ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 89 หนีกันตอนนี้เลยดีหรือไม่?
ผู้ใหญ่บ้านหลิววิงวอนอีกครั้ง “ท่านหมอเทพธิดา!”
พูดจบ เขาก็หันไปมองชาวบ้านที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เฮ่อจือหร่านเตือนอีกครั้ง “ข้าขอแนะน าให้ท่านเก็บเรื่องกาฬโรค
เป็นความลับไว้ก่อน การท าให้เกิดความตื่นตระหนกจะยิ่งท าให้เรื่อง
เลวร้ายลง และตอนนี้พวกท่านทุกคนมีโอกาสติดเชื้อ เพื่อไม่ให้แพร่
เชื้อไปสู่ผู้คนมากขึ้น นับจากนี้ไป หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ใคร
ก็ห้ามออกจากถ ้าแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าท าตามที่ข้าบอกได้ ข้าจะหาวิธี
รักษาเขา”
เมื่อได้ยินเฮ่อจือหร่านบอกว่าจะหาวิธีรักษา ผู้ใหญ่บ้านหลิวก็
เหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
เขาผงกศีรษะรับปาก “ท่านหมอเทพธิดาโปรดวางใจ ข้าจะไม่
แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปแน่นอน”
เมื่อได้รับค ารับรองจากผู้ใหญ่บ้านหลิว เฮ่อจือหร่านก็อาศัย
จังหวะที่แขนเสื้อบัง น าเข็มเงินชุดหนึ่งออกมาจากพื้นที่มิติ
ในตอนนี้ นางไม่สามารถปรุงยาส าหรับรักษาโรคได้ จึงท าได้
เพียงแค่ใช้วิธีฝังเข็มเพื่อควบคุมอาการของหลี่เถี่ยจู้ไม่ให้แย่ลงไป
กว่านี้
นางลงมือฝังเข็มเงินลงบนจุดชีพจรส าคัญหลายจุดของเขาด้วย
ท่าทางช านาญ
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยก็นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบนิ่ง
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป การหายใจของหลี่เถี่ยจู้ก็เริ่ม
เป็นปกติ แต่ก็ยังไม่รู้สึกตัว
เฮ่อจือหร่านเก็บเข็มเงินแล้วหันไปบอกภรรยาของหลี่เถี่ยจู้ว่า
“ภายในครึ่งชั่วยาม เขาก็น่าจะฟื้นแล้ว”
ภรรยาของหลี่เถี่ยจู้นึกว่าสามีของตนปลอดภัยดีแล้ว จึงกล่าว
ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งว่า
“ขอบคุณท่านหมอที่ช่วยชีวิตสามีของข้าไว้”
แท้จริงแล้วเฮ่อจือหร่านอยากจะบอกนางว่า อาการของหลี่เถี่ยจู้
เป็นเพียงการบรรเทาชั่วคราวเท่านั้น ตัวเขายังไม่ได้พ้นขีดอันตราย
แต่เมื่อเห็นสีหน้าโล่งใจของภรรยาหลี่เถี่ยจู้ นางก็เลือกที่จะไม่
พูดอะไรออกไป
เฮ่อจือหร่านคิดว่าตอนนี้ไม่จ าเป็นต้องกักตัวทุกคน เพราะทุกคน
ล้วนสัมผัสกันไปหมดแล้ว พูดตามตรง คนที่อยู่ในนี้หากไม่ได้กินยา
ป้องกันก็อาจติดโรคกันหมด
เฮ่อจือหร่านลุกขึ้นยืน เดินจูงมือโม่จิ่วเยี่ยไปที่ปากถ ้า
“ข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่าน”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เร่งด่วน สิ่งที่เขาท าได้คือให้
ความร่วมมืออย่างเต็มที่
“ต้องการให้ข้าท าอะไร เจ้าก็บอกมาได้เลย”
เฮ่อจือหร่านบอกแผนการที่คิดไว้ให้โม่จิ่วเยี่ยฟังเบา ๆ ให้เป็น
ความลับระหว่างคนทั้งสอง
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าโดยไม่ลังเล “ได้ ข้าจะไปบอกพี่เผิงเดี๋ยวนี้”
เผิงวั่งกลับมาที่ถ ้าของพวกเจ้าหน้าที่แล้ว เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยเดิน
ตามมา เขาจึงรีบถาม “เรื่องทางนั้นเป็นอย่างไรบ้างน้องชาย ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากให้เรื่องกาฬโรคแพร่กระจายไปมากกว่านี้ จึง
ดึงเผิงวั่งไปคุยกันเงียบ ๆ
“พี่เผิง ภรรยาข้าตรวจอาการคนผู้นั้นแล้ว พบว่าเป็นกาฬโรค”
ได้ยินค าว่ากาฬโรค เผิงวั่งก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที่
เขาคิดไปถึงความเป็นไปได้ที่พวกเขาอาจติดเชื้อโรคร้ายนี้ด้วย
ความเยือกเย็นที่เผิงวั่งเคยมีหายไปจนสิ้น เขาจ้องมองโม่จิ่
วเยี่ยอย่างหวาดกลัว แววตาเต็มไปด้วยความลังเล
“น้องชาย พวกเราหนีกันเถอะ!”
เผิงวั่งรู้ดีว่าราชส านักจะจัดการกับกาฬโรคนี้อย่างไร ทุกคนที่
ติดเชื้อจะต้องตาย ไม่มีใครรอดชีวิตไปได้
ด้วยเหตุนี้ เผิงวั่งถึงได้หวาดกลัวจนเสียสติ
เขาไม่ต้องการถูกกักขังและรอความตาย หากหนีไปตอนนี้ อย่าง
น้อยก็ยังมีโอกาสรอด
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้มาเพื่อบอกให้เผิงวั่งหาทางหนี แต่เขามาตาม
ค าพูดจากเฮ่อจือหร่านต่างหาก
“พี่เผิง พวกเราไปไม่ได้”
เผิงวั่งไม่เข้าใจ “ไม่ไป? แล้วจะอยู่รอความตายที่นี่หรือ?”
ความจริงแล้วโม่จิ่วเยี่ยเองก็รู้สึกกังวลใจไม่ต่างกัน เขายังมีคน
ในครอบครัวอยู่ที่นี่อีกมากมาย
ถ้าหากทุกคนติดโรคนี้ขึ้นมา คงไม่มีใครรอดชีวิตไปได้
อย่างไรก็ตาม เขายังคงเลือกเชื่อในตัวเฮ่อจือหร่าน
“พี่เผิง ภรรยาข้าบอกว่าตอนที่นางขึ้นเขามา นางเห็นสมุนไพร
บางชนิดที่อาจช่วยป้องกันและรักษาโรคนี้ได้”
เผิงวั่งไม่ได้ไม่ยอมรับฝีมือทางการแพทย์ของเฮ่อจือหร่าน แต่
กาฬโรคนี้แตกต่างจากโรคอื่น ๆ ไม่เพียงแพร่เชื้อได้รวดเร็ว แต่ที่
ส าคัญคือไม่มียารักษา
“น้องชาย ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนดี แต่เจ้าต้องนึกถึงครอบครัวของ
เจ้าด้วย หากรักษาไม่ได้ พวกเราทุกคนก็ต้องตายที่นี่”
โม่จิ่วเยี่ยเลือกจะเชื่อมั่นในตัวเฮ่อจือหร่าน ไม่ว่าเผิงวั่งจะพูด
อย่างไร เขาก็ไม่เปลี่ยนใจ
“พี่เผิง ให้เวลาพวกเราสักหน่อยเถอะ ข้าจะไปเก็บสมุนไพรกับ
ภรรยา ตอนนี้น ้าก าลังท่วมหนัก พวกเราก็หนีออกจากที่นี่ไม่ได้อยู่ดี
ไม่สู้ให้ภรรยาข้าลองดูสักหน่อยเล่า”
เผิงวั่งนึกถึงน ้าท่วมใหญ่เบื้องล่าง จึงตระหนักได้ว่าพวกเขาไม่
สามารถออกจากที่นี่ได้จริง ๆ
ถ้าเช่นนั้น หากต้องการมีชีวิตรอด พวกเขาก็ท าได้เพียงฝาก
ความหวังสุดท้ายไว้กับเฮ่อจือหร่านเท่านั้น
“ตกลง พวกเจ้ารีบไปรีบกลับ แล้วก็ระวังตัวด้วย” เผิงวั่งกล่าว
พลางหยิบหมวกไม้ไผ่สองใบส่งให้โม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยรับหมวกไม้ไผ่มา มองเผิงวั่งด้วยสายตาที่ท าให้เขา
วางใจ ก่อนจะหันหลังแล้วจากไป
ตอนที่เฮ่อจือหร่านขอความช่วยเหลือจากโม่จิ่วเยี่ย นางก็คิดใน
ใจว่าความลับของตัวเองคงต้องเปิดเผยต่อหน้าเขาอีกครั้ง
ไม่ต้องพูดถึงว่านางเชื่อใจโม่จิ่วเยี่ยหรือไม่ แต่ในตอนนี้ เมื่อต้อง
เผชิญกับปัญหากาฬโรคที่อาจแพร่เชื้อสู่ผู้คนมากมาย นางจึง
จ าเป็นต้องเก็บความลับของตัวเองไว้เป็นเรื่องรอง
ทั้งสองสวมหมวกไม้ไผ่แล้วออกจากถ ้า วิ่งเหยาะ ๆ ไปตาม
เส้นทางเดิม
ท้องฟ้ามืดมิด เส้นทางก็เปียกลื่น โม่จิ่วเยี่ยกุมมือเล็ก ๆ ของ
เฮ่อจือหร่านไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเพื่อความปลอดภัยของนาง
เฮ่อจือหร่านคิดว่า ในเมื่อความลับของนางต้องถูกเปิดเผยอยู่
บ้างแล้ว ก็ไม่แปลกที่จะเพิ่มเรื่องน่าสงสัยเข้าไปอีกสักหน่อย
ดังนั้น นางจึงหยิบไข่มุกของท้องพระคลังออกมาจากพื้นที่มิติ
เมื่อไข่มุกปรากฏขึ้น บริเวณโดยรอบก็สว่างไสวขึ้นทันที่
โม่จิ่วเยี่ยมองส ารวจไข่มุกเรืองแสงในมือนางอย่างพิจารณา
เกือบจะอดใจไม่ไหวโพลงเอ่ยถามที่มาของมัน
แต่เมื่อลองคิดดูแล้ว การที่จู่ ๆ นางก็หยิบไข่มุกเรืองแสงออกมา
ได้ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการที่นางหยิบถ่านไม้ออกมาจ านวนมาก หรือ
ของแปลกประหลาดอย่างอื่นก่อนหน้านี้
เขาเดาว่านางคงมีกระเป๋าสมบัติอะไรเทือกนั้น ไม่อย่างนั้นโม่จิ่ว
เยี่ยก็จนปัญญาที่จะคิดหาค าอธิบายที่สมเหตุสมผลกว่านี้ไม่ออก
ส่วนเฮ่อจือหร่าน นี่นับเป็นครั้งแรกที่นางหยิบของจากพื้นที่มิติ
ต่อหน้าต่อตาโม่จิ่วเยี่ย ซึ่งมันเลยจุดที่เรียกว่าปิดหูปิดตาเขาไปไกล
แล้ว
แม้ในใจจะรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก แต่เพื่อไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยมี
โอกาสซักไซร้ไล่เลียง นางจึงรีบชี้ไปตรงพื้นที่โล่ง ๆ ซึ่งไม่ไกลนัก
พลางเอ่ยว่า
“เราไปที่นั่นกันเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินน าทางนางไป
เมื่อทั้งสองมาถึงพื้นที่ว่างตามที่เฮ่อจือหร่านบอก ทันใดนั้นก็
ปรากฏกระโจมขึ้นมาจากความว่างเปล่า
กระโจมหลังนี้ เป็นกระโจมส าหรับทหารที่เฮ่อจือหร่านเก็บไว้ใน
ห้องพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือประโยชน์ใช้สอยก็
ล้วนดีเยี่ยม
ในขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังตกตะลึง เฮ่อจือหร่านก็คว้ามือเขาก้าว
เข้าไปในกระโจมเรียบร้อยแล้ว
ร่างกายที่ไม่ได้ถูกสายฝนโหมกระหน ่าใส่อีกต่อไป จึงท าให้รู้สึก
อุ่นสบายขึ้นมาก
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดผ่านมาเห็นความผิดปกตินี้ เฮ่อจือหร่านจึง
เก็บไข่มุกเรืองแสงเข้าไปในพื้นที่มิติทันทีที่เข้ามาในกระโจม
“ข้าวของที่ข้าเก็บจากท้องพระคลังมียาอยู่ แต่เพื่อไม่ให้น่าสงสัย
พวกเรารออยู่ที่นี่สักหนึ่งชั่วยามก่อนแล้วค่อยกลับไป”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “อืม”
เมื่อเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความหมาย เฮ่อจือหร่านจึงหยิบเก้าอี้
สองตัวออกมาจากพื้นที่มิติ
“ท่านนั่งพักตรงนี้ก่อน ข้าจะไปเตรียมยา”
หลังจากพูดจบ จิตส านึกของนางก็เข้าสู่พื้นที่มิติทันที่
ในที่สุดเถาเป่าก็ได้เปิดใช้งานอย่างเต็มที่เสียที่
ขณะเปิดเถาเป่า นางจึงถือโอกาสตรวจสอบรายได้ของร้าน
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา