ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 91 หยุดเดี๋ยวนี้นะ
แม้ว่าจะมีแผนการที่สมเหตุสมผลแล้ว แต่เนื่องจากน ้าท่วม
บริเวณเชิงเขายังไม่ลด เผิงวั่ง จึงไม่สามารถลงเขาไปตามหาท่าน
นายอ าเภอได้
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาท าได้เพียงอดทนรอ
หวังว่าน ้าจะลดในเร็ววัน
สมุนไพรที่เฮ่อจือหร่านซื้อมาเมื่อคืนมีจ านวนเพียงพอ หลังจาก
จัดการเรื่องต่าง ๆ ที่นี่เรียบร้อยแล้ว นางจึงวางแผนจะให้ชาวบ้านต้ม
ยาต่อไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผู้ใหญ่บ้านหลิวเผลอหลุดปากหรือไม่ แต่
ชาวบ้านต่างก็รู้ความจริงที่ว่าพวกเขาติดโรคระบาดเสียแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านจึงรู้สึกหวาดกลัว บางคนถึงขั้นไม่อยากรอ
ความตายอยู่ในถ ้า แต่กลับคิดจะหลบหนีออกไปจากที่แห่งนี้
แม้ว่าผู้ใหญ่บ้านหลิวจะมีสติอยู่บ้างและเชื่อฟังค าพูดของเฮ่อจื
อหร่าน เขาจึงไม่อนุญาตให้ใครออกมาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนาง
ทว่าชาวบ้านต่างก็หวาดกลัวจนขาดสติไปแล้ว เพียงผู้ใหญ่บ้าน
หลิวคนเดียว จะสามารถหยุดยั้งพวกเขาได้อย่างไร?
เมื่อเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยมาถึงปากถ ้า ภาพที่ปรากฏแก่
สายตาคือ ชาวบ้านที่ก าลังผลักผู้ใหญ่บ้านหลิวออกไป
โม่จิ่วเยี่ยตะโกนเสียงดังว่า “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ผู้ที่น าชาวบ้านชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชูขวานในมือขึ้น โบกไป
มาตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ยสองสามครั้ง
“ถ้าเจ้าอยากตายก็อยู่ที่นี่ แต่อย่ามาขวางทางพวกข้า”
โม่จิ่วเยี่ยไม่มีทางยอมให้ชาวบ้านพวกนี้ออกไป เขาจึงเข้าไป
ขวางทาง
เฮ่อจือหร่านเองก็ตามมาติด ๆ สองสามีภรรยาช่วยกันขวางกั้น
ปากถ ้าเอาไว้
ผู้น าชาวบ้านเมื่อครู่แค่ตั้งใจจะใช้ขวานขู่โม่จิ่วเยี่ยให้กลัว แต่
ตอนนี้พอเขาเห็นโม่จิ่วเยี่ยยืนขวางปากถ ้าอยู่แบบนี้ เขาก็ไม่กล้าฟัน
ขวานในมือลงจริง ๆ
ทั้งสองฝ่ายจึงเกิดการเผชิญหน้ากันอยู่เช่นนั้นเกือบสักหนึ่ง
เผิงวั่งเองก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากทางนี้เช่นกัน จึงน าก าลัง
เจ้าหน้าที่เข้ามาสมทบตรงปากถ ้า พร้อมกับชักกระบี่ที่เอวออกมา
พอชาวบ้านเห็นอาวุธในมือของอีกฝ่าย พวกเขาก็หมดฤทธิ์
หมดเดชไปทันที่
“ท่านเจ้าหน้าที่ ขอร้องล่ะ ปล่อยพวกข้าไปเถอะ พวกข้ายังไม่
อยากตาย”
เฮ่อจือหร่านก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนขวางหน้าคนที่ร้องขอ
ไว้
“ใครบอกว่าพวกเราจะปล่อยให้พวกท่านตาย?”
ชาวบ้านคนหนึ่งพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “พวกเราบางคนติด
โรคระบาดไปแล้ว ถ้าไม่ไปจากที่นี่ หากทางการรู้เรื่องเข้า พวกเขา
ต้องจับพวกเราไปขังแล้วเผาทั้งเป็นแน่”
ได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงอดทนถาม “ยาเมื่อคืนพวกท่านดื่ม
เข้าไปหรือไม่?”
ชาวบ้านต่างพยักหน้าอย่างไม่เข้าใจ
เฮ่อจือหร่านชี้ไปยังหลี่เถี่ยจู้ซึ่งถูกภรรยาพยุงอยู่ แล้วถามว่า
“ท่านบอกความจริงกับทุกคนสิ ตอนนี้อาการของท่านดีขึ้นกว่าเมื่อ
วานมากหรือไม่?”
หลี่เถี่ยจู้เอามือลูบคางของตัวเองอย่างลืมตัว
“ตรงนี้ยุบลงแล้วจริง ๆ”
เฮ่อจือหร่านหันไปมองชาวบ้านอีกหลายคนที่เคยมีอาการ
“พวกท่านก็เช่นกัน อาการไข้และอาเจียนเมื่อวานนี้ทุเลาลงบ้าง
หรือไม่?”
พวกเขาพยักหน้าอย่างเฉื่อยชา “ข้าไม่เคยอาเจียนอีกเลย
หลังจากดื่มยานั่น”
“ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้ว นอกจากเวียนหัวเล็กน้อยอาการอื่น ๆ
ก็หายไปหมดแล้ว”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า แล้วกวาดสายตามองทุกคนอีกครั้ง
“พวกท่านได้ยินหรือไม่ คนที่ติดโรคพวกนี้ หลังจากกินยาของ
ข้าแล้ว อาการก็ดีขึ้น จากสถานการณ์นี้ ตราบใดที่พวกท่านยังดื่ม
ยาต่อไป ข้ารับรองว่าภายในสามวัน พวกท่านจะหายเป็นปกติ พวก
ท่านก็คงรู้ถึงความร้ายแรงของโรคระบาดนี้ ใครก็ตามที่ติดเชื้อ จะไม่
มีโอกาสรอดชีวิต ถ้าพวกท่านไม่อยากตาย ก็จงอยู่ที่นี่อย่างสงบเพื่อ
ดื่มยารักษาต่อไป แน่นอนว่าถ้าพวกท่านยืนกรานจะไป ข้าก็จะไม่
ห้าม เพียงแต่อย่าเสียใจในภายหลังก็แล้วกัน”
ชาวบ้านต่างเริ่มลังเล หลังจากได้ฟังค าพูดของเฮ่อจือหร่าน
สิ่งที่นางพูดนั้นมีเหตุผล แม้ว่าพวกเขาจะหนีออกจากที่นี่ แต่ก็
ไม่มีใครรักษาได้ ต่อให้จะมีที่ซุกหัวนอน พวกเขาก็ยังคงมีแต่ต้อง
ตาย
ไม่นาน ก็มีคนเข้าใจเหตุผลนี้
“ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าจะตายก็ตายที่นี่แหละ อย่างน้อยก็ยังได้
อยู่ที่บ้านเกิด”
“ข้าก็ไม่ไปเหมือนกัน ไม่อยากพาเชื้อโรคนี่ไปแพร่ให้คนอื่น”
ผู้ใหญ่บ้านหลิวอาศัยจังหวะนี้พูดเกลี้ยกล่อมชาวบ้านต่ออีก
เล็กน้อย พวกชาวบ้านจึงค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลงและกลับเข้าไปใน
ถ ้า
เฮ่อจือหร่านมอบสมุนไพรให้ผู้ใหญ่บ้าน และให้เขาจัดหาคนมา
ช่วยกันต้มยา
เรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้ ท าให้พวกนักโทษเนรเทศและ
เจ้าหน้าที่ต่างรู้เรื่องโรคระบาด
ในตอนแรก พวกเขาก็ตื่นตระหนกไม่ต่างจากชาวบ้านคนอื่น ๆ
แต่ในที่สุด เผิงวั่งและโม่จิ่วเยี่ยก็ช่วยกันเกลี้ยกล่อมจนพวกเขา
คลายความคิดที่จะหนีไปจากที่นี่
ส าหรับคนสกุลโม่ ในเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตแขวนอยู่บน
เส้นด้าย
พวกเขาต้องร่วมมือร่วมใจกัน และคอยสนับสนุนโม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่าน
เหล่าพี่สะใภ้และโม่หานเยี่ยต่างก็คอยอยู่เคียงข้างเฮ่อจือหร่าน
ไม่ห่าง
“พี่สะใภ้เก้า ขอแค่ได้อยู่กับครอบครัว ต่อให้ตายข้าก็ไม่กลัว
ท่านมีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกได้เลย”
“ใช่แล้วน้องสะใภ้เก้า พวกเราสกุลโม่ไม่มีใครกลัวตาย หาก
ต้องการความช่วยเหลืออะไรเจ้าบอกมาตามตรง”
“…”
เฮ่อจือหร่านซาบซึ้งใจกับแรงสนับสนุนจากครอบครัวอีกครั้ง
นางยิ้มและปลอบโยนทุกคน
“พี่สะใภ้ทั้งหลาย หานเยี่ย พวกท่านไม่ต้องกังวล ยาของข้าไม่
เพียงรักษาโรคระบาดได้ แต่ยังป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย พวกท่าน
ดื่มยานี้กันหมดแล้ว เชื่อว่าโอกาสติดเชื้อจะมีน้อยมาก”
เมื่อเฮ่อจือหร่านเอ่ยเช่นนั้น ทุกคนต่างก็โล่งใจและรู้สึกโชคดี
เป็นอย่างยิ่งที่น้องเก้าตบแต่งภรรยาที่เก่งกาจเช่นนี้เข้าสกุลก่อนจะ
ถูกเนรเทศ
ทุกคนในครอบครัวต่างกระตือรือร้นและจริงใจจะช่วยเหลือ แต่
ณ ตอนนี้ เฮ่อจือหร่านไม่มีความต้องการให้ใครช่วย
หลังจากพูดจาอ่อนโยนและให้ทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว นางก็
หันหลังกลับและพบว่าโม่จิ่วเยี่ยหายไปแล้ว
เฮ่อจือหร่านคิดเพียงว่าเขาคงหาที่ปลดทุกข์เบาเท่านั้น จึงไม่ได้
ใส่ใจอะไร
จนกระทั่งครึ่งชั่วยามผ่านไป ยาที่ต้มไว้ถูกแบ่งให้กับทุกคนจน
หมดแล้ว โม่จิ่วเยี่ยถึงได้หิ้วไก่ป่าและกระต่ายป่ากลับมาหลายตัว
เฮ่อจือหร่านจึงเข้าใจว่าแท้จริงแล้วเขาออกไปล่าสัตว์
การมีวรยุทธ์ติดตัวย่อมไม่ธรรมดา ออกไปเพียงครึ่งชั่วยามก็
สามารถล่าสัตว์ป่ากลับมาได้มากมายเช่นนี้
แต่ก็น่าเสียดายที่ตอนนี้มีผู้คนมาหลบภัยอยู่มาก สัตว์ป่าที่โม่จิ่ว
เยี่ยน ากลับมานั้นก็เปรียบเสมือนน ้าหยดเดียวดับไฟทั้งกอง
ในยามนี้ พวกเขาจ าเป็นต้องเห็นแก่ตัวก่อน เพื่อให้คนใน
ครอบครัวของตนเองอิ่มท้องแล้วค่อยไปคิดถึงเรื่องอื่น
โม่จิ่วเยี่ยเองก็คิดเช่นนั้น เขาจึงน าสัตว์ป่าที่ล่ามาได้ไปมอบ
ให้กับพี่สะใภ้ ปล่อยให้พวกนางน าไปย่างแล้วแบ่งให้คนในครอบครัว
กิน
เผิงวั่งและผู้ใหญ่บ้านหลิวมาหาโม่จิ่วเยี่ยเกือบจะพร้อมกัน
ทั้งสองคนต่างก็มีสีหน้าเว้าวอน…
“น้องชาย ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งกาจ รบกวนเจ้าล าบากอีกสักครั้งได้
หรือไม่…”
ค าพูดของเขายิ่งพูดเสียงก็ยิ่งแผ่วลง แต่ยังจ าเป็นต้องพูดต่อ
เพื่อไม่ให้ตนเองต้องหิวโหย เขาจึงจ าต้องขอร้องโม่จิ่วเยี่ย
ผู้ใหญ่บ้านหลิวเองก็มองโม่จิ่วเยี่ยด้วยแววตาขอร้องเช่นกัน หวัง
ว่าเขาจะตอบตกลงกับค าขอของเผิงวั่ง เพราะถึงตอนนั้นตนก็จะ
ได้รับผลไปด้วย
ไม่ต้องถึงกับกินเนื้อก็ได้ เพียงได้ดื่มน ้าแกงไก่สักถ้วยในเวลา
เช่นนี้ก็ดีแล้ว
ด้วยฝีมือของโม่จิ่วเยี่ย หากเป็นยามปกติ การจะล่าสัตว์ป่าบน
เขามาบ้างนั้นนับว่าเป็นเรื่องง่ายดาย แต่ทว่าวันนี้สถานการณ์กลับ
ต่างออกไป
ไม่ต้องพูดถึงเส้นทางที่ลื่นแสนลื่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝนตกที่หนัก
หรือไม่ แต่ถึงแม้เขาจะใช้วิชาตัวเบาลองออกไปหาสัตว์ไกล ๆ แล้ว
เขาก็พบเพียงไก่ป่าและกระต่ายป่าไม่กี่ตัวเท่านั้น