ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 8 ท้องพระคลังถูกไฟไหม้
พวกนางเดินมาสักพัก โม่จิ่วเยี่ยยกมือเปิดแผ่นกระดำนด้านบน
ฉับพลันนั้นแสงสว่างวาบขึ้น คนทั้งสองปรากฏตัวอยู่ในท้องพระคลัง
แล้ว
ท้องพระคลังช่ำงสมกับชื่อท้องพระคลังจริง ๆ นอกจากพื้นที่จะ
กว้ำงขวาง สิ่งของที่เก็บอยู่ภายในนั้นล้วนมากมายและมีค่ำมหาศำล
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งไข่มุกสองดวงที่ส่องสว่างจนทำให้
ท้องพระคลังสว่างไสวราวกับกลางวัน
“เวลามีจากัด รีบลงมือเถอะ” โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าเฮ่อจือหร่านไม่ละ
สายตำจากสิ่งของต่ำง ๆ จึงต้องเอ่ยเตือนนาง
เฮ่อจือหร่านราวกับกลายเป็นคนที่ไม่เคยเห็นโลกกว้ำงมาก่อน
เพราะทุกอย่ำงในที่แห่งนี้ช่ำงน่ำตื่นตำไปเสียหมด
แต่ก็รู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะมาเที่ยวชม
“ข้าอยากให้ท่านหลบไปก่อน”
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจทันที่ มันหมายความว่านางไม่ต้องการให้เขำเห็น
วิธีการของนาง
“ได้” โม่จิ่วเยี่ยเปิดแผ่นกระดำนบนพื้นก่อนมุดลงไปทันที่
เฮ่อจือหร่านมองเห็นว่าแผ่นกระดำนปิดสนิทเรียบร้อยดีแล้ว จึง
เริ่มสารวจสมบัติทุกซอกมุม
เนื่องจากพื้นที่ในมิติมีอยู่จากัด นางจึงไม่สามารถขนของใน
ท้องพระคลังไปได้ทั้งหมด
เฮ่อจือหร่านใช้สายตำสารวจอย่ำงว่องไว แล้วใช้ความคิด
เคลื่อนย้ำยตั๋วเงิน แท่งทองคำ อัญมณีและของมีค่ำอื่น ๆ เข้าในมิติ
จากนั้นจึงใช้ความคิดเข้าไปตรวจสอบ จึงพบว่าสิ่งของเพียง
เท่านี้ก็แทบถูกเก็บจนเต็มพื้นที่แล้ว
แต่นางรู้สึกยังไม่พอใจ
เฮ่อจือหร่านใช้ความคิด จัดวางสิ่งของให้เรียบร้อยกว่าเดิม ชิ้น
ใดไม่ใหญ่มากนักก็จะถูกวางไว้ในห้องครัวและห้องน้ำ จนมีพื้นที่ว่าง
อีกเล็กน้อย
เมื่อคำนวณพื้นที่ที่เหลือแล้ว นางจึงเก็บภำพวาดซึ่งไม่กินพื้นที่
มากนัก รวมถึงกล่องใส่เหรียญทองแดงใบใหญ่อีกหลายใบเข้าไป
ด้วย
หลังจากตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง เฮ่อจือหร่านก็ถึงกับมึนงง
ตอนนี้ในพื้นที่ในมิติแทบไม่มีที่ว่าง มีเพียงที่ว่างพอให้นางเข้าไป
ได้เท่านั้น
ถึงแม้จะไม่ค่อยพอใจ เฮ่อจือหร่านก็รู้ดีว่านางไม่สามารถนา
สิ่งของไปได้มากกว่านี้แล้ว
อย่ำงไรก็ตำม นางจะไม่ยอมละทิ้งไข่มุกทั้งสองเม็ดนั้นเด็ดขำด
เมื่อเก็บไข่มุกเข้าไปในมิติลับแล้ว ทันใดนั้นท้องพระคลังพลันมืด
ลง
เฮ่อจือหร่านเคำะแผ่นกระดำน “เรียบร้อยแล้ว พวกเราไปกัน
เถอะ”
ทันทีที่กล่าวจบ แผ่นกระดำนก็ถูกเปิดออกจากด้านใน
เฮ่อจือหร่านจับไหล่โม่จิ่วเยี่ยไว้ ก่อนมุดลงทำงลับใต้ดิน
นางหันมองท้องพระคลังที่ถูกนางทำให้เละเทะวุ่นวายเล็กน้อย
ก่อนเกิดความคิดขึ้นมาทันที่
“สิ่งของเยอะเกินไป ข้าขนได้ไม่หมด ยังเหลือผ้ำแพรและผ้ำไหม
อีกมาก”
“เจ้ำหมายความว่าอย่ำงไร” ตอนนั้นเอง โม่จิ่วเยี่ยคล้ำยจะคำด
เดำความคิดของนางได้
ในความมืด เฮ่อจือหร่านใช้จิตสานึกหยิบแอลกอฮอล์จากมิติลับ
เทลงท้องพระคลัง
โม่จิ่วเยี่ยให้ความช่วยเหลือเป็นอย่ำงดี หลังจากนางเท
แอลกอฮอล์แล้ว ชายหนุ่มจึงรีบหยิบแท่งไฟในอกเสื้อมาและโยน
ออกไป
เมื่อแอลกอฮอล์เจอเปลวไฟ ท้องพระคลังก็กลายเป็นทะเลเพลิง
ในพริบตำ
โม่จิ่วเยี่ยดึงตัวเฮ่อจือหร่าน รีบหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ…
พวกเขำทั้งคู่ต่ำงไม่พูดอะไร แต่เรื่องที่ท้องพระคลังถูกเผำ กลับ
ทำให้พวกเขำรู้สึกยินดีมาก
โดยเฉพำะโม่จิ่วเยี่ย ในเวลานี้คล้ำยกับเขำแก้แค้นได้สาเร็จแล้ว
กระทั่งอยากเห็นด้วยตำตนเองด้วยซ้ำว่าจักรพรรดิจะทรงโกรธ
เกรี้ยวอย่ำงไรเมื่อทราบเรื่องข่ำวท้องพระคลังถูกเผำ
หลังจากกลับถึงจวนฮู่กั๋วกงอย่ำงสวัสดิภำพ คนทั้งคู่ถอดชุดดำ
ออก จากนั้นโม่จิ่วเยี่ยจึงกลับไปนอนบนเตียง
เฮ่อจือหร่านสังเกตเห็นรอยเลือดบนพื้นทันที่
“ท่านได้รับบาดเจ็บ ข้าจะทำแผลให้”
อย่ำได้คิดประมาทเพียงเพราะบาดแผลเล็กน้อย ในชำติก่อนมี
ผู้คนมากมายเสียชีวิตจากการติดเชื้อเนื่องจากไม่ได้รักษำแผลให้ดี
นางพยายามสุดความสามารถเพื่อช่วยชีวิตคนในจวนฮู่กั๋วกงนี้
แล้ว ไม่อาจปล่อยให้โม่จิ่วเยี่ยประสบเคราะห์ร้ำยจากบาดแผล
เล็กน้อยเช่นนี้ได้
“ไม่ แผลของข้าไม่ใช่เรื่องใหญ่”
ความจริงแล้วโม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าบาดแผลของตัวเองเป็นเช่นไร แม้ว่า
จะมีเบำะนุ่มคอยป้องกัน แต่อย่ำงไรเขำก็ถูกโบยห้ำสิบไม้ ย่อมรับ
บาดเจ็บอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อคิดว่าบริเวณที่บาดแผลของตนช่วงล่ำง จึงรู้สึกเคอะเขิน
และไม่อยากให้เฮ่อจือหร่านเห็น
ในความคิดของเฮ่อจือหร่าน คนป่วยไม่มีหญิงชาย
ดังนั้นนางจึงไม่รู้สึกอิดออดใจแต่อย่ำงใด จึงยื่นมือไปคิดจะเลิก
เสื้อผ้ำของโม่จิ่วเยี่ย
ชายหนุ่มหลบเลี่ยงโดยสัญชำตญำณ
“ไม่ได้! บาดแผลข้าอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะให้สตรีอย่ำงเจ้ำจะ
ดูได้”
เฮ่อจือหร่านจึงตระหนักได้ ที่แท้คนผู้นี้ดื้อขัดขืนเพราะไม่อยาก
ให้นางช่วยรักษำอาการบาดเจ็บด้วยเรื่องนี้
“สตรีเยี่ยงข้ายังไม่กล่าวอะไร ท่านเป็นถึงบุรุษร่ำงใหญ่แต่กลับ
กลัวว่าตนเองจะเสียเปรียบหรือ”
นางบอกเพื่อผ่อนคลายความอึดอัดของโม่จิ่วเยี่ย ก่อนรีบจัดการ
กับบาดแผลของเขำให้เรียบร้อย จะได้คิดวางแผนเรื่องต่อไปได้เร็ว ๆ
หลังถูกสตรีกล่าวเช่นนี้ สีหน้ำของโม่จิ่วเยี่ยพลันแดงก ่ำ
เขำยังคงหลบเลี่ยงอย่ำงเขินอาย
เฮ่อจือหร่านทำอะไรไม่ได้ ทำเพียงเอ่ยว่า “ท่านอย่ำลืมว่าพวก
เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว ย่อมหมายความว่าควรต้องเปิดเผยใจต่อ
กัน”
นางเพียงจะโน้มน้ำวโม่จิ่วเยี่ยให้ตนเองรักษำบาดแผล จนลืมไป
ว่านางอยู่ในยุคโบราณ การพูดเช่นนี้กับคนโบราณซึ่งมีความคิด
อย่ำงขงจื๊ออันฝังรากลึก ก็เหมือนกับการสาดน้ำมันลงกองไฟ
โม่จิ่วเยี่ยมองนางอย่ำงตะลึงงัน ทว่ากลับไม่ได้พูดอะไร
อย่ำงไรก็ตำม สิ่งที่นางพูดก็มีเหตุผล พวกเขำแต่งงำนกันแล้ว
แต่คำพูดนี้ เป็นสิ่งที่สตรีจะพูดออกมาได้อย่ำงง่ำยดำยหรือ
หลังคิดแล้ว โม่จิ่วเยี่ยยิ่งอยากรู้จักเฮ่อจือหร่านมากขึ้นอีก
นางต้องมีความคิดแบบใดกัน ถึงเอ่ยคำพวกนี้ได้โดยไม่เปลี่ยนสี
หน้ำ
ขณะโม่จิ่วเยี่ยกำลังครุ่นคิด เฮ่อจือหร่านรีบถอดเสื้อคลุมของ
เขำออกอย่ำงคล่องแคล่ว
วันก่อนทั้งคู่เพิ่งแต่งงำน โม่จิ่วเยี่ยจึงยังสวมเสื้อผ้ำสีแดงทั้งชุด
แม้จะเป็นเช่นนั้น หลังจากถอดเสื้อคลุมของเขำออก สิ่งที่ปรากฏ
ต่อสายตำยังทำให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกตกใจจนตำเบิกค้ำง
เห็นได้ชัดว่ากำงเกงด้านในสีแดงสดของโม่จิ่วเยี่ยเปียกโชกด้วย
เลือด ผืนผ้ำสีแดงสดถูกย้อมจนสีสันยิ่งแดงเข้ม
เมื่อนึกถึงตอนโม่จิ่วเยี่ยใช้กำลังภายในพำนางไปยังท้องพระคลัง
ชายหนุ่มต้องอดกลั้นถึงเพียงใดกัน จึงฝืนทนได้นานจนป่านนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฮ่อจือหร่านยิ่งรู้สึกเคำรพนับถือโม่จิ่วเยี่ยมาก
ขึ้นอีกหลายส่วน
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าตนไม่อาจขัดขืนนางได้ จึงหันหน้ำหนีอย่ำงอึด
อัด บังคับสายตำให้จ้องมองผนังและหลับตำแน่น ท่ำทีราวกับคนที่
กำลังยอมจำนน
เมื่อเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้มองนางอยู่ เฮ่อจือหร่านจึงหยิบ
แอลกอฮอล์ขวดหนึ่งออกมาจากมิติ
ปรากฏว่านางได้ค้นพบสิ่งหนึ่งอันน่ำทึ่ง
หากนางจำไม่ผิด ภายในมิติมีแอลกอฮอล์อยู่สามขวด เมื่อครู่ใช้
เผำท้องพระคลังไปหนึ่งขวด ย่อมต้องเหลืออีกสองขวดไม่ใช่หรือ
อย่ำงไรก็ตำม นางพบว่าปริมาณขวดแอลกอฮอล์ไม่ได้ลดลงเลย
ทั้งหมดยังคงเหลือสามขวด
นางไม่กล้ำยืนยันว่า พื้นที่ในมิติมีระบบการสร้ำงสิ่งของขึ้นมา
ใหม่เองหรือไม่
แต่นางจะตรวจสอบแอลกอฮอล์ในมิติลับอย่ำงละเอียด หาก
หลังจากนางหยิบออกมาใช้งำนสองขวด แล้วช่วยโม่จิ่วเยี่ยจัดการ
บาดแผลจนเสร็จเรียบร้อย นางจะสารวจอีกครั้ง หากแอลกอฮอล์
ยังคงมีสามขวด เท่ำกับว่าพื้นที่มิติมีระบบเช่นนี้จริง ๆ
เมื่อคิดเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็หยิบคีมคีบ สาลี และอุปกรณ์อื่น ๆ
ออกมาจากพื้นที่มิติอีกครั้ง ค่อย ๆ ถอดกำงเกงของโม่จิ่วเยี่ยออก
บาดแผลนั้นชวนให้รู้สึกสะเทือนใจมาก แม้เฮ่อจือหร่านที่พบ
เห็นอาการบาดเจ็บมามากมายยังอดรู้สึกเช่นนั้นไม่ได้