ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 94 มอบใบสั่งยา
เห็นดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงรีบอธิบายว่า “พี่เมิ่งไม่ต้องกังวล ท่าน
อาจารย์ที่สอนวิชาแพทย์ให้ข้าเคยมอบใบสั่งยาที่รักษาโรคระบาดได้
ตอนนี้ชาวบ้านที่กินยาเข้าไปล้วนปลอดภัยแล้ว
สิ่งที่ข้าอยากจะเตือนท่านคือ ชาวบ้านเหล่านั้นติดโรคระบาด
ก่อนที่จะขึ้นเขามา ตอนนี้ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของโรค ไม่แน่ว่า
ชาวบ้านในหมู่บ้านรอบ ๆ ก็อาจจะติดเชื้อไปด้วยแล้ว
ดังนั้น ข้าหวังว่าท่านจะใส่ใจกับเรื่องนี้ และเพิ่มก าลังคนไป
ตรวจสอบสถานการณ์ หากพบสิ่งผิดปกติ ก็ต้องรีบด าเนินการทันที”
ส าหรับเรื่องที่เฮ่อจือหร่านบอกว่านางมีใบสั่งยาที่รักษาโรค
ระบาดนั้น เมิ่งไห่หนิงไม่ได้ปักใจเชื่อทั้งหมด
ท้ายที่สุด โรคระบาดก็แตกต่างจากโรคอื่น ๆ เขาเคยได้ยิน
ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า โรคระบาดครั้งใหญ่ในสมัยราชวงศ์ต้าซุ่นนั้น มี
ท่านหมอมากมายที่ต้องสังเวยชีวิตไปพร้อมกับการรักษาโดยที่ไม่
สามารถคิดหาวิธีรักษาได้
เขาเชื่อมั่นในตัวของโม่จิ่วเยี่ยจากก้นบึ้งของหัวใจ และเต็มใจที่
จะเชื่อว่าน้องสะใภ้ของเขาเป็นคนดี
แต่ส าหรับเรื่องใหญ่โตอย่างการรักษาโรคระบาดนั้น เมิ่งไห่หนิง
ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
หากไม่ดีขึ้น คนนับหมื่นนับแสนอาจจะต้องตาย…
“น้องสะใภ้ ยาของเจ้ากินแล้วได้ผลจริง ๆ หรือ”
เรื่องนี้เผิงวั่งสามารถเป็นพยานได้
“น้องชายเมิ่ง พี่ชายอย่างข้าเห็นกับตาตัวเองว่า คนที่ใกล้ตาย
แล้วกลับฟื้นขึ้นมาได้ เรื่องนี้เจ้าวางใจได้เลย”
เมื่อมีเผิงวั่งเป็นพยาน เมิ่งไห่หนิงจึงเริ่มเชื่อขึ้นมาบ้าง
ขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกว่าการเผาศพในทันทีก็เป็นเรื่องที่
สมเหตุสมผล
เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ เมิ่งไห่หนิงจึงรีบเรียกคน
มาจัดการเผาศพเหล่านั้นทันที่
ในคืนก่อนหน้านี้ เมิ่งไห่หนิงได้ยินว่าที่นี่เกิดน ้าท่วม เขาจึงรีบ
เขียนรายงานสถานการณ์ส่งไปยังราชส านัก หวังว่าราชส านักจะรีบ
ส่งคนมาช่วยแก้ไขวิกฤตโดยเร็ว
ผ่านไปไม่ถึงวัน เขาก็เขียนรายงานอีกฉบับเพื่อรายงานเรื่องโรค
ระบาด
ส่วนทางจักรพรรดิซุ่นอู่จะจัดการอย่างไร ตอนนี้เขาไม่สามารถ
เข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจขององค์จักรพรรดิได้
หากเป็นคนขี้ขลาด แม้จะเข้าใจถึงความส าคัญของการเผาศพ
เป็นอย่างดี แต่หากไม่ได้รับค าสั่งจากราชส านัก พวกเขาก็ไม่กล้าท า
อะไรโดยพลการ
จากเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและกล้าหาญของ
เมิ่งไห่หนิง
เห็นเมิ่งไห่หนิงท าสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระบบระเบียบแล้ว โม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่านต่างก็รู้สึกนับถือเขาขึ้นมา
หลังจากเผาศพชาวบ้านที่ลากขึ้นมาจากน ้าจนหมดแล้ว ท้องฟ้า
ก็จวนจะมืดค ่า
เมิ่งไห่หนิงเผยสีหน้าลังเลต่อหน้าเฮ่อจือหร่านและคนอื่นๆ
ออกมาเป็นครั้งแรก
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นอย่างยากล าบาก
“พี่น้องทั้งหลาย ข้ารู้ว่าเรื่องนี้อาจจะล าบากใจไปสักหน่อย แต่
ในฐานะนายอ าเภอคนหนึ่ง ข้าต้องค านึงถึงชีวิตของชาวบ้านก่อน”
เฮ่อจือหร่านรู้ทันความคิดของเขา เมิ่งไห่หนิงคงคิดจะขอสูตรยา
รักษาโรคระบาดนั่นเอง
ถ้าเป็นจักรพรรดิซุ่นอู่มาขอด้วยตัวเอง นางก็ไม่มีทางยอมมอบ
สูตรยาให้
แต่กับคนตรงหน้านี้นางคิดต่างออกไป ไม่ต้องพูดถึงอนาคตของ
เมิ่งไห่หนิง เพียงตอนนี้ เขาก็เป็นคนมีความรับผิดชอบและกล้าท า
เพื่อคนส่วนรวมแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนที่นางตั้งใจจะให้โม่จิ่วเยี่ยผูกมิตรด้วย
เพราะเหตุผลมากมายขนาดนี้ แค่สูตรยาตัวหนึ่ง นางไม่หวงแหน
อะไรนักหรอก
ถึงแม้ชาติก่อนจะทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากเพื่อศึกษาสูตรยานี้
แต่เป้าหมายที่เฮ่อจือหร่านมุ่งมั่น ก็เพื่อช่วยชีวิตผู้คนให้ได้มาก
ที่สุด
ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสที่จะช่วยชีวิตผู้คนได้มากขึ้น ทั้งยังเป็นการ
สร้างบุญคุณอันใหญ่หลวงกับเมิ่งไห่หนิง นางก็ไม่ได้คิดอะไร
มากมายที่จะมอบสูตรยาให้เขา
เมิ่งไห่หนิงเห็นเฮ่อจือหร่านไม่ตอบสักที่ จึงคิดว่านางคงไม่เต็มใจ
“น้องสะใภ้ ข้ารับรองว่าจะไม่มีใครล่วงรู้สูตรยานี้นอกจากตัวข้า
เอง และจะไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากเจ้า นอกจากนี้ ข้าจะให้คนไป
รวบรวมสมุนไพรพวกนี้ โดยแยกกันไปหาคนละชนิด รอจนกว่าจะ
ผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ข้าจะเผาสูตรยานี้ทิ้งด้วยมือของข้าเอง เจ้าเห็นว่า
ท าแบบนี้ใช้ได้หรือไม่”
เดิมทีเฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้จะปฏิเสธค าขอของเมิ่งไห่หนิงอยู่แล้ว
ในเมื่อเขาก็พูดมาขนาดนี้ นางก็คงไม่ต้องเกรงใจอีกฝ่ายอีก
“ได้ ข้าเชื่อว่าพี่เมิ่งท าได้อย่างที่พูดแน่นอน”
ไม่นาน เมิ่งไห่หนิงก็ให้คนน ากระดาษและพู่กันมา
เฮ่อจือหร่านจ าสูตรยาที่คิดค้นขึ้นเองได้อย่างแม่นย า สิ่งเดียวที่
ท าให้นางล าบากใจเล็กน้อย คือไม่รู้ว่าควรจะเขียนอักษรตัวเต็มแบบ
นี้ได้ดีหรือเปล่า
โดยเฉพาะการใช้พู่กันเช่นนี้ ในชีวิตก่อนนางไม่เคยเรียนการ
เขียนตัวอักษรมาก่อน
ด้วยเหตุนี้ นางจึงท าได้แต่หวังพึ่งความทรงจ าของเจ้าของร่าง
เดิมเท่านั้น
เฮ่อจือหร่านลังเลจะลงมือ นางค่อย ๆ ยกพู่กันขึ้น ลองเขียนวน
ไปมาบนกระดาษสองสามครั้ง ก่อนจะตัดสินใจจรดปลายพู่กันลง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเคยชินของร่างกายนี้หรืออย่างไร แต่เฮ่อจื
อหร่านกลับสามารถใช้พู่กันเขียนอักษรแบบโบราณของยุคนี้ได้
อย่างคล่องแคล่ว
ไม่เพียงเท่านั้น ตัวอักษรที่นางเขียนออกมายังเป็นลายมือแบบ
ดั้งเดิมที่เรียบร้อยสวยงาม แสดงให้เห็นว่าเจ้าของร่างเดิมนั้นฝึกฝน
ด้านนี้มาเป็นอย่างดี
เมื่อเขียนใบสั่งยาเสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงรอให้น ้าหมึกแห้งสนิท
ก่อนจะส่งมอบให้กับเมิ่งไห่หนิง
“ใบสั่งยาอยู่นี่แล้ว หากมีผู้ใดถามถึงมัน ท่านช่วยปิดบังเรื่องนี้
แทนข้าด้วย”
ในตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอนาคตของโม่จิ่วเยี่ยจะเป็นเช่นไร ในฐานะ
ภรรยาของเขา นางต้องไม่เปิดเผยตัวตนออกไป เพื่อหลีกเลี่ยง
ปัญหาที่ไม่จ าเป็น
เมิ่งไห่หนิงรับใบสั่งยามาเก็บไว้ ก่อนจะประสานมือค านับเฮ่อจือห
ร่านอย่างนอบน้อม
“น้องสะใถ้วางใจเถอะ ข้าไม่มีวันปริปากเรื่องนี้ออกไปอย่าง
แน่นอน สัญญาของข้าย่อมเป็นสัญญา”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็วางใจแล้ว” เฮ่อจือหร่านยิ้มรับ
เผิงวั่งเห็นว่าเวลาล่วงเลยมานานแล้ว จึงพาทุกคนกลับขึ้นเขา
ก่อนจะตกลงกันว่าหลังพักผ่อนหนึ่งคืนแล้วค่อยออกเดินทางในเช้า
วันรุ่งขึ้น
ส่วนชาวบ้านบนเขานั้น พรุ่งนี้เช้าเมิ่งไห่หนิงจะส่งคนมาจัดการ
ให้
พวกเขาจึงอ าลาจากกัน เมื่อกลับถึงถ ้า ท้องฟ้าก็มืดมิดลงเสีย
แล้ว
พี่สะใภ้ทั้งสองคนย่างเนื้อสัตว์ป่าที่เหลือไว้จนสุก รอเพียงเฮ่อจื
อหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยกลับมาจึงจะกินด้วยกัน
คืนนั้นไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
จนรุ่งเช้า เผิงวั่งก็เรียกทุกคนให้เตรียมตัวออกเดินทางต่อ
ชาวบ้านต่างพากันคุกเข่าขอบคุณผู้มีพระคุณอย่างเฮ่อจือหร่าน
อย่างซาบซึ้งใจ เฮ่อจือหร่านก็ก าชับกับพวกเขาว่า
หากต้องการตอบแทนบุญคุณของนาง ก็อย่าได้บอกเรื่องที่นาง
ช่วยชีวิตพวกเขาออกไป
แม้ชาวบ้านจะไม่รู้ว่าเหตุใดหมอเทวดาผู้นี้จึงไม่ต้องการทิ้งชื่อไว้
หลังจากช่วยชีวิตพวกเขา แต่ด้วยค าขอของนาง พวกเขาก็รับปาก
เป็นเสียงเดียวกันว่าจะไม่ปริปากพูดเรื่องนี้ออกไป
อุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ได้คร่าชีวิตผู้คนและ
บ้านเรือนในหมู่บ้านของผู้ใหญ่บ้านหลิวเพียงแห่งเดียว หากแต่ยัง
ไหลบ่าไปทางทิศตะวันตก และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
เห็นได้ชัดว่าน ้าท่วมครั้งนี้พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย
เพียงใด
แต่ไม่ว่าอย่างไร ภัยธรรมชาติและภัยจากน ้ามือมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่
เกิดขึ้นได้ทุกยุคทุกสมัย มนุษย์ที่เผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้
เปรียบเสมือนกลุ่มคนที่อ่อนแอที่สุด ทั้งยังไร้หนทางต่อกรกับฟ้าดิน…
ไม่เว้นแม้แต่พวกเจ้าหน้าที่ ทุกคนต่างไม่มีเสบียงอาหาร
หลงเหลืออยู่ แม้จะท าให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก แต่ขณะเดียวกัน
ก็สร้างความล าบากให้กับอีกหลาย ๆ เรื่อง
ยกตัวอย่างเช่น อาหารสามมื้อในแต่ละวัน พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่
มีข้าวกินประทังชีวิต แต่ยังหาน ้าสะอาดดื่มได้ยากอีกด้วย
โชคดีที่พวกเขาพบหม้อและเครื่องครัวบางส่วนที่ถูกกระแสน ้า
พัดพามา จึงพอบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าไปได้บ้าง
และแม้ว่าจะมีหม้อและเครื่องครัวอยู่ แต่พื้นที่โดยรอบก็ได้รับ
ความเสียหายอย่างหนัก ไม่มีที่ไหนให้ซื้อหาอาหารได้เลย
ด้วยความจ าเป็น เฮ่อจือหร่านจึงได้แต่พาทุกคนขึ้นเขาไปขุดหา
ผักป่ากินประทังชีวิต
พวกเขาใช้ชีวิตอย่างยากล าบากเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลาสี่วัน
จนกระทั่งในวันที่ห้า ช่วงเวลากลางวัน พวกเขาก็เดินทางมาถึงเมือง
อันหนิง