นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #12 : วันปฐมนิเทศ [2]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #12 : วันปฐมนิเทศ [2]
ติ๊ง!
ในที่สุดประตูลิฟต์ก็เปิดออก เผยให้เห็นห้องกว้างปูพรมสีเทาไปทั่วพื้น มีเก้าอี้สีขาวหลายตัววางเรียงรายเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ทุกตัวหันหน้าไปทางจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่
สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด หลายคนกำลังพูดคุยและทักทายหยอกล้อกัน
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ทำแบบนั้น ยังมีอีกไม่น้อยที่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาจนเห็นได้ชัด
“โอ้ ดูสิว่าใครมา!”
ชายร่างสูงในชุดสูทสีเทาและเนคไทสีดำสุดเนี๊ยบคนหนึ่งเดินตรงมาทางพวกเรา สายตาของเขาจับจ้องไปที่ไคล์
“ไม่นึกเลยว่าหนึ่งในดาวรุ่งตัวท็อปของเราจะมางานปฐมนิเทศพวกหน้าใหม่แบบนี้ด้วย”
หนึ่งในดาวรุ่งตัวท็อปของเรา?
ผมเหลือบมองไคล์ที่หัวเราะออกมาแห้ง ๆ เห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าตัวไม่สบายใจ
“อย่าสิครับ คุณก็พูดเว่อร์เกินไปนะ”
หมอนี่เนี่ยนะ?
“เว่อร์เกินไปเหรอ?”
ชายคนนั้นโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่เอาน่า… ทั้งตัวนายเองและฉันก็รู้ดีว่านายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เนื้อหอมที่สุดในกิลด์ตอนนี้น่ะ ลองมาดูจำนวนคำขอเกี่ยวกับนายที่ฉันได้มาจากแต่ละกิลด์สิ? ฉันยังปวดกบาลไม่หายเลย”
ยิ่งฟังบทสนทนา สีหน้าของผมก็ยิ่งแปลกประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ
‘สรุปคือไม่ได้มีแค่โลกที่เปลี่ยน แต่ตอนนี้ไคล์ก็ยังกลายเป็นดาวรุ่งที่คนเขาหาตัวกันให้ควั่กอีกด้วยเหรอเนี่ย?’
“ช่างเถอะ…”
ชายคนนั้นหันมาสนใจผม เขาเอียงคอราวกับเพิ่งสังเกตเห็นการมีอยู่ของผม
“…แล้วนี่ล่ะใคร? ดูไม่คุ้นหน้าเลย เป็นหนึ่งในสมาชิกใหม่เหรอ?”
“เปล่าครับ เขามากับผมครับ หัวหน้าแผนก”
“อ้อออ”
หัวหน้าแผนกชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือราวกับเพิ่งนึกอะไรออก
“เขาเป็นคนสังเกตการณ์ที่นายเคยบอกเหรอ?”
“ใช่ครับ”
“โอเค เข้าใจแล้ว”
หัวหน้าแผนกชายตามองผมด้วยแววตาสงสัยอีกครั้งก่อนจะหันไปทางหลังสุดของห้อง เขาโบกมือเรียกใครบางคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“มานี่หน่อย! มีคนที่ฉันอยากแนะนำให้นายรู้จักน่ะ”
ไม่นานนัก ชายหนุ่มผมดำตัดสั้นทรงกะลาครอบและดวงตาสีน้ำตาลก็ปรากฏขึ้น
“ครับ หัวหน้าแผนก?”
ใบหน้าของเขาเรียวเล็ก และมีลักยิ้มโผล่บริเวณข้างแก้มตอนที่เขาเดินเข้ามาหา ความประทับใจแรกของผมที่มีต่อเขานั้นค่อนข้างดี— เขาดูเป็นคนนิสัยดี
“นี่ ไคล์” หัวหน้าแผนกพูดพร้อมกับตบไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ “หมอนี่ชื่อไมล์ส (Myles) เขาดูมีแววดี ถ้านายพอมีเวลาก็ลองช่วยแนะนำเขาหน่อยนะ เขาจะเป็นประโยชน์กับเราในอนาคตแน่ ๆ”
ไมล์ส?
ผมเอียงศีรษะเล็กน้อย พลางมองดูชายหนุ่มที่เข้าไปทักทายไคล์อย่างสุภาพ
ในขณะที่จ้องมองเขาอยู่นั้นเอง ผมก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง มีบางอย่างเกี่ยวกับเขาที่รู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ ผมอธิบายไม่ถูก แต่ยิ่งจ้องมองไมล์สนานเท่าไหร่ ผมยิ่งรู้สึกถึงเดจาวูอย่างน่าประหลาด และนั่นเริ่มทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
ผมอธิบายไม่ถูกเลยจริง ๆ ว่าเป็นเพราะอะไร เขาถึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยได้ขนาดนี้
“สวัสดีครับ”
“หือ?”
ผมกะพริบตา หลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง พอรู้ตัวอีกทีเขาก็เดินเข้ามาทักทายผมแล้ว
รอยยิ้มสุภาพประดับบนใบหน้าของเขา ฝ่ามือหนึ่งยื่นมาทางผม
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“…อ้อ สวัสดีครับ”
ผมทักทายกลับพร้อมกับจับมือเขา
ผมเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ช่วงเวลาหลังจากที่ปล่อยมือไปเลยให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างน่าประหลาด แต่ไมล์สก็ดูเหมือนจะไม่ถือสาเอาความ เขาเพียงแค่ยิ้มให้อีกครั้ง
“ผมได้ยินมาว่าคุณมาที่นี่ในฐานะคนสังเกตการณ์ สนใจจะเข้ากิลด์อยู่เหรอครับ?”
“ผมเหรอครับ?”
ผมรีบส่ายหัวด้วยความรวดเร็ว
“เปล่าครับ ไม่ใช่แบบนั้นเลย ผมเป็นแค่นักพัฒนาเกมน่ะ มาหาประสบการณ์เอาไปสร้างเกมดี ๆ เฉย ๆ”
“คุณเป็นนักพัฒนาเกมเหรอครับ?”
เขาถามด้วยความสนใจ
“ใช่ครับ”
ก็เป็นแหละ แต่ไม่ได้เก่งอะไรนักหรอกนะ
“แนวไหนเหรอครับ? สยองขวัญเหรอ?”
“…ใช่”
ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอายนิดหน่อยที่ต้องยอมรับมัน
“อื่มม”
สีหน้าของไมล์สเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดูอึดอัดใจ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้
นั่นทำให้ผมเริ่มสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่า?”
“เปล่าครับ คือว่า…”
เขาเม้มริมฝีปากของตัวเอง
“…ไม่รู้สิครับ ผมแค่รู้สึกว่าพวกเกมสยองขวัญมันยังไม่ค่อยใช่เท่าไหร่”
“เอ๋?”
เขาส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา
“คุณก็รู้นี่ครับ ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะทำงานประจำทั่วไป ไม่ได้อยู่ในกิลด์แบบนี้ แต่ก็มีคนที่เคยเจอเรื่องสยองเยอะอยู่เหมือนกันนะครับ— หลายคนเจอแทบทุกวันด้วยซ้ำ ผมแค่… ไม่คิดว่าแนวสยองขวัญจะดีน่ะครับ ถ้าอยากสร้างเกมสยองขวัญในสมัยนี้ก็คงต้องสร้างอะไรที่มันโดดเด่นมากจริง ๆ”
“….”
ผมยืนนิ่งเงียบ ไม่สามารถเอ่ยคำพูดใดตอบกลับไปได้แม้แต่คำเดียว
ทำไมผมถึงไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยนะ?
มันเป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ โลกใบนี้ไม่เหมือนกับโลกเก่าของผมเลยแม้แต่น้อย ที่นี่มีทั้งกิลด์ ทั้งเกต ทั้งเรื่องบ้าบอคอแตกพวกนั้นเกลื่อนกลาดไปหมด… ขีดจำกัดความอดทนต่อเรื่องสยองของผู้คนย่อมต้องสูงกว่าสมัยที่โลกปกติเป็นธรรมดา
สรุปสั้น ๆ คือ เกมสยองขวัญมันห่วยแตกในโลกนี้
‘อ๊ากกกก…’
ผมอยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ อยากจะพ่นคำด่าโคตรเหง้าอะไรก็ตามที่นึกออกสู่อากาศ
‘คิดว่าจะไม่มีอะไรมาทำให้สถานการณ์มันแย่ลงไปกว่านี้แล้วแท้ ๆ’
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ผมคงต้องตายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแน่นอน
“ทุกคน กรุณามารวมกันทางนี้!”
เสียงของหัวหน้าแผนกดังขึ้นทั่วห้องเพื่อดึงความสนใจจากทุกคนที่อยู่ข้างใน
“หาที่นั่งกันด้วยนะ งานปฐมนิเทศใกล้จะเริ่มแล้ว”
ผมกวาดสายตามองหาไคล์ไปทั่วห้อง จนในที่สุดก็เห็นเขาอยู่ใกล้ ๆ จอโปรเจกเตอร์ กำลังพูดคุยกับใครบางคนสวมฮู้ดคลุมศีรษะสีดำ คนคนนั้นก้มหน้าลงจนมองไม่เห็นใบหน้า แต่จากท่าทางของไคล์ที่ดูนิ่งและสำรวมขนาดนั้น มันบอกผมได้เลยว่าคนคนนั้นต้องเป็นบุคคลสำคัญแน่นอน
“อยากนั่งกับผมไหมครับ…?” ไมล์สถามขึ้นมากะทันหัน ทำให้ผมหลุดออกจากความคิดตัวเอง
“…ได้สิ”
ผมตอบกลับไป รู้สึกเบาใจที่มีคนรู้จักนั่งอยู่ข้าง ๆ พวกเราเดินไปหาที่นั่งว่าง ความประทับใจที่ผมมีต่อเขายังคงดีอยู่จนถึงตอนนี้
เขาค่อนข้างดูเป็นคนติดดินดีน่ะ
เมื่อเสียงทั้งหมดเงียบลง ทุกสายตาก็หันไปทางหัวหน้าแผนกและคนที่สวมฮู้ดคลุมศีรษะ ซึ่งตอนนี้นั่งอยู่ข้างหลังเขาในท่าไขว่ห้าง มือทั้งสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อ
ส่วนไคล์นั่งแผ่นหลังเหยียดตรง อยู่ถัดจากพวกเขา
“เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นคนเก่ง ๆ มารวมตัวกันเยอะขนาดนี้นะ”
หัวหน้าแผนกยิ้มแย้ม สีหน้าดูพึงพอใจ
“ผมจะไม่ทำให้การปฐมนิเทศครั้งนี้ของพวกคุณน่าเบื่อแน่นอน แต่มีบางเรื่องที่ผมอยากจะพูดก่อนไปถึงตรงนั้น ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับสองดาวรุ่งพุ่งแรงของพวกเรา”
ไคล์ลุกขึ้นยืน เรียกเสียงปรบมือได้ทันทีราวกับว่าทุกคนจำเขาได้ ความสนใจนั้นรุนแรงมาก และผมก็สังเกตเห็นสายตาอิจฉาริษยาบางคู่ที่ส่งไปหาเขาด้วย
เขาทำเพียงแค่โบกมือเล็กน้อยก่อนจะกลับลงไปนั่ง
จากนั้น หัวหน้าแผนกก็ชี้ไปยังบุคคลสวมฮู้ด
“ผมมั่นใจว่าพวกคุณทุกคนจะต้องชอบคนต่อไปแน่นอน”
หัวหน้าแผนกสะกิดคนที่สวมฮู้ดด้วยรอยยิ้มขี้เล่น คนคนนั้นลุกขึ้นยืนพร้อมกับถอนหายใจด้วยความจำนน ก่อนจะค่อย ๆ ถอดฮู้ดคลุมศีรษะออก เส้นผมสีบลอนด์สลวยพาดยาวลงมาตรงแผ่นหลัง
เมื่อเธอรูดซิปเสื้อฮู้ดออกก็เผยให้เห็นแจ็คเก็ตทหารสีเขียวมะกอกที่ดูเข้ากับสีดวงตาของเธอ สวมทับเสื้อครอปสีดำโชว์หน้าท้องทรงกระชับ เสริมด้วยกางเกงคาร์โก้[1]ที่มีช่องกระเป๋าอเนกประสงค์ประดับอยู่ ทำให้ลุคของเธอดูสมบูรณ์
ในจังหวะที่เธอยืนขึ้นนั้นเอง ทั่วทั้งห้องต่างตกอยู่ในความเงียบงัน บางคนอึ้งในรูปลักษณ์ของเธอ ขณะที่บางคนน่าจะอึ้งเพราะชื่อเสียงของเธอล่ะมั้ง?
ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แล้วก็ไม่มีเวลามานั่งแน่ใจด้วย เพราะผมเองก็อึ้งเหมือนกัน
แต่สาเหตุที่ผมอึ้ง มันแตกต่างจากคนอื่น
“ดูเหมือนจะมีหลายคนที่จำเธอได้นะ…”
หัวหน้าแผนกเริ่มแนะนำเธอ
“….นี่คือดาวรุ่งคนที่สองของแผนกเรา โซอี้ เทอร์ลิน (Zoey Terlin) ถ้าพวกคุณต้องการอะไร ให้ไปถามเธอไม่ก็ไคล์ได้เลย พวกเขาจะอยู่ช่วยงานปฐมนิเทศในวันนี้”
“โย่ว”
โซอี้เอ่ยออกมาพร้อมกับโบกมือสบาย ๆ ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งเกาต้นคอไปด้วย ท่าทางของเธอดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย
บรรยากาศรอบข้างยังคงเงียบกริบหลังจากที่เธอทักทาย
ส่วนผมทำได้เพียงแต่เหม่อมอง นิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ทั้งหัวสมองขาวโพลน ความคิดพลันว่างเปล่า ผมไม่รู้เลยว่าควรจะตอบสนองอย่างไรหลังจากที่ได้เห็นเธอ
เพราะว่า…
ผมรู้จักเธอ
แน่นอน ผมต้องรู้จักเธออยู่แล้ว
จะไม่ให้รู้จักได้ยังไงล่ะ?
ก็เธอดันเป็นหนึ่งในตัวละครจากเกมที่ผมเคยสร้างไว้เมื่อก่อนน่ะสิ
เชิงอรรถ
[1] กางเกงคาร์โก้ (Cargo Pants) เป็นกางเกงทรงกว้างที่มีกระเป๋าข้างกางเกงขนาดใหญ่หลายจุด ถูกออกแบบมาเพื่อให้พกพาของได้เยอะกว่ากางเกงทั่วไป ปัจจุบันนิยมใส่เป็นกางเกงลำลอง