหลือ”