ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 95 เมืองอันหนิง
เดิมทีเผิงวั่งไม่คิดจะพานักโทษมาจับจ่ายซื้อของในเมืองใหญ่
เช่นนี้
ราคาสินค้าในเมืองนั้นสูงกว่าเมืองเล็ก ๆ หลายเท่า ยิ่งเป็น
สถานที่ของกลุ่มคนมีอันจะกินก็ยิ่งแพงมาก
ส าหรับเจ้าหน้าที่แล้ว การซื้อสินค้าประเภทเดียวกันในราคาที่
ถูกกว่าย่อมดีที่สุด
ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนก่อน พวกเขากินน ้าแกงผักมาสี่ห้าวันแล้ว
หากยังต้องอดอยากต่อไป เกรงว่าจะไม่มีแรงเดินทางต่อ
เผิงวั่งจึงน าขบวนเข้าสู่เมืองอันหนิง
อาจเป็นเพราะไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก เผิงวั่งจึงไม่คุ้นเคยกับเมือง
แห่งนี้เท่าเมืองอื่น ๆ
เขาสอบถามเส้นทางอยู่ตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมที่ว่า
กันว่าราคาถูกที่สุดในเมืองอันหนิง
ต้องยอมรับว่าในเมืองใหญ่นั้นคึกคักกว่าเมืองเล็ก ๆ มาก แม้แต่
โรงเตี๊ยมที่บอกว่าถูกที่สุดก็ยังดูหรูหราโอ่อ่ากว่าโรงเตี๊ยมที่เคยพักมา
ประตูโรงเตี๊ยมหันหน้าเข้าถนน มีเสี่ยวเอ้อร์ยืนเรียกลูกค้าอยู่
หน้าประตู
เมื่อเห็นว่ามีแขกมาถึง เสี่ยวเอ้อร์ก็ส ารวจพวกเขาก่อน เมื่อเห็น
เผิงวั่งและคนอื่น ๆ สวมชุดเจ้าหน้าที่ เขาก็รีบเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้า
ไปด้านในอย่างกระตือรือร้น
เดิมทีเผิงวั่งคิดว่าจะให้แขกพักรวมกันในห้องพักส าหรับสิบคน
เช่นที่ผ่าน ๆ มา แต่ที่นี่กลับไม่มีห้องแบบนั้นเลย
ห้องที่ถูกที่สุดคือห้องส าหรับห้าคน ราคาคืนละห้าร้อยเหวิน
ในตอนนั้น เผิงวั่งไม่ได้ใส่ใจเรื่องราคาเท่าไหร่นัก หากแพงก็คง
ต้องยอมจ่าย เพราะอย่างไรพวกเขาก็ต้องหาที่พักให้ได้
สกุลโม่ยังมีเงินอยู่ พวกเขาคงจัดการกันเองได้ ส่วนอีกสอง
ตระกูล ถ้าอยากจ่ายเงินก็ต้องเช่าห้องพัก แต่ถ้าไม่มีเงินก็ต้องนอน
กลางดินกินกลางทรายอยู่นอกโรงเตี๊ยม ตราบใดที่ไม่มีใครคิดหนีไป
ไหน เรื่องอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องรองลงมา
แน่นอนว่าทั้งตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยต่างก็รู้สึกเสียดายเงินที่
จะต้องน ามาจ่ายค่าห้องพัก โดยเฉพาะกับห้องที่นอนได้แค่ห้าคน
แบบนั้น
แต่เมื่อคิดถึงการเดินทางที่อยู่กลางแดดกลางลมมาหลายวัน
ร่างกายก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายนัก พวกเขาจึงตัดสินใจกัดฟันเช่า
ห้องพักสักหนึ่งห้อง มันอาจเบียดเสียดกันสักหน่อยก็น่าจะดีกว่านอน
ข้างนอก
ส่วนเฮ่อจือหรานนั้นไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร นางเลือกจะเช่า
ห้องพักส าหรับห้าคนสองห้อง และห้องส าหรับสองคนอีกหนึ่งห้อง
ทันที่
สุดท้ายคนที่ล าบากที่สุดก็คือคนตระกูลเหอ พวกเขาจึงได้แต่
นอนพักตามระเบียงทางเดินด้านหลังของโรงเตี๊ยมแทน
หลังจากทุกคนจัดแจงที่พักเรียบร้อยแล้ว เผิงวั่งก็ส่งคนไปถามเฮ่
อจือหรานว่าต้องการจะออกไปซื้อเสบียงด้วยหรือไม่
เฮ่อจือหร่านย่อมไม่ปฏิเสธ นางเอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ
ก่อนจะเตรียมตัวออกจากห้องพัก
เมื่อเห็นดังนั้น คนตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยจึงรีบร้องขอเผิงวั่ง
หวังว่าเขาจะให้เวลาพวกเขาออกไปหาซื้อข้าวของบ้าง
ต้องยอมรับว่า ครั้งนี้ทั้งสองตระกูลได้รับผลประโยชน์จากสกุลโม่
โดยแท้ ไม่เพียงท าให้พวกเขามีเงินติดตัวบ้างแล้ว แต่เหล่าเจ้าหน้าที่
ก็ยังไม่ได้รีดไถอะไรจากพวกเขาอีก
ส าหรับตระกูลฟางและตระกูลเซี่ย นี่นับเป็นบุญวาสนาอันยิ่งใหญ่
ที่สวรรค์ประทานให้แล้ว
แม้เผิงวั่งจะไม่ขัดขวางการออกไปหาซื้อของของทั้งสองตระกูล
แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจให้พวกเขาออกไปเพียงล าพังเหมือนอย่างที่ท า
กับเฮ่อจือหร่าน
ดังนั้น เพื่อความรอบคอบ เผิงวั่งจึงส่งเจ้าหน้าที่สองนายติดตาม
ไปด้วย
เมื่อเห็นว่าเฮ่อจือหร่านก าลังก้าวออกจากประตู โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ย
ลาเผิงวั่ง ก่อนจะรีบตามนางไป
“ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”
เมื่อเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยตั้งใจแน่วแน่ เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้ปฏิเสธ
เราสองคนเร่งฝีเท้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย พยายามรักษา
ระยะห่างจากคนของตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางที่อยู่ด้านหลัง เพื่อ
ความสะดวกตัวในการด าเนินการ
ตอนนี้นางมีโม่จิ่วเยี่ยอยู่ข้างกาย การจะหยิบของในพื้นที่มิติมา
ใช้จึงไม่สะดวกนัก
โชคดีที่เมืองอันหนิงนั้นมีข้าวของมากมาย ขอแค่มีเงินทองก็
สามารถหาซื้อทุกอย่างได้
ระหว่างที่เลือกซื้อของ ทั้งสองคนก็ได้ยินผู้คนในเมืองอันหนิง
ก าลังพูดคุยกันถึงเรื่องหนึ่ง
นั่นคือเรื่องน ้าท่วมที่อ าเภอตงเฟิง
แต่หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันมากที่สุด กลับไม่ใช่ความ
ร้ายแรงของภัยพิบัติ แต่เป็นเรื่องที่นายอ าเภอเมิ่งไห่หนิงกล้าเผาศพ
ของผู้ประสบภัย
ได้ยินมาว่าเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณขององค์
จักรพรรดิ พระองค์จึงทรงมอบหมายให้ท่านอ๋องหนานฉีเดินทางมา
เพื่อจัดการเรื่องนี้
เมื่อใหร่ที่ท่านอ๋องหนานฉีมาถึง คาดว่าเมิ่งไห่หนิงคงจะถูก
ลงโทษอย่างหนัก
เป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวบ้านจะรับไม่ได้หากศพของคนใน
ครอบครัวถูกเผา เมิ่งไห่หนิงเองก็คงคิดถึงผลที่จะตามมาตั้งแต่ก่อน
ลงมือท าแล้ว
แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือองค์จักรพรรดิทรงให้หนานฉีมาเป็นคน
จัดการเรื่องนี้แทน
ด้วยความรู้ด้านประวัติศาสตร์ของเฮ่อจือหร่าน ณ เวลานี้
หนานฉีก าลังต้องการคนที่มีความสามารถมาช่วยเหลือ
เมื่อเขาแสดงออกว่าสนับสนุนการกระท าของเมิ่งไห่หนิงแล้ว เมิ่ง
ไห่หนิงจะต้องส านึกในบุญคุณที่หนานฉีมองเห็นคุณค่าในตัวเขา
และเข้าร่วมเป็นฝ่ายเขาอย่างแน่นอน
นั่นคงจะเป็นโอกาสที่ท าให้เมิ่งไห่หนิงได้รู้จักกับเฟ่ยหนานอวี่
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาของเฮ่อจือหร่าน
เท่านั้น ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป นางก็ไม่ได้สนใจมากนัก
แม้ว่าทั้งเฟ่ยหนานอวี่และเมิ่งไห่หนิง จะเป็นบุคคลส าคัญของราช
ส านักในอนาคต แต่ส าหรับสกุลโม่ในตอนนี้ พวกเขายังไม่ได้มี
อิทธิพลใด ๆ
เฮ่อจือหร่านแค่หวังว่าเมื่อเมิ่งไห่หนิงเข้าร่วมกับหนานฉีแล้ว เขา
จะรักษาสัญญา ไม่ปริปากเรื่องที่นางมอบสูตรยาให้
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยฟังเรื่องเหล่านี้เพียงผ่าน ๆ เพราะเรื่องราวในวัง
หลวงไม่เกี่ยวข้องกับเขาแล้ว…
ระหว่างทางโม่จิ่วเยี่ยแทบไม่พูดอะไรเลย แต่ทุกครั้งที่เฮ่อจือห
ร่านซื้อของ เขาก็จะเป็นฝ่ายถือหรือแบกให้โดยไม่ยอมให้นางล าบาก
เลยแม้แต่น้อย
เห็นเขาถือของที่นางซื้อมาเต็มไม้เต็มมือแล้ว เฮ่อจือหร่านจึง
อาสาช่วยชายหนุ่ม
แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่ยอมให้เฮ่อจือหร่านแตะต้องสักนิด เขาดื้อรั้น
จะแบกถือทุกอย่างไว้คนเดียว
เฮ่อจือหร่านจึงจ าใจต้องยอมรับ เมื่อเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยถือข้าวของ
มากไปแล้ว ทั้งสองจึงกลับมาที่โรงเตี๊ยมด้วยกัน
ฮูหยินผู้เฒ่าและบรรดาสตรีวิ่งมาช่วยจัดของ ส่วนพี่สะใภ้สาม
และพี่สะใภ้สี่ดึงตัวเฮ่อจือหร่านไปอีกด้านหนึ่ง
ทั้งคู่พร้อมใจกันหยิบถุงเงินออกมาจากอกเสื้อมอบให้นาง
“น้องสะใภ้เก้า ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมา เจ้าเป็นคนเดียวที่
ต้องจ่ายเงิน ตอนนี้ท่านแม่ให้เจ้าเป็นคนดูแลเรื่องในบ้าน พวกเราจึง
จะมอบเงินทั้งหมดมีให้เจ้าจัดการ”
เฮ่อจือหร่านตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วรีบส่งถุงเงินกลับคืนไป
“พี่สะใภ้ทั้งสอง พวกท่านเก็บเงินไว้เถอะ ถ้าข้าใช้จ่ายหมดแล้ว
ค่อยขอจากพวกท่านก็ได้”
เฮ่อจือหร่านคิดว่า ต่อไประหว่างทางอาจไม่ราบรื่นนัก หากนาง
พลัดพรากจากครอบครัวหรือเกิดเรื่องอื่นขึ้น อย่างน้อยพวกเขาก็ยัง
มีเงินติดตัว ชีวิตย่อมจะไม่ล าบากนัก
พี่สะใภ้ทั้งสองไม่รู้ความตั้งใจของเฮ่อจือหร่าน จึงยืนกรานจะ
มอบเงินให้นาง
หลังจากถูกเฮ่อจือหร่านปฏิเสธอีกครั้ง ทั้งสองจึงจ าใจล้มเลิก
ความตั้งใจไปชั่วคราว แล้วกลับไปช่วยจัดการข้าวของต่อ
หลังจากต้องอยู่อาศัยกลางแจ้งมาหลายวัน ในที่สุดก็ได้กิน
อาหารที่ปกติสักมื้อ ทุกคนจึงรู้สึกอิ่มเอมใจมาก
มีเพียงตระกูลเหอเท่านั้นที่ไม่มีเงินติดตัว พวกเขาจึงได้กินเพียง
หมั่นโถวหยาบที่เจ้าหน้าที่แจกจ่ายให้
หลังจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในโรงเตี๊ยมตลอดทั้งคืน เช้า
วันรุ่งขึ้น ทุกคนก็รู้สึกราวกับว่าพลังชีวิตได้กลับคืนมาจนเต็มเปี่ยม
อีกครั้ง
ดังนั้นเผิงวั่งจึงออกค าสั่งให้ทุกคนออกเดินทางกันต่อ
เมื่อเดินทางติดต่อกันสามวัน พวกเขาก็พบกับภูเขาลูกใหญ่
ขวางกั้นเส้นทางอยู่เบื้องหน้า
โจวเหล่าปาเดินน าหน้า ชี้ไปยังภูเขาเบื้องหน้าพลางกล่าวว่า
“หัวหน้า ตอนนี้ก็บ่ายคล้อยแล้ว พวกเราน่าจะพักกันที่นี่สักหนึ่งคืน
พรุ่งนี้เช้าค่อยข้ามเขาดีหรือไม่”
“อืม พักแรมกันที่เชิงเขาหนึ่งคืนก่อน พรุ่งนี้ค่อยขึ้นเขา”
โจวเหล่าปาหันไปตะโกนบอกกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง “ไปที่เชิง
เขากัน มองหาที่พักผ่อนกันตามสบาย พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกัน
ต่อ”