ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 562 พวกเจ้ายังจ าพ่อได้หรือไม่?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 562 พวกเจ้ายังจ าพ่อได้หรือไม่?
เสนาบดีเฮ่อและภรรยาเองก็ได้ยินข่าวว่าเขากลับมาแล้ว แต่ทั้ง
สองรู้ดีว่าลูกเขยไม่ได้พบภรรยาและลูกน้อยมานาน พวกเขาจึงแกล้ง
อ้างว่าต้องไปท าธุระที่อื่น เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องเสียเวลามาค านับ
ทักทายพวกเขาแทนที่จะได้ไปอยู่กับภรรยาและลูก
เฮ่อจือหร่านรู้ข่าวว่าโม่จิ่วเยี่ยกลับมาแล้ว แต่ตอนนี้นางไม่มีใคร
อยู่ข้างกาย เด็กน้อยทั้งสองคนก็สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้แล้ว จึง
ปล่อยให้อยู่ตามล าพังไม่ได้ ดังนั้น แม้ว่านางจะร้อนใจอยากพบสามี
ก็ท าได้เพียงรอเขาเท่านั้น
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจากนอกประตู เฮ่อจือหร่านก็รีบเปิดประตู
ทันที่
เมื่อเห็นภรรยาที่คิดถึงทั้งวันเย็น โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจอะไรอีก ก้าว
เข้าไปดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด
ร่างกายของโม่จิ่วเยี่ยเย็นเฉียบ แต่เฮ่อจือหร่านไม่รู้สึกถึงมันเลย
แม้แต่น้อย นางโอบรอบเอวของเขาด้วยวิธีเดียวกัน ทั้งสองกอดกัน
อยู่เช่นนั้นอยู่นาน จนกระทั่งเด็กน้อยบนเตียงส่งเสียงอ้อแอ้ออกมา
ทั้งคู่จึงผละจากกันอย่างไม่เต็มใจ
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านเดินไปที่ขอบเตียง เห็นลูกน้อยทั้ง
สองคนที่น่ารักตัวอ้วนท้วนและโตขึ้นมากก็ยิ้มกว้างด้วยความปลาบ
ปลื้ม
ขณะเดียวกัน เจ้าตัวน้อยทั้งสองก็จ้องมองชายหนุ่มอย่างตั้งใจ
“หมิงจู จู้เอ๋อร์ พ่อเอง พวกเจ้ายังจ าพ่อได้หรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยถูมือด้วยความประหม่า อยากจะเข้าไปอุ้มลูก แต่ก็กลัว
ว่าจะท าให้พวกเขารู้สึกเย็นไปด้วยด้วยเหตุนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงมีท่าที
ล าบากใจ ไม่รู้จะก้าวไปหาหรือถอยกลับ
เฮ่อจือหร่านรีบก้าวเข้าไปถอดผ้าคลุมของเขาออก
โม่จิ่วเยี่ยถือโอกาสนี้ถอดเกราะที่อยู่บนร่างกายออก สองเด็ก
น้อยไม่ร้องไห้ไม่อาละวาด แค่นั่งอยู่ตรงนั้นมองการสนทนาโต้ตอบ
กันระหว่างบิดามารดา
โดยเฉพาะจู้เอ๋อร์ที่มองบิดาด้วยสายตาเทิดทูน
สิ่งนี้ไม่อาจหลุดรอดสายตาของเฮ่อจือหร่านไปได้ หลังจากอยู่
กับพวกเด็ก ๆ มานาน นางย่อมเข้าใจนิสัยของพวกเขาดีที่สุด
จู้เอ๋อร์มีดวงตาคู่ใหญ่ที่สามารถบอกอารมณ์ได้ แม้เขาจะไม่เคย
ร้องไห้โวยวายเหมือนน้องสาว แต่เฮ่อจือหร่านสามารถตัดสิน
อารมณ์ของเขาได้จากแววตา
แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสของจู้เอ๋อร์ในวันนี้ เฮ่อจือห
ร่านเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
นางลองถามอย่างระแวดระวังว่า “จู้เอ๋อร์รู้สึกว่าท่านพ่อสง่างาม
มากใช่หรือไม่?”
“อา อา…” จู้เอ๋อร์ส่งเสียงเล็ก ๆ ที่คนนอกไม่อาจเข้าใจได้ออกมา
เป็นชุด จากนั้นก็ยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันน ้านมสองซี่ที่เพิ่งขึ้น น่ารัก
จนท าให้ทุกคนใจละลายได้เลยทีเดียว
จู้เอ๋อร์แสดงออกเช่นนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ลืมตาดูโลก
เด็กคนนี้มีนิสัยเหมือนผู้ใหญ่ตั้งแต่เกิด บนใบหน้าแทบไม่เคยมี
การแสดงออกทางสีหน้าหรือท่าทางใด ๆ
วันนี้เขาไม่เพียงส่งเสียงตอบรับค าถามของมารดา แต่ยังยิ้มกว้าง
อีกด้วย
เฮ่อจือหร่านรีบอุ้มจู้เอ๋อร์ขึ้นมาหอมเบา ๆ
“จู้เอ๋อร์ของแม่ฉลาดจริง ๆ รู้ว่าท่านพ่อเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ใช่
หรือไม่?”
จู้เอ๋อร์ยังคงยิ้มต่อไป สักพักก็มองมารดาที่อุ้มเขาอยู่แล้วหันไป
มองบิดา สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว ยื่นมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างไปทางโม่จิ่ว
เยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก
เขาไม่เคยคิดว่าบุตรชายจะเทิดทูนตนเองถึงเพียงนี้ เขาจากบ้าน
ไปหลายเดือน บุตรชายไม่เพียงไม่รู้สึกแปลกหน้า แต่กลับยังชื่นชม
ชายหนุ่มด้วย
เมื่อบุตรชายมอบความรักให้มากมายเช่นนี้ เขาจ าเป็นต้องรับ
มันไว้อย่างดี
ชายหนุ่มถอดชุดเกราะออก ร่างกายไม่เย็นอีก หลังจากแน่ใจว่า
จะไม่ท าให้เด็กน้อยรู้สึกไม่สบายตัว จึงค่อย ๆ รับตัวจู้เอ๋อร์มาจาก
เฮ่อจือหร่านอย่างระมัดระวัง
ทว่าเมื่ออุ้มจู้เอ๋อร์มา หมิงจูที่อยู่บนเตียงกลับเบะปากร้องไห้ ยัง
ไม่พอ นางยังจ้องโม่จิ่วเยี่ยด้วยดวงตากลมโตที่เอ่อล้นไปด้วยน ้าตา
อีก ท่าทางของนางช่างน่าสงสารเหลือเกิน
เฮ่อจือหร่านเข้าใจดี
นางรีบก้าวเข้าไปอุ้มหมิงจูขึ้นมาปลอบโยนทันที่ “อย่าร้องไห้สิ
หมิงจู ท่านพ่อก็รักหมิงจูเช่นกัน อีกเดี๋ยวท่านพ่ออุ้มพี่ชายเจ้าแล้วก็
จะอุ้มหมิงจูด้วย”
เมื่อมองลูกสาวที่ร้องไห้น่าสงสารโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกปวดใจยิ่งนัก
แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยลูกชายลง สุดท้ายเขาจึงท าได้เพียงอุ้มจู้
เอ๋อร์เอาไว้ด้วยมือข้างเดียว แล้วใช้มืออีกข้างอุ้มหมิงจู
เสียงร้องไห้ของหมิงจูเป็นเพราะอิจฉาพี่ชายจริง ๆ บิดากลับ
มาแล้วไม่ได้อุ้มนางเป็นคนแรก ท าให้เด็กน้อยรู้สึกน้อยใจ
เมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของบิดา หมิงจูก็หยุดร้องไห้ทันที่ แต่
ดวงตากลมโตที่ยังคงมีน ้าตาอยู่นั้นยังคงบอกให้โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเมื่อครู่
เขาล าเอียงไปหน่อย
โม่จิ่วเยี่ยอุ้มลูกทั้งสองที่คิดถึงไว้ในอ้อมกอด ความรู้สึกพอใจ
เอ่อล้นเกินขีดจ ากัดแล้ว
นี่คือลูก ๆ ของเขา ตั้งแต่เด็กก็ฉลาดและรู้ความเช่นนี้แล้ว
ในวันที่สามหลังเหล่าพี่น้องกลับมาจากชายแดนตะวันตก พี่ห้า
และคนอื่น ๆ ที่ไปสนามรบทางใต้ก็กลับมาเช่นกัน
ครั้งนี้เนื่องจากมีการมีส่วนร่วมของบุรุษสกุลโม่ กล่าวได้ว่าการ
รบของราชวงศ์ต้าซุ่นประสบชัยชนะอย่างท่วมท้น อีกทั้งกองทัพแทบ
ไม่มีการสูญเสียแต่อย่างใด สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือสงครามครั้งนี้ได้
จัดการกับปัญหาขั้นเด็ดขาด และปราบปรามสองประเทศเล็ก ๆ ที่
รบกวนราชวงศ์ต้าซุ่นมาหลายปีให้สงบลงได้
ต่อจากนี้ไป ประชาชนของต้าซุ่นก็สามารถทุ่มเทพัฒนา
บ้านเมืองภายใต้การน าของหนานอวี่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดมา
รุกรานอีก
บัดนี้ทั้งทางตะวันตกและทางใต้ไม่มีสงครามอีกแล้ว หนานอวี่ก็
ท าตามสัญญา ยินยอมให้คนสกุลโม่ไม่จ าเป็นต้องคอยเฝ้าระวังที่
ชายแดน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตของพวกเขาที่ซีเป่ยต่อไปได้
ในช่วงเวลานี้ เฮ่อจือหร่านได้ขยายกิจการอย่างไม่หยุดยั้ง
ปัจจุบัน การเลี้ยงกระต่ายของสกุลโม่เติบโตถึงระดับหนึ่ง ไม่
เพียงคนในสกุลโม่เท่านั้นที่เลี้ยงกระต่าย แต่ยังชักน าผู้คนในหมู่บ้าน
ซีหลิ่งให้ท าด้วย
พวกเขาซื้อลูกกระต่ายจากสกุลโม่ไป โดยที่คนสกุลโม่สอน
วิธีการเลี้ยง เมื่อกระต่ายโตเต็มวัย คนสกุลโม่ก็จะรับซื้อคืน
เมื่ออากาศเย็นลง เสื้อผ้าที่ท าจากขนกระต่ายถ่าทู่ได้รับความ
นิยมมากจากคนในยุคนี้
เฮ่อจือหร่านได้สร้างโรงผลิตตัดเย็บเสื้อผ้าขึ้นในหมู่บ้านซีหลิ่ง
จ้างงานหญิงชาวบ้านจากบริเวณโดยรอบมาท างาน ค านวณค่าแรง
ตามจ านวนที่ท าได้
นางเป็นคนใจกว้างอยู่แล้ว จึงให้ค่าแรงที่สูง ท าให้สตรีในละแวก
นั้นสามารถหาเงินได้มากกว่าการท างานด้วยตนเอง การผลิตเสื้อผ้า
จากชนกระต่ายถ่าทู่ท าให้รายได้ของครอบครัวในหนึ่งปีมีมากกว่า
นั้น
โดยเฉพาะเฮ่อจือหร่านที่ใช้การย้อมสีจากยุคสมัยใหม่
ผสมผสานกับรูปแบบสวยงามที่นางแนะน า เสื้อคลุมขนกระต่ายถ่าทู่
จึงถูกถังหมิงรุ่ยขายออกไปในราคาที่แพงมาก
เมื่อสตรีสามารถหาเงินได้ ฐานะของครอบครัวก็สูงขึ้นตามไป
ด้วย ผู้หญิงหลายคนที่เคยถูกรังแกในบ้าน บัดนี้กลับเป็นคนที่
สามารถเชิดหน้าชูตาได้
นี่ก็เป็นหนึ่งในจุดประสงค์หลักที่เฮ่อจือหร่านพัฒนาโรงผลิตตัด
เย็บเสื้อผ้าขึ้นมาก่อน หลังจากอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่งมานาน นาง
พบว่าสถานะของสตรีที่นี่ต ่าต้อยยิ่งนัก กระทั่งยังมีคนจ านวนมากที่
ต้องทนทุกข์กับการรังแกข่มเหงในบ้านสามี
โดยเฉพาะในครอบครัวที่ให้ความส าคัญกับบุตรชายมากกว่า
บุตรสาว หากลูกสะใภ้คลอดบุตรชายก็ยังพอไหว แต่ถ้าคลอด
บุตรสาวออกมา ชีวิตของพวกนางก็เหมือนถูกย่างอยู่บนเตาไฟเลย
ทีเดียว
ในฐานะผู้หญิง นางย่อมทนไม่ไหวจริง ๆ แต่เรื่องภายใน
ครอบครัวของผู้อื่น นางก็ไม่อาจก้าวก่ายได้ จึงท าได้เพียงใช้วิธีนี้
แก้ปัญหาอย่างถาวร
ซีเป่ยรวมถึงพื้นที่ของหมานอี๋ได้กลายเป็นเขตปกครองของโม่จิ่ว
เยี่ย กล่าวคือบริเวณทั้งหมดนี้ล้วนเป็นดินแดนของพวกเขา
แต่เดิมเฮ่อจือหร่านโน้มน้าวให้โม่จิ่วเยี่ยรับต าแหน่งท่านอ๋องและ
ขอเขตปกครอง ด้วยความตั้งใจแรกที่จะสร้างดินแดนแห่งความสุข
การสร้างดินแดนแห่งความสุขนั้น แค่ภาพลักษณ์ภายนอกที่
สวยงามยังไม่พอ นางต้องการให้ผู้คนเปลี่ยนแปลงความคิดเก่า ๆ
อย่างสิ้นเชิงด้วย และค่อย ๆ ยอมรับการใช้ชีวิตแบบใหม่
สตรีทั้งหลายรู้ดีว่านางมีความปรารถนาดี อีกทั้งพวกนางเองก็ไม่
อยากเป็นภรรยาที่ต้องคอยรับความทุกข์ยาก ดังนั้นพวกนางจึงยิ่ง
ทุ่มเทท างานมากขึ้น