ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 553 แค่ใช้ระเบิดให้หมดก็พอ
เรื่องเช่นนี้ คนสกุลโม่ก็เพียงแค่รับฟังเท่านั้น
จักรพรรดิซุ่นอู่อาจมีอาการเตือนของโรคอัมพาตจริง แต่หาก
กล่าวว่าเขาต้องการลองฝึกฝนองค์ชายสี่ เรื่องนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่
สมเหตุสมผล
การไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคอัมพาตตั้งแต่เมื่อไหร่ และหวังพึ่งเด็ก
อายุเพียงไม่กี่ขวบให้มาแบกรับภาระทั้งแผ่นดิน นี่ไม่ใช่เรื่องตลก
ขบขันหรอกหรือ?
คนในสกุลโม่มองออกแต่ไม่พูด ทว่าเรื่องที่จักรพรรดิซุ่นอู่ล้ม
ป่วยนั้นพวกเขาเชื่อว่าคนส่งสารไม่กล้าโกหก
หลังคนส่งสารกินดื่มอิ่มหน าแล้วก็พาผู้ติดตามไป เมิ่งไห่หนิงน า
จดหมายที่ส่งมาทางนกพิราบจากหนานอวี่มาแล้ว
จดหมายฉบับนี้เขียนถึงโม่จิ่วเยี่ย
เนื้อหาภายในส่วนใหญ่เป็นการแจ้งให้โม่จิ่วเยี่ยรู้ถึงสถานการณ์
ที่เมืองหลวง
ตามค ากล่าวอันล ้าค่าของจักรพรรดิซุ่นอู่ เขาจะสละราชสมบัติ
ให้เขาหลังจากนั้นสามวัน
ตอนนี้เขาได้กลายเป็นจักรพรรดิผู้ทรงอ านาจสูงสุดแห่งราชวงศ์
ต้าซุ่น และหลังจากที่เขาขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่ท าคือการลงโทษขุน
นางหลายคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลเซวีย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเชือดไก่
ให้ลิงดู
ด้วยขุนนางที่มีความเกี่ยวพันกับตระกูลเซวียมีจ านวนมาก
เกินไป เขาจึงไม่สามารถจัดการได้หมด อีกทั้งราชส านักในตอนนี้
ก าลังต้องการคนใช้งาน หวังว่าบรรดาขุนนางเหล่านั้นจะระลึกถึง
ความเมตตาของจักรพรรดิองค์ใหม่ที่ไม่ประหารชีวิตพวกเขา และ
ชดเชยความผิดด้วยการรับใช้ราชส านักอย่างเต็มที่
ส่วนเสนาบดีเฮ่อ เขาได้พยายามชักชวนให้อยู่ต่อ แต่เสนาบดี
เฮ่อตัดสินใจแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้หนานอวี่ก็ไม่ได้บังคับ จึงอนุมัติ
ใบลาออกของอีกฝ่าย
ขณะที่เขียนจดหมายส่งมา เสนาบดีเฮ่อได้จัดการทรัพย์สินใน
เมืองหลวงเรียบร้อยแล้วและจะเดินทางไปซีเป่ยเพื่อรวมตัวกับพวก
เขาในไม่ช้า
ส่วนการกบฏของอ๋องเก้า หนานอวี่รู้ว่าเฮ่อซื่อหมิงเป็นคนที่ถูก
ท าให้ต้องพัวพัน จึงไม่ได้ควบคุมเขาอีกต่อไป และเช่นเดียวกับ
เสนาบดีเฮ่อที่อนุญาตให้เฮ่อซื่อหมิงลาออกจากต าแหน่งได้
หนานรุ่ยได้รับการแต่งตั้งเป็นรุ่ยชินอ๋อง
ส าหรับต าแหน่งชินอ๋องนี้ หนานรุ่ยไม่ได้ปฏิเสธ แต่เขาได้แสดง
ท่าทีต่อหนานอวี้แล้วว่าตนไม่ชอบมีส่วนร่วมกับการเมืองของราช
ส านัก เขาเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีเหมือนวิหคบินและเมฆ
ลอย
บัดนี้หนานอวี้ได้ควบคุมอ านาจใหญ่แล้ว เขาไม่มีเหตุผลที่จะอยู่
ในเมืองหลวงต่อไป
อย่างไรก็ตาม หนานรุ่ยไม่ได้ปฏิเสธจวนชินอ๋องที่หนานอวี้มอบ
ให้ บางทีในอนาคตหากคิดถึงพี่น้อง เขาก็อาจจะกลับมาพักอาศัย
ที่นี่สักระยะ
ในวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นชินอ๋อง หนานรุ่ยก็ได้อ าลาหนานอวี่
กล่าวว่าตนเองตั้งใจจะออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าหนานรุ่ยจ าเป็นต้องรีบกลับมาซีเป่ย
จักรพรรดิซุ่นอู่บอกว่าจะบ ารุงรักษาสุขภาพในบั้นปลายชีวิตและ
ท าตามที่พูดเอาไว้ นับตั้งแต่สละราชสมบัติให้หนานอวี่ เขาก็ไม่เคย
มายุ่งเกี่ยวกับการงานในราชส านักอีกเลย
แม้หนานอวี่จะมีความแค้นเคืองต่อหยวนกุ้ยเฟย แต่นางก็เป็น
มารดาผู้ให้ก าเนิดของเขา สิ่งแรกที่เขาท าหลังจากขึ้นครองราชย์คือ
แต่งตั้งนางเป็นพระพันปี
ไม่รู้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่มีความคิดอย่างไรถึงไม่ได้สืบสวนความผิด
ฐานหลอกลวงเบื้องสูงของหยวนกุ้ยเฟยในอดีต หลังจากสละราช
บัลลังก์แล้ว เขาก็อาศัยอยู่กับหยวนกุ้ยเฟย ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันราว
กับเป็นสามีภรรยาในครอบครัวสามัญชน
ส่วนหนานฉีหลังจากรู้ว่าคนที่ถูกสลับตัวกับเขาคือหนานอวี่ก็
เริ่มกลายเป็นคนเสียสติ
หนานอวี่เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลอก จึงส่งหมอหลวงหลายคน
ไปตรวจเป็นพิเศษ สุดท้ายก็ยืนยันว่าเขาเสียสติจริง ๆ
แต่อย่างไรก็เป็นเด็กที่หยวนกุ้ยเฟยเลี้ยงดูมากับมือ อีกทั้งเฟ่ยมา
มาก็ได้แลกเปลี่ยนเงื่อนไขกับหนานอวี่แล้ว เพื่อรับประกันว่าหนานฉี
จะไม่ตาย
หนานอวี่ไม่มีความเห็นใจใด ๆ ต่อคนอย่างหนานฉีเลยแม้แต่
น้อย
เขาสั่งให้คนปล่อยตัวหนานฉีออกจากคุกหลวง และปล่อยให้เขา
เอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง
สรุปแล้ว เรื่องราวทั้งหมดในเมืองหลวงก าลังเป็นไปในทิศทางที่ดี
ขึ้น แม้ว่าหนานอวี่จะไม่ได้เขียนจดหมายมาบอก แต่ด้วยความรู้ใน
ประวัติศาสตร์ของโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน พวกเขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะ
กลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค
ในฐานะกษัตริย์ โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งขึ้นครองราชย์ ทุกวันย่อม
ต้องจัดการกับเรื่องราวมากมายทั้งเล็กและใหญ่ การที่หนานอวี่ยัง
เขียนจดหมายมาบอกเล่าสถานการณ์ปัจจุบันได้ แสดงให้เห็นถึง
ความส าคัญที่หนานอวี่มีต่อสกุลโม่
เมื่อเก็บจดหมายไปแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็เริ่มจัดการเรื่องการปกป้อง
เมือง
บัดนี้สกุลโม่ด าเนินการป้องกันได้อย่างถูกต้องเปิดเผย ไม่มี
ความคลุมเครือใด ๆ อีก
เหล่าทหารที่เลี้ยงดูไว้อยู่บนภูเขาตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาในการ
ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนอีกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อพวกเขามีระเบิดและ
หน้าไม้ยิงต่อเนื่อง คนเหล่านี้จะกลายเป็นก าลังหลักในการสู้รบครั้งนี้
เมื่อนับรวมกับกลุ่มคนที่พี่รองและพี่สามพาไปซุ่มอยู่ที่ชายแดน
ตะวันตกแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ได้แบ่งกองก าลังทั้งหมดออกเป็นสามส่วน
บางส่วนติดตามพี่ใหญ่ พี่ห้า และพี่หกไปยังชายแดนหนานเจียง
ที่ทางใต้
แม่ทัพใหญ่เป็นพี่ห้า เพราะเขากล้าหาญและละเอียดรอบคอบ
โม่จิ่วเยี่ยจึงวางใจเขาที่สุดเมื่อต้องจัดการเรื่องต่าง ๆ
คนสกุลโม่มีความเกลียดชังต่อชาวหนานเจียงเป็นพิเศษ ดังนั้น
โม่จิ่วเยี่ยจึงให้พี่ห้าและพี่น้องคนอื่นน าระเบิดจ านวนมหาศาลไปด้วย
ตอนออกเดินทาง
เมื่อไฟสงครามปะทุขึ้น พวกเขาไม่จ าเป็นต้องยับยั้งชั่งใจ แค่ใช้
ระเบิดให้หมดก็พอ…
ตอนนี้เขาก็ให้ผู้มีอ านาจของราชวงศ์ต้าซุ่นได้รู้ว่า สกุลโม่เป็น
ตระกูลที่มีความสามารถและต้านทานทุกอ านาจได้ทั้งสิ้น เพียงแต่
พวกเขาสกุลโม่มีความจงรักภักดีจึงไม่สนใจจะท าเรื่องเหล่านั้นเท่า
นั้นเอง!
อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์หลักก็คือการท าให้ดินแดนหนานเจียง
ราบเป็นหน้ากลอง ล้างแค้นให้กับความอัปยศที่บุรุษสกุลโม่ต้อง
เผชิญมาก่อนหน้านี้
ส่วนทางซีเป่ยได้กลายเป็นเขตปกครองของสกุลโม่ไปแล้ว มี
หลายสิ่งหลายอย่างที่จ าเป็นต้องวางแผนใหม่ทั้งหมด
เรื่องนี้มอบให้พี่สี่ไปท า แม้ว่าร่างกายของเขาจะฟื้นตัวได้เกือบ
เจ็ดแปดส่วน แต่ก็ยังอ่อนแอกว่าพี่น้องคนอื่นอยู่บ้าง
โม่จิ่วเยี่ยจึงจัดการให้เขากับเมิ่งไห่หนิงรับผิดชอบกิจการ
บ้านเมืองทางซีเป่ย
สิ่งที่เรียกว่ากิจการบ้านเมืองนั้นมีหลายอย่าง เช่น ความสงบ
เรียบร้อยภายในเมือง รวมถึงปัญหาใหญ่ ๆ หลายประการเกี่ยวกับ
ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
สี่พี่เข้าใจสถานการณ์ของตนเองดีและรู้ว่าน้องเก้าก าลังเอาใจใส่
เขา แม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง พี่น้องทุกคน
สามารถออกรบฆ่าฟันศัตรูได้ แต่เขาท าได้เพียงรับผิดชอบงานหนุน
หลังเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยมองความคิดของเขาออก และเข้าใจความรู้สึกของ
พี่ชาย
ในฐานะขุนพลที่คุ้นเคยกับการต่อสู้ในสนามรบ การให้เขายืน
อยู่เบื้องหลังย่อมท าให้รู้สึกไม่พอใจแน่นอน
“พี่สี่ ท่านอย่าคิดว่าสิ่งที่ตนต้องท านั้นง่ายดาย ท่านไม่เพียงต้อง
รับผิดชอบความสงบเรียบร้อยภายในเมือง แต่สิ่งส าคัญที่สุดคือท่าน
ต้องสร้างระเบิดและส่งออกไปเพื่อน าใช้ในสนามรบ วิธีการท าระเบิดมี
เพียงพวกเราพี่น้องเท่านั้นที่รู้ บัดนี้สงครามเริ่มต้นขึ้นแล้ว ระเบิดจะมี
ความต้องการเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้าเกรงว่าต่อไป ท่านจะกลายเป็น
คนที่ต้องท างานหนักที่สุดในหมู่พี่น้อง”
เมื่อได้ยินโม่จิ่วเยี่ยบอกว่าเขาจะเป็นคนที่ล าบากที่สุดในหมู่พี่
น้อง พี่สี่ก็หยุดคิดมากทันที่
“น้องเก้าวางใจได้ ตอนนี้ข้ากับท่านพ่อช านาญการท าระเบิด
มาก รับรองว่าจะสร้างให้เพียงพอต่อการใช้งานแน่”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่สี่ไม่เป็นกังวลอีกต่อไปจึงจัดการเรื่องอื่นต่อ
“พี่รองกับพี่สามของพวกเราก าลังซุ่มอยู่ที่ชายแดนตะวันตกแล้ว
อีกสักพักข้าจะพาพี่เจ็ดและพี่แปด รวมถึงพวกเหลียงห่าวไปที่นั่น
ด้วยกัน สถานการณ์ของสงครามที่ชายแดนตะวันตกนั้น ข้าจะ
รับผิดชอบเอง”
โม่จิ่วเยี่ยเลือกจะพาพี่เจ็ดและพี่แปดไปด้วยเพราะรู้ดีว่าพี่ชายทั้ง
สองคนนี้มีนิสัยหุนหันพลันแล่นที่สุด มีเพียงอยู่ภายใต้สายตาของ
เขาเท่านั้นถึงจะรับประกันได้ว่าพวกเขาจะเชื่อฟังค าสั่ง
สุดท้ายก็คือพี่ใหญ่
พี่ใหญ่มีนิสัยสุขุมเยือกเย็นจึงอยู่ปกป้องที่หมู่บ้านซีหลิ่ง
ถึงโม่จิ่วเยี่ยจะเพิ่งได้รับต าแหน่งอ๋องตะวันตก และเช่นเดียวกับ
ทุกราชวงศ์ที่ผ่านมา ราชส านักจะไม่มอบจวนใด ๆ ให้กับอ๋องที่ได้รับ
ดินแดนไปปกครอง
ทั้งดินแดนได้กลายเป็นของเจ้าแล้ว จะสร้างจวนที่ไหนและสร้าง
แบบใดก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าของดินแดนแห่งนั้นเอง