ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 564 เรียกข้าว่านายท่านสาม
พวกเขาเลือกจะอยู่ซีเป่ยเพื่อเป็นเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นระดับเล็ก ๆ
บุตรชายของพวกเขาไปเป็นอาจารย์ที่ส านักศึกษา แม้ว่าชีวิตเช่นนี้
อาจจะไม่รุ่งโรจน์เหมือนกับการเป็นขุนนางใหญ่ในเมืองหลวง แต่ก็
มั่นคงและสบายใจกว่า
โม่จิ่วเยี่ยหวังอย่างจริงใจว่าพวกเขาจะสามารถอยู่ในซีเป่ยเพื่อ
ช่วยเหลือตนเอง แต่เขาไม่อาจเป็นคนเห็นแก่ตัวเช่นนั้นได้ สุดท้าย
แล้วพวกเขาทุกคนล้วนเป็นผู้มีความรู้และความสามารถ หากไปอยู่
เมืองหลวง พวกเขาอาจมีโอกาสได้แสดงความสามารถของตนมาก
ขึ้น แต่พวกเขาตัดสินใจแล้ว แม้จะเข้าใจเหตุผลอย่างชัดเจนก็ยังไม่
หวั่นไหว มุ่งมั่นจะอยู่ที่ซีเป่ยต่อไป
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกยินดีกับเรื่องนี้นัก ขณะเดียวกันก็เข้าใจแล้วว่า
พวกเขาเป็นคนที่มีน ้าใจและความภักดีอย่างแท้จริง
ท่ามกลางความวุ่นวาย วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สกุลโม่
ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ครั้งที่สองในซีเป่ย
คืนนี้แตกต่างจากที่ผ่าน ๆ มา เป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีที่
สกุลโม่ได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ขาดใครไปสักคนใน
เทศกาลปีใหม่
แม้เมื่อก่อนจะไม่มีข่าวว่าใครในสกุลโม่เสียชีวิตกลางสนามรบ
แต่ก็มักจะมีหลายคนที่ไม่อาจกลับมาร่วมฉลองปีใหม่กับครอบครัวได้
เพราะต้องปกป้องชายแดน
ฮูหยินผู้เฒ่ามีความสุขที่สุดในวันนี้ เพราะได้เห็นสามีและบรรดา
บุตรชายอยู่พร้อมหน้า และที่ส าคัญกว่านั้น ปีนี้เฮ่อจือหร่านยังให้
ก าเนิดทายาทกับสกุลโม่ เพียงมองภาพที่ทุกคนในครอบครัวก าลัง
นั่งล้อมวงกันอย่างกลมเกลียว นางก็อดหลั่งน ้าตาไม่ได้
โม่ฉิงเห็นภรรยาร้องไห้ก็ไม่จ าเป็นต้องถาม เพราะตอนนี้เขาก็
รู้สึกตื้นตันจนอยากร้องไห้เช่นกัน
บรรดาสตรีต่างพากันเข้ามาปลอบผู้เฒ่าทั้งสอง ขณะเดียวกันก็
รู้สึกซาบซึ้งว่าการได้รวมตัวกันในวันนี้ช่างยากเย็นเพียงใด
หมิงจูรู้จักเปลี่ยนบรรยากาศ เมื่อรู้สึกว่าอารมณ์ของพวกผู้ใหญ่
ไม่ค่อยดีก็ส่งเสียงออกมาเพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน
ไม่นานหมิงจูก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ ทุกคนเช็ดน ้าตา
และแย่งกันอุ้มหลานตัวน้อย
หมิงจูมีความสามารถจริง ๆ เพียงชั่วพริบตา บรรยากาศในบ้าน
สกุลโม่ก็พลิกกลับ สีหน้าของทุกคนเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มกว้าง
หกปีต่อมา…
ณ จวนหลังใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนเชิงเขาเทียนเซียงทางทิศ
ตะวันตกเฉียงเหนือของซีเป่ย
นี่คือจวนของอ๋องตะวันตกที่หูชงพาคนมาสร้างด้วยตนเองโดย
ใช้เวลากว่าครึ่งปี
จวนแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ภายในก าแพงนอกจากสิ่งอ านวย
ความสะดวกที่จ าเป็นแล้ว ยังมีเรือนที่แยกเป็นเอกเทศอีกกว่าสิบแห่ง
เมื่อมองเพียงผิวเผิน รูปแบบของมันคล้ายคลึงกับบ้านที่สกุลโม่สร้าง
ขึ้นตรงเชิงเขาที่หมู่บ้านซีหลิ่งมาก
สิ่งส าคัญที่สุดคือจวนอ๋องตั้งอยู่ติดกับภูเขาใหญ่ บนภูเขาเต็มไป
ด้วยต้นไม้ผลและต้นชานานาชนิด มองจากไกล ๆ ก็ท าให้ผู้คนรู้สึก
สบายใจและอารมณ์เบิกบาน
วันนี้เป็นวันที่อากาศสดชื่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจื
อหร่านต่างสวมชุดล าลองเดินอยู่บนถนนการค้าซีเป่ยที่ผู้คนหลั่งไหล
ไปมา
ถนนการค้าคึกคักไปด้วยผู้คนตลอดทั้งปี แต่ส่วนใหญ่เป็นแขก
จากต่างถิ่นที่มาเยือนเพราะได้ยินชื่อเสียง
เนื่องจากชาวบ้านในเขตปกครองต่างยุ่งกับการท างานในเวลานี้
พวกเขาจึงไม่มีเวลามาเดินเล่นตามถนน
พวกเขาจะมาที่นี่เพื่อใช้จ่ายเงินที่หามาได้จากการท างานหนักก็
ต่อเมื่อถึงตอนเย็นเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่าดินแดนซีเป่ยในปัจจุบัน
แทบไม่มีใครว่างงานเลย
เพราะหวังเฟยของพวกเขาเก่งกาจเหลือเกิน นางเปิดโรงผลิต
มากมาย ประชาชนภายใต้การปกครองของนางขอเพียงเต็มใจ
ท างานก็สามารถหางานที่มั่นคงและมีรายได้ดีได้
พวกเด็ก ๆ ก็เช่นกัน ทุกวันนี้ไม่ว่าจะชายหรือหญิงต่างต้องไปที่
ส านักศึกษา
ไม่เพียงเท่านั้น ชนบทของซีเป่ยยังสามารถปลูกพืชที่ให้ผลผลิต
สูงหลากหลายชนิดได้ หลังจากเก็บเกี่ยวและจ่ายภาษีธัญพืชแล้ว
ธัญพืชที่เหลือนอกจากใช้บริโภคในครัวเรือน ที่เหลือยังสามารถขาย
ให้กับพ่อค้าธัญพืชจากต่างถิ่น ท าให้มีรายได้ต่อปีเป็นจ านวนมาก
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยยืนอยู่บนถนนการค้าสายนี้ซึ่งถูกสร้าง
ขึ้นเมื่อห้าปีก่อน เป็นปีที่สองหลังพี่น้องสกุลโม่มีชัยจากศึกกลับมา
ถนนสายนี้ถูกเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยวางแผนและออกแบบ
ร่วมกัน
ตลอดทั้งสองฝากฝั่งของถนนเต็มไปด้วยร้านค้าที่มีขนาดและ
รูปแบบเหมือนกันทั้งหมด ตอนที่ถนนการค้าสร้างเสร็จ เฮ่อจือหร่าน
เสนอให้เปิดรับการลงทุนจากภายนอก แต่ในตอนนั้นไม่มีใคร
มองเห็นถึงการค้าที่ดีของที่นี่ พวกพ่อค้าทั้งหลายจึงต่างคิดว่าหวังเฟ
ยของท่านอ๋องตะวันตกช่างเพ้อฝัน สร้างร้านค้าพวกนี้ขึ้นมาในแดน
ซีเป่ยที่แห้งแล้ง เพื่อเรียกร้องความสนใจและหาเงินเท่านั้น
การหาเงินนั้นไม่ผิด แต่เฮ่อจือหร่านต้องการหาเงินจ านวนมาก
และในขณะเดียวกันก็หวังว่าซีเป่ยจะสามารถดึงดูดการค้าบางอย่างที่
นางคิดไม่ถึง
ใครจะรู้ว่าคนพวกนั้นไม่ยอมรับวิธีการของนางเลย กระทั่งตอน
เริ่มขายร้านค้าก็ไม่มีใครสนใจแม้แต่คนเดียว คนอื่นอาจมองไม่เห็น
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าถังหมิงรุ่ยจะเป็นเหมือนกัน เขาร่วมท า
การค้ากับเฮ่อจือหร่านมานาน จะไม่รู้ถึงคุณค่าในอนาคตของร้านค้า
เหล่านี้ได้อย่างไร
เวลานี้แม้ถังหมิงรุ่ยจะหาเงินได้บ้างแล้ว แต่การจะซื้อร้านค้าทั้ง
ถนนก็ยังเป็นเรื่องที่กดดันส าหรับเขามาก
แต่หากจะยอมทิ้งโอกาสอันดีเพียงเพราะความยากล าบาก
เล็กน้อยนี้ก็คงไม่ใช่ถังหมิงรุ่ยแล้ว
ถังหมิงรุ่ยกู้เงินจากโรงรับจ าน าที่ไหนสักแห่งมา ในที่สุดเขาก็ซื้อ
ร้านค้าส่วนใหญ่บนถนนการค้าซีเป่ยได้ส าเร็จ ร้านค้าเหล่านี้เขาไม่
คิดจะโอนย้ายให้ผู้อื่นเพื่อท าก าไรส่วนต่าง หลังจากที่ถนนการค้า
เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาในอนาคต เขาเพียงต้องการใช้ร้านทั้งหมดท า
การค้าร่วมกันกับสกุลโม่
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านไม่ชอบท าการค้า นางจ าใจ
ต้องเป็นผู้จัดหาสินค้า ยามนี้สินค้าทั้งหมดที่ผลิตจากโรงผลิตและ
จากสกุลโม่ล้วนร่วมมือกับถังหมิงรุ่ยทั้งนั้น
ตอนนี้กิจการของถังหมิงรุ่ยเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ขยายไปทั่วทั้ง
ต้าซุ่นและประเทศเล็ก ๆ โดยรอบแล้วเมื่อปีก่อน ภายใต้การแนะน า
ของเมิ่งไห่หนิง เขาได้มอบเงินที่หามาได้ให้ราชส านัก เป็นค่าใช้จ่าย
ในการสร้างคลองขนาดใหญ่และเขื่อนของต้าซุ่น
ด้วยการท าคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่นี้ หนานอวี่ย่อมไม่ท าให้
ถังหมิงรุ่ยผิดหวัง จึงมอบแผ่นป้ายทองค าจารึกอักษรตัวใหญ่ว่า
‘พ่อค้าหลวงแห่งต้าซุ่น’
ถังหมิงรุ่ยจึงได้กลายเป็นพ่อค้าหลวงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ซึ่งเร็วกว่าสิ่งที่อยู่ในประวัติศาสตร์ที่โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านรู้จักถึง
ห้าปี
ถนนการค้ามีร้านค้ามากมาย แต่กิจการที่ถังหมิงรุ่ยและเฮ่อจือห
ร่านร่วมมือกันก็มีหลากหลายประเภท จึงไม่ต้องกังวลว่าร้านค้า
จ านวนมากเหล่านี้จะถูกทิ้งร้าง
ร้านค้าที่เหลืออีกจ านวนหนึ่ง หลังจากถังหมิงรุ่ยเปิดร้านต่าง ๆ
และกระตุ้นการค้าขายของถนนการค้าขึ้นมาแล้วก็ถูกกวาดต้อนไป
จนหมด คนที่แต่เดิมไม่เห็นคุณค่าของที่นี่ ตอนนี้คงเสียใจจนล าไส้
กลายเป็นสีเขียวแล้ว
ปัจจุบันร้านค้าในย่านการค้านี้แม้จะใช้เงินมหาศาลก็หาไม่ได้อีก
ในเมื่อคนยังหาเงินไม่พอ ใครเล่าจะยอมขายร้านของตน
ออกไป?
ถนนการค้าเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งคนรวยจากทุก
ภูมิภาคของต้าซุ่นต่างอยากมาเปิดหูเปิดตาที่นี่
สองสามีภรรยาก าลังเดินเตร่ไปอย่างสบายอารมณ์
“คุณชายเก้า ฮูหยินเก้า…”
เสียงนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก ทั้งคู่หันหน้าไป ก่อนจะเผยสีหน้า
ประหลาดใจพร้อมกัน
“องค์จักรพรรดิ…”
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งเอ่ยออกมาได้ค าเดียวก็ถูกหนานอวี่ยกมือขึ้นท า
เป็นสัญญาณให้เงียบเสียง
หนานอวี่ดูมีความเฉียบขาดมากกว่าเมื่อหกปีก่อน ทั้งยังดูเป็น
ผู้ใหญ่ขึ้นมาก แต่ความชอบธรรมอันยิ่งใหญ่ของเขายังคงมีอยู่
เหมือนเดิม
“เรียกข้าว่านายท่านสามก็พอ”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านมองหน้ากันแล้วยิ้ม
“นายท่านสามมาถึงซีเป่ยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ท าไมไม่แจ้งให้พวก
ข้าสามีภรรยาไปต้อนรับเล่า?”
หนานอวี่โบกพัดในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ข้าเพิ่งมาถึงวันนี้เอง ตั้งใจว่าจะเดินเล่นที่ถนนการค้าที่มี
ชื่อเสียงที่สุดของต้าซุ่นก่อน ไม่คิดว่าจะได้พบกับท่านทั้งสอง”
เมื่อพูดถึงถนนการค้า ดวงตาของเฮ่อจือหร่านเต็มไปด้วยความ
ภาคภูมิใจ นี่คือสิ่งที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายเพื่อสร้างขึ้นมา
“นายท่านสามคิดว่าถนนการค้าแห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”