นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #123 : โหมดนักพัฒนาเกม [1]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #123 : โหมดนักพัฒนาเกม [1]
ผมไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
หลังจากออกมาจากห้อง ‘สอบสวน’ สิ่งแรกที่ผมทำคือมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บของเพื่อหยิบกระเป๋าตัวเอง
‘ดูเหมือนของจะอยู่ครบหมดนะ’
ตั้งแต่มีดไปจนถึงแล็ปท็อป ล้วนไม่มีร่องรอยการถูกแตะต้อง ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“มีดไม่เป็นอะไร ขอบคุณพระเจ้า”
ก่อนหน้านี้ผมกังวลเกี่ยวกับมันมาก แต่ก็เบาใจเมื่อเห็นว่ามันยังคงอยู่ดี สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกเศร้าเล็กน้อยคือการต้องเสียคุณฮักส์ไป ถึงแม้ผมจะซื้อใหม่ได้ แต่ราคาของมันก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย
‘ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยขอให้พวกเขาเอามาคืนทีหลังก็ได้’
เท่าที่ผมรู้ พวกเขาได้ส่งทีมเข้าไปในรอยแยกและกำลังตรวจสอบสถานการณ์กันอยู่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเขาก็น่าจะพบตุ๊กตาหมีด้วย ผมแค่ต้องมาขอคืนเอาทีหลัง
พอนึกถึงเจ้าหมี ริมฝีปากพลันกระตุก ดวงตามองแขนตัวเอง
ท่าทีของมิเรลล์กับดรีมวอล์กเกอร์ แค่คิดผมก็รู้สึกปวดหัวแล้ว
สองตนนั้น…
พวกเขาต้องไม่พอใจกับสถานการณ์นี้แน่นอน
‘ฉันคงต้องซื้อขนมกับของกินเล่นเยอะ ๆ ไปง้อให้เธอยอมยกโทษให้’
ส่วนดรีมวอล์กเกอร์…
เอาเถอะ มันโดนโขกสับจนชินแล้วแหละ
ผมก็แค่ต้องให้เศษผลึกมันเพิ่ม
‘พอเอาเศษผลึกให้กิน เดี๋ยวมันก็แฮปปี้เอง’
ปัญหาของจริงเพียงอย่างเดียวเลยคือการหาเศษผลึกเหล่านั้น ผมจะไปหาพวกเศษผลึกมาจากส่วนไหนของโลกได้บ้างเนี่ย?
‘…อย่าบอกนะว่าฉันต้องไปหาในตลาดมืดจริง ๆ น่ะ?’
ความคิดนั้นทำเอาท้องไส้บิดมวน แต่ผมรีบปัดความคิดทั้งหลายแหล่ออกไปก่อนในตอนนี้
เพราะมันมีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องจัดการ
อย่างเช่น… การอัปเดตสุดกะทันหันนั่น
ผมอยากรู้ใจจะขาดว่ามันคืออะไร ดังนั้นหลังจากมองรอบบริเวณแล้ว ท้ายที่สุดผมก็เดินไปยังพื้นที่ลับตาคน หย่อนก้นนั่งกับพื้นและหยิบแล็ปท็อปออกมาเปิดแอปทันควัน
“อัปเดตครั้งที่แล้วมันค่อนข้างสำคัญเลย งั้นครั้งนี้จะมีอะไรบ้างนะ?”
ผมเตรียมใจไว้พร้อมพอสมควรสำหรับอะไรก็ตามที่กำลังจะเกิดขึ้น
นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในตอนแรก
อย่างไรก็ตาม มันกลับกลายเป็นว่า ผมประเมินการอัปเดตของแอปต่ำเกินไปอย่างมหันต์
─────
ผู้พัฒนาเกม : เซธ ธอร์น
สถานะ : ลำดับชั้นที่สอง ▶ [ดูเพิ่มเติม]
▪ โหนดขั้นพื้นฐาน : ภาชนะกักกัน
▶ ดรีมวอล์กเกอร์
▶ มิเรลล์
ไอเทม :
▪ หน้ากากว่างเปล่า
▪ เครื่องยกระดับความบริสุทธิ์
▪ แว่นตาตรวจจับพลังงาน
▪ ชุดเย็บเนรมิต
ร้านค้า : เปิด
เควสต์ : ปลดล็อกแล้ว (มีอยู่ : 2)
▪ เปิดโปงลัทธิและแผนการของพวกเขา!
– รางวัล: 40,000 SP
– ระยะเวลา: 2 เดือน
▪ พิสูจน์ว่าวาทยกรคิดผิด
– รางวัล: วาทยกร
– ระยะเวลา: 3 เดือน
เกมที่พัฒนาแล้ว :
[แว่วเสียงกระซิบ] เรตติ้ง : ½☆☆☆☆ (0.5)
[หนึ่งวันธรรมดาในออฟฟิศ] เรตติ้ง : ★☆☆☆☆ (1.0)
แต้มคงเหลือ : 18,322 SP
[โหมดนักพัฒนาเกม]
─────
ในช่วงแรก ทุกอย่างก็ดูปกติดี มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ จนกระทั่ง… ผมสังเกตเห็นส่วนสุดท้ายของหน้าข้อมูล
“…อะไรนะ?”
ผมขยี้ตาเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้มองผิด
ทว่าแม้จะเอามือออกไปแล้ว ส่วนที่ว่านั่นก็ยังคงอยู่ตรงนั้น หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะ
โหมดนักพัฒนาเกม?
ฟีเจอร์นี้มันคืออะไรวะเนี่ย?
ไม่สิ ผมพอจะเดาออกแล้วล่ะ พลางกดฟีเจอร์นั้นด้วยความรวดเร็ว
คลิก!
การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นแทบจะทันที หน้าจอกะพริบและข้อความหลายแถวก็เริ่มปรากฏขึ้นมา
[ยินดีต้อนรับสู่โหมดนักพัฒนาเกม!]
[เพื่อเป็นการช่วยเหลือคุณในเส้นทางการพัฒนาเกม โหมดนักพัฒนาเกมจึงถูกมอบให้แก่คุณ]
[ในโหมดนี้ คุณจะสามารถสร้างเกมที่ให้ความรู้สึกดื่มด่ำและสมจริงมากยิ่งขึ้นได้!]
หน้าจอสว่างวาบอีกครั้ง ตามมาด้วยข้อความสั้น ๆ และหน้าอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ก็ปรากฏตรงหน้าผม
[เลือกเอนจิ้นเกม]
————————-
◉ ยูเอนจิ้น
◉ เอนจิ้นผู้พัฒนาเกม
————————-
— ไอเทมแก่นหลักสำหรับเอนจิ้นที่เลือก —
☑ บันทึกเสียงนิรนาม
→ บันทึกเสียงลึกลับที่มีพลังในการสะกดจิตใครก็ตามที่ได้ฟังมัน
เอฟเฟกต์จะแตกต่างกันไปตามผู้ใช้งาน
☑ ตัวปรับแต่งเกม
→ เครื่องมือของทางระบบซึ่งจะปรับแต่งเกมให้เหมาะสมกับระดับของผู้เล่นโดยอัตโนมัติ อ้างอิงจากระดับของตัวเกม
☑ สคริปต์เร้นลับ
→ ป้องกันการตรวจจับความผิดปกติที่ใช้เป็นสคริปต์หรือไอเทมในตัวเกม
— ตัวทดสอบระบบการเล่น —
[เลือกเกม]
→ ไม่มีเกมให้เลือกในขณะนี้
[คะแนน : 0]
————————-
[หมายเหตุ: ไอเทมแก่นหลักสามารถซื้อได้ผ่านร้านค้าเพื่อยกระดับประสบการณ์ที่ได้รับจากการเล่นเกม กรุณาอย่าลังเลที่จะซื้อเพื่อสร้างเกมที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!]
“…..”
ผมนั่งเหม่อลอยอยู่อย่างนั้น จ้องมองอินเทอร์เฟซอันไม่คุ้นตาเบื้องหน้าตัวเองโดยไม่พูดอะไรสักคำ ผมพูดไม่ออกเลย
ผม… ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะพูดอะไรดี
เมื่อเห็นหน้าอินเทอร์เฟซและฟีเจอร์ทั้งหมดที่มาพร้อมกับมัน ผมก็ได้แต่ใบ้กิน
นี่มัน…
“บ้าไปแล้ว”
ความเป็นไปได้นั้นมากมายจนดูเหมือนจะไร้ขีดจำกัด
ด้วยระบบใหม่นี้ มันให้ความรู้สึกอย่างกับว่าผมสามารถพัฒนาความสามารถในการสร้างเกมได้ ไม่เพียงเท่านั้น ผมน่าจะสามารถอัปเกรดเกมก่อนหน้านี้ที่ตัวเองเคยสร้างได้อีกด้วย
‘คุ้มหรือไม่คุ้มฉันไม่รู้หรอกนะ แต่มันก็น่าลองดูสักตั้ง’
ผมเปิดตัวเอนจิ้นขึ้นมา มันดูสะอาดตากว่ายูเอนจิ้นที่ผมใช้สร้างเกมก่อนหน้านี้มาก
อีกทั้งยังดูเป็นมืออาชีพมากกว่า และก็ไม่หนักสายตากว่าด้วย
แต่เอนจิ้นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของผม สิ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษคือ ‘ไอเทมแก่นหลักสำหรับเอนจิ้นที่เลือก’ ต่างหาก เพียงแค่เห็น ‘ไอเทม’ สามอย่างที่มีให้เลือกสรร ผมก็พูดไม่ออกแล้ว
โดยเฉพาะ ‘ตัวปรับแต่งเกม’ นั้น เป็นอันที่ผมไม่อาจละสายตาได้เลย
สายตากวาดอ่านคำอธิบายแค่แวบเดียวก็ทำเอาผมถึงกับหยุดหายใจ
“นั่น… มีประโยชน์มากจริง ๆ”
มันมีสิ่งหนึ่งที่กวนใจผมมานานพอสมควร
ถ้าเกมเป็นสองดาวแล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ? คนธรรมดาจะยังเล่นมันได้อยู่ไหม? พวกเขาจะไม่เป็นลมหรือหัวใจวายไปเลยเหรอ?
คำถามพวกนั้นคือความคิดที่คัดค้างอยู่ภายในหัวมาโดยตลอด
ทว่า เมื่อเห็นคำอธิบายของไอเทมชิ้นนี้ ความกังวลนั้นก็ได้รับการปลดปล่อย
“ในที่สุด ระบบก็ช่วยฉันเรื่องเกมสักที”
แผ่นหลังเอนพิงกับผนังและหลับตาลง รู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก
ผมสงสัยมาตลอดว่าทำไมระบบถึงเรียกตัวเองว่า ‘ระบบพัฒนาเกม’ ทั้ง ๆ ที่แทบจะไม่เคยช่วยผมพัฒนาเกมเลย แต่ผมก็ไม่ได้คิดมากนักเพราะเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลมันถาโถมเข้าตัวไม่หยุดหย่อน จนในที่สุด… ในที่สุด ผมก็ได้รู้เสียทีว่าทำไม
การอัปเดตใหม่นี้ คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมมันถึงเรียกว่าระบบนักพัฒนาเกม
‘ที่ก่อนหน้านี้มันยังไม่โชว์ให้ฉันเห็นน่าจะเป็นเพราะว่าฉันยังไม่พร้อมมากกว่า แต่หลังจากฉากนี้ มันคงคิดว่าฉันดีพอแล้วก็เลยให้ใช้ได้ล่ะมั้ง’
นิ้วมือกระตุกขณะจ้องมองอินเทอร์เฟซอีกครั้ง
ผมรู้สึกอยากจะสร้างเกมที่สองขึ้นมาซะเดี๋ยวนี้เลย ทว่าผมยั้งตัวเองไว้เสียก่อน พร้อมกับคลี่ยิ้มอย่างขมขื่น
“ฉันว่าต่อให้ลองตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้สักอย่างหรอก”
ผมเกาข้างลำคอและบีบสันจมูก พยายามไม่ให้เปลือกตาปิดลงเท่าที่ตัวเองจะไหว
ตอนนี้แหละที่ผมเพิ่งจะมารู้สึกตัวจริง ๆ
ผมเหนื่อย
เหนื่อย… เป็นบ้าเลย