ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 92 เผชิญหน้าคนที่ชอบใจ หัวใจมักเต้นรัว
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 92 เผชิญหน้าคนที่ชอบใจ หัวใจมักเต้นรัว
แม้เฮ่อจือหร่านจะไม่ได้เห็นกับตาว่าโม่จิ่วเยี่ยนั้นล่าสัตว์อย่าง
ยากเย็นเพียงใด แต่พอเห็นสภาพแวดล้อมที่เช่นนี้ก็พอจะคาดเดาได้
ฝนตกหนักท าให้การออกล่าสัตว์ป่าย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
เห็นได้ชัดว่าโม่จิ่วเยี่ยอยากปฏิเสธ นางจึงรีบพูดขึ้นว่า “ท่านพี่
สมุนไพรก็ใกล้จะหมดแล้ว หากท่านออกไปล่าสัตว์พาข้าไปด้วยสิ
ข้าจะได้เก็บสมุนไพรกลับมาด้วย”
ด้วยเพราะโม่จิ่วเยี่ยรู้จักนางดี เขาจึงรู้ว่าที่นางพูดออกมานั้น
ไม่ใช่แค่ต้องการเก็บสมุนไพรเพียงอย่างเดียวแน่ ๆ
ดังนั้น ค าปฏิเสธที่เกือบจะออกมาจากปากเขาจึงถูกกลืนกลับลง
ไปทันที่
“ตกลง พวกเรารีบไปกันเถอะ”
เผิงวั่งเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ปฏิเสธ จึงคิดไปเองว่าเขายอมตกลง
ตามค าขอของตนแล้ว
อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ไว้ใจคนทั้งสองเต็มที่ จึงไม่ต้องกังวลว่า
พวกเขาจะหลบหนีไป
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือนางเดินขึ้นเขา บนเส้นทางของภูเขาที่เฉอะแฉะ
เปียกลื่น ส าหรับเฮ่อจือหร่านที่ไม่มีวิชาตัวเบาจึงยิ่งเป็นเหมือนบท
ทดสอบที่ยากล าบาก
โชคดีที่มีโม่จิ่วเยี่ยคอยจูงมือเล็ก ๆ ของนาง เฮ่อจือหร่านจึงไม่
ลื่นล้ม
เฮ่อจือหร่านไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่พวกเขาสองคนจับมือกัน
แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เขาก้าวเดินน าทาง รู้สึกได้ถึงไอความร้อนผ่าวบนใบหน้าเป็น
ระยะ กระทั่งหัวใจก็ยังเต้นเร็วจนควบคุมไม่ได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกแบบนี้หลังจากสัมผัสตัวเฮ่อจือห
ร่าน มันท าให้เขาอดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจมัน
เขาเคยได้ยินสหายร่วมรบที่มีครอบครัวพูดกันตอนอยู่ที่ค่าย
ทหารว่า เวลาเจอคนที่ชอบ หัวใจมักจะเต้นรัว
หรือว่าเขาจะชอบเฮ่อจือหร่านเข้าแล้ว?
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ต่อต้านความรู้สึกแบบนี้ แต่กลับชอบมันเสียด้วย
ซ ้า
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงเผลอบีบมือนางแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เฮ่อจือหร่านมองไม่เห็นใบหน้าของโม่จิ่วเยี่ย นางจึงคิดว่าเขาแค่
อยากปกป้องนางให้ดีขึ้นเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านไปยังสถานที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่งด้วย
หัวใจที่ทั้งตื่นเต้นและมีความสุข
เขารู้ดีว่าจุดประสงค์ที่เฮ่อจือหร่านออกมาพร้อมกับเขา ไม่ใช่
การเก็บสมสมุนไพร
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเดิน โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยถาม
เบาๆ ว่า
“เจ้าจะไปที่ไหน”
ไปที่ไหน?
แท้จริงแล้วเฮ่อจือหร่านเองก็ไม่มีจุดหมาย นางตามโม่จิ่วเยี่ยอ
อกมาเพราะอยากจะมาซื้อของในร้านค้าเถาเป่า
มองสภาพแวดล้อมรอบ ๆ แล้ว ยิ่งให้ความรู้สึกสบายใจ
ถ้าไม่ใช่ว่าเมื่อคืนเกิดน ้าท่วมหนัก หรือพวกเขามีสถานะเป็น
นักโทษที่ถูกปล่อยตัวได้ นางก็อยากจะอยู่ที่นี่เพื่อดื่มด ่ากับความงาม
ของธรรมชาติให้เต็มที่
แต่ทว่า ตอนนี้นางต้องท าตัวให้เข้ากับสถานการณ์สักหน่อย
แม้ว่านางจะไม่ได้ปิดบังเรื่องราวจากโม่จิ่วเยี่ยอีกต่อไป แต่การที่
จู่ ๆ จะหยิบของออกมาจากพื้นที่มิติต่อหน้าต่อตาเขาในตอนกลางวัน
แสก ๆ แบบนี้ นางก็ท าไม่ลง
“ไม่เช่นนั้นท่านอยากไปเดินหาสัตว์ป่าแถวนี้ดีหรือไม่ พอข้า
เตรียมของเสร็จแล้วจะเรียกท่านกลับมาเอง”
การที่บอกให้โม่จิ่วเยี่ยออกไปหาสัตว์ป่านั้นเป็นเพียงข้ออ้าง
เพราะตลอดทางที่ผ่านมา พวกเขาไม่เห็นแม้แต่เงาของสัตว์ป่าเลย
เฮ่อจือหร่านแค่หาข้ออ้างไล่ให้อีกฝ่ายออกไปไกล ๆ เท่านั้นเอง
แต่โม่จิ่วเยี่ยรู้ใจนางดี
“ตกลง ข้าจะไปไกลสักหน่อย หากเจ้าเจออันตรายก็ร้องออกมา
ดัง ๆ”
“อืม ท่านวางใจเถอะ หากมีอันตราย ข้าจะร้องเรียกท่านกลับมา
ช่วยแน่”
โม่จิ่วเยี่ยเดินขึ้นสูงต่อไปพลางเหลียวหลังมองมาเป็นระยะ ในใจ
ยังแอบหวังว่าเฮ่อจือหร่านจะยอมให้เขาอยู่ด้วยต่อ
ทว่าเฮ่อจือหร่านกลับไม่เอ่ยปากรั้งรอเขาไว้แม้แต่น้อย…
จนกระทั่งร่างของโม่จิ่วเยี่ยเลือนหายไป เฮ่อจือหร่านจึงเดินมา
หยุดอยู่ใต้พุ่มไม้รกทึบ พลางกวาดสายตามองบริเวณรอบตัว
จากนั้นจิตส านึกก็เข้าสู่พื้นที่มิติอย่างรวดเร็ว
นางหยิบโทรศัพท์ออกมา สั่งซื้อสมุนไพรให้เพียงพอกับคน
เหล่านั้นกินได้หนึ่งวัน
นอกจากนี้ เพื่อช่วยการล่าสัตว์ของโม่จิ่วเยี่ย นางจึงซื้อกระต่าย
เนื้อเป็น ๆ อีกสิบตัว
ไก่ฟ้าในยุคหลังกลายเป็นสัตว์ป่าต้องห้าม เถาเป่าจึงไม่มีขาย
แต่มีไข่ไก่ฟ้าขายอยู่
แม้ว่าราคาของไข่ไก่ฟ้าจะแพงกว่าไข่ไก่ธรรมดาไปบ้าง แต่โชค
ดีที่สามารถเปิดเผยต่อผู้อื่นได้
เมื่อเตรียมเสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงตะโกนบอกโม่จิ่วเยี่ยที่เพิ่งจะ
จากไป
“โม่จิ่วเยี่ย! ข้าเสร็จแล้วนะ!”
นางตะโกนเรียกไปสองครั้ง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ
เฮ่อจือหร่านเริ่มรู้สึกกังวล จึงเดินขึ้นไปตามทางลาดชันเพื่อตาม
หาเขา
เดินไปได้ไม่ถึงร้อยก้าว นางก็พบกับเงาร่างอันคุ้นตา
โม่จิ่วเยี่ยก าลังเดินตรงเข้ามาพร้อมกับแบกแพะภูเขาไว้บนบ่า
แท้จริงแล้วเขาได้ยินที่นางตะโกนเรียก แต่เพราะก าลังไล่ล่าแพะ
ภูเขาอยู่ จึงไม่กล้าส่งเสียงรบกวนด้วยเกรงว่าจะท าให้มันตกใจ จึง
ไม่ได้ตอบรับนางในทันที่
เมื่อจับแพะภูเขาได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็รีบแบกมันแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่ง
ตรงไปหาเฮ่อจือหร่าน
มองดูแพะภูเขาบนบ่าของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รู้สึก
เสียดายขึ้นมา
หากรู้ว่าเขายังสามารถล่าแพะภูเขาได้ นางก็คงซื้อมาจากร้าน
ในเถาเป่าสักตัวแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเดินเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว ชั่วขณะหนึ่งเขาก็
เหมือนลังเล แต่แล้วท าท่าทางมั่นใจก่อนจะคว้ามือนาง
“พวกเราไปกันเถอะ!”
ทว่ายามเห็นกระต่ายที่ยังมีชีวิตอยู่มากมาย โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกตกใจ
ด้วยความสามารถของเขา ยังไม่สามารถหากระต่ายป่าได้
มากมายขนาดนี้ แล้วเฮ่อจือหร่านท าได้อย่างไร?
กระต่ายพวกนี้มาจากถุงวิเศษของนางหรือเปล่า?
แต่ไม่นานเขาก็นึกถึงเหตุผลเดิม ๆ ที่เคยใช้ปลอบใจตัวเอง นี่
เป็นความลับที่ไม่ควรเอ่ยถาม
เมื่อจัดการกับความคิดของตัวเองได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็หาเศษไม้
มา มัดรวมกันด้วยเถาวัลย์ ท าเป็นแพล าเล็ก ๆ
ทั้งสองคนช่วยกันลากแพที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่ากลับไปที่ถ ้า
เผิงวั่งเห็นของพวกนี้แล้วแววตาก็เป็นประกาย
“น้องชาย น้องสะใภ้ พวกเจ้าคงเหนื่อยแล้ว ในช่วงเวลาแบบนี้
การที่สามารถท าให้ทุกคนมีข้าวกิน นับเป็นความดีความชอบของ
พวกเจ้า”
ทั้งสองคนไม่สนใจว่าจะมีความดีความชอบหรือไม่ สิ่งที่พวกเขา
หวังมากที่สุดในตอนนี้คือการได้พาครอบครัวไปถึงซีเป่ยอย่าง
ปลอดภัย
“พี่เผิงอย่าได้เกรงใจ พวกเราก็แค่ช่วยเหลือเท่าที่ท าได้”
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างสุภาพ จากนั้นก็พาแพะภูเขากับกระต่ายป่า
สองตัวและไข่ไก่ฟ้าบางส่วนออกไป โดยไม่ลืมดึงตัวเฮ่อจือหร่านไป
ด้วย
ส่วนเหยื่อที่เหลือ เขาปล่อยให้เผิงวั่งจัดการเอง
พี่สะใภ้ทั้งหลายอาสาเข้ามาจัดการกับเหยื่อพวกนั้น แม้ว่าพวก
นางจะยังรู้สึกไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังกัดฟันท า
น้องเก้ากับน้องสะใภ้เก้าท าเพื่อทุกคนมากพอแล้ว พวกนางต้อง
พยายามช่วยแบ่งเบาภาระ
อาหารของตระกูลอื่น ๆ และชาวบ้านทั้งหมด เผิงวั่งเป็นคน
รับผิดชอบในการแจกจ่ายของ แม้ว่าจะไม่ได้มากเท่ากับสกุลโม่ แต่ก็
ไม่มีใครเอ่ยปากบ่นแม้แต่คนเดียว
ในเวลานี้ ถ้าไม่มีโม่จิ่วเยี่ยกับภรรยา พวกเขาก็คงต้องล้มป่วย
หรืออดตายอยู่ที่นี่ ดังนั้นพวกเขาจึงซาบซึ้งในบุญคุณของทั้งสอง
เหลือเกิน
แม้แต่คนในตระกูลเหอเองก็ยังมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยสายตาที่อ่อนลง
อย่างเห็นได้ชัด
เหอจื่อหยวนถึงกับเดินเข้ามาหาโม่จิ่วเยี่ยด้วยตัวเองเพื่อกล่าว
ขอบคุณ
ทั้งเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยต่างก็มองออกว่าตอนนี้เหอจื่อหยวน
มีความตั้งใจที่จะผูกมิตรกับพวกเขา
ทว่าความแค้นที่สั่งสมมานาน ย่อมไม่จางหายไปภายในวันเดียว
พวกเขาไม่ใช่คนที่ใครหน้าไหนก็สามารถมาสนิทสนมด้วยได้ง่าย ๆ
โม่จิ่วเยี่ยเพียงพยักหน้ารับค าขอบคุณของเขาอย่างไม่ใส่ใจนัก
จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกับเหอจื่อหยวนอีก
หลังจากวุ่นวายกันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าและสะใภ้ใน
บ้านก็เตรียมเนื้อสัตว์ป่าที่โม่จิ่วเยี่ยน ากลับมาเสร็จ
โม่จิ่วเยี่ยก่อกองไฟไว้ที่ลานกว้างแล้ว
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การน าเนื้อสัตว์ป่ามาย่างกินเป็นวิธีที่
สะดวกที่สุด
แน่นอนว่าถ้าอยากให้อร่อย ก็ต้องอาศัยฝีมือของเฮ่อจือหร่าน
ด้วย