ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 533 อย่าคิดว่าข้าจะยอมรับนางเป็นมารดา
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 533 อย่าคิดว่าข้าจะยอมรับนางเป็นมารดา
แม้ว่ายังไม่สามารถยืนยันตัวตนของเด็กคนนี้ได้อย่างแน่ชัด แต่
ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านแล้ว เด็กเล็กเช่นนี้ไม่ควรต้องทน
ทุกข์กับสิ่งเหล่านี้
ตอนนี้ผู้คนในต าหนักเฟิ่งซีทั้งหมดวิ่งไปที่ประตูวังแล้ว ที่นี่
นอกจากขันทีสองคนนี้แล้วก็ไม่มีใครอื่น ทั้งสองจึงบุกเข้าไปโดยไม่
ลังเล
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว ท าให้ขันทีทั้งสองคนสลบไป
จากนั้นจึงเข้าไปที่หน้ากรงเหล็กพร้อมกับเฮ่อจือหร่าน
เฮ่อจือหร่านถามเบา ๆ ว่า “เจ้าชื่ออะไร? เหตุใดจึงถูกขังอยู่
ที่นี่?”
องค์ชายสี่ดูเหมือนจะอยู่ในสภาพที่ย ่าแย่ แต่ในดวงตากลับเปล่ง
ประกายแห่งความดื้อดึง
“หญิงผู้นั้นท าให้ท่านแม่ของข้าต้องตาย อย่าคิดว่าข้าจะยอมรับ
นางเป็นมารดา ฝันไปเถิด”
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตอบค าถามตรง ๆ แต่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
ก็สามารถยืนยันตัวตนของเขาได้แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคือองค์
ชายสี่
ทั้งสองคนต่างประหลาดใจ เด็กน้อยเพียงเท่านี้ กลับมีความกล้า
หาญเช่นนี้
โม่จิ่วเยี่ยค้นหากุญแจจากตัวขันทีทั้งสองนาย แล้วเปิดกรงเหล็ก
ออก อุ้มองค์ชายสี่ที่ดูอ่อนแรงออกมาจากด้านใน
เฮ่อจือหร่านถาม “สภาพร่างกายของเด็กคนนี้ไม่ค่อยดีนัก
ต้องการคนดูแล ท่านวางแผนจะท าอย่างไร”
“ส่งเขาไปหาหยวนกุ้ยเฟย”
อย่างไรก็ตาม นี่คือบุตรของจักรพรรดิซุ่นอู่ การดูแลเขาเป็น
หน้าที่ของบิดาของเขา
หลังจากบรรลุข้อตกลงร่วมกัน เฮ่อจือหร่านใช้เข็มเงินท าให้องค์
ชายสี่สลบ แล้วส่งเข้าไปในพื้นที่มิติ
ทั้งสองคนซ่อนร่องรอยแล้วไปที่ต าหนักของหยวนกุ้ยเฟย ส่วน
ทางด้านหนานอวี่ก็จับกุมจักรพรรดินีและอัครเสนาบดีเซวียตัวจริงได้
อย่างรวดเร็ว
นี่เป็นสิ่งที่หนานอวี่คาดไม่ถึง อัครเสนาบดีเซวียจอมเจ้าเล่ห์ผู้นี้
กลับใช้กลอุบายสลับตัว โดยส่งคนมาตายแทนที่หน้าประตูวัง
แล้วอย่างไร?
ยังคงหนีไม่พ้นชะตากรรมแห่งความตาย
ในขณะเดียวกัน หนานอวี่สั่งให้หนานรุ่ยน ากองก าลังไปยัง
ตระกูลเซวีย ไม่ให้มีใครในตระกูลเซวียรอดพ้นไปได้
หนานฉีคิดจะหนี แต่ภายหลังพบว่าสถานการณ์พลิกผันเกิน
กว่าที่เขาคาดคิด แม้ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของจักรพรรดิซุ่นอู่ตอนนี้
เป็นอย่างไร แต่เขาจะไม่ปล่อยโอกาสที่จะแสดงตัวต่อหน้าจักรพรรดิ
ไป
ดังนั้น ในขณะที่หนานอวี่ก าลังน าทัพใหญ่บุกเข้าวังหลวง เขาก็
น ากองก าลังส่วนตัวหนึ่งพันนายติดตามไปด้านหลังเพื่อสังเกตการณ์
เขาเห็นจักรพรรดินีถูกจับกุมและหนานอวี่ยังสั่งให้หนานรุ่ยน า
คนไปล้อมจับพวกที่เหลือของตระกูลเซวีย เขาเปลี่ยนไปราวกับเป็น
คนละคนกับเมื่อครู่
ขณะที่หนานอวี่ก าลังจะสั่งให้กองก าลังหลักน าตัวทุกคนในวังมา
รวมกัน หนานฉีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางหยิ่งผยอง
“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ตราบใดที่มีองค์ชายอย่างข้าอยู่ ย่อม
สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน ฮ่าๆๆ…”
ตอนนี้หนานอวี่รู้สึกผิดหวังอย่างที่สุดกับหนานฉี แม้เขาจะเป็น
เพียงองค์ชายตัวปลอม แต่ก็ได้รับการปฏิบัติอย่างราชวงศ์มาหลายปี
แต่กลับท าเรื่องน่าละอายเช่นนี้
ในตอนนี้หนานอวี่ไม่อยากแม้แต่จะมองเขาด้วยซ ้า จึงสั่งว่า “จับ
ตัวหนานฉีไว้”
หนานฉีในขณะนี้ก าลังอยู่ในภาวะลืมตัว เมื่อได้ยินค าพูดของ
หนานอวี่ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที่
“เฟ่ยหนานอวี่ เจ้ากล้าจับข้าหรือ? เจ้าคิดจะก่อกบฏใช่หรือไม่?”
เมื่อเผชิญหน้ากับหนานฉี หนานอวี่ไม่อยากพูดอะไรให้เสียเวลา
แม้แต่ค าเดียว เขาสั่งการต่อไป “จับตัวไว้”
กองทหารนั้นเชื่อฟังแต่ป้ายค าสั่งไม่ใช่ตัวบุคคล พวกเขาจึงท า
ตามค าสั่งของหนานอวี่อย่างไม่ลังเล
ก่อนที่คนของหนานฉีจะทันได้ต่อต้าน พวกเขาก็มัดหนานฉีไว้
อย่างแน่นหนาและผลักไสมาตรงหน้าหนานอวี่แล้ว
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน พาองค์ชายสี่มาส่งที่ต าหนักบรรทม
ของหยวนกุ้ยเฟย
ในเวลานั้น จักรพรรดิซุ่นอู่ก าลังเดินไปมาอย่างกระวนกระวาย
อยู่ในห้อง
สามีภรรยาคู่นี้สวมชุดด าและปิดบังใบหน้า พวกเขาผลักประตู
เข้ามาโดยไม่สนใจมารยาทใด ๆ แล้วน าองค์ชายสี่มาส่งตรงหน้าเขา
เฮ่อจือหร่านเป็นฝ่ายเอ่ยปากอีกครั้ง “นี่คือบุตรชายของท่าน
พวกข้าพบว่าจักรพรรดินีสั่งให้คนทารุณเขา พวกข้าจึงช่วยเหลือ
เขาไว้ ขณะนี้เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอมาก ต้องการคนดูแล”
เมื่อพูดจบ ทั้งสองคนก็จากไปอย่างรวดเร็ว
หากไม่ใช่เพราะต้องการช่วยเหลือหนานอวี่ พวกเขาไม่
จ าเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลย
บัดนี้สิ่งที่พวกเขาควรท าและไม่ควรท าก็ได้ท าไปแล้ว จึงไม่
จ าเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วมอีกต่อไป
พวกเขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของหนานอวี่ และกองก าลังที่
เขาควบคุมอยู่ในมือ ฝ่ายของจักรพรรดินีจะไม่มีทางรอดพ้นไปได้
แม้แต่คนเดียว
ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ยังไม่มีแผนที่จะออกจากเมือง
หลวงในทันที่
การล่มสลายของฝ่ายจักรพรรดินีเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่
การที่นางร่วมมือกับตระกูลของนางในการท าร้ายสกุลโม่นั้น เป็น
ความแค้นที่พวกเขาต้องแก้แค้นด้วยตัวเอง
อีกทั้งเรื่องของเสนาบดีเฮ่อ พวกเขายังตั้งใจจะดูแนวโน้ม
หลังจากที่จักรพรรดิซุ่นอู่กลับมาควบคุมราชส านักอีกครั้ง
หากหนานอวี่สามารถขึ้นเป็นรัชทายาทได้อย่างราบรื่น และ
เสนาบดีเฮ่อเลือกที่จะสนับสนุนพวกเขาต่อไป ก็ไม่มีอะไรจะต้องพูด
เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็ได้รับใช้ราชส านักมาเกือบทั้งชีวิต การ
ลาออกจากต าแหน่งอย่างกะทันหันอาจท าให้เขารู้สึกไม่คุ้นเคยก็
เป็นได้
แน่นอนว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเสนาบดีเฮ่อเอง
ทั้งสองคนแอบออกจากวังหลวงอย่างเงียบเชียบ
ตามหลักการแล้ว แม้ว่าฝ่ายจักรพรรดินีจะมีคนรอดพ้นไปได้
บ้าง ก็ไม่น่าจะก่อความวุ่นวายอะไรได้ เสนาบดีเฮ่อกลับไปที่จวนแล้ว
ก็ปลอดภัยแล้ว
ที่นั่นคือบ้านของเฮ่อจือหร่าน พวกเขาควรจะกลับไปที่นั่น
แต่เนื่องจากพิจารณาว่าวันนี้หนานอวี่จะต้องมีการเคลื่อนไหว
แน่นอน พวกเขาจึงอยากฟังผลลัพธ์ และถือโอกาสพูดถึงความ
ต้องการที่จะจัดการกับตระกูลเซวียด้วยมือตัวเอง
เมื่อทั้งสองมาถึงจวนตระกูลเฟ่ย เสนาบดีเฮ่อได้ยินข่าวจาก
ภายนอกแล้วรีบไปยังวังหลวง
ทั้งสองคนตรงไปยังห้องรับรองที่หนานอวี่จัดเตรียมไว้ให้พวกเขา
พักผ่อนและรอคอย
ภายในวังหลวง
เฟ่ยหนานอวี่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาน าทุกคนในวังมารวมตัวกัน
รวมถึงหยวนกุ้ยเฟยและจักรพรรดิซุ่นอู่ที่อุ้มองค์ชายสี่อยู่ด้วย
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยพาองค์ชายสี่ไปส่งที่ต าหนักของ
หยวนกุ้ยเฟยไม่นาน เด็กน้อยก็ตื่นขึ้นมา
ประโยคแรกที่เขาพูดเมื่อเห็นจักรพรรดิซุ่นอู่คือ “เสด็จพ่อ แม้
พระองค์จะสังหารข้า ข้าก็จะไม่ยอมรับหญิงชั่วร้ายผู้นั้นเป็นมารดา”
ค าพูดนี้เหมือนเข็มแทงเข้าไปในหัวใจของจักรพรรดิซุ่นอู่
เมื่อนึกย้อนถึงสิ่งที่ตนเองเคยท ามา ทั้งหมดนั้นยังสู้เด็กน้อยอายุ
เพียงไม่กี่ปีไม่ได้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนที่นอนเคียงข้างเขากลับเป็นหมาป่าที่
มีความทะเยอทะยานเช่นนี้
ถึงอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตน อีกทั้งก็ไม่ได้ชอบ
หนานฉีและหนานรุ่ยมากนัก หากไม่เป็นเช่นนั้น เขาคงไม่ยอมให้
จักรพรรดินีรับองค์ชายสี่มาเลี้ยงดู
เดิมทีเขาเคยคิดว่าองค์ชายสี่ได้รับการสั่งสอนจากจักรพรรดินี
โดยตรง หากวันหน้าความรู้และกลยุทธ์ของเขาเหนือกว่าหนานฉี
นั่นจะไม่เป็นโชคดีของต้าซุ่นหรอกหรือ?
ใครจะรู้ว่าการที่จักรพรรดินีรับเลี้ยงองค์ชายสี่นั้น แท้จริงแล้ว
เป็นไปเพื่อตระกูลเซวีย ตลอดหลายปีมานี้นางไม่เคยสนใจดูแลเด็ก
คนนี้เลย ส่งผลให้เด็กน้อยต้องทนทุกข์ทรมานในมือของสตรีใจร้าย
ผู้นั้น
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ จักรพรรดิซุ่นอู่ก็อดรู้สึกสงสารองค์ชายสี่
ไม่ได้
เมื่อกองก าลังใหญ่มาถึงที่นี่และรวบรวมทุกคนไว้ในที่เดียวกัน
โดยไม่ต้องให้หวังมามาออกแรง จักรพรรดิซุ่นอู่ก็อุ้มเขาด้วยตัวเอง
แล้วเดินจากไปพร้อมกัน
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม บรรดาสนมและนางก านัล ตลอดจน
ขันทีทั้งหมดในวังหลังถูกรวบรวมไว้ที่หน้าประตูต าหนักของ
จักรพรรดินี
ทุกคนเห็นจักรพรรดิซุ่นอู่ปรากฏตัว พากันคุกเข่าลงเพื่อค านับ
อย่างพร้อมเพรียงกัน
หนานอวี่เดินไปหน้าจักรพรรดิซุ่นอู่เป็นคนแรก ยื่นป้ายค าสั่ง
ด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
“เสร็จภารกิจแล้ว ลูกได้จับกุมพรรคพวกของจักรพรรดินีไว้ทั้ง
หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จักรพรรดิซุ่นอู่มอบองค์ชายสี่ให้แก่หวังมามาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้ว
มองดูเฟ่ยหนานอวี่อย่างพอใจ ก่อนจะรับป้ายค าสั่ง
“อืม ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องรอเสียเปล่า สุดท้ายก็มีลูกชายที่ท าให้
ข้าพอใจเสียที”