ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 532 จับตัวจักรพรรดินีปีศาจ
เมื่อมองไปตามเสียง พวกเขาเห็นทหารจ านวนมากในเครื่องแต่ง
กายที่เหมือนกันก าลังวิ่งไปทางประตูวัง
จากเครื่องแต่งกายและจ านวนโดยประมาณของคนเหล่านี้ หนา
นอวี่สามารถยืนยันได้แล้วว่านี่คือกองทัพที่ถูกเรียกมาด้วยป้ายค าสั่ง
นั้น
เมื่อกองก าลังหลักมาถึงแล้ว ทหารเพียงพันคนของหนานฉีก็ไม่
ส าคัญอีกต่อไป
“หากองค์ชายหนานฉีต้องการจากไป ข้าก็จะไม่ขัดขวาง ข้า
เพียงแต่เตือนเจ้าสักค าว่า เจ้าจะต้องจ่ายราคาส าหรับการกระท าของ
เจ้าในตอนนี้”
ตอนที่เขาไปหาเฟ่ยมามาเพื่อออกมาเป็นพยาน เขาได้ใช้ชีวิต
ของหนานฉีเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนกับเฟ่ยมามา เหมือนกับที่โม่จิ่ว
เยี่ยและเฮ่อจือ หร่านคาดเดาไว้จริง ๆ
แต่เดิมเขาได้วางแผนไว้แล้วว่า เมื่อถึงวันที่เขาได้กลับคืนสู่
สถานะเดิม เขายินดีที่จะปกป้องชีวิตของอีกฝ่ายต่อหน้าจักรพรรดิ
ซุ่นอู่
จากนั้นก็จะมอบเงินจ านวนหนึ่งให้ เพื่อให้เขาใช้ชีวิตอย่างไร้
กังวลตลอดชีวิตที่เหลือ
ผลลัพธ์คือหนานฉีผู้นี้เป็นคนที่อยู่ในต าแหน่งแต่ไม่ท าหน้าที่
อย่างแท้จริง เขารู้สึกว่าหากในอนาคตต้องเสียเวลาคิดอะไรให้กับคน
แบบนี้ ก็คงไม่คุ้มค่าเลย
เมื่อเป็นเช่นนี้ ชีวิตของหนานฉีในอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่
กับโชคชะตาของเขาเองแล้ว
หนานฉีได้ฟังค าพูดในตอนแรกของหนานอวี่ เขาคิดว่าอีกฝ่าย
เห็นด้วยกับการที่เขาจะจากไป แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่พูดในตอนหลัง เขา
กลับรู้สึกงุนงงไปหมด
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร? หรือเจ้าต้องการตายอยู่ที่นี่?”
ในตอนนี้หนานอวี่ไม่มีอารมณ์จะพูดอ้อมค้อมกับเขาอีกต่อไป
แม้แต่สายตาก็ไม่อยากจะมองไปทางหนานฉี
เขารีบก้าวเข้าไปข้างกายหนานรุ่ยแล้วกระซิบข้างหูว่า “พี่รอง
อดทนอีกสักหน่อย”
พูดจบเขาก็วิ่งไปทางกองก าลังเสริมทันที่
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเข้าไปในพื้นที่มิติจุดประสงค์หลักก็เพื่อ
หลบหลีกสายตาที่จะถูกดึงดูดมาจากเสียงปืนซุ่มยิงชั่วคราว
เมื่อหาคนไม่พบ ความสนใจของคนเหล่านั้นก็จะเบนไปที่
เสนาบดีเซวีย อย่างรวดเร็ว
ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่ได้อยู่ในพื้นที่มิตินานนักก็ออกมา
จุดประสงค์หลักที่พวกเขาออกมาก็คือเพื่อน าป้ายค าสั่งชิ้นนั้นไป
ให้หนานอวี่
ท้ายที่สุดแล้ว กองทัพนี้ยอมรับเพียงป้ายค าสั่งไม่ใช่คน เงื่อนไข
ที่หนาน อวี่จะควบคุมพวกเขาได้ จ าเป็นต้องมีป้ายค าสั่งชิ้นนี้อยู่ใน
มือ
พูดถึงเรื่องบังเอิญ ทั้งสองเพิ่งออกมาจากพื้นที่มิติก็เห็นหนานอวี่
วิ่งไปทางกองก าลังใหญ่
ในตอนนี้พวกเขาไม่จ าเป็นต้องกังวลเรื่องการเปิดเผยตัว เพราะ
บนถนนแทบจะไม่เห็นผู้คนแล้ว
เฮ่อจือหร่านรออยู่ที่ไกลออกไป โม่จิ่วเยี่ยเข้าไปหาหนานอวี่
อย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่เดินผ่านกันก็สอดป้ายค าสั่งใส่มือของเขา
เมื่อหนานอวี่รู้สึกตัว ร่างของโม่จิ่วเยี่ยก็หายไปแล้ว
ไม่นานหลังจากที่หนานอวี่รับป้ายค าสั่ง กองก าลังใหญ่ก็พุ่งเข้า
มา เขาชูป้ายค าสั่งขึ้นสั่งการให้คนเหล่านั้นมุ่งหน้าไปทางวังหลวง
โม่จิ่วเยี่ยจึงฉวยโอกาสในความวุ่นวายพาเฮ่อจือหร่านเข้าไปใน
วังหลวงด้วยกัน
ทั้งสองมุ่งหน้าตรงไปยังต าหนักเฟิ่งซีของจักรพรรดินี
จักรพรรดินีก็เป็นหนึ่งในศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสกุลโม่ แต่
นอกเหนือจากสิ่งที่นางท าต่อสกุลโม่แล้ว สิ่งที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคือการ
ก่อกวนราชส านัก ข้อหาเช่นนี้จ าเป็นต้องผ่านการสอบสวนอย่าง
เข้มงวดจากราชส านักเสียก่อน
ดังนั้น ทั้งสองจึงตัดสินใจปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสองสาม
วัน รอจนกว่าข้อหาทั้งหมดของจักรพรรดินีจะได้รับการยืนยัน พวก
เขาจึงจะลงมือสังหารนางด้วยตัวเอง
จักรพรรดินีส่งคนจ านวนมากไปช่วยที่ประตูวัง ท าให้การ
รักษาการณ์ที่ต าหนักเฟิ่งซีหย่อนยานลงกว่าสองสามวันก่อนหน้านี้
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยกระโดดข้ามก าแพงวังไปซ่อนตัวในที่ที่
ไม่มีใครพบเห็น โดยไม่ได้ท าให้ผู้ใดตื่นตระหนก
ทั้งสองมาที่นี่เพื่อดูว่าจักรพรรดินีที่ใกล้จะสิ้นอ านาจแล้วจะท า
อย่างไรเมื่อรู้ว่าอัครเสนาบดีเซวียเสียชีวิตแล้ว
ต้องยอมรับว่าในฐานะจักรพรรดินี ระดับความสงบนิ่งเมื่อเผชิญ
กับเหตุการณ์นั้นไม่อาจเทียบได้กับสตรีทั่วไป
จักรพรรดินีประทับบนบัลลังก์หงส์ สีหน้าบึ้งตึง นิ้วมือเคาะโต๊ะน ้า
ชาข้างกายเป็นจังหวะ ดูเหมือนก าลังครุ่นคิดบางสิ่ง
ส่วนผู้ที่นั่งอยู่ด้านล่างของนางคืออัครเสนาบดีเซวียตัวจริง
ตอนนี้ชายชราผู้นี้ยังคงมีท่าทางมั่นใจ ราวกับว่าทุกสิ่งอยู่ในการ
ควบคุมของเขา
ขันทีและนางก านัลยืนอยู่ด้านข้างอย่างเรียบร้อย ก้มหน้าลงต ่า
ที่สุดเท่าที่จะท าได้ ไม่กล้าหายใจแรงแม้แต่น้อย
ในขณะที่จักรพรรดินีก าลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด มีคนวิ่งมาส่ง
ข่าวอย่างร้อนรน
“ทูลจักรพรรดินี มีกองก าลังเสริมจ านวนมากมาจากที่ไหนไม่รู้
ตอนนี้บุกเข้ามาในวังแล้วขอรับ”
จักรพรรดินีลุกพรวดขึ้นยืน
“เจ้าว่าอะไรนะ พูดให้ข้าฟังอีกครั้ง”
อัครเสนาบดีเซวียก็เช่นกัน จ้องมองผู้ส่งสารด้วยสีหน้าไม่
อยากจะเชื่อ
ผู้ส่งสารไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เพียงแต่เห็นแววตาดุร้ายของ
จักรพรรดินีจากหางตา เขาตกใจจนเกือบล้มลง อย่างไรก็ตาม เขา
ยังคงฝืนใจพูดทวนค าพูดเมื่อครู่อีกครั้ง
ทันทีที่ผู้ส่งสารพูดจบ ถ้วยชาที่จักรพรรดินียกขึ้นก็ถูกขว้างใส่
ศีรษะของเขาอย่างแรง
ผู้ส่งสารเอามือกุมหน้าผาก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ต่อมาจักรพรรดินีก็ตะโกนไปทางประตู
“พวกเจ้าทั้งหมด ตามข้าออกไปด้วยกัน ข้าอยากเห็นว่าองค์
ชายที่ไร้ค่าทั้งสองมีดีอะไร ถึงกล้าพาคนบุกเข้ามาในวังหลวง”
ส าหรับเรื่องนี้อัครเสนาบดีเซวียก็ไม่ได้คัดค้าน เขาไม่เชื่อหรอ
กว่าแค่องค์ชายสองคนกับทหารส่วนตัวเพียงไม่กี่คนจะสามารถพลิก
แผ่นดินได้
ในไม่ช้า รอบ ๆ ต าหนักเฟิ่งซีก็มีกองก าลังมารวมตัวกัน คาดว่า
มีไม่ต ่ากว่าสองพันคน
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเห็นอัครเสนาบดีเซวียนั่งอย่างมั่นคงอยู่
ตรงนี้ ในใจก็รู้สึกตกตะลึงไม่น้อย
ช่างเป็นจิ้งจอกแก่จริง ๆ ถึงกับใช้ตัวแทนไปรับเคราะห์แทน
ตัวเอง
แล้วอย่างไร?
สุดท้ายก็หนีไม่พ้นค าว่าตาย
เพียงแต่ตอนนี้พวกเขาไม่อยากลงมือแล้ว เมื่อครู่ยิงปืนเข้าหัว
ตัวแทนผู้นั้นจนทะลุ โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกว่าเป็นการปล่อยให้เขาตายง่าย
เกินไป ตอนนี้ดีแล้ว เขาไม่เพียงแต่จะต้องถูกราชส านักทรมานอย่าง
หนัก โม่จิ่วเยี่ยก็จะเสนอต่อหนานอวี่ว่าตนเองจะไปสืบหาความ
ต้องการของจิ้งจอกแก่ด้วยตัวเอง
เมื่อถึงเวลานั้น แน่นอนว่าจะท าให้เขาทรมานยิ่งกว่าตายเสีย
อีก…
ฝ่ายนี้เพิ่งรวบรวมก าลังพลเสร็จ หนานอวี่ก็น าทัพใหญ่บุกเข้า
มา เป้าหมายแรกของพวกเขาคือต าหนักเฟิ่งซีของจักรพรรดินี
เมื่อเห็นผู้น ากลุ่มจักรพรรดินีตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง
เพราะนางรู้สึกว่าใบหน้าของหนานอวี่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่าง
ประหลาด
“เจ้าเป็นใครกัน?”
แม้ว่าตัวตนของหนานอวี่จะได้รับการยอมรับจากจักรพรรดิซุ่นอู่
แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ดังนั้นเขาจึงยังไม่ตั้งใจจะ
เปิดเผยในตอนนี้
“ข้าเป็นใครนั้นไม่ส าคัญ สิ่งส าคัญคือในไม่ช้าเจ้าก็จะกลายเป็น
นักโทษ”
พูดจบเขาก็ไม่คิดจะเสียเวลาพูดคุยกับจักรพรรดินีอีกต่อไป มี
อะไรจะพูดก็ค่อยว่ากันหลังจับตัวเข้าคุกแล้ว
หนานอวี่ชูป้ายค าสั่งขึ้นอีกครั้ง “ทหารทั้งหลาย จับกุม
จักรพรรดินีผู้ชั่วช้า”
ฝ่ายจักรพรรดินีก็ไม่ได้นั่งรอความตาย “ทหารของข้า บุกโจมตี
หากจับกุมกบฏได้ ข้าจะให้รางวัล”
การต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายปะทุขึ้นทันที่
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน มองดูจักรพรรดินีรวบรวมก าลังคนไป
ต่อสู้ พวกเขาก็เห็นชัดถึงจ านวนคนที่จักรพรรดินีสามารถใช้งานได้
คนเหล่านี้ไม่อาจต้านทานกองทัพใหญ่ของหนานอวี่ได้เลย
ดังนั้น ทั้งสองจึงเลือกที่จะไม่ไปดูการต่อสู้ แต่ฉวยโอกาสในความ
วุ่นวายไปส ารวจต าหนักของจักรพรรดินีแทน
ต าหนักของจักรพรรดินีหรูหราอลังการ และยังเก็บของมีค่า
มากมายไว้
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย นางเก็บของมีค่าทุกอย่างที่
พบเห็นเข้าไปในพื้นที่มิติ
ทั้งสองเดินมาถึงลานหลังของต าหนักเฟิ่งซีโดยไม่รู้ตัว ที่นี่อยู่
ห่างจากสถานที่ต่อสู้ด้านหน้าพอสมควร หากเป็นคนธรรมดาอยู่ที่นี่
อาจจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
พวกเขาเห็นขันทีสองคนก าลังเดินไปที่ห้องมุมหนึ่งพร้อมกับบ่น
พึมพ า
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตากันครู่หนึ่งแล้วตามไป
หลังจากขันทีสองคนนั้นเข้าไปในห้อง โม่จิ่วเยี่ยก็ค่อย ๆ เจาะรู
บนกระดาษหน้าต่างเพื่อมองดูด้านใน
ในห้องมีกรงเหล็กขนาดใหญ่วางอยู่ ภายในกรงมีเด็กชายตัว
เล็กผมเผ้ารุงรังนั่งพิงอยู่
ขันทีคนหนึ่งหยิบแส้หนังออกมาจากเอว แล้วฟาดลงบนกรง
เหล็กอย่างรุนแรง
“ขอเพียงเจ้ายอมเชื่อฟังค าสั่งของจักรพรรดินีอย่างว่าง่าย
ต าแหน่งจักรพรรดิแห่งต้าซุ่นก็จะเป็นของเจ้า มิฉะนั้น…”
พูดจบแส้หนังก็ฟาดลงบนกรงเหล็กอีกครั้ง แต่เด็กที่อยู่ข้างใน
กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างนึก
ถึงบุคคลหนึ่งขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย นั่นก็คือองค์ชายสี่ที่
ถูกจักรพรรดินีรับอุปการะไว้