ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 565 คุณชายเก้าไม่เต็มใจเลี้ยงอาหารข้าหรือ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 565 คุณชายเก้าไม่เต็มใจเลี้ยงอาหารข้าหรือ
“ถนนการค้าแห่งนี้ย่อมกลายเป็นจุดเด่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ
ต้าซุ่นของข้า ไม่ใช่เพียงถนนการค้าเท่านั้น ข้ายังเห็นว่าทั้งเมืองก็
สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย หากไม่ใช่เพราะข้าได้เห็นกับตา
ตนเอง คงนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเมืองจะถูกสร้างขึ้นมาได้เช่นนี้”
หนานอวี่พูดด้วยความมั่นใจ ไม่มีความคลุมเครือแม้แต่น้อย
นับตั้งแต่เขาสืบทอดบัลลังก์ สงครามที่ท าให้คนปวดหัวก็ถูกบุรุษสกุล
โม่แก้ไขอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น เขาก็ทุ่มเทเวลาไปกับการพัฒนา
บ้านเมืองในด้านต่าง ๆ
เริ่มแรกเป็นการท าให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งต้อง
ขอบคุณโม่จิ่วเยี่ยที่มอบเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงกับเขา ตอนนี้
ภายในราชวงศ์ต้าซุ่น ตราบใดที่ไม่ใช่คนขี้เกียจก็จะไม่มีใครต้องหิว
โหยอีกต่อไป
เมื่อปัญหาความเป็นอยู่ที่ใหญ่หลวงที่สุดถูกแก้ไขแล้ว ที่เหลือ
คือการพัฒนาในด้านต่าง ๆ
หนานอวี่ย่อมมีแผนการของตัวเอง แต่หลังจากได้เห็นการ
ปกครองดินแดนของโม่จิ่วเยี่ย เขาก็ล้มเลิกความคิดที่เคยวางแผนไว้
ทั้งหมด
เหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้ของเขาจะไม่สูญเปล่าเลยจริง ๆ
เพราะในดินแดนแห่งนี้ มีความคิดดี ๆ มากมายที่เขาน าไปปรับ
ใช้ได้
“เมื่อครู่ข้าเห็นร้านอาหารและร้านขนมหลากหลายในย่าน
การค้า คุณชายเก้ากับฮูหยินไม่คิดจะแสดงน ้าใจของเจ้าบ้านสัก
หน่อยหรือ?”
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยหากไม่เข้าใจค าพูดนี้ก็คงกลายเป็นคน
โง่แล้ว ความหมายของหนานอวี่คือต้องการให้พวกเขาสามีภรรยา
เลี้ยงอาหาร
นี่ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงพอดี เป็นเวลาเหมาะจะทานอาหาร
แต่ร้านอาหารบนถนนการค้านั้นไม่ธรรมดา ทุกวันเมื่อถึงเวลา
อาหารจะต้องแน่นขนัดแน่นอน โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านออกมาครั้ง
นี้โดยไม่ได้พาผู้ติดตามมาด้วย จึงไม่อาจส่งคนไปต่อแถวล่วงหน้าได้
ทั้งยังออกค าสั่งห้ามอย่างเข้มงวดว่าห้ามผู้ใดใช้ความสัมพันธ์
ส่วนตัวไปแทรกแซง แม้แต่ตัวเขาซึ่งเป็นอ๋องตะวันตกเองก็ไม่มีสิทธิ์
ยกเว้น
เห็นโม่จิ่วเยี่ยยังคงไม่ขยับ หนานอวี่จึงถามด้วยสีหน้างุนงง “เป็น
อะไรไป? คุณชายเก้าไม่เต็มใจเลี้ยงอาหารข้าหรือ?”
ขณะนั้นเองพี่แปดที่ก าลังพยุงภรรยาท้องโตของเขาเดินเข้ามา
ใกล้ ก็เห็นน้องเก้ากับน้องสะใภ้ทันที่
“น้องเก้า น้องสะใภ้เก้า พวกเจ้าก็อยู่ที่นี่เหมือนกันหรือ?”
จากนั้นเขาก็มองไปทางหนานอวี่และผู้ติดตามของเขา “น้องเก้า
คนผู้นี้คือ?”
โม่ชูหานไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับหนานอวี่มาก่อน จึงไม่รู้ชัดถึง
ตัวตนของบุคคลตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ใช่คนไร้ไหวพริบเสียทีเดียว
แม้หนานอวี่จะยิ้มอ่อนโยน แต่ก็ไม่อาจเก็บซ่อนกลิ่นอายของผู้มี
อ านาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขาได้
ที่นี่คือถนนใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงหนานอวี่ แม้แต่โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจื
อหร่านก็ก าลังพยายามปกปิดตัวตนสุดความสามารถ พวกเขาจึงไม่
สะดวกจะเปิดเผยตัวตนของหนานอวี่
“เป็นแขกผู้สูงศักดิ์ที่มาจากเมืองหลวง เรียกเขาว่านายท่านสาม
ก็พอ”
โม่ชูหานเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจรายละเอียดมาตลอด แม้จะเห็น
ว่าหนานอวี่มีท่าทางผิดจากคนธรรมดาก็ไม่ได้คิดลึกซึ้งไปกว่านั้น
“ในเมื่อเป็นสหายจากเมืองหลวง น้องเก้าก็เลยเชิญเขามาทาน
อาหารที่ถนนการค้านี้หรือ?”
ขณะที่กล่าว เขาก็เหลือบมองร้านหม้อไฟที่อยู่ไม่ไกล แล้วส่าย
หัวอย่างจนปัญญา
“จุ๊ ๆ …ถึงเวลาอาหารแล้ว การหาร้านทานอาหารบนถนนการค้า
แห่งนี้ช่างยากเย็นจริง ๆ …”
ค าพูดนี้กลับปลุกความอยากรู้อยากเห็นของหนานอวี่ขึ้นมา
“หรือว่าคุณชายเก้าจะต้องเข้าแถวเพื่อทานอาหารแม้จะอยู่ใน
เขตปกครองของตัวเองด้วย?”
ก่อนที่โม่จิ่วเยี่ยจะได้ตอบ โม่ชูหานก็รีบพูดขึ้นมา
“นี่เป็นกฎที่น้องเก้าและภรรยาของเขาตั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็
ตาม หากต้องการทานอาหารหรือซื้อของในเขตปกครองก็จะต้องเข้า
แถว แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่มีสิทธิพิเศษใด ๆ”
หนานอวี่ทอดสายตาส ารวจไปยังโม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยอธิบายว่า “ไม่มีกฎเกณฑ์ย่อมไม่มีความเป็นระเบียบ
หากต้องการให้เกิดความเป็นระเบียบที่ดี ทุกคนต้องท าตาม โดยเริ่ม
จากตัวข้าเองก่อน”
หนานอวี่พยักหน้าเห็นด้วย “กล่าวได้ดียิ่งนัก ไม่มีกฎเกณฑ์ย่อม
ไม่มีความเป็นระเบียบ เรารับเอาไปใช้แล้ว”
เขาพลั้งปาก ถึงกับเผลอเรียกตัวเองว่า ‘เรา’ ออกมา
โม่ชูหานไม่ปล่อยผ่านค าเรียกตัวเองนี้ไป เขาเบิกตากว้าง จ้อง
มองหนานอวี่อยู่นาน
หนานอวี่ใช้ก ามือจรดริมฝีปากกระแอมเบา ๆ เป็นสัญญาณให้
โม่จิ่วเยี่ยรีบช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้เขา
“พี่แปด อย่าเพิ่งกังวลกับเรื่องพวกนี้เลย ไว้กลับถึงบ้านแล้วข้าจะ
อธิบายให้ท่านฟัง”
โม่จิ่วเยี่ยอธิบายจบและเห็นว่าพี่แปดไม่ถามต่อแล้ว จึงชี้ไปยัง
ร้านค้าหลายแห่งเบื้องหน้า กล่าวว่า
“ไม่รู้ว่านายท่านสามชอบอาหารแบบไหน วันนี้ข้าจะเลี้ยงอาหาร
กลางวันท่านเอง”
ท าตัวเป็นเจ้าบ้านได้ แต่ต้องเข้าแถวตามล าดับ อย่างไรก็ตาม
เมื่อพี่แปดได้พูดไว้อย่างชัดเจนแล้ว แม้จักรพรรดิจะมาเยือน โม่จิ่ว
เยี่ยก็ไม่ยกเว้นกฎนี้ให้เป็นพิเศษ กฎก็คือกฎ ไม่มีใครสามารถ
เปลี่ยนแปลงได้
หนานอวี่แต่เดิมไม่ได้มีความอยากอาหารมากนัก เพราะเขา
เติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่ยากล าบาก
แต่ระหว่างทางมาซีเป่ย เขาก็ได้พบโรงเตี๊ยมที่มีชื่อโรงเตี๊ยมถังจี้
อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน โรงเตี๊ยมถังจี้ล้วนแสดงให้เห็นถึง
ลูกค้าที่เนืองแน่น จากสิ่งนี้บ่งบอกถึงระดับความนิยมของกิจการ
หนานอวี่สงสัยว่าเหตุใดร้านอื่น ๆ จึงไร้ผู้คน แต่ร้านค้าในนาม
ถังจี้กลับคับคั่งไปด้วยลูกค้า
เพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตน เขาจึงพาผู้ติดตาม
ไปรับทานอาหารที่โรงเตี๊ยมถังจี้แห่งหนึ่ง จากนั้นจึงได้รู้ว่าอาหารของ
โรงเตี๊ยมถังจี้พิเศษจริง ๆ แม้แต่อาหารในวังก็ยังสู้ความอร่อยนี้ไม่ได้
ไม่แปลกใจเลยที่โรงเตี๊ยมของพวกเขาจะรุ่งเรืองถึงเพียงนี้
“ข้าเห็นร้านหม้อไฟถังจี้หลายแห่งตามเส้นทางเต็มไปด้วยผู้คน
ด้วยไม่อยากเสียเวลาต่อแถว จึงไม่ได้ไปลิ้มลอง ไม่สู้พวกเราลองไป
ชิมหม้อไฟกันดีกว่า”
หม้อไฟ……
เป็นสถานที่ที่มีคนเข้าแถวยาวที่สุดในย่านการค้าทั้งหมด เพิ่งถึง
เวลาอาหาร หน้าร้านหม้อไฟก็มีแถวยาวเหยียดต่อไว้แล้ว
ที่จริงหนานอวี่เพียงแค่ต้องการทดสอบว่าโม่จิ่วเยี่ยจะยอมเข้า
แถวจริงหรือไม่ ในเขตปกครองของตัวเอง โม่จิ่วเยี่ยไม่เคยต่อแถว
จริง ๆ เพราะอาหารที่สามารถทานได้ในร้านอาหารเหล่านี้ ห้องครัว
ในจวนอ๋องของเขาก็สามารถท าได้ อีกทั้งยังอร่อยกว่าที่ร้านพวกนี้
ท าเสียอีก
เขามองความตั้งใจของหนานอวี่ออก อีกฝ่ายแค่ต้องการทดสอบ
เขาเท่านั้นไม่ใช่หรือ?
“หากเป็นเช่นนั้น ขอนายท่านสามอย่าได้ถือสา พวกเราไปต่อ
แถวด้วยกันเถอะ”
หลังรอนานเกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็มีที่นั่งว่างส าหรับพวกเขา
ในร้านหม้อไฟ
นี่เป็นครั้งแรกที่หนานอวี่ได้ลิ้มลองหม้อไฟ และไม่ต้องสงสัยเลย
ว่าเขาชอบวิธีการทานอาหารแบบนี้
เขารู้สึกจริง ๆ ว่าการรอครึ่งชั่วยามนี้คุ้มค่า หลังจากทานหม้อไฟ
เสร็จ พวกเขาก็เดินเที่ยวเล่นในเขตปกครองไปอย่างไร้จุดหมาย
การก่อสร้างภายในเขตปกครองรวมถึงโรงผลิตต่าง ๆ โม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่านไม่ได้ปิดบังอะไรหนานอวี่เลย
จากความเจริญรุ่งเรืองภายในเขตปกครอง หากไม่มีเงินทอง
จ านวนมหาศาลสนับสนุนก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะท าได้ถึงเพียงนี้ การที่
พวกเขาไม่ปิดบังสิ่งเหล่านั้นจากหนานอวี่ ก็เพื่อขจัดความสงสัยของ
เขา
เงินทองที่หาได้ทั้งหมดล้วนวางอยู่บนโต๊ะอย่างเปิดเผย พวกมัน
เป็นรายได้จากกิจการเหล่านี้ แล้วเขาจะยังมีอะไรให้สงสัยอีกเล่า?
นี่คือเหตุผลจริง ๆ ที่เฮ่อจือหร่านเต็มใจพาหนานอวี่มาดู
หนานอวี่มองชื่อโรงผลิตตลอดทาง ราวกับเขากลายเป็นเด็ก
จอมสงสัยไปเสียแล้ว
“คุณชายเก้า ฮูหยินเก้า นมผงที่อร่อยยิ่งกว่านมวัวผลิตที่นี่ใช่
หรือไม่?”
“ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเราเลี้ยงวัวนมมากมายในเขตปกครองและที่
หมานอี๋ ผลผลิตนมได้ปริมาณมหาศาล แต่ไม่สะดวกในการเก็บ
รักษา เมื่อใช้วิธีพิเศษของข้าในการผลิตเป็นนมผง ก็สามารถ
จ าหน่ายไปยังที่ต่าง ๆ ได้มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น นมยังแบ่งออกเป็น
หลายประเภท เหมาะส าหรับการบริโภคของผู้คนหลากหลายกลุ่ม”
เฮ่อจือหร่านตั้งใจพูดถึงวิธีการผลิตพิเศษเพื่อบอกกับหนานอวี่
อย่างชัดเจนว่า แม้เขาจะเห็นว่าก าไรจากนมผงนั้นมหาศาลราวกับ
ท้องฟ้า แต่อย่าคิดจะมาหาผลประโยชน์จากนางเป็นอันขาด