ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 60 วิธีระบายอารมณ์ของโม่จิ่วเยี่ย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 60 วิธีระบายอารมณ์ของโม่จิ่วเยี่ย
เฮ่อจือหร่านนั่งมองเขาด้วยความสนใจอยู่ริมฝั่ง
โม่จิ่วเยี่ยมีพละก าลังภายในร่างกาย เมื่อเดินลงไปในน ้าเขาจึงไม่
รู้สึกถึงแรงต้านใด ๆ
เมื่อน ้าในแม่น ้าสูงเกือบถึงต้นขา ชายหนุ่มจึงหยุดเดินต่อ
เขาจ้องมองผิวน ้าอย่างจดจ่อ จากนั้นก็แทงไม้ลงไปใต้น ้าอย่าง
คล่องแคล่ว
เมื่อยกขึ้นมาก็เห็นปลาไนตัวใหญ่สองตัวดิ้นพล่านอยู่ปลายไม้
ท าให้ผู้คนที่มองดูอยู่บนฝั่งส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ
เฮ่อจือหร่านเพิ่งจะลุกขึ้นยืน ปลาไนสองตัวนั้นก็ถูกโม่จิ่วเยี่ย
โยนลงบนพื้นหญ้าตรงหน้านาง
พี่สะใภ้ทั้งหลายและโม่หานเยี่ยวิ่งเข้ามาแย่งกันท าความสะอาด
ปลา
เหล่าเจ้าหน้าที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกยินดี เพราะดูท่าคืนนี้พวกเขาคง
จะได้กินอาหารแสนอร่อยอีกแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นสายตาหรือการเคลื่อนไหวของโม่จิ่วเยี่ยล้วนว่องไว
เด็ดขาดกว่าเฮ่อจือหร่านมาก
ปลาไนตัวใหญ่สด ๆ ถูกเขาโยนขึ้นบนฝั่งอย่างต่อเนื่อง
หลังเห็นพี่สะใภ้ทั้งหลายแย่งปลาไปจัดการกัน เฮ่อจือหร่านจึง
หยิบถุงน ้าของพวกนางมาและเดินออกไปไกลสักหน่อย เพื่อเติมน ้าที่
ริมแม่น ้า
ตอนนั้นเองนางแกล้งท าเป็นจุ่มถุงน ้าลงในแม่น ้า ทว่านิ้วมือข้าง
หนึ่งกลับปิดหยุดอยู่ที่ปากถุง
ด้วยการใช้จิตส านึก นางค่อย ๆ ดึงน ้าจากเครื่องกรองน ้าใน
พื้นที่มิติเข้าไปในถุงน ้านั้น
แม้ว่าน ้าในแม่น ้ายุคโบราณจะไม่มีมลพิษมากนัก แต่ก็ยังมีพวก
แบคทีเรียจ านวนมากอยู่
ในสถานการณ์ที่ยากล าบากเช่นนี้ นางพยายามเลือกน ้าดื่มที่
สะอาดและถูกหลักสุขอนามัยให้กับคนในครอบครัวได้ดื่ม
ไม่รู้โม่จิ่วเยี่ยโชคดีหรืออย่างไร ในสายตาของเฮ่อจือหร่าน
เหมือนปลาทั้งหมดในแมน ้าวิ่งว่ายมาหาเขา
นางเห็นเขาเคลื่อนไหวไม่มีหยุด คอยโยนปลาขึ้นฝั่งมาอย่าง
ต่อเนื่อง
และปลาที่เขาจับได้ไม่ได้มีเพียงปลาไน แต่ยังมีปลาชนิดอื่น ๆ
ด้วย
อย่างเช่น ปลาดุกและปลาตะเพียน เป็นต้น
พี่สะใภ้ทั้งหลายวิ่งไปมาไม่หยุดหย่อน เพื่อน าปลาที่เขาจับได้ไป
จัดการต่อ
คนในตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยก็วิ่งมาช่วยอีกแรงเช่นกัน
ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ทุกคนก็ยังคงงานยุ่งจนหัวหมุน จะเห็นได้ว่า
ความเร็วในการจับปลาของโม่จิ่วเยี่ยนั้นน่าตกใจเพียงใด
เมื่อเห็นกองปลาสูงราวกับภูเขาลูกเล็ก ๆ เฮ่อจือหร่านจึงอด
เตือนเขาไม่ได้
“ท่านพี่ พวกเรามีปลามากพอแล้ว”
ความจริงแล้ว ทุกคนไม่รู้หรอกว่าโม่จิ่วเยี่ยดูเหมือนก าลังจับปลา
ในแม่น ้านั้นก าลังระบายอารมณ์อยู่
ความหม่นหมองในจิตใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา ท าให้เขารู้สึก
เหมือนหายใจไม่ออก
มีเพียงการท าเช่นนี้เท่านั้น เขาถึงจะรู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์
บ้าง
เมื่อได้ยินเสียงเอ่ยเตือนของเฮ่อจือหร่าน
โม่จิ่วเยี่ยจึงหยุดมือลง และลุยน ้าเดินขึ้นมายังฝั่ง
ขากางเกงของเขาเปียกชุ่ม ทั้งยังไม่มีเสื้อผ้าส าหรับเปลี่ยนใส่
โชคดีที่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงหน้าร้อน เพียงปล่อยไว้ให้ลมพัดสัก
พักก็แห้งแล้ว
ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากลับเข้าใจบุตรชายของตนเองดีที่สุด นางรู้ว่า
เพราะสกุลโม่ถูกเนรเทศอย่างไม่เป็นธรรม เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจ
นางเดินเข้ามาหาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ พลาง
เช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้โม่จิ่วเยี่ย คิดอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่
กลับลังเล
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยที่ได้ระบายความรู้สึกในใจออกไปบ้าง ก็รู้สึกเบาใจ
ขึ้นมากแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางล าบากใจของมารดา เขาจึงเอ่ยปลอบเบา ๆ
“ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะ ข้าจะพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป หากยังมี
โอกาส ข้าจะต้องล้างแค้นให้คนสกุลโม่ และท าให้ท่านกับพี่สะใภ้ทุก
คนได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอีกครั้ง”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้ารับ “ขอเพียงเจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว จงมองไป
ข้างหน้าเสมอ ข้าเชื่อว่าสวรรค์จะไม่รังแกคนสกุลโม่ตลอดไปหรอก”
พวกเขาก าลังพูดคุยกันเบา ๆ อยู่ตรงนั้น ส่วนริมแม่น ้าก็
เจื้อยแจ้วขึ้นมาแล้ว
สตรีจากสามตระกูลล้อมวงกัน เพื่อท าความสะอาดปลาที่โม่จิ่ว
เยี่ยจับได้
ทุกคนปิดบังความยินดีบนใบหน้าไม่อยู่
ในหมู่พวกนางมีผู้ใดบ้างที่ไม่ได้เกิดมาในตระกูลใหญ่ ตั้งแต่เด็ก
ก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย รอบกายก็มีคนรับใช้มากมายคอยปรนนิบัติ
แต่ตอนนี้ต้องลงมือท ากินกันเอง กลับรู้สึกสนุกสนาน จนลืม
เลือนความเป็นจริงไปได้ชั่วขณะ
เฮ่อจือหร่านคิดว่าหากละทิ้งค าว่าเนรเทศและฐานะของพวกนาง
ในตอนนี้ไป ความเป็นอยู่เช่นนี้ก็เหมือนการท่องเที่ยวผจญภัยใน
ชาติก่อน
แม้ว่าจะต้องท าทุกอย่างด้วยตัวเองและใช้ชีวิตอย่างล าบากสัก
หน่อย แต่ความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างไร้ขีดจ ากัดนั้น
ช่วยให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกผ่อนคลายได้จริง ๆ
แต่การเดินทางเนรเทศครั้งนี้ มีเพียงคนบางส่วนเท่านั้นที่มี
ความรู้สึกสบายใจได้
ตอนนี้ตระกูลเหอกับตระกูลหลี่ ต่างราวกับมีเปลวไฟลุกโชนใน
ดวงตา ทุกสายตาจ้องมองเหล่าหญิงสาวที่ก าลังยุ่งอยู่ริมแม่น ้าอย่าง
ดุดัน
พวกเขามองปลาที่พวกนางก าลังจัดการอยู่ในมือ พลางคิด
อยากจะวิ่งเข้าไปแย่งมาสักหน่อย
แต่น่าเสียดายที่มีเจ้าหน้าที่มากมายคอยเฝ้าดูอยู่ พวกเขาจึงได้
แต่คิดอยู่ภายในใจเท่านั้น…
สตรีทั้งหลายพูดคุยกันไม่หยุดอยู่ริมแม่น ้า
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าว่าปลามากมายขนาดนี้ หากพวกเรากินไม่
หมดแล้วมันจะเน่าเสียหรือไม่”
“น้องเก้าช่างเก่งกาจจริง ๆ จับปลาได้เยอะขนาดนี้เพียงครั้งเดียว
เขาคงไม่ได้คิดเลยว่าจะกินจนหมดหรอกนะ”
“พี่สะใภ้เก้า คืนนี้พวกเราจะได้กินจนอิ่มท้องเลยใช่หรือไม่”
“สะใภ้เฮ่อ ข้าอยู่มาครึ่งชีวิตแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ล้างปลาด้วย
ตัวเอง บอกตามตรง มันง่ายกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”
เซี่ยหลินตัวน้อยไม่กลัวปลาสกปรก เขากอดปลาตัวใหญ่วิ่งมา
หาเฮ่อจือหร่าน
“อาสะใภ้ท่านดูสิ ปลามันก าลังมองข้าอยู่!”
เมื่อชาติก่อน สภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตของเฮ่อจือหร่านยาก
นักที่จะได้พบเจอเด็ก ๆ หลังเห็นท่าทางเซี่ยหลินที่ดูเหมือนลูกเสือ*
[1]แล้ว ในใจก็เกิดความรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาทันที่
นางลูบหัวเซี่ยหลินเบา ๆ
“หลินเอ๋อร์ เป็นเด็กดีนะ อาสะใภ้จะให้เจ้ากินขนม”
พูดจบ เฮ่อจือหร่านก็ส่งจิตส านึกเข้าไปในพื้นที่มิติ และใช้แขน
เสื้อบดบังสายตา หยิบน ้าตาลก้อนจากตู้เครื่องปรุงในครัวออกมาสอง
ก้อน
“หลินเอ๋อร์ไปกินเงียบ ๆ นะ อย่าให้คนเลวพวกนั้นแย่งไปได้
เชียว”
สุดท้ายแล้วเขายังเป็นเด็ก พอเฮ่อจือหร่านพูดถึงคนเลว เซี่ย
หลินก็หันมองไปทางคนตระกูลเหอและตระกูลหลี่โดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นก็เห็นแววตาลุกโชนจากคนพวกนั้น เซี่ยหลินพลันต้อง
หดคอลงเล็กน้อย
เพื่อไม่ให้น ้าตาลก้อนตกไปอยู่ในมือของคนเลว เขาจึงรีบยัดเข้า
ปากทันที่ โยนปลาที่กอดไว้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งไปหาบิดา
เฮ่อจือหร่านมองตามเซี่ยหลินที่วิ่งจากไป แล้วเลือกปลาบางส่วน
จากปลาที่เหล่าสตรีจัดการเสร็จแล้วมา
โม่จิ่วเยี่ยช่างสังเกตมาก เขาตามนางไปช่วยหาหินก้อนใหญ่มา
สองสามก้อน และสร้างเตาอย่างง่าย ๆ แล้วนั่งยองอยู่ข้างกายเพื่อ
คอยช่วยก่อไฟ
บุรุษจากตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยเห็นดังนั้น ก็ท าตามโม่จิ่วเยี่ย
ก่อนจะสร้างเตาขึ้นมาได้
สกุลโม่ยังมีน ้าใจ มอบหม้อเหล็กใหญ่ให้พวกเขา ทั้งยังให้
ธัญพืชและผักมาอีกด้วย
หากพวกเขายังกินของที่คนอื่นท าจนเสร็จสรรพอยู่ต่อไป ก็คง
พูดอะไรไม่ได้
หม้อเหล็กใบใหญ่ทั้งสามใบถูกยกตั้ง เฮ่อจือหร่านรับผิดชอบ
ท าอาหารเย็นให้กับสกุลโม่ ส่วนตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยก็ทยอย
กลับไปยังกลุ่ม เริ่มจัดการท าอาหารเย็น
เผิงวั่งรู้ดีว่าอาหารเย็นของสกุลโม่ ต้องมีส่วนแบ่งมาให้พวกเขา
แน่นอน จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปเก็บกิ่งไม้แห้งมาให้ ด้วยวิธีนี้ พวกเขาก็
นับว่ามีส่วนร่วมด้วยแล้ว
สตรีตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางไม่ค่อยมีฝีมือท าอาหารเท่าไหร่
แต่พวกนางต่างก็ลอกเลียนแบบวิธีการของเฮ่อจือหร่านทั้งหมด
ครึ่งชั่วยามต่อมา ปลาตุ๋นที่มีทั้งสีสัน กลิ่นหอม และรสชาติอันล ้า
เลิศของสกุลโม่ก็เสร็จสมบูรณ์
เพียงฝาหม้อเปิดออก กลิ่นหอมของอาหารก็โชยไปไกล
คราวนี้พวกเขาไม่ต้องมาคิดว่าควรจะแบ่งให้ตระกูลฟางและ
ตระกูลเซี่ย แค่น าไปให้เจ้าหน้าที่บ้าง ทุกคนในสกุลโม่ก็ถือข้าวคนละ
ชาม นั่งล้อมวงรอบหม้อเหล็กเพื่อทานอาหาร
ตอนนั้นเอง ปลาตุ๋นของตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางก็ท าเสร็จแล้ว
เช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับปลาตุ๋นของสกุลโม่แล้ว รสชาติยังห่างชั้นกัน
พอสมควร
ถึงอย่างนั้น มันก็ยังท าให้คนตระกูลหลี่และตระกูลเหอซึ่ง
รวมกลุ่มกันอยู่ไกล ๆ อิจฉาจนแทบทนไม่ไหว
[1] ดูเหมือนลูกเสือลูกเสือ : เป็นสานวนจีน มักใช้กับเด็กที่มี ใบหน้ากลมและผมดกดำ